43 1-2
ตอนที่ 65 ต้องล้วงคอ!
เหตุที่ต้องมีผู้คุ้มกันก็เพราะเรี่ยวแรงของเขายังไม่ฟื้นตัว กังวลว่าระหว่างนี้จะมีสุนัขตัวใดตามกลิ่นจนเจอ แล้วชิงลอบเคลื่อนไหวลงมือ
และนี่ยังนับเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับแม่ลูกคู่นี้ หากมีคนคอยคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง ย่อมรู้สึกอุ่นใจกว่าเป็นไหนๆ
“ท่านลุงโม่ ท่านเองก็มาที่นี่ด้วยรึ หรือคิดถึงข้ากระมัง?”
เหลิงเจียวเหนียงรีบวิ่งเข้าไปโผกอดโม่เฉินหยวนด้วยความคิดถึง ส่วนเหลิงหยุนเจียวก็ได้แต่จ้องตาเป็นมัน รังสีความเย็นชาแผ่ยะเยือกทั่วร่าง ทันใดนั้นก็พลันนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในหุบเขาถงฉาง
จู่ๆเด็กผู้นี้ก็ปีนเสาหินเสาดินลงมาทั้งที่ยามนั้นสถานการณ์การต่อสู้ยังไม่เสร็จสิ้นดี และยามนี้ก็ยังทำตัวติดกับโม่เฉินหยวนอีก
เจ้าเด็กน้อยผู้นี้ไม่เคยปล่อยให้นางได้โล่งใจสักวันเลยจริงๆ
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า บุรุษที่เขาวิ่งโผเข้าไปกอดนั้น แท้จริงแล้วอันตรายมากเพียงใด
ดูท่าจ้าวอินทรีครามจะกลัวจนขี้ขึ้นสมอง ทันทีที่เหลิงเจียวเหนียงเข้าไปใกล้โม่เฉินหยวน มันก็รีบตีปีกกระพือหนีทันควัน แล้วร่อนลงมาเกาะบนหัวไหล่ของเหลิงหยุนเจียวแทน
“ข้ามาที่นี่เพื่อมอบบางสิ่งบางอย่าง”
เหลิงหยุนเจียวเฝ้ามองโม่เฉินหยวนตาไม่กระพริบ จะขอดูเสียหน่อยว่า มันผู้นี้จะมาล่อลวงลูกชายของนางด้วยเล่ห์กลใดอีก
สายตาคู่ส่อเสียดเย็นชาส่องมองผ่านผ้าคลุมใบหน้าสีขาวเขม็ง ทำเอาโม่เฉินหยวนรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็ยังเดินหน้าตรงเข้าไปหาและส่งมอบบางสิ่งบางอย่างให้
“นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการ”
โม่เฉินหยวนพลิกฝ่ามือคลายออก ทันใดนั้น ก็ปรากฏขวดหยกลายครามขนาดเล็กใบหนึ่งในมือ แล้วยื่นออกไปตรงหน้านาง
เหลิงหยุนเจียวรู้สึกลังเลเล็กน้อยว่าจะรับไว้ดีหรือไม่ แต่เพราะได้คืนเชือกพันธนาการวิญญาณแก่เขาไปแล้ว เช่นนั้น เจ้าหมอนี่ยังจะหวังดีให้สิ่งใดแก่นางอีก?
เหลิงหยุนเจียวค่อยๆดึงจุกที่ปิดปากขวดออก ทันทีทันใดก็มีกลิ่นอายโลหิตคาวจางๆฟุ้งตลบออกมาทั่วทั้งบริเวณนั้น
“นี่มัน...”
“รากวิญญาณวารีของเถาวัลย์ไม้อสรพิษ”
ทั้งเหลิงหยุนเจียวและไป๋ซือหมิงถึงกับตาเป็นประกายสดใส และเป็นไป๋ซือหมิงที่รีบก้าวฉับแทรกขึ้นหน้าเหลิงหยุนเจียว แล้วหยิบขวดหยกใบนั้นขึ้นมาสูดดมเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
แต่เพียงครู่หนึ่ง คู่คิ้วของเขาก็ถักแน่นพร้อมความรู้สึกจั๊กจี้หัวใจปรากฏขึ้นเล็กน้อย
“อิสตรีในชุดแดงเพลิงมิได้หนีไปแล้วรึ? นี่นางจำเพาะเจาะจงมอบสิ่งนี้ให้กับข้า? นางใจดีถึงเพียงนี้เชียวรึ?”
เหลิงหยุนเจียวไม่รู้เลยว่า โม่เฉินหยวนนั้นจะมีความจริงใจมากเพียงใด แต่อย่างน้อยที่สุด เขาก็เดินทางมาที่นี่เพียงเพราะมีเจตนาต้องการส่งมอบสิ่งนี้ให้แก่นางด้วยมือตนเอง ส่วนจุดประสงค์ซ่อนเร้นอื่นใดกลับมิอาจล่วงรู้ได้
“คุณหนูถัง ขอให้ชายชราเช่นข้าดูให้เห็นสักคราจะได้หรือไม่?”
ท่านอาจารย์หลิวรีบวิ่งลงบันไดมา ท่าทางการแสดงออกดูสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่า สิ่งที่เขาต้องการเห็นก็คือรากวิญญาณวารีของเถาวัลย์ไม้อสรพิษไม่มีผิดเพี้ยน
“ย่อมได้แน่นอน...”
แต่ยังไม่ทันที่เหลิงหยุนเจียวจะพูดจบ ไป๋ซือหมิงก็ใช้สองนิ้วล้วงหยิบรากวิญญาณวารีของเถาวัลย์ไม้อสรพิษออกมาจากขวด แล้วโยนเข้าปากทันที
“....” เผชิญพบกับภาพฉากนี้ อาจารย์หลิวชะงักค้างหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ราวกับร่างกายถูกแช่แข็งทั้งเป็น
ไป๋ซิหมิงเริ่มขยับกรามเคี้ยวอยู่สองสามที จู่ๆสีหน้าของเขาพลันต้องค้างทื่อในทันใด คู่คิ้วขมวดถักแน่นแทบติดชน
เขาพยายามเพื่อกลืนเจ้าสิ่งนี้ลงคอให้จงได้ แต่ก็ดูลำบากยากเย็น ใบหน้ายามนี้ถึงกับบิดเบี้ยวน่าเกลียดแทบผิดรูป
“แอว๊กก...ไฉนรสชาติจึงได้ขมปานนี้ ข้าไม่เคยกินอะไรที่ขมมากมายเช่นนี้มาก่อนเลย!”
ขณะที่แหกปากร้องบ่นไปนั้น เขาก็รีบหยิบกาน้ำชากรอกเทเข้าปากโดยไว
เหลิงหยุนเจียวยกนิ้วโป้งชี้ไปทางไป๋ซือหมิงที่ยังคงบ่นเรื่องรสชาติที่ไม่ได้เรื่องอยู่ไม่หยุดหย่อน และหันมาถามกับโม่เฉินหยวนว่า
“เจ้าสิ่งนี้กินทั้งดิบๆได้กระมัง?”
โม่เฉินหยวนสะบัดพัดคลี่โบกสะบัดรับลมอย่างใจเย็น พร้อมยังยักไหล่ตอบเบาๆด้วยทีท่าเฉยเมย
“แล้วหากกินดิบๆมิได้ล่ะ บอกให้เขาคายออกมาตอนนี้จะทันรึ? สมุนไพรทุกชนิดล้วนต้องมีลำดับขั้นการปรุง มิฉะนั้นจะไม่สามารถรีดเร้นประสิทธิภาพสูงสุดของมันออกมาได้!”
ไป๋ซือหมิงยกมือขึ้นตบไหล่เหลิงหยุนเจียวเบาๆ และส่งยิ้มขี้เล่นกล่าวว่า
“ไม่เป็นไร ข้าเชื่อในตัวพี่โม่”
เหลิงหยุนเจียว “....”
ทางด้านพี่ใหญ่หวัง หลังจากได้ฟังคำพูดของเหลิงหยุนเจียวแล้วก็ยิ่งตื่นตูมเข้าไปใหญ่ รีบวิ่งตรงเข้าไปเขย่าร่างของไป๋ซือหมิงอย่างแรง พยายามใช้มือแหกช่องปากอีกฝ่ายออกกว้าง ราวกับต้องการจะล้วงเอาบางสิ่งบางอย่างออกมา
“เสี่ยวไป๋! ไฉนเจ้าถึงใจร้อนบุ่มบ่ามปานนี้ หากมันจำเป็นจะต้องนำไปปรุงยาหรือหลอมกลั่นเป็นโอสถก่อนเล่า แล้วนี่จะทำเยี่ยงไร!? เจ้าคิดเช่นใดจึงได้จับโยนเข้าปากไปแบบนั้น!!”
“พี่...พี่ใหญ่หวัง ข้าสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว!!”
“อ้าปากกว้างๆให้ข้าดูสักเที่ยวเถิด เผื่อว่ายังจะพอมีทางล้วงออกมาได้! แม้จะถูกเคี้ยวเป็นเศษเล็กเศษน้อยไปแล้วก็ตาม แต่น่าจะยังสามารถใช้หลอมกลั่นเป็นโอสถได้อยู่!”
ไป๋ซือหมิงผวาตกใจยิ่งยวดเมื่อได้ยินพี่ใหญ่หวังกล่าวเช่นนั้น เขารีบใช้สองมือผลักออกอย่างแรง พร้อมสับเท้าวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่พี่ใหญ่หวังเองก็ไม่ลดละ วิ่งฝุ่นตลบไล่ตามไปติดๆหมายมั่นว่าจะต้องล้วงคอน้องรักให้จงได้
“เสี่ยวไป๋! อย่าวิ่ง! เดี๋ยวมันจะถูกย่อยลงท้องเสียหมด! รีบให้ข้าล้วงออกมาก่อนเถิด!!”
ท่านอาจารย์หลิวเดินตรงเข้าไปหาเหลิงหยุนเจียว พร้อมพยักหน้าให้เล็กน้อย แล้วจึงหันไปมองโม่เฉินหยวน แล้วกล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพยิ่ง
“คุณชายโม่ ท่านยังมีรากวิญญาณวารีเหลืออีกสักชิ้นหรือไม่?”