Time and Space ห้วงความทรงจำรักในต่างโลก (Yaoi)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 55 การจากลาที่ยากจะพบกันอีก (1) หมวดที่ 2 ภารกิจทดสอบ:ราชวงศ์จิ้นเหนือ

            ฮ่องเต้และคณะเดินทางออกจากพื้นที่ภูเขาโดยสร้างสะพานข้ามแม่น้ำส่านเตี้ยน หลังจากพักค้างคืน จึงเดินทางมาถึงเมืองเฉิงเต๋ออย่างราบรื่นแม้ไม่ได้วางแผนว่าจะอยู่ที่นี่นาน ทว่ายังต้องพักผ่อนอีกสองสามวัน คนเจ็บป่วยต้องการการรักษาส่วนคนอื่นๆ ต่างเหน็ดเหนื่อยต้องการพักผ่อน

            หลังจากพวกเขามาถึงเมืองเฉิงเต๋อ จึงรู้ว่าสตรี เด็ก และคนชราที่อ่อนแออีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ที่เมืองจี๋หนิงได้อพยพมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อนฮองเฮายืนกรานว่าจะไม่กลับเมืองหลวงก่อนและจะรอฮ่องเต้อยู่ที่นี่ หลังจากฮ่องเต้องค์ชาย และหวงไท่ซุนมาถึงจึงจะเดินทางเข้าไปในพระราชวังด้วยกัน

            เมื่อเห็นฮองเฮาและสนมทุกคนปลอดภัยดี ทว่าดูท่าทางเป็นกังวล ภายนอกของพวกนางดูซูบซีดลงเล็กน้อย ทว่ากลับดูน่าหลงใหลยิ่งกว่าเมื่อก่อน ฮ่องเต้ก็ทรงยินดีอย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงชราภาพแล้ว แม้จะดูไม่เหนื่อยจากการเดินทางในวันนี้ ทว่าแท้จริงแล้วพระองค์ค่อนข้างอ่อนล้า เนื่องจากต้องเฝ้าระวังทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งยังวางแผนทุกอย่าง ซึ่งกินเวลาอย่างมาก ตอนนี้รู้สึกผ่อนคลายลงบ้างแล้ว ทว่าพระวรกายกลับทนไม่ไหวหน้ามืด ปวดไปทั่วสรรพางค์กาย และมีไข้ขึ้นสูง

            หลังจากหมอหลวงตรวจชีพจรแล้วต่างลงความเห็นว่าฮ่องเต้ประชวรจากการทำงานหนักเกินไปและเป็นหวัด จำเป็นต้องนอนพักไม่อาจรีบเดินทาง ไม่เช่นนั้นพระวรกายของพระองค์จะได้รับอันตราย

            ฮองเฮา หวงไท่ซุน และองค์ชายทั้งสามต่างยืนเคียงข้างฮ่องเต้ ทั้งหมดต้องปฏิบัติตามคำพูดของหมอหลวงอย่างเคร่งครัดฮองเฮาทรงรับสั่งว่าฮ่องเต้ประชวร กำลังพักฟื้นในค่าย และจะไม่เสด็จกลับเมืองหลวงในขณะนี้

            ฮ่องเต้ไม่ได้ขัดพระประสงค์ของฮองเฮาทว่าทรงมีพระราชโองการเป็นการส่วนตัวว่า ในขณะที่พระองค์กำลังรักษาอาการประชวร ให้หวงไท่ซุนดูแลประเทศโดยให้เหล่าขุนนางคอยช่วยเหลือดำเนินการ พระองค์ไม่ได้กังวลว่าหวงไท่ซุนยังเด็กและอาจออกคำสั่งที่‘ขัดแย้งกัน’ ทว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อฝึกฝนหวงไท่ซุน และทำให้พระองค์คุ้นเคยกับยุทธศาสตร์การปกครองประเทศได้โดยเร็วซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพระองค์อย่างมาก

            เมื่อได้ยินราชโองการให้หวงไท่ซุนปกครองประเทศ ฮองเฮาและองค์ชายทั้งสามต่างเกิดความรู้สึกไม่ดีอยู่ในใจแม้ภายนอกจะยกย่องในความปรีชาของฮ่องเต้ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความริษยาและความเกลียดชัง ซึ่งยากที่จะควบคุม

            หลังจากมีพระราชโองการให้หวงไท่ซุนดูแลประเทศแล้วฮ่องเต้ก็ออกพระราชโองการอีกครั้ง โดยสั่งให้ซูตงเฉิน เจียงหยวนอู่ และสือชิงพาทหารของสามกองทัพหลักแห่งเมืองหลวงไปล้อมพระราชวังที่อยู่นอกเมืองหลวงเพื่อช่วยเหลือองครักษ์จากเมืองหลวงปกป้องความปลอดภัยของพระราชวังที่อยู่นอกเมืองหลวง รวมถึงเหล่าพระญาติที่อยู่โดยรอบจากนั้นฮ่องเต้ก็รับสั่งให้เหล่าท่านอ๋องที่มาเข้าเฝ้ากลับคืนสู่ดินแดนของตน และตกรางวัลมากมายเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

            ซูตงเฉิน บิดา และบุตรชายอาศัยอยู่ในเรือนเล็กๆ ที่จัดไว้ชั่วคราว ตอนกลางวันก็ไปกองทัพเพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลกำลังทหารเท่านั้น อันกั๋วกงแข็งแรงและสุขภาพดีอยู่เสมอส่วนซูอวี้เมิ่งก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและสุขภาพดี เมื่อเวลานี้เห็นซูตงเฉินสร้างผลงานครั้งสำคัญทั้งปู่และหลานต่างก็ดีใจและมีความสุขมาก ก่อนหน้านี้ซูอวี้เมิ่งตัดศีรษะสองโจรที่เข้าปิดล้อมและสู้รบในหุบเขาทำให้ศัตรูบาดเจ็บสาหัสไปหลายคน นับเป็นผลงานความสำเร็จเล็กน้อย ทว่าเขาภูมิใจมากที่บิดามองเขาอย่างชื่นชม

            ซูตงเฉินแตะศีรษะเล็กๆ ของบุตรชาย และพูดด้วยรอยยิ้มจริงใจ "ทำดีมากพยายามต่อไปอย่างไม่ลดละ จะต้องไม่เกียจคร้านหย่อนยาน"

            “ขอรับ ข้าจะทำตามคำสั่งของท่านพ่อ” ซูอวี้เมิ่งพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมและตั้งใจ

            ซูตงเฉินกอดบุตรชายในอ้อมแขน ตบหลังเขาแผ่วเบา จากนั้นจึงหันศีรษะไปมองบิดาของตน"ท่านพ่อ ลูกกับแม่ทัพเจียงหยวนอู่และแม่ทัพสือชิงได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่จนกลายเป็นสหายสนิทหากมีเวลาว่างระหว่างการเดินทาง บางครั้งก็พูดคุยเรื่องของญาติพี่น้อง

            แม่ทัพเจียงมีน้องชายคนหนึ่งชื่อเจียงหยวนเจี้ยน ซึ่งเกิดจากฮูหยินเอก ทว่าโชคไม่ดี หลังจากหมั้นหมายแล้วคู่หมั้นได้เสียชีวิต ทำให้เขาได้ชื่อว่าเป็นบุรุษที่มีดวงชะตากินภรรยาการหมั้นหมายจึงถูกเลื่อนออกไปหลายปี แม่ทัพเจียงต้องการสู่ขอน้องสี่ให้แต่งงานกับน้องชายของเขา ข้าก็คิดว่าดีท่านคิดอย่างไร? ลุงของแม่ทัพสือเสียชีวิตแล้วท่านป้าจึงพาลูกพี่ลูกน้องมาอาศัยอยู่กับเขา นับเป็นตระกูลที่ดี พวกเราลองดูว่าจะสู่ขอลูกพี่ลูกน้องของเขาเพื่อแต่งงานได้หรือไม่”

            "โอ้? " อันกั๋วกงตรึกตรองเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบก่อนจะกล่าวว่า "จวนติ้งซีโหวนั้นเหมือนกับจวนอันกั๋วกงเราเป็นตระกูลสูงศักดิ์เก่าแก่ ทั้งยังเป็นตระกูลขุนนางและแม่ทัพ เหมาะสมกันดีจริงๆ

             สำหรับเรื่องดวงกินภรรยานั้น เป็นเรื่องไร้สาระ ข้าไม่เชื่อเรื่องนี้แม้แต่น้อยหากเจ้าคิดว่าดีก็ตกลงกับพวกเขาไว้ก่อน หลังจากกลับเมืองหลวง ต้องสอบถามเกี่ยวกับลักษณะนิสัยและรูปลักษณ์ของเจียงหยวนเจี้ยนว่าเป็นอย่างไรหากดีจริงๆ ก็สามารถจัดการแต่งงานได้

            ส่วนแม่ทัพสือ เรื่องการแต่งงานก็เป็นไปได้ ทว่าต้องเลือกคนให้เหมาะสม ลูกพี่ลูกน้องของเขาไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ทั้งบิดายังเสียชีวิตไปแล้ว เขาอาศัยอยู่กับลูกพี่ลูกน้อง พื้นฐานครอบครัวธรรมดาเกินไป หากแต่งงานกับบุตรชายคนเล็กของภรรยาเอกจวนอันกั๋วกงเราคงไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใดกระมัง? ข้าไม่ได้อคติหัวสูง เพียงเห็นว่าเป็นการแต่งงานที่ไม่คู่ควรไต่เต้าขึ้นที่สูง เกรงว่าหลังจากแต่งงานแล้วจะมีชีวิตที่เลวร้าย เช่นนั้นคงไม่ใช่การแต่งงานแต่เป็นการสร้างศัตรู"

            ซูตงเฉินพยักหน้า "อืม ตอนนั้นข้ายังสับสนและแสดงความกังวลอยู่ในระดับหนึ่งความหมายของแม่ทัพสือคือ หากแต่งกับลูกพี่ลูกน้องไม่ได้ เขาก็อยากให้ลูกพี่ลูกน้องมาสู่ขอน้องห้าของตระกูลเราเขามีความจริงใจอย่างมาก และพูดว่าในตอนนั้น เป็นท่านอาของเขาที่ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยบิดาของเขาที่อยู่ในสนามรบเขารักษาบุญคุณนี้ไว้ในใจ และปฏิบัติต่อลูกพี่ลูกน้องของเขาดีกว่าพี่น้องที่แท้จริงของเขาเสียอีก

            ลูกพี่ลูกน้องของเขาเป็นคนเอางานเอาการ ปีนี้อายุสิบห้าปีและมีความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊อีกไม่กี่ปีเขาวางแผนเข้าร่วมการสอบคัดเลือกผู้มีความสามารถทางการทหาร จะต้องได้รับชื่อเสียงใหญ่หลวงข้าฟังดูแล้วก็เข้าที น้องห้าเป็นบุตรสาวของภรรยารองมีนิสัยอ่อนโยนและว่านอนสอนง่าย รูปร่างหน้าตาโดดเด่น เหมาะสมกับลูกพี่ลูกน้องของแม่ทัพสือ"

            อันกั๋วกงเห็นด้วย “หากเป็นเช่นนี้ก็แต่งงานกันได้เจ้าเป็นพี่ใหญ่ของพวกเขา เรื่องแต่งงานมีเจ้าเป็นผู้ดูแลจัดการได้พ่อเชื่อใจเจ้า”

            “ตกลง ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้าไม่ปล่อยให้น้องๆถูกรังแกแน่นอน” ซูตงเฉินแย้มยิ้มอย่างมีความสุข และเปลี่ยนเรื่องพูดต่อไปว่า“ท่านพ่อ ฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้หวงไท่ซุนดูแลประเทศ และสั่งให้ลูกรับผิดชอบนำค่ายหลักทั้งสามของเมืองหลวงไปเฝ้าดูแลพระราชวังนอกเมืองเรื่องนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องดีสำหรับจวนอันกั๋วกงของเรา ทว่ามันดีและราบรื่นเกินไปจึงมักเป็นที่จับตามอง”

            "ถูกต้อง" อันกั๋วกงถอนหายใจ"ตอนนี้หวังว่าหลังจากเจ้าถวายเกียรติแด่องค์หญิงฉงอานแล้วฮ่องเต้จะไว้วางใจจวนอันกั๋วกงของพวกเรา"

            ซูตงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันศีรษะมาพูดกับบุตรชายว่า "เมิ่งเอ๋อร์ไม่ว่าพ่อจะแต่งงานกับผู้ใดก็จะจดจำแม่ของเจ้าไว้ในใจเสมอ และเจ้าคือลูกคนโตของภรรยาเอกเป็นหลานชายของจวนอันกั๋วกงไม่เปลี่ยนแปลง"

            ซูอวี้เมิ่งมองดูท่านพ่อด้วยแววตาเปล่งประกายเปี่ยมไปด้วยความสุข"ท่านพ่อ ลูกเข้าใจ ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ลูกจะไม่สร้างปัญหาให้ท่านพ่อเมื่อองค์หญิงอภิเษกเข้ามา ลูกจะรักษาธรรมเนียม มีมารยาทต่อกันเอื้อเฟื้อและปฏิบัติตามหลักการกตัญญูกตเวที สำหรับพระอนุชาที่ประสูติจากองค์หญิงข้าก็จะทำหน้าที่แทนพี่ชายด้วย"

            "เด็กดี" ซูตงเฉินและอันกั๋วกงกล่าวชมพร้อมกันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            หลังจากมีความสุขกับครอบครัวแล้วซูตงเฉินก็อุทิศตนให้กับกิจการทหารที่วุ่นวาย

            ในไม่ช้า เขาก็ได้รับข่าวของเยี่ยนเฟ่ย "ฮองเฮามีเจตนาสังหารพวกเจ้า"

            ซูตงเฉินรู้สึกสงสัยเล็กน้อย "สังหารข้าแล้วนางจะได้ประโยชน์อันใด? "

            “อาจทำให้หวงไท่ซุนสูญเสียอำนาจสนับสนุนที่แข็งแกร่ง” เยี่ยนเฟ่ยถอนหายใจแผ่วเบา“นางยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือองค์ชายที่นางเลี้ยงดูให้ดำรงตำแหน่งนั้น”

            "โอ้" ซูตงเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นจึงแย้มยิ้มและกล่าวว่า"สังหารข้าจะมีประโยชน์อันใด? เจิ้งโส่วฝู่จึงเป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดของหวงไท่ซุน ลูกศิษย์ของตระกูลเจิ้ง รวมถึงสหายเก่า สหายจากบ้านเกิดเดียวกันมีอยู่ทั่วในกรมการปกครองพวกเขาล้วนมีอำนาจมาก ไม่อาจสังหารได้หมดกระมัง"

            “สำหรับขุนนางและบัณฑิตสำนักขงจื่อสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการผูกมิตรเพื่อเอาชนะ ที่เรียกว่ากบฏนักวิชาการหากสามปีไม่ชนะ ก็ต้องก่อจลาจล อาศัยกำลังพึ่งพา”เยี่ยนเฟ่ยค่อนข้างสัมผัสได้ “ฮองเฮาจะกำจัดเจ้าก่อน แล้วกำจัดหวงไท่ซุนจึงจะมีโอกาสช่วยให้ตวนอ๋องซึ่งเป็นโอรสบุญธรรมขึ้นสู่ตำแหน่งรัชทายาท

            เมื่อถึงเวลานั้นพวกขุนนางผู้ใหญ่ในราชสำนักจะจงรักภักดีต่อฮ่องเต้และรักประเทศชาติ พวกเขาจะไม่ทำให้พระนางลำบากทั้งยังจะช่วยเหลือฮ่องเต้บริหารประเทศ นางจะกลายเป็นหวงไท่เฮ่าและแม้แต่ฮ่องเต้ก็ไม่อาจอกตัญญูต่อนางได้ พูดตามตรงความคิดของนางค่อนข้างสมเหตุสมผล เช่นเดียวกับแผนของคังอ๋อง มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระที่เป็นไปไม่ได้”

            ซูตงเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม "ดูเหมือนว่านี่จะเป็นโอกาสที่ดีที่สุด"

            เยี่ยนเฟ่ยไม่พอใจ "เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้ารับปากข้าแล้วว่าจะไม่ตาย"

            “อย่างไรคนก็ต้องตาย และนั่นไม่ใช่ความตายจริงๆ ” ซูตงเฉินใช้เสียงเบาลงเพื่อปลอบใจเขา“เจ้าลองคิดดู หากข้าทำภารกิจสำเร็จ พวกเราก็จะกลับไปได้ไม่ใช่หรือ? ”

            “เช่นนั้นก็ไม่ต้องตายสิ” เยี่ยนเฟ่ยหัวเสีย“ก่อนหน้านี้พวกเราเคยทำภารกิจมากมาย และไม่มีงานใดสำเร็จได้ด้วยความตาย”

            “นั่นเป็นเพราะงานที่ต่างกัน” ซูตงเฉินถอนหายใจ “ตกลง ข้าสัญญากับเจ้าว่าจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์”

            เยี่ยนเฟ่ยยังคงไม่พอใจ "เจ้าดื้อรั้นไปหน่อย ข้าเป็นห่วงจริงๆ "

            ซูตงเฉินอดหัวเราะไม่ได้ และกล่าวว่า "เอาเถิด อย่ากังวลเกินไปตอนนี้สำหรับข้าแล้ว งานที่สำคัญที่สุดยังไม่เสร็จสิ้นใช่หรือไม่? "

            เยี่ยนเฟ่ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับ "อืม เจ้าพูดถูก ทว่าเจ้าต้องระวัง ข้าจะตรวจสอบและให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าต่อไป"

            “ตกลง” ซูตงเฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน “ขอบคุณ”

            เยี่ยนเฟ่ยถอนหายใจ "ขอบคุณอันใด? หากเจ้าฟังคำของข้าบ้างก็คงดี"

            ซูตงเฉินอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ "ข้าไม่ได้ฟังมาตลอดหรอกหรือ? "

            เสียงของเขามีเสน่ห์และไพเราะ เยี่ยนเฟ่ยรู้สึกราวกับขนนกบางเบาพัดผ่านหัวใจของตนเองทำให้ร่างกายของเขามึนงงจนไม่อาจทนได้อีกต่อไป เขาหายใจเข้าและหายใจออกเป็นเวลานานจากนั้นก็ใช้เวลาในการควบคุมความฟุ้งซ่านในใจของตนเอง และพูดอย่างใจเย็นว่า"เจ้าจำไว้ให้ดี ไม่ว่าอย่างไรข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า"

            ประโยคนี้เป็นประโยคธรรมดาๆ เยี่ยนเฟ่ยเพียงพูดอย่างสงบ เหมือนพูดตามความเป็นจริงจึงไม่จำเป็นต้องคิดมากทว่าซูตงเฉินกลับรู้สึกถึงความแปลกประหลาดบางอย่างในใจ เขาตกตะลึงครู่หนึ่งและคิดอันใดไม่ออกไปชั่วขณะตอนนี้มีความคิดมากมาย ทว่าไม่มีเวลามาสะสางความคิดที่ยุ่งเหยิงในใจ จึงรีบปล่อยวางความคิดฟุ้งซ่านและพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน"ข้าจะจำเอาไว้ เจ้าไม่ต้องกังวล"

            ซูตงเฉินหารือเรื่องการป้องกันกับฉางอวิ๋นต๋าซื่อจื่อแห่งซิ่นกั๋วกง ผู้รับผิดชอบองครักษ์รักษาพระองค์ โดยทั้งสองฝ่ายใช้มาตรการป้องกันร่วมกันรับผิดชอบความเสี่ยงร่วมกัน และแบ่งปันผลงานร่วมกัน เช่นนี้แล้วจะสามารถลดทอนการต่อต้านจากองครักษ์รักษาพระองค์บางส่วนได้ และทำให้งานเสร็จสิ้นได้อย่างง่ายดาย

           ในหนึ่งวัน ซูตงเฉินไปเยือนพระราชวังที่อยู่นอกเมืองหลวงหลายครั้งทว่าไม่เคยเข้าใกล้วังที่ฮองเฮาและพระสนมอาศัยอยู่ ตอนนี้ฮ่องเต้ทรงประชวร ทุกคนต้องรอและไม่มีเหตุผลที่จะเรียกเขาเข้าไปสอบถามเพียงผู้เดียว หากไม่จำเป็นแล้วพระสนมก็ไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับชายแปลกหน้า และไม่อาจก้าวก่ายราชการแผ่นดินได้นี่เป็นระบบที่สืบทอดกันมา ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตาม

            มีกฎและมารยาทต่างๆ คอยยับยั้งไว้ทำให้ซูตงเฉินไม่กังวลกับแผนการของฮองเฮา อย่างไรก็ตาม เขาลืมไปว่ากฎและมารยาทใช้ได้กับผู้ที่มีการศึกษาเท่านั้นหากคนผู้นั้นเกิดบ้าขึ้นมา ก็มักจะทำเรื่องเลอะเลือนและทุกอย่างไม่สามารถตัดสินได้ด้วยความคิดทั่วไป

     

    คล้ายกับเรื่องTime and Space ห้วงความทรงจำรักในต่างโลก (Yaoi) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592