บทที่ 3 สมาธิ
ภาพคมเขี้ยวขนาดั์ที่ปรากฏตรงหน้าปลุกสัญชาตญาณเอาตัวรอดของผมให้กู่ร้องระงมผมพยายามถอยกรูดหนีจากหญิงชราทันที
แต่ถอยไปได้ไม่ถึงคืบ ผมกลับชนเข้ากับร่างของเด็กสาวตัวเล็กที่ถูกพี่สาวจอมหงุดหงิดกอดเอาไว้แน่น
“บ้าเอ๊ย!”
ผมสบถเบาๆ พวกเธอขวางทางหนีของผมไว้หมดหากไม่ผลักพวกเธอให้พ้นทางหรือะโข้ามไปผมเองนี่แหละที่จะกลายเป็เหยื่อรายต่อไปของเ้าหมาป่านั่น
ทว่าในวินาทีที่กำลังจะทำตามสัญชาตญาณดิบมือของหญิงสาวคนนั้นกลับเอื้อมมาแตะแขนผมไว้ เธอขยับปากพูดบางอย่างแต่เสียงแผดร้องของหญิงชราที่ดังระงมทำให้ผมได้ยินไม่ถนัด
ถึงอย่างนั้นััจากมือของเธอกลับทำให้ผมชะงักความคิดหนึ่งพลันแทรกเข้ามาในสมองอย่างฉับพลัน...
ผมต้องหยุดเ้าสัตว์ร้ายตัวนี้
บ้าไปแล้ว...
ความคิดนี้ขัดแย้งกับตัวตนที่ผ่านมาของผมอย่างสิ้นเชิงแต่น่าแปลกที่ผมกลับไม่อาจต่อต้านมันได้เลย ยิ่งเวลาผ่านไปความคิดบ้าบิ่นนั่นกลับยิ่งดูสมเหตุสมผลขึ้นมาอย่างประหลาดราวกับเป็หน้าที่เพียงหนึ่งเดียวที่ผมต้องทำในตอนนี้
ผมกัดฟันปรายตามองรอบตัวเพื่อหาทางโต้กลับแล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ชายวัยกลางคนในเสื้อแจ็กเก็ตเขากำลังล้วงมือเข้าไปหาบางอย่างใต้เสื้อ และหันมาสบตาผมพอดี
เพียงแวบเดียวผมก็เดาได้ทันทีว่าเขา้าอะไรผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะพุ่งตัวไปข้างหน้าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
เ้าหมาป่าสะบัดเศษผ้าทิ้งอย่างหงุดหงิดสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายเืยังคงจับจ้องไปที่หญิงชราซึ่งนอนสั่นเทาอยู่ตรงหน้า
แม้มันจะเหลือบมองการเคลื่อนไหวของผมด้วยความรำคาญใจอยู่บ้างแต่มันกลับเมินผมไปอย่างรวดเร็ว และหันกลับไปอ้าปากกว้างหมายจะปิดบัญชีเหยื่อที่อยู่ตรงหน้า
วินาทีนั้นเองผมตัดสินใจก้าวเท้ากระแทกพื้นตู้รถไฟดังปังเพื่อดึงความสนใจ
เ้าหมาป่าชะงักกรามที่กำลังจะงับลงไปมันตวัดสายตาที่ลุกเป็ไฟกลับมาจ้องเขม็งที่ผมอย่างรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะและในวินาทีที่สายตาอันดุร้ายประสานเข้ากับั์ตาของผมพอดีนั่นเอง
เหตุการณ์ประหลาดก็บังเกิดขึ้น!
เสียงรอบข้างพลันเงียบสงัดโลกรอบตัวซีดจางจนไร้สีสัน ในสายตาเหลือเพียงผมและเ้าหมาป่าั์ราวกับตัวตนของผมถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
สมองของผมประมวลผลเร็วปรื๋อราวกับคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงจิตใจนิ่งสงบลงอย่างน่าประหลาด และในจังหวะนั้นเอง ข้อความแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัว
[สมาธิ เลเวล 1> เลเวล 2]
ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ความรู้สึกในตอนนี้กลับปลอดโปร่งเป็อย่างมากผมมองเห็นมัดกล้ามเนื้อของมันชัดเจนเห็นไปถึงแม้กระทั่งจังหวะการเกร็งตัวความกลัวที่เคยกัดกินใจผมก่อนหน้านี้หายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
ทว่าสำหรับเ้าหมาป่าหลังจากที่มันจ้องมองผมครู่หนึ่ง และเห็นเพียงมนุษย์ตัวจ้อยที่ไม่มีเขี้ยวเล็บแหลมคมมันก็ตัดสินใจว่าผมไม่ใช่ภัยคุกคามที่ต้องใส่ใจ สัตว์ร้ายเลิกสนใจผมทันที และหันกลับไปหาหญิงชราเพื่อจบการล่าที่ค้างไว้
แต่นั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ของมัน
ในสภาวะที่ปราศจากความหวั่นเกรงผมอาศัยจังหวะที่มันละสายตาเพียงเสี้ยววินาทีสะบัดมือขว้างเศษกระจกในมือเข้าใส่หัวของมันด้วยความเร็วและแรงทั้งหมดที่มี!
เ้าหมาป่าที่กำลังพุ่งเป้าไปที่เหยื่อพยายามจะเบี่ยงหัวหลบสิ่งแปลกปลอมที่พุ่งเข้ามาตามสัญชาตญาณทว่าด้วยขนาดหัวที่มหึมาซึ่งยังติดแหง็กอยู่ในช่องหน้าต่างทำให้พิกัดการเคลื่อนไหวของมันถูกจำกัดจนหนีไม่พ้น
เศษกระจกกรีดเข้าที่หัวคิ้วจนเืซึมแม้แผลจะเพียงเล็กน้อยแต่มันก็เพียงพอที่จะดึงความโกรธแค้นทั้งหมดมาที่ผม
ได้ผล...
เมื่อความโกรธแค้นทั้งหมดถูกดึงมาที่ผมสัตว์ร้ายก็แผดเสียงคำรามลั่นจนรถสั่นะเืมันทิ้งเป้าหมายเดิมแล้วโถมตัวเข้าหาผมด้วยความบ้าคลั่ง ทว่าในสภาวะจดจ่อผมกลับนิ่งสงบพอที่จะเริ่มก้าวต่อไปของแผนการ
ผมกำท่อเหล็กในมือขวาแน่นพลางเหวี่ยงฟาดเข้าใส่ศีรษะมหึมาของมันสุดแรง เ้าหมาป่าเห็นการโจมตีโง่ๆนั้นก็แยกเขี้ยวขาวโพลน อ้าปากกว้างหวังจะงับท่อนเหล็กของผมให้แหลกคามือ
ผมคาดการณ์ไว้อยู่แล้วจึงโยกตัวหลบคมเขี้ยวที่งับลงมาได้อย่างเฉียดฉิวก่อนจะอาศัยจังหวะที่มันเสียหลักฟาดท่อเหล็กสวนกลับไปที่กรามของมัน
ทว่าด้วยพละกำลังที่ต่างกันเกินไปแรงฟาดนั้นไม่เพียงพอที่จะสร้างแผลฉกรรจ์แต่มันกลับทำให้เ้าสัตว์ร้ายยิ่งคลั่งหนักขึ้น
มันอ้าปากงับท่อเหล็กไว้ได้ทันก่อนจะสะบัดหัวอย่างรุนแรงจนท่อเหล็กหลุดกระเด็นออกจากมือผมไปปะทะกับผนังรถ
เมื่อเห็นว่าศัตรูตรงหน้าไร้อาวุธเ้าหมาป่าไม่รอช้ามันรวบรวมพละกำลังทั้งหมดดันตัวผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาอย่างสุดกำลัง
กลิ่นสาบและลมหายใจร้อนระอุรดรินใบหน้าของผมปากขนาดั์อ้ากว้างจนเห็นคอหอยหมายจะปลิดชีพผมในคำเดียว
ทว่าในจังหวะนั้นผมไม่ได้หวาดกลัวเลยเพราะในสายตาของผม ชายในเสื้อเจ็กเก็ตได้ ชักปืนสั้นออกมาแล้ว
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นหลายนัดติดต่อกันเ้าหมาป่าที่ก่อนหน้านี้พยายามจะเข้ามาจู่โจม กลับถ่อยออกห่างจากตู้รถไฟทันที มันแผดเสียงร้องด้วยความเ็ปแสนสาหัสใบหน้าของมันเต็มไปด้วยเืสดที่สาดกระเด็นออกมา
แต่แม้เ้าหมาป่าจะถอนล่นไปแล้ว ทว่าชายในชุดเจ็กเก็ตก็ยังไม่ยอมปล่อยมันไปเขาเล็งปืน และยิงต่อไปอีกสองนัดติดกัน
เ้าหมาป่าร้องออกมาอีกครั้งหางของมันจะลู่ลงและพยายามกะเสือกกะสนถอยไปในป่าทันที
ผมมองผ่านหน้าต่างเห็นมันเริ่มขากะเผลกเืสีเข้มไหลอาบใบหน้าฝั่งขวาและขาซ้ายจนเสียอาการ มันาเ็สาหัส แต่ยังไม่ตายผมนิ่งค้างพลางจ้องมองข้อความที่ยังคงลอยเด่นอยู่เหนือหัวของมัน
[หมาป่า - เลเวล 2]
ผมควรจะพอใจที่มันล่าถอยไป แต่ทว่าลึกๆในใจกลับเรียกร้องให้ตามไปสังหารมันเสีย... แม้ความคิดนี้จะดูไร้เหตุผลและบ้าบิ่นแต่ผมไม่อาจต้านทานความกระหายนั้นได้เลย
"บัดซบเอ๊ย..."
ผมพึมพำก่อนจะรีบถอดเสื้อออกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างหนักจากการออกกำลังกาย
"ให้ตายเถอะ"
ผมจัดการใช้เสื้อพันรอบมือซ้ายให้แ่าแล้วคว้าเศษกระจกขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้ผมกำมันได้ถนัดมือโดยไม่ต้องกังวลว่าคมของมันจะบาดลึกเข้าฝ่ามือ
ส่วนมืออีกข้างคว้าท่อเหล็กที่บิดงอขึ้นมาถือก่อนจะตวัดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างและกระโจนตามเ้าหมาป่าั์ออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว!
ผมหายใจหอบถี่เสียงเืสูบฉีดดังชัดอยู่ในหู แม้ตอนนี้จะรู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเองอยู่บ้างแต่ลึกๆ กลับััได้ถึงความมีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูก
ร่างกายของผมดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าครั้งไหนๆยิ่งเืในกายพลุ่งพล่านกล้ามเนื้อก็ยิ่งร้อนระอุราวกับอัดแน่นไปด้วยพลังงานมหาศาลที่รอการปลดปล่อย!
ที่หางตา...ผมเห็นชายในชุดแจ็กเก็ตกำลังโดดลงจากตู้รถไฟตามมา เขาพยายามะโและโบกมือเรียกแต่ผมเลือกที่จะไม่ใส่ใจและยังคงมุ่งหน้าต่อไปอย่างแน่วแน่
เมื่อถึงชายป่าผมก็ไล่ตามเ้าหมาป่าั์จนทัน
มันหยุดเคลื่อนไหวและหันมาจ้องมองผมด้วยสายตาแค้นเคืองปนหวาดระแวงรสชาติของะุปืนที่เพิ่งได้รับไปคงยังฝังใจมันอยู่ไม่น้อยแต่นั่นถือเป็เื่ดีสำหรับผม
สภาพของมันย่ำแย่ถึงขีดสุดเืไหลอาบไปทั่วร่าง แถมขาก็ยังกะเผลกจนเดินลำบาก แม้ขนาดตัวจะยังดูมหึมาแต่ออร่าความน่าเกรงขามกลับจางหายไปจนเกือบหมดสิ้น
ผมกระชับท่อนเหล็กและเศษกระจกในมือแน่นความกระหายเืเริ่มปะทุขึ้นในอก ผมไม่แน่ใจว่ามันคืออิทธิพลจากความคิดประหลาดที่ผมควบคุมไม่ได้หรือมันคือตัวตนที่แท้จริงซึ่งซ่อนลึกอยู่ในจิตใจของผมกันแน่
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สัญชาตญาณการต่อสู้ของผมตื่นตัวถึงแม้ผมจะไม่เคยฆ่าใครจริงๆ แต่ก็เคยซ้อมพวกคนโง่จนอ่วมมานักต่อนักแล้ว
เ้าหมาป่าแยกเขี้ยวคำรามพยายามหยัดกายด้วยขาที่ยังเหลือเพื่อเตรียมโต้กลับผมนิ่งสงบพลางวิเคราะห์ท่าทางของมันก่อนจะเริ่มฉากหลบไปทางซ้ายด้านที่มันได้รับาเ็จากรอยะุ
ผมขยับตัวอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคงสายตาจับจ้องดวงตาคู่นั้นอย่างไม่กะพริบ และแล้ว... จังหวะที่ผมรอคอยก็มาถึง
ผมพุ่งตัวเข้าหาฝั่งซ้ายของมันทันทีสภาวะประหลาดทำให้โลกของผมหมุนช้าลงจนเห็นมัดกล้ามเนื้อของหมาป่าที่กำลังสั่นกระตุก
ผมเหวี่ยงท่อเหล็กฟาดเข้าใส่ใบหน้าของมันเพื่อเบี่ยงความสนใจเ้าสัตว์ร้ายเบี่ยงหัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่นั่นคือกับดัก!
ผมตวัดมือซ้ายที่พันผ้าไว้แน่นกรีดเศษกระจกเข้าใส่ลำคอของมันหวังจะปิดบัญชี
ทว่ามันยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆเ้าหมาป่าพุ่งสวนกลับมาอย่างดุร้าย กรงเล็บมหึมาตวัดวาดผ่านอากาศ
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านหน้าอกพร้อมกับความเ็ปที่ตามมาติดๆกรงเล็บของมันข่วนเข้าที่กลางอกจน เืสีแดงสดซึมเป็ทางยาว
แต่โชคดีที่ผมฉากหลบออกมาได้ทันท่วงทีแผลจึงไม่ลึกถึงตายที่แปลกคือความรู้สึกเ็ปกลับถูกสะกดไว้ด้วยสภาวะประหลาดนี้จนผมแทบจะไม่ยี่หระกับมัน
วินาทีนั้นเองเสียงแจ้งเตือนลึกลับก็ดังรัวก้องในหัวอีกครั้ง
[สมาธิ เลเวล 2> เลเวล 3]
ทันทีที่การแจ้งเตือนดังขึ้นผมรู้สึกเหมือนมีกระแสพลังงานบางอย่างไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างรุนแรงการจดจ่อของผมทะลุขีดจำกัดไปอีกขั้น
รอยเืที่หยดจากแผลของมัน กลิ่นสาบสางและจังหวะการหายใจติดขัดของสัตว์ร้าย... ทุกอย่างแจ่มชัดจนน่าขนลุก
ผมไม่รอให้มันตั้งตัวได้อีกสองเท้าถีบส่งร่างเข้าหาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นผมฟาดท่อเหล็กซ้ำเข้าไปที่จุดเดิมเพื่อบังคับให้มันเปิดช่องว่างก่อนจะอาศัยจังหวะที่มันชะงัก แทงเศษกระจกเข้าใส่ดวงตาซ้ายของมันสุดแรง!
เ้าหมาป่าคำรามลั่นด้วยความเ็ปแสนสาหัสพร้อมสะบัดหัวอย่างบ้าคลั่ง
เืสีเข้มกระเซ็นโดนใบหน้าของผมความกลัวหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณนักล่าที่ยังคงกระหายชัยชนะแม้จะรู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงเริ่มลดน้อยลงตามปริมาณเืที่เสียไปแต่ผมก็เตรียมจะทุ่มสุดกำลังเพื่อปิดฉากมัน
เ้าหมาป่าเองก็รู้ว่านี่คือวินาทีสุดท้ายมันย่อตัวลงต่ำ รวบรวมพลังที่เหลือจากขาทุกข้างเพื่อพุ่งตัวทุ่มสุดชีวิตเข้าใส่ผมเช่นกัน
ทว่าในวินาทีนั้น เสียงปืนดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ะุพุ่งเฉี่ยวผ่านผมและเ้าหมาป่าไปปะทะเข้ากับต้นไม้ไม่ไกลนักเสียงะเินั่นทำให้เ้าสัตว์ร้ายที่กำลังขวัญเสียชะงักงันไปชั่วครู่
มันหันมามองผมด้วยดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวก่อนจะตัดสินใจกระเสือกกระสนพาร่างที่ยับเยินของมันหายลับเข้าไปในชายป่าที่มืดมิด
ผมพยายามจะฝืนก้าวเท้าตามไปเพื่อดับลมหายใจมันให้สนิทแต่เสียงะโจากด้านหลังก็หยุดผมไว้เสียก่อน
"พอแล้ว! หยุดได้แล้ว!"
ชายชุดแจ็กเก็ตพุ่งเข้ามาคว้าไหล่ผมไว้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
"นายกำลังจะฆ่าตัวตายนะดูแผลที่หน้าอกนั่นก่อนสิ!"
ผมยืนนิ่ง ลมหายใจยังคงหอบถี่สายตามองจ้องเข้าไปในความมืดของป่า... สภาวะประหลาดค่อยๆ คลายลงทิ้งไว้เพียงความเ็ปที่เริ่มแล่นแปลบเข้ามา และคำถามที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
นี่ผม... เพิ่งจะทำอะไรลงไป?