“โยม ตื่น”
“หลิวเยว่ ตื่น”
เธอถูกความฝันนี้บีบไว้จนไม่อาจตื่นขึ้นมาได้ แต่คล้ายกับมีใครบางคนกำลังเขย่าร่างกายของเธอเธอตื่นขึ้นมาทันทีและพบว่าผู้ที่ยืนอยู่ข้างเตียงเธอนั้นคือไต้ซืออู๋เสวียนใบหน้าของเขาเกลี้ยงเกลาและหล่อเหลา แววตากระจ่างใสมองมาที่เธอเธอยังคงจมอยู่ในความเ็ปของความฝัน รู้สึกเ็ปไปทั้งตัว
เมื่อเห็นเธอตื่นแล้ว ไต้ซืออู๋เสวียนก็ไม่ได้พูดอะไรอีกก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งกลิ่นหอมของดอกไวโอล่าบนตัวเขาจางๆ ไว้ในอากาศ เมื่อเขาจากไปแล้วเธอรู้สึกเหมือนว่ามันเคยเกิดขึ้นมาก่อน กลิ่นหอมของดอกไม้ที่เหมือนกัน แต่กลับค้นหาในความทรงจำไม่เจอ
อากาศหลังฝนตกจะสดชื่นขึ้น ท้องฟ้าสีครามโปร่งใสยิ่งกว่าก่อนหน้าที่ฝนจะตกแสงสว่างที่นี่ค่อนข้างยาวนาน ในตอนเย็นยังไม่มีวี่แววว่าจะมืดลงมีเสียงระฆังดังขึ้นมาแต่ไกล เธอเดินไปตามทางเดินหินกรวดหลังสวนของที่พักของเธอแต่เนื่องจากฝนตก ทางเดินจึงลื่นเล็กน้อย เธอจึงต้องเดินอย่างระมัดระวังกระโปรงยาวสกปรกเล็กน้อย มือสองข้างจึงจับยกกระโปรงขึ้น เธอก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆยิ่งเดินก็ยิ่งเงียบสงบ และได้รับแสงแดดมากขึ้น ต้นไม้ใบหญ้าข้างๆ ไม่เปียกชุ่มไม่เหมือนเพิ่งผ่านฝนตกหนักมาส่วนอากาศก็สดชื่นและเย็นสบาย
ดูเหมือนเธอจะหลงทางแล้ว ไม่รู้ว่าเธอเดินมานานแค่ไหน และมาไกลแค่ไหนแล้วแล้วที่นี่คือที่ไหน?
เดี๋ยวนะ เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธออยู่บนพื้นที่ราบสูง พืชพรรณแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงพืชพรรณและภูมิประเทศของที่นี่ดูเหมือนจะเป็ทางใต้และตอนที่เธอเดินออกมาเมื่อครู่ก็เป็เวลาเย็นแล้ว แม้ว่าในลาซ่าจะมืดช้า แต่ที่เธออยู่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็เวลาเที่ยงเธอตัดสินได้จากเงา เห็นว่ายังเป็เวลาเที่ยงอยู่
เกิดอะไรขึ้น?
เธออยากย้อนกลับไปแต่พบว่าด้านหลังของเธอไม่มีทางเดินให้เธอทางที่เธอเพิ่งเดินมานั้นหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่จริง
แม้ว่าจะยังคุมสติได้อยู่ แต่เธออดรู้สึกไม่สบายใจในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้
ตอนนี้ไม่มีทางให้เดินกลับไป ทำได้เพียงเลือกเดินตามเส้นทางตามแสงอาทิตย์เป็เส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดเพราะมีต้นไม้ ดอกไม้ และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
เธอไปทางทิศตะวันออก ทางทิศตะวันออกดูเหมือนจะเป็พื้นที่ราบเรียบและกว้างขวางมีแม้กระทั่งควันจากการทำอาหารจากระยะไกล ตอนกลางวันแสงแดดร้อนจัดพอเดินไปได้สักพักก็เริ่มร้อน ฝ่าเท้าเหยียบย่ำโดนดินโคลนทำให้เธอโมโหไม่น้อยจึงต้องถอดรองเท้าถือและเริ่มเดิน เหยียบลงไปบนทางเดินดินโคลน ระหว่างทางไม่พบเจอผู้คนแม้แต่คนเดียวเธอเดินเต็มที่ จนแทบอยากจะออกวิ่ง
หลังจากเดินมาได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็มองเห็นกำแพงดินโคลนบ้านไม้ และผู้คน เธอไม่สนใจว่าเท้าของเธอสกปรกแค่ไหน เธอสวมรองเท้าอีกครั้ง เนื่องจากเดินมานานเท้าของเธอจึงบวมเล็กน้อย เวลาสวมรองเท้าจึงทำให้รู้สึกแน่นกว่าปกติ
เดี๋ยวนะ เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ไม่ใช่เื่แปลกที่กำแพงบ้านจะเป็ดินหรือบ้านเรือนจะสร้างจากไม้ อาจเป็เพราะว่าเป็ชนบทห่างไกลถึงอย่างนั้นผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาเป็ครั้งคราวล้วนสวมเสื้อผ้าที่แตกต่างจากสมัยปัจจุบันมากเกินไปและเธอรู้ทันทีว่าชุดแบบนี้มาจากราชวงศ์ทง
หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงมันช่วยผลักดันให้เธอมีแรงเดินไปยังสถานที่ที่คึกคักและมีผู้คนมากมาย คำตอบรอคอยเธออยู่ตรงนั้น
เธอเดินไปเรื่อยๆ จากนั้นจึงเริ่มวิ่ง ทันใดนั้นเท้าของเธอก็ชะงักตรงหน้าเป็ประตูเมือง เป็ประตูเมืองที่สูงตระหง่านด้านล่างเป็ลำธารที่มีผู้คนพลุกพล่าน มีทหารเฝ้าประตูเมืองยืนอยู่ทั้งสองฝั่งคอยดูแลอยู่ด้านล่างด้วยท่าทางเคร่งขรึม
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เห็นคำว่าเทียนเฉิงที่หล่อขึ้นด้วยทองคำอยู่บนป้ายแขวน
เมื่อเห็นคำว่าเทียนเฉิง เธอรู้สึกวิงเวียนศีรษะไปชั่วขณะและหัวใจของเธอคล้ายกับถูกทุบด้วยค้อนหนักๆ
เทียนเฉิง เทียนเฉิง ทำไมถึงคุ้นหูจัง