“จูจื้อโหยว! เ้าออกมาเดี๋ยวนี้”
ปัง!
“นึกว่าเสียงใครที่ไหน ที่แท้ก็น้องสามีนี่เอง มีอะไรถึงได้มาเอะอะที่เรือนของข้าแต่เช้า”
“นี่มันเวลาไหนแล้ว ทำไมเ้าถึงไม่ไปปรนนิบัติท่านแม่ อีกอย่างเ้าก็ไม่ได้ไปเตรียมน้ำล้างหน้ากับน้ำล้างเท้าให้ข้าเลยนะ หรือว่าเ้าลืมหน้าที่ของตัวเองไปแล้ว อย่าลืมนะว่าที่เ้ามีข้าวกินทุกวันนี้เพราะเ้าต้องทำงานแลกมา” ฟู่เซียงหรูพูดอย่างได้ใจ “ได้แต่งเข้าสกุลฟู่ถือเป็วาสนาของเ้า แต่อย่าคิดที่จะมาทำตัวเกียจคร้าน เรือนสกุลฟู่ไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์”
“อ้อ...เป็เช่นนี้เอง ถ้างั้นเ้าล่ะ เ้าจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเมื่อไหร่” จูจื้อโหยวยิ้มถาม
“ไปอยู่ข้างนอกอะไร? ใครบอกเ้าว่าข้าจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก” ฟู่เซียงหรูไม่เข้าใจคำถามของจูจื้อโหยวเลยสักนิด
“อ้าว...ก็เ้าบอกว่าบ้านสกุลฟู่ไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์ แต่เท่าที่ข้ารู้ ทั้งบ้านมีเ้าเป็คนไร้ประโยชน์อยู่แค่คนเดียว งานการอะไรก็ทำไม่เป็สักอย่าง ข้าถึงถามว่าเ้าจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเมื่อไหร่ ข้าถามอย่างนี้ไม่ถูกหรือ”
“นังคนแซ่จู เ้ากล้าด่าว่าข้าเป็คนไร้ประโยชน์เช่นนั้นหรือ อยากลองดีกับข้าใช่ไหม”
ฟู่เซียงหรูยกมือขึ้นหวังจะตบหน้าจูจื้อโหยวเหมือนทุกครั้งที่นางเคยทำ แต่คราวนี้จูจื้อโหยวเบี่ยงตัวหลบได้ทัน ทำให้ฟู่เซียงหรูล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้น
“โอ๊ย! นังคนแซ่จู เ้ากล้ารังแกข้าหรือ คอยดูเถอะข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ”
‘เ้านาย มีคนกำลังเดินมาทางนี้ ท่านรีบไปพยุงนางให้ลุกขึ้นก่อนขอรับ’ เสียงหงหลินดังขึ้น
จูจื้อโหยวยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่นางจะเดินเข้าไปประคองฟู่เซียงหรูตามที่หงหลินแนะนำ เมื่อฟู่เซียงหรูยืนขึ้นได้ก็ผลักจูจื้อโหยวล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้นแทน จากนั้นฟู่เซียงหรูก็ตรงเข้าไปตั้งท่าจะตบจูจื้อโหยว
“หยุดเดี๋ยวนี้! เ้าคิดที่จะทำอะไร” ฟู่ซีซวนะโขึ้นพร้อมกับวิ่งไปหาภรรยาด้วยความเป็ห่วง “น้องหญิง เ้าเจ็บมากหรือไม่”
“มันจะเจ็บอะไรกัน ข้าสิที่ถูกมันผลักจนล้ม” ฟู่เซียงหรูะโขึ้นมาแทน “วันนี้ข้าต้องสั่งสอนนังคนแซ่จูชั้นต่ำนี่ให้ได้”
“ท่านพ่อเห็นแล้วใช่หรือไม่ขอรับ” ฟู่ซีซวนหันไปมองบิดา “ข้ายังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าออกจากบ้านก็มีคนเข้ามาทำร้ายภรรยาของข้าถึงในเรือน แล้วอย่างนี้ข้าจะกล้าปล่อยให้ภรรยาของข้าพักอยู่ที่นี่คนเดียวได้อย่างไรขอรับ”
ฟู่เซียงหรูได้ยินคำพูดของพี่ชาย นางรีบหันหลังกลับไปมองที่ประตูทันที “ท่านพ่อเ้าคะ ท่านพ่อต้องจัดการนังคนชั้นต่ำนี้ให้ลูกนะเ้าคะ มันกล้าผลักลูกจนล้มไปกับพื้น”
ฟู่เต๋อหย่งไม่ได้ตอบคำถามบุตรสาว แต่เขาพยายามสังเกตว่านางได้รับาเ็ตรงไหน แต่เขาก็ไม่เห็นว่านางจะได้รับาเ็ตรงไหนเลย แต่เป็ลูกสะใภ้ต่างหากที่นั่งทำหน้าเ็ปอยู่บนพื้น อีกทั้งก่อนหน้านี้เขาก็เห็นกับตาว่าบุตรสาวกำลังจะตบตีลูกสะใภ้ การไม่เคารพผู้าุโเช่นนี้เป็สิ่งที่ไม่ควรทำเป็อย่างยิ่ง แต่ถึงยังไง จิตใจที่ลำเอียงของฟู่เต๋อหย่ง ทำให้เขาไม่คิดที่จะตำหนิลูกสาวเลย
“เ้าไม่อายหรือสะใภ้ใหญ่ ทำไมยังไม่รีบลุกขึ้นมาอีก หรือต้องรอให้ใครไปประคอง” ฟู่เต๋อหย่งถามลูกสะใภ้เสียงเข้ม
จูจื้อโหยวแอบเบะปาก “ขออภัยเ้าค่ะท่านพ่อ แต่ขาของข้าขยับไม่ได้เ้าค่ะ สงสัยเพราะสะดุดล้มไปเมื่อครู่”
ฟู่เซียงหรูเกาปากตัวเองครั้งหนึ่ง เพราะอยู่ดีๆ ปากของเธอก็รู้สึกคันยุบยิบขึ้นมา “เ้าจะสะดุดขาตัวเองล้มได้ยังไง เป็ข้าสิที่ผลักเ้า นี่ถ้าหากท่านพ่อไม่เดินมาเสียก่อน ข้าคงได้ตบเ้าจนลงไปกองกับพื้นแล้ว”
หลี่อี๋เหนียงรีบเดินเข้าไปหาลูกสาวและรีบพูดเบี่ยงประเด็น เพราะการที่นางปล่อยให้ฟู่วั่งเสียนกับฟู่เซียงหรูรังแกพี่สะใภ้เป็สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง หากมีคนรู้เข้าว่าสกุลฟู่ชอบรังแกลูกสะใภ้ คงไม่มีใครอยากแต่งเข้ามาเป็ภรรยาของฟู่วั่งเสียนแน่ และคงไม่มีใครอยากแต่งฟู่เซียงหรูเข้าไปเป็ภรรยาเช่นกัน
“หรูเอ๋อ...เ้าจะไปลงมือกับพี่สะใภ้ได้ยังไง ปกติเ้าเคารพนางมากไม่ใช่หรือ คงเป็พี่สะใภ้ที่รังแกเ้าก่อนจนเ้าทนไม่ได้ใช่ไหม ท่านพ่ออยู่ตรงนี้แล้ว เ้าคับข้องใจเื่อะไรก็เล่าให้ท่านพ่อฟังเถอะ” หลี่อี๋เหนียงรีบพูดเพื่อเตือนสติฟู่เซียงหรู
ฟู่เต๋อหย่งก็เริ่มขมวดคิ้ว ก่อนหน้านี้เขาเห็นลูกสาวทำท่าจะตบลูกสะใภ้จริง แต่เพราะไม่อยากให้กลายเป็เื่ใหญ่ เขาจึงตั้งใจจะปล่อยผ่านเื่นี้ไป แต่พอได้ยินคำพูดของหลี่อี๋เหนียง เขาก็เริ่มคล้อยตามคำพูดของนางทันที “เ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่สะใภ้ใหญ่ เ้าลองบอกเหตุผลมาให้ข้าฟังทีซิว่าทำไมเ้าถึงรังแกหรูเอ๋อ”
“นางไม่มีอะไรต้องอธิบายหรอกเ้าค่ะท่านพ่อ เพราะข้าไม่ได้ถูกนางรังแกเหมือนอย่างที่ท่านแม่พูด เป็ข้าที่เดินมาหานางที่นี่เอง ก็ใครใช้ให้นางไม่ไปรับใช้ข้าเหมือนเช่นทุกวันเล่า น้ำในห้องอาบน้ำของท่านแม่ นางก็ยังไม่ไปตัก ส่วนน้ำล้างหน้ากับน้ำล้างเท้าของข้าในตอนเช้า นางก็ไม่ยกไปให้ จนข้าต้องเดินมาตามถึงที่นี่” ฟู่เซียงหรูอธิบายด้วยตัวเอง และนางก็ยังเกาปากของนางต่อไป
‘เ้านาย ตอนนี้ยาสัจจะจริงใจคงจะออกฤทธิ์แล้ว ที่เหลือเป็หน้าที่ของเ้านายที่ต้องแสดงละครต่อแล้วนะขอรับ อย่าลืมว่าเ้านายต้องทวงสินเดิมของเ้านายกลับคืนมาให้ได้’
“ขอบใจที่เตือนนะหงหลิน ทีแรกข้าตั้งใจจะทวงแค่ปิ่นปักผมคืนเท่านั้น จนข้าเกือบลืมไปแล้วว่าข้ายังมีสินเดิมของตัวเองอยู่ ถึงแม้จะมีไม่มาก แต่มันก็ยังดีกว่าตอนนี้ที่ข้าไม่มีสมบัติติดตัวเลย”
จากนั้นจูจื้อโหยวก็ร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร “ความจริงแล้วข้าก็ไม่อยากสร้างเื่ให้ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องขุ่นเคือง หากข้าลุกจากที่นอนไหวข้าคงไปทำหน้าที่อย่างที่น้องสามีพูดแล้ว แต่เมื่อวานข้าเพิ่งถูกท่านพ่อสั่งโบยไปยี่สิบไม้ และั้แ่เมื่อวาน ท่านแม่ก็ไม่ได้ให้คนส่งอาหารมาให้ข้ากับท่านพี่เลย แล้วข้าจะเอาเรี่ยวแรงจากไหนเพื่อลุกขึ้นไปทำงานกันเ้าคะ”
“ทุกเช้าที่เ้ารีบออกจากเรือนไปก็เพราะเ้าต้องไปตักน้ำล้างหน้าและน้ำล้างเท้าให้กับหรูเอ๋อหรอกหรือ แล้วทำไมเ้าถึงโกหกข้าว่าเ้าออกไปปรนนิบัติท่านแม่” ฟู่ซีซวนแสร้งถามขึ้นอย่างโมโห แต่เขารู้ดีว่าภรรยาไม่ได้าเ็จากการโบยเมื่อวานเลยสักนิด แต่ตอนนี้นางคงกำลังวางแผนทำอะไรบางอย่างอยู่เป็แน่ เขาก็ได้แต่ต้องร่วมแสดงละครไปกับนาง
“เฮ้อ...น้องหญิง ข้ารู้ว่าเ้าเป็คนดีและตั้งใจจะปรนนิบัติท่านแม่อย่างจริงใจ แต่นั่นมันไม่จำเป็เลยเพราะนางไม่คู่ควร ส่วนการเอาตัวเองไปปรนนิบัติน้องสามีเป็สิ่งที่พี่สะใภ้อย่างเ้าควรทำหรือ ดีจริงวันนี้ท่านอาจารย์ตั้งใจจะถกปัญหากับข้าอยู่พอดี ข้าคงต้องเอาหัวข้อนี้ไปถกกับท่านอาจารย์สักหน่อยแล้วว่าหน้าที่ของสะใภ้ที่ดีต้องปรนนิบัติผู้ใดบ้าง”
“ท่านพี่” หลี่อี๋เหนียงหันไปมองสามีอย่างขอความช่วยเหลือ นางไม่เคยเห็นฟู่ซีซวนโมโหมากขนาดนี้มาก่อน อีกทั้งหากเื่ที่ฟู่เซียงหรูปฏิบัติตัวไม่ดีกับพี่สะใภ้รู้ไปถึงสำนักศึกษา นอกจากเื่นี้จะกระทบต่อชื่อเสียงของฟู่เซียงหรูโดยตรงแล้ว ฟู่วั่งเสียนก็คงจะหลบคำวิจารณ์ไม่พ้นแน่ เพราะตอนนี้ฟู่วั่งเสียนก็เรียนอยู่สำนักศึกษาเดียวกับฟู่ซีซวนเหมือนกัน
ฟู่เต๋อหย่งเข้าใจความกังวลของหลี่อี๋เหนียงเป็อย่างดี ตอนนี้ฟู่ซีซวนมีอายุเพียงแค่สิบหกปี กลับสอบจนได้เป็ซิ่วไฉแล้ว แต่ลูกชายสุดที่รักของเขาอย่างฟู่วั่งเสียนนั้นเกิดหลังลูกชายคนโตแค่ปีเดียว แต่จนป่านนี้ยังสอบได้แค่ถงเซิง ซ้ำคะแนนที่สอบได้ก็อยู่ลำดับท้ายของกลุ่มอีกด้วย เพราะฉะนั้น เขาจะไม่ยอมให้มีเื่ไม่ดีมากระทบชื่อเสียงของฟู่วั่งเสียนเป็อันขาด
ฟู่เต๋อหย่งกระแอมขึ้นมาครั้งหนึ่งก่อนจะหันไปพูดกับฟู่ซีซวนด้วยท่าทางจริงจัง “เื่นี้เป็เื่ภายในครอบครัวไม่สมควรนำออกไปพูดให้คนนอกฟัง เอาไว้ข้าจะตักเตือนหรูเอ๋อเอง แต่สะใภ้ใหญ่ก็มีความผิดเช่นกัน เพราะหากวันนี้นางไปปรนนิบัติท่านแม่ของเ้าเหมือนทุกวัน หรูเอ๋อก็คงไม่ต้องมาทวงความเป็ธรรมให้นางเช่นนี้”
“ท่านพ่อพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนัก วันนี้ที่โหยวเอ๋อไม่ได้ไปปรนนิบัติหลี่อี๋เหนียงก็มีเหตุผลพอฟังได้อยู่ ประการแรกนางเพิ่งถูกท่านสั่งโบยไปเมื่อวาน วันนี้มีแรงลุกขึ้นมาคำนับท่านได้ก็นับว่าดีมากแล้ว และประการที่สอง หลี่อี๋เหนียงเป็เพียงอนุในบ้าน แต่โหยวเอ๋อเป็ภรรยาของข้า แล้วท่านพ่อยังจะให้นางไปปรนนิบัติอนุภรรยาต่ำต้อยคนหนึ่งอย่างนั้นหรือ” ฟู่ซีซวนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกกลัวขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด
“ท่านพี่” จูจื้อโหยวสะกิดเตือนสามี เพราะนางกลัวว่าหากเกิดเื่รุนแรงขึ้น นางจะพลาดโอกาสที่จะทวงคืนสินเดิมไปน่ะสิ
‘เ้านายไม่ต้องไปห้ามนายท่านหรอกขอรับ นายท่านทำเช่นนี้ก็ถูกแล้ว คนไร้เหตุผลพวกนี้เราไปพูดดีด้วยไม่ได้หรอก เอาเป็ว่าต่อจากนี้เ้านายปล่อยให้หงหลินโชว์ฝีมือเองดีกว่า’