สองสัปดาห์หลังจากที่เริ่มเรียน เอสนั่งอยู่คนเดียวในลานหลังหอพักยามเช้าตรู่
เขาฝึกสร้างวงแหวนเวทและดับมันซ้ำๆ สังเกตความเร็วในแต่ละรอบ พยายามเข้าใจว่าทำไมบางครั้งวงแหวนหมุนเร็วกว่า บางครั้งช้ากว่า และสังเกตว่ามันสัมพันธ์กับสภาวะจิตใจ ยิ่งสงบ ยิ่งเร็ว
แต่ส่วนหนึ่งของหัวเขายังวนอยู่กับคำถามเดิม
ลมที่พัดมาในคืนถูกโจมตี มันไม่ใช่เื่บังเอิญ เขามั่นใจขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่ใช่บังเอิญ มันคือกลไกอะไรกันแน่ พรจากโอเมก้า? ชิปเวทที่ฝังในมือ? หรือทั้งสองอย่างทำงานร่วมกัน?
เขาดับวงแหวนลง แล้วเปิดขึ้นมาใหม่
คำถามเดิม คำตอบยังไม่มี
ห่างออกสองร้อยกิโลเมตรไปจากที่เอสนั่งฝึกอยู่ ในพื้นที่รกร้างระหว่างชายแดนสองอาณาจักร ไฟคบเพลิงหลายร้อยดวงกำลังลุกอยู่ในความมืดก่อนรุ่งสาง
กองทัพที่ยังไม่มีชื่อ
คนหลักหมื่นที่มาจากหลายที่หลายทาง บางคนเคยเป็ทหารรับจ้าง บางคนเคยเป็นักผจญภัยที่ไม่มีงาน บางคนเป็คนธรรมดาที่มีความแค้นต่อราชวงศ์ ต่ออำนาจ ต่อระบบที่ทำให้พวกเขายืนอยู่ตรงนี้ในคืนหนาว
แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือไม่มีใครรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ
กลุ่มใหญ่ที่สุดตั้งกองไฟอยู่ตรงกลาง ผู้นำกลุ่มย่อยห้าหกคนนั่งเถียงกันด้วยเสียงดังถึงเป้าหมายที่ต่างกัน คนหนึ่งอยากบุกโจมตีราชวัง Kaldi โดยตรง คนหนึ่งอยากยึดเส้นทางการค้ากาแฟก่อน คนหนึ่งอยากรอกำลังเพิ่มก่อน
ไม่มีใครฟังใคร
แล้วก็มีเสียงก้าวเท้าดังขึ้นจากทิศทางที่ไม่มีใครคาด จากด้านในกองทัพ ไม่ใช่จากขอบ
ชายคนหนึ่งเดินผ่านกลุ่มคนหลักพันโดยไม่มีใครขวาง ไม่ใช่เพราะเขาน่ากลัว แต่เพราะเขาเดินด้วยท่าทางของคนที่ไม่ได้สนใจว่าจะมีใครขวางหรือเปล่า
ในมือของเขามีชามดินเผาที่บรรจุแกงสีเขียวเข้มที่ยังร้อนอยู่ กลิ่นกะทิและพริกลอยออกมาในอากาศเย็น
เขาเดินตรงไปยังกองไฟกลาง แล้วก็วางชามนั้นลงกับพื้นด้วยเสียงดัง
ทุกคนหยุดเถียงกัน มองมาที่เขา
ชายนั้นมองชามแกงเขียวหวานที่วางอยู่บนพื้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบที่ไม่มีความโกรธ ไม่มีความดูถูก แค่เรียบจนน่ากลัว
"มนุษย์...ไม่ควรกินของแบบนี้"
ทุกคนเงียบ
ไม่ใช่เพราะงง แต่เพราะมีบางอย่างในน้ำเสียงนั้นที่ทำให้ปากปิดเองโดยไม่ต้องมีคำสั่ง
ชายนั้นยืนตัวตรง รูปร่างผอมสูง เสื้อสีขาวที่ดูสะอาดเกินไปสำหรับคนที่เดินอยู่กลางทุ่งในคืนมืด ผมสั้นสีดำ ดวงตาที่มองออกมาไม่ได้เย็นและไม่ได้ร้อน แค่ว่างเปล่าในแบบที่อ่านไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่
"อาหารนี้..." เขาพูดต่อ ไม่เร่ง ไม่ลังเล "องค์ชาย Espresso แห่ง Kaldi เป็คนคิดขึ้นมา คุณคิดว่าเขาทำเพราะอะไร?"
ผู้นำกลุ่มใหญ่ที่สุดตอบ "ก็เพื่อควบคุม เพื่อดึงเงินจากประชาชน ทำให้คนติดแล้วก็—"
"ผิด"
เสียงนั้นไม่ดัง แต่ผู้นำกลุ่มหยุดพูด
"เขาทำเพราะอยากให้มนุษย์มีความสุขกับการกิน" ชายนั้นพูด แล้วก้มลองมองชามแกงบนพื้น "และนั่นคือปัญหา"
ความเงียบยิ่งหนักขึ้น
"อาหารมีไว้เพื่อให้ร่างกายดำรงอยู่ได้" เขาพูดช้าๆ เหมือนอธิบายสิ่งที่ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว "ไม่ใช่เพื่อความสุข ความอร่อยคือกับดักที่ทำให้มนุษย์ใช้เวลา ทรัพยากร และพลังงานไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็ มนุษย์ที่กินเพื่อความอร่อยคืุ์ที่อ่อนแอ" เขายืนตัวตรง "และสิ่งอ่อนแอไม่ควรดำรงอยู่"
ไม่มีใครตอบโต้
"ข้าชื่อ ZERO" เขาพูดครั้งแรกในนามตัวเองโดยไม่มีคำนำ " พวกเ้า้าล้มราชวงศ์ แต่ข้า้าสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น"
เขาหันมองรอบกองไฟชายคนหนึ่งหัวเราะเบาๆ
"พูดเหมือนตัวเองเป็พระเ้า"
ZERO ไม่หันไปมอง
วินาทีถัดมา
ชายคนนั้นล้มลง
ไม่มีแผล
ไม่มีเื
แค่หยุดหายใจ
"พวกเ้ามีกำลัง แต่ไม่มีทิศทาง ข้ามีทิศทาง แต่้ากำลัง"
ผู้นำกลุ่มหนึ่งพูดขึ้น "แล้วนาย้าอะไรจากเรา?"
ZERO ไม่ตอบทันที เดินไปยืนอีกจุดหนึ่ง แล้วก็เปิดทางให้คนสี่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเดินออกมา
คนแรกดวงตาเรืองแสงสีเหลือง มองทุกคนอยู่ในความมืดราวกับว่าแสงไม่ใช่ปัจจัยในการมองเห็นของเธอ
คนที่สองใหญ่กว่าคนอื่นชัดเจน ไม่ใช่แค่สูง แต่หนักและแน่นในแบบที่บอกว่าข้างในไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อ ผิวที่มองเห็นมีลายเส้นสีขาวบางๆ เหมือนรอยร้าวในหิน
คนที่สามเงียบที่สุด ยืนนิ่งจนแทบดูเหมือนไม่หายใจ มือสองข้างปิดอยู่ในถุงมือหนัง สีดำ ไม่เปิดออก
คนที่สี่ยิ้มอยู่คนเดียว ยิ้มแบบที่ดูเป็มิตรมากจนไม่น่าไว้ใจ
"Vitamin A" ZERO พูด ชี้ไปที่คนดวงตาเรืองแสง "Calcium" ชี้ไปที่คนใหญ่ "Iron" ชี้ไปที่คนที่ใส่ถุงมือ "Glucose" ชี้ไปที่คนยิ้ม
เขาหันกลับมามองกองทัพZERO ขยับตัวเล็กน้อย
"แสดงพลังให้พวกเขาเห็น"
Vitamin A ก้าวออกมาก่อน
ดวงตาสีเหลืองเรืองแสงสว่างขึ้นอีกระดับ
เธอไม่กระพริบตา
"ด้านหลัง...มีคนถือมีดอยู่สามคน" เธอพูดเรียบๆ
คนในฝูงชนสะดุ้ง
ชายสามคนที่แอบซ่อนอยู่ด้านหลังพยายามถอย
"ซ้ายของเ้า...อีกสอง"
"ขวา...หนึ่ง"
ไม่มีใครเข้าใจว่าเธอเห็นได้ยังไง
แต่ทุกตำแหน่ง...ตรงหมด
Calcium ก้าวออกมา
ไม่มีท่าทางพิเศษ
เขาแค่ “ยืน”
แล้ว—
พื้นดินใต้เท้า
แตกร้าว
ไม่ใช่เพราะเหยียบแรง
แต่เพราะ “น้ำหนักของการมีอยู่”
ชายคนหนึ่งลองฟันดาบใส่
เสียง “แกร๊ง”
ดาบหัก
Calcium ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว
Iron ยกมือขึ้นช้าๆ
ถุงมือหนังยังไม่ถูกถอด
เขากำมือ
ชายคนหนึ่งในฝูงชน
ทรุดลงทันที
"อีก—!"
เืไหลออกจากปาก
ไม่ใช่เพราะโดนตี
แต่เพราะ “เืในตัวเขา…ถูกบีบ”
Iron คลายนิ้ว
ชายคนนั้นล้มลง
แน่นิ่ง
Glucose ยิ้ม
"ผมล่ะ?"
ไม่มีใครตอ
วินาทีถัดมา—
เขาหายไป
แล้วไปโผล่อยู่ด้านหลังผู้นำกลุ่ม
มือวางบนไหล่
เบาๆ
"ช้าไปนะ"
ไม่มีใครเห็นว่าเขาเคลื่อนที่ยังไงZERO มองทุกคน
"นี่คือ VITAL ORDER"
"การมองเห็น"
"ความแข็งแกร่ง"
"การควบคุม"
"พลังงาน"
เขาหยุด
"สิ่งจำเป็ต่อการอยู่รอด"
เขากวาดสายตามอง
"ส่วนที่เหลือ..."
เสียงเงียบลง
"...ไม่จำเป็"
ชายคนหนึ่งกัดฟัน
"แล้วถ้าเราไม่เข้าร่วมล่ะ?"
ZERO ไม่หันไปมอง
"ก็ไม่เป็ไร"
เขาพูดเรียบๆ
"ธรรมชาติจะคัดทิ้งเอง"
วินาทีถัดมา
ลมหายใจของชายคนนั้น “หยุด”
เหมือนมีใครปิดสวิตช์
เขาล้มลง
ไม่มีเสียง
ไม่มีใครพูดอีก
"ข้าจะไม่เข้าร่วมกับพวกเ้า" ZERO พูด น้ำเสียงยังเรียบเหมือนเดิม
ความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้ได้ยินเสียงไฟที่ดังอยู่
แล้วเขาพูดต่อ
"พวกเ้าต่างหาก...ที่ต้องเข้าร่วมกับข้า"
ไม่มีใครขยับ แต่ไม่มีใครคัดค้านด้วย ทุกคนในที่นั้นรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่แผ่ออกมาจาก ZERO แรงกดดันที่ไม่เหมือนเวทมนตร์ ไม่เหมือนพร ไม่เหมือนคำสาป แต่หนักกว่าทั้งหมดในแบบที่อธิบายไม่ได้ เหมือนมีสิ่งที่มองไม่เห็นกดลงมาจากข้างบนทำให้ทุกคนรู้สึกเล็กลงโดยไม่รู้ตัว
ผู้นำกลุ่มใหญ่กลืนน้ำลาย
"พวกเรา...จะตามท่าน"
ที่ลานหลังหอพัก Arcanum
เอสเพิ่งสร้างวงแหวนเวทรอบที่สิบสองของเช้านั้น เมื่อมือซ้ายของเขาอุ่นขึ้นกะทันหัน
ไม่ใช่ความอุ่นแบบที่เกิดขึ้นตอนรักษาจิว ไม่ใช่แบบที่เกิดขึ้นตอนเรียกลม แต่อุ่นขึ้นช้าๆ สม่ำเสมอ เหมือนมีใครกำมืออยู่ข้างใน
แล้วก็มีเสียง
ไม่ใช่เสียงในหัว ไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็เสียงที่มาจากมือข้างซ้ายโดยตรง เบาจนเอสต้องยกมือขึ้นมาแนบใบหู
"เอส..."
เขาหยุดนิ่ง
"ได้ยินไหม"
เสียงนั้นเงียบและคุ้นเคยในแบบที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล เป็เสียงที่เขาเคยได้ยินครั้งเดียวในชีวิต ในคืนที่มืดที่สุดของชีวิตที่แล้ว
"ข้าเอง..."
"Omega"