ยอดเชฟกระทะเหล็กผจญภัยต่างโลก The Crescent Moon Cafe

    บทที่ 4 : อร่อยกว่าร้อยเท่า!

     'แผ่นยางชัดๆ! ' อลันต้องพยายามอย่างมากที่จะไม่ตะโกนออกไป หลังกัดเข้าไปเต็มที่จนฟันแทบหัก พอลองกลืนก็แทบสะดุ้งเพราะกลืนไม่ลง รสชาติเหมือนแป้งที่ยังอบไม่สุก รีบวางขนมปังรสหวานในมือของเขาอย่างแรง แล้วรีบไปหาน้ำดื่มในครัวทันที อลันเจ็บคอจนน้ำตาจะไหล จึง'เผลอด่า'ในใจแบบที่เคยวิจารณ์อาหารของเชฟคู่แข่ง ‘เอาของแบบนี้มาขายได้ยังไงวะ นี่มันไม่ใช่ของคนกินชัด ๆ ' จะห่วยเกินไปแล้ว!’ หลังจากดื่มน้ำเปล่าสองสามคำ ก็ถอนหายใจโล่ง อลันรู้สึกสดชื่นขึ้น เพิ่งนึกได้ว่าตั้งแต่เขาตื่นขึ้นมา ก็ยังไม่ได้ดื่มน้ำเลย ปากก็แห้งมาก ตอนนี้ยังกินขนมปังแข็งๆ เข้าไปทำให้กลืนไม่ลง(ตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บคออยู่เลย ของแบบนี้กินเข้าไปได้ยังไงเนี่ย)“คุณพ่อเป็นอะไรไปคะ” เอลิน่าวิ่งเข้ามาถามเขาอย่างเป็นห่วง"พ่อสบายดี แค่..ตะลึงนิดหน่อย" อลันมองลงไปที่เอลิน่าแล้วเอื้อมมือไปลูบผมของเธอ ใบหน้าของเขามีสีเลือดอีกครั้ง ความรู้สึกที่ถูกเป็นห่วงและพึ่งพาแบบนี้ทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นและความโกรธที่มีต่อขนมปังหวานก็หายไปทันที รู้สึกผิดขึ้นมาที่เมื่อครู่เผลอคิดไม่ดี"ถึงขนมปังหวานจะอร่อยสุดๆ แต่คุณพ่อควรทานช้า ๆ นะคะ กัดคำเล็ก ๆ แบบนี้ ดูเอลิน่านะคะ” เอลิน่ากัดคำเล็กๆ ให้อลันดูเป็นตัวอย่างด้วยท่าทางที่จริงจัง"อืม เอลิน่าพูดถูกที่สุด พ่อขอโทษที่รีบกินเกินไป" อลันมองไปที่เอลิน่าและพยักหน้าอย่างจริงจัง เอลิน่าถึงได้พอใจและกลับไปนั่งที่เดิมอลันไม่ได้ตามไป พอมองไปที่ลูกสาวกำลังนั่งกินขนมปังแข็งๆ อย่างเอร็ดอร่อยก็รู้สึก'ทึ่ง'ปนเศร้าใจนิดๆ อลันทบทวนความทรงจำของเขา แม้ว่าจะสงบสุขมาเกือบร้อยปี แต่อาหารในโลกนี้ก็ยังเรียบง่ายและไม่มีวิธีการปรุงและอาหารที่หลากหลาย มีเพียงการต้ม อบหรือย่างไม่กี่อย่างเท่านั้นเวลากินก็ไม่มีปรุงรสอะไรมากนัก มีเพียงการโรยเครื่องเทศบางชนิดเช่นเกลือและพริกไทย ขนมปังในโลกนี้ส่วนใหญ่เพราะไม่มีการใช้'ยีสต์'จึงเป็นแค่แผ่นแป้งอบเท่านั้น จุดประสงค์หลักคือการกินเพื่ออิ่มท้องและสารอาหาร เพราะยังอยู่ในช่วงในช่วงหลังสงคราม คนที่ใส่ใจเรื่องรสชาติอาหารจึงมีแต่บรรดา'ชนชั้นสูง'เช่นพ่อค้าที่ร่ำรวย หรือไม่ก็พวกขุนนางเท่านั้นแม้แต่'เผ่ามนุษย์' ที่ชื่นชอบศึกษาเรื่องอาหารยังเป็นแบบนี้ แทบไม่ต้องพูดถึงเผ่าพันธุ์ อื่น อาหารของพวก'เอลฟ์'ส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติโดยอาศัยผักผลไม้ป่าต่างๆ เป็นหลัก ส่วน'คนแคระ'ถึงแม้พวกเขาจะเป็นเจ้าของเทคนิคการหมักเหล้าชั้นสูงแต่ อาหารก็ยังกินอย่างลวก ๆ ขอเพียงแค่'ปรุงสุก'พวกเขาก็กินได้ สำหรับ'ปีศาจ'และ'ออร์ค'ไม่ต้องพูดถึง เจ้าพวกนั้นกินได้แม้กระทั่ง'เหยื่อดิบ'(สำหรับพ่อครัวมืออาชีพอย่างเขาแล้วมันช่างท้าทายจริงๆ)อลันคิดอย่างวาดหวังเขาอยากจะแนะนำให้โลกนี้รู้จักวัฒนธรรมอาหารในแบบ'ไฟน์ไดนิ่ง'สักหน่อย แต่พอมองไปที่มือของเอลิน่าที่ถือ'ขนมปังหวานโรยน้ำตาล' รอยยิ้มอ่อนโยนบนก็ปรากฏขึ้นบนหน้าของเขา ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจชื่อเสียงอะไรทั้งนั้น แต่เขาต้องการให้ลูกสาวของเขาได้กินอาหารที่แท้จริงและมีชีวิตที่สะดวกสบาย ดังนั้นเขาจะต้องใช้ฝีมือการทำอาหารของเขาหาเงินให้ได้โดยเร็วที่สุดแต่ตอนนี้เขาหิวมาก ๆ อลันยังทำได้แค่มอง'ขนมปังยางลบ'นั้นตาปริบๆ แต่ยังไงก็ทำใจกลืนไม่ลงเอลิน่าฟันดีมากกัดขนมปังหวานชิ้นใหญ่และเคี้ยวกร้วมๆ อย่างสบายกินหมดก้อนในเวลาไม่นาน หลังจากที่ดื่มน้ำเปล่าจนหมดถ้วย"คุณพ่อคะขนมปังรสหวานอร่อยที่สุดในโลกเลย" เอลิน่าพูดขึ้นอย่างพอใจ พลางส่งสายตามองมาที่ขนมปังหวานของอลันเห็นเธอยังอยากกินอีก อลันพูดว่า “ถ้าเอลิน่ายังไม่อิ่ม ทานของพ่อด้วยก็ได้นะ”เอลิน่ารีบส่ายหัวปฏิเสธทันที 'หูตั้งขนปุย'ทั้งสองก็หักพับลง ทำหน้าหงอยอย่างรู้สึกผิด “ไม่ได้นะ เอลิน่าอิ่มแล้ว ป๊ะป๋ากินเถอะน้า จะได้แข็งแรงนะคะ” ถึงจะส่ายหัวแต่หางที่'ซื่อสัตย์'กลับกระดิกไปมาอลัน เห็นเอลิน่าทำเหมือนขนมปังที่เหนียวเหมือนยางรถยนต์ และรสชาติหวานปะแล่มๆ นี่ เป็นของอร่อยขนาดนั้น ก็รู้สึกหดหู่ใจ ในฐานะที่เป็นเชฟจะปล่อยให้ลูกสาวกินของแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว"เอลิน่าลูกรัก นี่น่ะ ไม่ถือว่าเป็นของกินด้วยซ้ำ" อลันส่ายหัวและเอื้อมมือไปบีบจมูกน้อยๆ ของเอลิน่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม" เดี๋ยวพ่อจะทำของอร่อยกว่านี้ให้กินเอง"“อร่อยกว่าขนมปังหวานอีกเหรอคะ” ดวงตาของเอลิน่าเป็นประกาย มองไปที่อลัน แต่ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นเอียงเล็กน้อยอย่างสงสัยว่าโลกนี้จะมีของอร่อยกว่าขนมปังหวานโรยน้ำตาลได้อย่างไร“แน่นอน! อร่อยกว่าเป็นร้อยเท่าเลย” อลันพยักหน้าอย่างจริงจัง“อร่อยกว่าร้อยเท่า?” เอลิน่าอ้าปากกว้างชี้นิ้วเล็ก ๆ ไปที่ขนมปังตรงหน้าอลัน พยายามใช้นิ้วมือนับจำนวน และนึกถึงภาพของกินที่ดีกว่าขนมปังหวานหนึ่งร้อยเท่า แต่ภาพที่ได้ในหัวกลับกลายเป็นขนมปังหวานหนึ่งร้อยอันแทน"เอลิน่าอยากกินตอนนี้เลย!” เอลิน่าตัวน้อยพูดอย่างตื่นเต้นหางยิ่งกระดิกแรงขึ้นอีก " ได้เลย เอลิน่ารอพ่อก่อนนะ แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว"อลันพูดพลางเดินไปที่ห้องเก็บของ จัดเตรียมวัตถุดิบที่มีแค่ ไข่ เนย เกลือและน้ำตาลแดงหยาบออกมา แล้วก็จุดไฟในเตาฟืน ตั้งกระทะทาเนยเอาไว้ ตั้งใจจะทำขนมที่อร่อยที่สุดโดยใช้เพียงวัตถุดิบที่มีอยู่รูปแบบของ'ห้องครัว'มีเนื้อที่ประมาณสิบตารางเมตรซึ่งกว้างพอสมควร เตาฟืนแบบยุโรปค่อนข้างโบราณ แต่อุปกรณ์ครัวถึงแม้จะเก่าแต่ก็มีเกือบครบ ทั้งหม้อต้มขนาดต่าง ๆ กระทะ ตะแกรงย่างไฟขนาดใหญ่ที่เคยเห็นแต่ในหนังย้อนยุค ซึ่งไม่เป็นปัญหาอะไรเลย สำหรับเชฟระดับแชมป์อย่างเขา อลันเคยผ่านการแข่งขันทำอาหารสุดโหดมามากมาย วัตถุดิบ หรืออุปกรณ์ครัวที่'พิสดาร'แค่ไหนก็เจอมาหมดแล้วขนมที่พอจะทำได้โดยใช้วัตถุดิบเพียง ไข่ เนย และน้ำตาล แต่ในตอนนี้ที่ไม่มียีสต์ และนม คงไม่มีอะไรที่จะอร่อยเท่าสิ่งนั้นอีกแล้วล่ะ พอคิดได้แล้วก็เริ่มตอกไข่ทั้งหมดสามฟองใส่ชาม โดยแยกเอาไข่ขาวและไข่แดงออกจากกันอย่างรวดเร็ว นึกขึ้นได้ว่าไม่มี'ตะกร้อ'สำหรับตีไข่แต่ไม่ใช่ปัญหา เขาเคยใช้ส้อมตีไข่ผสมแป้งเพื่อทำเค้กให้ได้มาแล้ว จากโจทย์สุด'โรคจิต'ของการแข่งทำอาหารรายการหนึ่ง แต่ว่าเมนูที่เขาจะทำก็ไม่จำเป็นต้องตีไข่ให้ฟูขนาดนั้นอลันใช้ส้อมตีไข่แดงจนเนื้อเนียนแล้วพักไว้ จากนั้นก็ตีไข่ขาวด้วยความเร็วสูงประมาณสิบห้านาที พอไข่เริ่มขึ้นฟู เขาก็นำไข่แดงกับไข่ขาวมาผสมกัน โรยเกลือเล็กน้อย ตีต่อจนผสมจนเข้ากันดีนำไปทอดด้วยเนยในกระทะแบ่งเป็นสองก้อน ใส่ฟืนเพิ่มตั้ง'ไฟกลาง'ไว้ปิดฝากระทะไว้ ห้า นาที แล้วก็พลิกกลับด้าน เซียร์ (Sear) ต่อจนผิวเป็นสีน้ำตาล ก็จะได้'ซูเฟล่ไข่นุ่มฟู'กลิ่นหอมน่ากิน แล้วเขาก็หั่นเนยก้อนใหญ่ไว้ด้านบนเป็นท็อปปิ้ง จากนั้นก็มาทำซอสด้วยการนำน้ำตาลมาละลายในกระทะโดยไม่คน พอน้ำตาลเริ่มไหม้ก็ใส่เนยตามลงไป วนกระทะรอจนน้ำตาลกลายเป็น'คาราเมล'พอเสร็จก็นำมาราดลงบน'ซูเฟล่'เล็กน้อย อีกส่วนวาดลงไปเป็นซอสตกแต่งจานตามสไตล์ของเขา หลังจากนั้นก็โรยธัญพืชแห้งหั่นบาง ตามลงไปเป็นก็อันเสร็จ กลิ่นของซอสคาราเมลและ'ไข่ย่างเนย'ก็หอมอบอวลไปทั่วบ้านจนท้องร้องโครมคราม .............................................
    error loadedCaramelized Fluffy Souffle

    นิยายแนะนำ