“พวกคุณพอจะมีใครใจดีให้เสื้อผ้าสะอาดๆ ผมใส่บ้างไหม? ”
เซนกล่าวถามขึ้นอย่างไรก็ตามบรรยากาศบนเรือกลับตกอยู่ในความเงียบไม่มีแม้แต่สักคนเดียวที่กล้าจะเอ่ยวาจา มีเพียงเสียงของคลื่นทะเลที่ดังขึ้นมาเป็ระยะๆ เท่านั้น
หัวหน้ากลุ่มโจรัทะเลมองมาที่เซนด้วยสายตาโง่งม มันไม่มีทางเชื่อว่าคนธรรมดาเพียงคนเดียวที่กำลังแก้ผ้าอยู่เบื้องหน้ามันนั้นจะสามารถบดขยี้หรือจมเรือทั้งลำไปได้ ดังนั้นวาจาของเซนที่กล่าวออกมาก่อนหน้านี้มันจึงคิดว่าเป็แค่เื่ตลก
“แกเป็ใครกัน! กล้าบังอาจมาอ้างว่าเป็คนทำลายเรือเรา? ”
ลูกน้องโจรคนหนึ่งกล่าวขึ้น มันทำท่ากร่างเหมือนกับนักเลงข้างถนน มันชักดาบโค้งที่เหน็บเอาไว้ที่ข้างเอวของมันออกมาก่อนที่จะชี้ดาบมาที่เซนเพื่อเป็การข่มขู่ อย่างไรก็ตามเซนกลับเงียบและไม่ได้เอ่ยวาจาโต้ตอบใดๆ ออกมา เขาหันไปมองผู้คนรอบๆ เรือด้วยความพิจารณา ไม่เพียงแต่มนุษย์บนโลกนี้จะสามารถสื่อสารในภาษาเดียวกันกับเขาเท่านั้น แต่ยังแทบจะเหมือนกันทุกอย่างราวกับมาจากโลกเดียวกัน
“เห้อ…”
เซนถอนหายใจอย่างผิดหวังเล็กน้อย ในตอนแรกนั้นชายหนุ่มคิดว่าตนเองจะสามารถค้นพบเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาเผ่าพันธุ์ใหม่ที่มักจะปรากฏในนิยายแฟนตาซี
โจรคนที่กำลังชี้ดาบมาที่เซนนั้นรู้สึกเหมือนกับตนเองถูกหลงลืมไป การที่เซนไม่ตอบมันนั้นเป็เหมือนกับการทำให้มันไม่พอใจ แต่ความจริงแล้วเซนนั้นไม่ได้ไม่้าตอบเพียงแต่เขาลืมที่จะตอบออกมาเป็คำพูดเท่านั้น เขากล่าวตอบในใจ หากคุณอาศัยอยู่ในใต้น้ำเป็เวลานานและไม่สามารถพูดได้ ทำได้เพียงแต่คิดในใจและใช้ภาษามือกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำคุณก็จะมีอาการสภาพไม่ต่างกับเซนเลยแม้แต่นิดเดียว
“ตายซะ! ”
โจรคนนั้นพุ่งเข้ามาเซนด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่มันจะทำได้ ดาบของมันตวัดฟันลงมาที่คอของเซนโดยมุ่งหวังว่าจะสังหารเซนลงให้ได้ แม้ว่าตอนนี้เซนจะถูกโจมตีทีเผลอแต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้าประสบการณ์อันโชกโชนที่ต้องต่อสู้ใต้ทะเลตลอดเวลาแล้ว สัญชาตญาณของชายหนุ่มจึงถูกหลอมสร้างให้กลายเป็เฉียบคมกับสิ่งที่อันตรายมากขึ้น อย่างไรก็ตามดาบของโจรกระจอกนั่นแท้จริงแล้วไม่ได้อันตรายกับเซนเลยแม้แต่นิดเดียว
แขนของชายหนุ่มเคลื่อนไหวด้วยสัญญาณเป็ความเร็วสูงสุดเมื่ออยู่เหนือบนผิวน้ำทำให้สายตาของคนบนเรือไม่สามารถมองทันได้
“เพล้ง! ”
นิ้วมือของเซนจี้ไปที่ดาบทำให้ดาบโค้งของโจรนั้นแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ โดยที่คนภายนอกเพียงเห็นแต่ว่าดาบมันแตกหักเองเท่านั้น
“โอ๊ย! ”
เศษดาบที่แตกกระจายเป็เสี่ยงๆ เพราะแรงอันมหาศาลของเซนถูกดีดกระเด็นกลับไปแทงร่างของโจรคนนั้น ไม่ใช่แค่โจรคนนั้นเพียงคนเดียวเท่านั้นแม้แต่หัวหน้ากลุ่มโจรเองก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัวถูกเศษดาบปักเข้าที่กลางหน้าอกและล้มลงร้องโหยหวนออกมาทันที
‘เวรแล้ว!’
เซนอุทานขึ้นมาในใจร่างของเขาแข็งทื่อไม่กล้าขยับอีก ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้เซนไม่ได้ตั้งใจให้ผลมันออกมาทำให้อีกฝ่ายต้องาเ็ แถมกลุ่มคนพวกนี้ยังเป็มนุษย์กลุ่มแรกที่เขาได้พบอีกด้วยหลังจากขึ้นมาจากใต้ทะเล อย่างไรก็ตามเพียงได้พบหน้ากันครั้งแรกเซนก็เกือบจะฆ่าตนตายเสียแล้ว
เมื่อเซนมองสังเกตอาการของทุกคนที่เศษดาบแทงใส่อย่างละเอียดก็พบว่ามีคนผู้หนึ่งโชคร้ายถูกเศษดาบแทงเข้าที่ดวงตาและเสียชีวิตคาที่ เซนรู้สึกผิดอย่างมากไม่ใช่เพราะเขาฆ่าคนครั้งแรก แต่เพราะเขาฆ่าคนบริสุทธิ์ หากว่าเปลี่ยนเป็คนเลวแทนเขาสามารถกล้าฆ่าคนโดยไม่กะพริบตาด้วยซ้ำ เนื่องจากเพราะว่าสำหรับเซนแล้วสิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนไม่ได้แตกต่างกัน เขาได้ฆ่าสัตว์ทะเลมาจำนวนมากพวกมันเองก็มีหลายตัวที่มีปัญญาสูงส่ง ดังนั้นเซนจึงคิดว่ามันไม่ต่างกับการฆ่าคนและรู้สึกเสียใจทุกครั้งที่ต้องฆ่าพวกมัน
ด้วยทัศนคติที่มีต่อสิ่งมีชีวิตทุกตัวอย่างเท่าเทียมเช่นนี้ ทำให้เซนเมื่อเอาชีวิตรอดอยู่ใต้ทะเลถูกเปลี่ยนเป็คนที่มีจิตใจด้านชาและเข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการฆ่าฟัน
เซนในตอนแรกนั้น้าจะใช้มุก์อนันตกาลเพื่อที่จะช่วยรักษาให้อีกฝ่ายฟื้นขึ้นมา แต่เขากลับได้ยินคำกล่าวของกัปตันเรือเวกเตอร์เสียก่อนจึงหยุดคิดเื่นั้นลง ซึ่งเวกเตอร์ได้กล่าวออกมาว่า
“ท่านผู้มีพระคุณ ขอบคุณท่านมากๆ ที่ช่วยกำจัดพวกโจรปล้นเรือพวกนี้ วันนี้ข้าได้เปิดหูเปิดตามากเลยทีเดียว ไม่เคยนึกเลยว่าจะมีคนหนุ่มแบบท่านที่แข็งแกร่ง….”
อยู่๐เวกเตอร์ที่กล่าววาจาอยู่ก็ได้หยุดไป อย่างไรก็ตามเซนในตอนนี้ไม่ได้สนใจการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ นี้เพราะเขากำลังรู้สึกโล่งใจเพราะคนที่เขาฆ่าไปนั้นเป็คนเลว
“อะไรกันนายเป็แค่คนธรรมดาไม่ใช่เหรอ แสดงว่าดาบเมื่อกี้คงหักเอง…ดูเหมือนพระเ้าจะลงโทษพวกโจรซะแล้ว”
บุคลิกท่าทางของเวกเตอร์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือมันได้รับรู้ข้อมูลระดับของเซนซึ่งเป็ระดับศูนย์ ไม่ได้มีความเชื่อั้แ่ตอนแรกแล้วว่าเซนนั้นเป็คนทำลายดาบนั่น แต่ที่มันเชื่อเพราะว่าเศษดาบนั้นบังเอิญไปถูกแค่กลุ่มพวกโจรอย่างเดียวมันดูจะบังเอิญเกินไป ทั้งๆ ที่พวกลูกเรือนั้นยืนอยู่กันเยอะกว่าพวกโจรเสียอีก
แต่มันกลับมองข้ามบางอย่างที่น่าสนใจไป เนื่องจากระดับของผู้คนจะแสดงออกมาให้ผู้เห็นนั้นจะต้องเป็ไปตามกฎบางอย่าง นั่นก็คือเมื่อคนๆนั้นได้แสดงพลังหรือได้เริ่มการต่อสู้ หากพวกมันคิดได้พวกมันคงจะสงสัยว่าเซนนั้นไปเริ่มการต่อสู้ตอนไหนเพราะก่อนหน้าที่จะขึ้นมาบนเรือนั้นระดับของเขายังไม่ได้แสดงให้เห็นเลย
“…ว่าพวกฉันเป็คนเลวงั้นเหรอ…เหอะๆ พวกแกเองก็ไม่ต่างกับฉันหรอก…”
หัวกลุ่มโจรัทะเลกล่าวขึ้นเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะจากลาโลกนี้ไปตลอดการด้วยฤทธิ์ของาแที่กลางหน้าอก ประโยคสุดท้ายที่หัวหน้าโจรได้กล่าวยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเซน เขามองไปที่รอบๆ เรือและเห็นว่ามันเป็เพียงแค่เรือขนสินค้าธรรมดาๆ เท่านั้น
“แกลงจากเรือไปซะ เรือลำนี้ไม่ต้อนรับคนบ้า พวกเรายังต้องไปส่งสินค้าอีก…”
เซนถูกไล่เหมือนกับหมูกับหมาโดยลูกเรือคนหนึ่ง ซึ่งลูกเรือคนนี้ทำท่าทางหยิ่งผยองอยู่ไม่น้อย เซนถูกมันเอาไม้กวาดชี้มาที่หน้าของเขา โดยที่ปลายไม้กวาดนั้นแทบจะแตะจมูกเขาอยู่แล้ว
ที่ลูกเรือคนนั้นได้ดูถูกเซนนั้นไม่ใช่เื่แปลกอะไรเพราะอย่างไรระดับของเซนที่แสดงออกมาก็เป็เพียงระดับศูนย์เท่านั้น เซนไม่ได้สนใจท่าทีของลูกเรือคนนั้นเลยสักนิด ภายในใจของชายหนุ่มคิดเพียงแต่ว่าผู้คนบนโลกนี้นั้นไม่มีความเป็มิตรเลยสักนิด เพียงแค่เจอหน้าเขาก็พากันไล่และกล่าววาจาดูถูก
ชายหนุ่มเดินไปที่หนึ่งในศพของกลุ่มโจรที่พึ่งเสียชีวิตไปเมื่อสักครู่ เขาเริ่มลงมือถอดชุดของศพที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดออกโดยที่สีหน้านั้นไม่เปลี่ยนสีเลยแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้เซนได้มีเสื้อชุดใหม่สวมเรียบร้อยแล้วไม่ได้เป็คนล่อนจ้อน
เสื้อผ้าของพวกโจรนั้นค่อนข้างจะธรรมดาไม่ได้เก่าหรือใหม่ แต่นับว่าสวมใส่ได้พอดีและสบายตัวอย่างมาก มีลูกเรือหลายคนที่พยายามจะขนศพลงไปทิ้งในทะเล มองมาที่เซนด้วยสายตาดูถูก อย่างไรก็ตามพวกมันยังไม่ทันได้ลงมือตักเตือนอะไรเสียงของเซนก็ดังขึ้น ในขณะที่มีชายสองคนกำลังจะโยนศพลงไปที่ทะเลบริเวณข้างเรือ
“ฉันขอเตือนพวกนายแล้วกัน ตอนนี้ใต้เรือของพวกนายมีสิ่งมีชีวิตที่พวกนายไม่มีวันจะล่วงเกินได้อยู่ ถ้าขืนพวกนายโยนศพลงไปแบบนั้นมีหวังมันไม่พอใจแน่ๆ”
ลูกเรือสองคนที่กำลังจะโยนศพลงทะเลต่างหยุดนิ่งทันทีก่อนที่จะหันกลับมามองเซน อย่างไรก็ตามเวกเตอร์นั้นขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจและคิดว่าเซนนั้นเป็เพียงคนเลอะเลือนเท่านั้น
“ชิ้ง! ”
เวกเตอร์ชักดาบของมันออกมาพร้อมกับจี้มาที่คอของเซนพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำว่า
“ถ้าขืนแกยังไม่เลิกพูดจาเลอะเลือน และะโลงจากเรือลำนี้ไปภายในสิบวิฉันจะฆ่าแกซะ! ”
เซนเมื่อเห็นท่าทางข่มขู่ของเวกเตอร์นั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่าอีกฝ่ายจะฆ่าเขาจริงๆ อย่างไรก็ตามเขาไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวแม้แต่น้อย ในขณะเดียวกันชายทั้งสองคนที่แบกศพอยู่ก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง เตรียมจะโยนศพลงไปอย่างไรก็ตามในจังหวะนั้นตัวเรือและอากาศโดยรอบพลันสั่นะเือย่างรุนแรง
“โอมมมมม! ”
เสียงร้องที่เป็เอกลักษณ์ของอาร์เจนโต้ดังขึ้น เซนนั้นฟังออกว่ามันไม่พอใจอย่างมากแม้มันจะอยู่ใต้น้ำตลอดเวลาแต่ประสาทการได้ยินของมันนั้นดีมาก ดังนั้นจึงสามารถรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นบนเรือตลอดเวลา
เพียงแค่เสียงของอาร์เจนโต้ส่งผลให้อากาศรอบๆ เรือบิดเบี้ยวผิวแปลกไป ผู้คนบนเรือต่างพากันล้มลงเนื่องจากแรงกดดันอันมหาศาลไม่ทราบที่มา ที่มันรู้ก็คือเสียงนั้นมีที่มาจากใต้ท้องเรือของพวกมัน
“กะ…เกิดอะไรขึ้น! ”
เวกเตอร์กล่าวออกมาในขณะที่มันสั่นด้วยความหวาดกลัวในและล้มลงกองอยู่กับพื้นพร้อมๆ กับลูกเรือของมัน มันมองกลับมาที่เซนที่ยืนอยู่กลางเรือโดยไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านอะไรเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ฉันเตือนพวกนายแล้ว ดังนั้นเื่นี้ฉันคงจะช่วยอะไรพวกนายไม่ได้รับผลกรรมกันเอาเองแล้วกันนะ”
เซนกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปสำรวจภายในเรือ ชายหนุ่มสงสัยว่าภายในเรือที่ขนสินค้านั้นได้ขนอะไรมากันแน่ เขาพบกับห้องเก็บสินค้าห้องใหญ่ห้องหนึ่งแต่มันกลับกั้นไว้ด้วยประตูบานใหญ่ที่ล็อกกุญแจเอาไว้อย่างแ่า เซนเพียงเอามือไปแตะประตูนั้นเบาๆ มันก็หักพังลงในทันที
“บางทีมีพลังมากเกินไปมันก็ลำบากนะ…”
เซนกล่าวออกมาพร้อมกับส่ายหัว หากวาจาของเขาได้ยินไปถึงหูของมนุษย์คนอื่นๆ ละก็มีหวังพวกนั้นได้กระอักเืตายเพราะความอิจฉาแน่ๆ
ภายนอกเรือนั้นอาร์เจนโต้ที่อยู่ใต้ท้องทะเลตลอดได้โผล่ส่วนหัวขนาดใหญ่ของมันขึ้นมาบนผิวน้ำ เพียงแค่ส่วนหัวของมันก็ใหญ่กว่าเรือลำนี้แล้วไม่รู้กี่เท่า ภายในเรือเปลี่ยนเป็มืดในทันทีเนื่องจากถูกอาร์เจนโต้บดบังแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาบนเรือไว้
“อาร์เจนโต้อย่าทำลายเรือเด็ดขาด! ”
เสียงของเซนดังขึ้นเหมือนกับรู้ความคิดอ่านของอาร์เจนโต้ การปรากฏตัวขึ้นของอาร์เจนโต้นั้นทำให้พวกลูกเรือต่างหวาดผวา แม้แต่เวกเตอร์เองยังหวาดกลัวจนถึงขนาดเยี่ยวราดกางเกงพวกมันจึงได้เมินคำกล่าวของเซนที่กล่าวพูดคุยกับสัตว์ประหลาดข้างนอกราวกับเพื่อนสนิทไปอย่างสิ้นเชิง
“สะ..สัตว์ประหลาด! ทำไมถึงได้ตัวใหญ่ขนาดนี้กัน! ”
เพียงแค่ขนาดตัวของอาร์เจนโต้นั้นสามารถข่มสิ่งมีชีวิตได้เกือบทั้งหมดจริงๆ ดวงตาสีฟ้าเรืองแสงอ่อนๆ ของมันจ้องมองลงมาที่ผู้คนบนเรือ อย่างไรก็ตามมันทำเพียงแค่จ้องมองเท่านั้นไม่ได้ขยับหรือทำอะไรพวกคนบนเรือเพราะเซนได้กล่าวเอาไว้ไม่ให้มันทำลายเรือ
เซนเข้าไปในห้องเก็บสินค้าเป็เวลาสักพักก่อนที่จะเดินออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง สีหน้าของชายหนุ่มนั้น สีหน้าของชายหนุ่มค่อนข้างเ็าบรรยากาศที่แสดงออกมานั้นเปลี่ยนไปเป็หนักอึ้ง ตอนนี้เซนกำลังโกรธอยู่จริงๆ แล้ว
เื้ัของเซนนั้นมีร่างของกลุ่มเด็กผู้หญิงซึ่งมีสภาพบอบช้ำจากการผ่านการถูกทำลายมาอย่างหนัก ข้อมือและคอของพวกเธอถูกมัดไว้ด้วยโซ่เหล็ก ภายในดวงตาของพวกตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและไม่มีความสุข พวกเธอล้วนแล้วแต่ไม่เหมือนมนุษย์ปกติ บางคนมีอวัยวะของสุนัขหรือแมว ส่วนใหญ่จะเป็ส่วนหางและหูของพวกเธอที่เหมือนกับสัตว์บ้าน ในตอนแรกที่เซนพบกับพวกเธอเขาก็ประหลาดใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดเลยว่าบนโลกแห่งนี้จะมีเผ่าพันธุ์ครึ่งคนครึ่งสัตว์จริงๆ แถมพวกเธอยังดูดีมากอีกด้วย
“นี่มันหมายความว่ายังไง? ”
เซนเดินมาที่เบื้องหน้าของเวกเตอร์พร้อมกับกล่าวถามขึ้น