เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 บทที่ 109 ท่านอ๋องปฏิบัติต่อพระชายาแตกต่างออกไป

            ฮั่วเยี่ยนไหวยืนมองมืออันขาวผ่องที่บอบบางและนุ่มนวลของสตรีร่างเล็กตรงหน้าที่ปัดป่ายไปมาตรงบริเวณปกเสื้อกลิ่นกายอันหอมกรุ่นของนางลอยปะทะเข้าจมูก

            หนุ่มหล่อสาวงาม นี่คือชีวิตอันสงบสุข

            ภาพที่ดูงดงามนี้ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดอันล้ำค่าที่สุดของปรมาจารย์

            แววตาเย็นเยียบราวกับแอ่งน้ำสีดำของฮั่วเยี่ยนไหวเต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งเขามองสตรีตรงหน้าที่ตั้งใจผูกเสื้อคลุมให้เขา ก่อนจะเชยคางของนางขึ้นโดยไม่รู้ตัว

            ริมฝีปากบางและเย็นเยียบทาบทับลงไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำจากนั้นก็ผละออกอย่างรวดเร็วก่อนที่คนหลังจะทันรู้สึกตัว

            “ฮั่วเยี่ยนไหว...”

            ไป๋เซี่ยเหอเพียงโพล่งชื่อของเขาออกมา

            ฮั่วเยี่ยนไหวรีบเอ่ยปากแทรกเพื่อไม่ให้นางพูดต่อ“เก็บของให้เรียบร้อย ข้าจะพาเจ้าไปดูเรือนใหม่”

            “...”

            ครึ่งชั่วยามต่อมา

            ฮั่วเยี่ยนไหวพาไป๋เซี่ยเหอออกจากจวนสกุลไป๋ก่อนจะพานางมายังเรือนหลังหนึ่งที่ดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง

            “นี่คือ?”

            “เรือนที่รับปากไว้ว่าจะมอบให้เจ้า”

            เรื่องเรือนนั้นไม่สำคัญ เพราะนางมีเรือนเป็นของตนเองแล้ว

            สิ่งสำคัญคือ...

            “เตียงหานอวี้อยู่ด้านใน”

            เตียงหานอวี้เป็นของหายากทั่วแคว้นเทียนเช่อมีเพียงสองหลังเท่านั้น

            หลังหนึ่งอยู่ที่จวนสกุลไป๋ส่วนอีกหลังไม่มีข่าวคราวใดๆ

            ตอนนี้ดูเหมือนว่าหลังที่สองจะอยู่ในมือของฮั่วเยี่ยนไหวนี่เอง

            ทว่าสิ่งที่ไป๋เซี่ยเหอไม่เข้าใจคือ...

            ตอนที่เจียงเยว่เสียนสลบไสลนึกไม่ถึงว่าไป๋เสียนอันจะพยายามและใช้เงินจำนวนมากในการเสาะหาเตียงหานอวี้หลังหนึ่งหากเขาทำเช่นนี้เพียงเพื่อที่จะ ‘แสดงละคร’ ว่าลุ่มหลงในตัวเจียงเยว่เสียน ก็ออกจะมากเกินไปหน่อย

            นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่นึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตนเองอย่างไป๋เสียนอัน เห็นได้ชัดว่าต้องมีบางอย่างแอบแฝงอยู่

            ความเป็นไปได้ก็คือ

            เจียงเยว่เสียนอาจมีผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่

            เพียงแต่เมื่อมองไปที่เรือนตรงหน้าไป๋เซี่ยเหอก็รู้สึกกระมิดกระเมี้ยนขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้

            “ข้าว่าท่านตั้งใจกระมัง”

            ตำแหน่งของเรือนหลังใหม่ห่างกับจวนเซ่อเจิ้งอ๋องเพียงกำแพงกั้น

            “พระชายาอย่าได้รังเกียจไปที่นี่คือทำเลทอง ถึงคนมากมายอยากเป็นเจ้าของก็ไม่อาจครอบครองได้”

            อิ๋งเฟิงโผล่ออกมาจากที่ใดก็ไม่ทราบเขามายืนพรรณนาอยู่ด้านหลังพร้อมกับยิ้มตาหยี

            หากท่านอ๋องไม่ได้ส่งสายตาเตือนมาให้เขาย่อมปรารถนาให้ตนเองมีแปดปาก เพื่อจะได้บอกพระชายาว่า ท่านอ๋องจัดการซื้อเรือนหลังนี้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงสองสามวันได้อย่างไร

            สรุปก็คือ

            ท่านอ๋องปฏิบัติต่อพระชายาแตกต่างจากคนอื่น

            ทันทีที่เปิดประตูเรือนไป๋เซี่ยเหอก็เชื่อในคำกล่าวของอิ๋งเฟิงทันที

            ด้านในแตกต่างจากความหรูหราอลังการของจวนเซ่อเจิ้งอ๋องที่อยู่ข้างๆทั้งยังแตกต่างจากเรือนส่วนใหญ่ในเมืองหลวง เรือนหลังนี้มีพื้นที่ไม่ใหญ่นัก ทว่ามีเครื่องเรือนครบครันการตกแต่งก็งดงามอย่างยิ่ง

            ให้ความรู้สึกราวกับเป็นเรือนในเจียงหนาน[1]

            มีทั้งภูเขาจำลองและสายน้ำไหล ต้นไม้ใบหญ้าดูแปลกตา ต้นไผ่เขียวชอุ่มสองแถวโอบล้อมทางเดินเล็กที่มีต้นไม้แน่นขนัดและพื้นปูด้วยหินไข่ห่าน

            วิจิตรงดงามจนไม่อาจพรรณนาได้นางชื่นชอบยิ่งนัก

            ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ที่นี่ทว่ากลับถูกทำความสะอาดอย่างพิถีพิถันและไร้ที่ติทุกกระเบียดนิ้ว เห็นได้ชัดว่าเหล่าบ่าวรับใช้ตั้งใจทำความสะอาดมากเพียงใด

            ฮั่วเยี่ยนไหวคงชอบเรือนหลังนี้เป็นอย่างยิ่ง

            ไป๋เซี่ยเหอหันไปมองบุรุษที่ยืนอยู่ข้างกายเมื่อสบกับดวงตาสีดำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักลึกซึ้งคู่นั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

            นางรู้สึกว่าสายตาของเขาราวกับมีแรงดึงดูดจึงรีบละสายตาทันที

            นางพอเข้าใจความรู้สึกมีความสุขราวกับขึ้นสวรรค์ยามที่สตรีในยุคปัจจุบันมีความรักหรือได้รับของขวัญจากคนรักบ้างแล้ว

            ความรู้สึกที่ถูกทะนุถนอมถูกหวงแหน ถูกวางไว้ในใจ...

            ไป๋เซี่ยเหอฝืนระงับความสั่นไหวที่แผ่ซ่านจากส่วนลึกของก้นบึ้งหัวใจกระทั่งอารมณ์สงบลงแล้วจึงเอ่ยปาก “ขอบคุณ”

            เตียงหานอวี้มีความสำคัญมากสำหรับนางในตอนนี้

            มันเป็นตัวตัดสินว่านางจะออกจากจวนสกุลไป๋ได้หรือไม่

            อย่างน้อยหากพามารดาออกมาได้นางจะได้ไม่ต้องพะวง

            ส่วนจวนสกุลไป๋นางจำเป็นต้องกำจัดทิ้ง!

            “เจ้าเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่?”

            ฮั่วเยี่ยนไหวยื่นมือเรียวขาวไปหาไป๋เซี่ยเหอน้ำเสียงของเขาแหบพร่าและมีเสน่ห์ ทว่าแฝงด้วยความมอมเมาเล็กน้อย

            ไป๋เซี่ยเหอเม้มปาก นางครุ่นคิดสักพักก่อนจะยื่นมือไปอย่างเชื่องช้าในใจราวกับมีลางสังหรณ์บางอย่าง

            นางตอบ “อืม” ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยก่อนจะค่อยๆ เดินตามฮั่วเยี่ยนไหวไป

            “เหตุใดเจ้ายังไม่รีบหลบออกไปอีก? โอกาสเช่นนี้หาไม่ได้ง่ายๆ หากเจ้าเข้าไปรบกวนระวังท่านอ๋องของข้าจะฟันเจ้า!”

            อิ๋งเฟิงลากฝูเอ๋อร์ที่ยังทำมือรูปหัวใจแบบเด็กสาวอยู่ให้เดินห่างออกมาก่อนจะจิ้มหน้าผากนางด้วยความรู้สึกเจ็บใจที่ไม่อาจหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้า

            กระทั่งเดินห่างออกมาระยะหนึ่งจึงได้หยุดฝีเท้า

            สามารถมองเห็นเงาร่างของทั้งสองคนทว่าไม่ได้ยินเรื่องที่ทั้งคู่กำลังสนทนา

            หากมองจากตรงนี้อิ๋งเฟิงถึงกับต้องหรี่ตาอย่างคาดไม่ถึง สองคนที่กำลังจูงมือกันเดินไปตามทางเดินเล็กๆที่มีต้นไม้เรียงรายช่างดูเหมาะสมกันราวกับสวรรค์สร้างก็ไม่ปาน

            “ไป๋เซี่ยเหอ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าชอบสัตว์อะไรมากที่สุด?”

            เนื่องจากเดินอยู่ใกล้กันไป๋เซี่ยเหอจึงสูดเอากลิ่นสะระแหน่เย็นบนร่างของฮั่วเยี่ยนไหวเสียจนเต็มโพรงจมูก

            “สัตว์อะไรหรือ?”

            “หมาป่าเพราะพวกมันเป็นสัตว์ที่มีรักมั่นคงที่สุดบนโลกนี้ เมื่อเลือกคู่ได้แล้ว มันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆอย่างไรก็ต้องเป็นตายไปด้วยกัน”

            มุมปากของฮั่วเยี่ยนไหวค่อยๆยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง แววตาที่ถูกความหนาวเย็นบดบังมานานปีคู่นั้นเผยความอ่อนโยนออกมาอย่างหาได้ยาก

            “ท่านอยากจะพูดอะไรกันแน่?”

            “ข้าต้องการกล่าวว่า ข้าสัญญาจะครองคู่กับเจ้านับแต่นี้ไปจวบจนตลอดชีวิตข้าอยากให้เจ้าเป็นตายไปด้วยกัน เจ้าจะเต็มใจหรือไม่?”

            ฝ่ามือที่เย็นเยียบมานานปีของเขาเปียกชื้นเล็กน้อยในเวลานี้

            มีอำนาจยิ่งใหญ่แล้วอย่างไร? หงายมือเป็นเมฆคว่ำมือเป็นฝน[2]แล้วอย่างไร?

            เมื่ออยู่ต่อหน้าสตรีที่พึงใจเขาก็เป็นเพียงบุรุษที่เพิ่งเข้าใจความรักเท่านั้น เขาเองก็มีความประหม่าที่บุรุษธรรมดาควรจะมีเหมือนกัน

            ความกลัวว่าจะถูกปฏิเสธราวกับมีมดนับพันนับหมื่นตัวกำลังกัดกินภายในใจของเขาทีละน้อย

            เวลาครึ่งถ้วยชานั้นไม่นานทว่าเขารู้สึกเหมือนผ่านไปหนึ่งศตวรรษ เขาไม่เอ่ยปากอะไร เพียงให้เกียรตินางด้วยการรอฟังคำตอบ

            ทว่า...

            มือเล็กอันแสนล้ำค่านั้นหลุดออกจากฝ่ามือของเขาอย่างกะทันหัน

            ไป๋เซี่ยเหอก้มหน้าด้วยท่าทีเย็นชา“ไม่ ข้าไม่เต็มใจ”

            ดวงตาอันทรงเสน่ห์ของฮั่วเยี่ยนไหวมืดครึ้มลงฝ่ามือที่ร้อนระอุอย่างหาได้ยากยกขึ้นมาสัมผัสกับใบหน้ารูปไข่ที่แผ่ไอเย็นเยียบออกมาของนาง“หากข้าบอกว่า ข้าอธิบายเรื่องในวันนั้นได้ และรับรองว่าจะไม่มีครั้งที่สองเกิดขึ้นเล่า?”

            น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนราวกับทะเลสาบอันอบอุ่นราวกับห่อหุ้มหัวใจที่เย็นชาและแข็งกระด้างของนางเอาไว้ตรงกลาง คอยปกป้องอย่างระมัดระวัง

            “เช่นนั้นก็ต้องดูว่าคำอธิบายของท่านทำให้ข้าพึงพอใจหรือไม่”

            เขาไม่ทราบว่าตนเองทำหัวใจที่เย็นชาและไร้เมตตาดวงนั้นหล่นหายตั้งแต่เมื่อใด

            ทว่าหากไม่มีนางไม่มีจิ้งจอกน้อย เขาก็ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ต่อ

            หากไม่เคยพบแสงแดดก็จะไม่กลัวความมืด

            ทว่าภายในใจที่ดำมืดและเย็นเยียบของเขาถูกแสงแดดอันอบอุ่นและแผดเผาของนางรุกล้ำจนไม่เหลือที่ว่างแล้ว

            “ในร่างกายข้ามีหนอนพิษกู่[3]”

            แววตาของเขาดูเอ้อระเหยและล่องลอยไปตามอารมณ์ราวกับสิ่งที่พูดออกมาเป็นเรื่องของคนอื่น เขาดูสบายใจเป็นอย่างยิ่ง

            จู่ๆ ไป๋เซี่ยเหอก็นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นที่หุบเขา...

            ที่แท้...

            ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้

            มิน่าป้อนเลือดของนางไปกลับไร้ผล

            ที่แท้เขาไม่ได้ถูกพิษทว่าเป็นหนอนพิษกู่!

            ในอดีตชาติไป๋เซี่ยเหอไม่เคยเผชิญกับหนอนพิษกู่เพียงเคยได้ยินเท่านั้น ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีวันที่มันปรากฏขึ้นกับบุคคลที่นางรู้จัก

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไป๋เซี่ยเหอก็คิดว่าสภาพร่างกายอันแปลกประหลาดของเจียงเยว่เสียนอาจเกิดจากหนอนพิษกู่เหมือนกันใช่หรือไม่?

            ------------------------

            [1] เจียงหนานหมายถึง บริเวณตอนล่างของแม่น้ำแยงซีในประเทศจีนหรือที่เรียกว่าดินแดนกังนัม

            [2] หงายมือเป็นเมฆคว่ำมือเป็นฝน เป็นคำอุปมา หมายถึง เคยชินกับการใช้กลอุบาย

            [3] หนอนพิษกู่ หมายถึง การนำสัตว์มีพิษมาใส่ในภาชนะให้ฆ่ากันเอง ตัวที่รอดเป็นตัวสุดท้ายจะมีพิษร้ายแรงที่สุดอ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473