"น้องมะนาวลูก...."
เพียงเสียงของน้ำส้มแว่วดัง ทำเอาเด็กหญิงที่ยังยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมกับนักรบใ เธอรีบะโวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของผู้ชายตัวสูง และดูดหลอดชานมไข่มุกด้วยความเร่งรีบ เพราะกลัวว่าแม่นั้นจะเห็น เนื่องจากเธอโดนสั่งห้ามตามที่หมอสั่งในการควบคุมน้ำหนัก เมื่อพอใจและน้ำชาไข่มุกในแก้วหมด เด็กหญิงจึงรีบโยนแก้วที่ยังมีเหลือเพียงน้ำแข็งเข้าพุ่มไม้ทันที ไข่มุกสีน้ำตาลเข้มที่แทบล้นปากของน้องมะนาว เธอรีบเคี้ยวด้วยความว่องไวก่อนที่แม่จะเดินมาถึง ทำเอาแทบติดคอ สุดท้ายก็กลืนลงท้องได้สำเร็จ
"คุณนักรบ! มาทำไมคะแล้วเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง? " น้ำส้มดูใกับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า
"เอ่อคือว่าผม...." นักรบกระอักกระอวลนึกคำตอบไม่ทัน เพราะการมาของเขามันฉุกเฉินแอบมาหาเพราะว่าคิดถึง และอยากเห็นหน้าเธอที่ไม่เจอหลายวัน
"เดินเข้ามาทางประตูครับ" นักรบตอบตาใส พร้อมกับชี้นิ้ววกไปยังประตูที่เพิ่งข้ามผ่านเข้ามา
"คุณอานักรบต้องคิดถึงน้องแน่ ๆ เลยอยากมาหาน้องใช่ไหมคะ?" น้องมะนาวที่รีบกินสุดชีวิต แต่ยังมีไข่มุกติดปากเป็หลักฐาน ความลนลานทำให้น้องมะนาวไม่รอบคอบ เธอโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังของนักรบ แล้วพูดกับแม่ด้วยรอยยิ้มสดใส
"นั่นน้องแอบกินชาไข่มุกเหรอ?" น้ำส้มที่ยืนมอง เธอทักเมื่อสายตาเห็นว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดมุมปากของลูกสาว
"เปล่านะคะ น้องไม่ได้กินเลยคุณแม่บอกว่าคุณหมอห้ามน้องจะกินได้ยังไง" เด็กหญิงตอบปฏิเสธทันที โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ถูกแม่จับพิรุธได้เสียแล้ว
"แล้วอะไรติดอยู่มุมปาก" ผู้เป็แม่ชี้นิ้วลงมุมปากของตัวเอง เพื่อชี้จุดให้ลูกสาว นั่นทำให้น้องมะนาวรีบคลำปากของตัวเอง ััเข้ากับไข่มุกสีน้ำตาลรสหวาน เธอจึงรีบยัดเข้าปากเก็บหลักฐาน ทว่าไม่ทันสายตาของผู้เป็แม่เสียแล้ว
"ไม่มีนี่คะ" น้องมะนาวยังคงปฏิเสธเฉไฉด้วยใบหน้าใสซื่อ
"ไม่น่าทันแล้วนะอาว่า" นักรบที่เห็นกิริยาของเด็กหญิง เขาถึงกับส่ายหัวยอมในความแสนกลของน้องมะนาว นึกไม่ถึงเลยว่าเด็กหญิงจะมีไหวพริบในการโต้ตอบได้ถึงเพียงนี้
"น้องไปเอาชาไข่มุกมาจากไหนคะ?" ผู้เป็แม่ถามถึงที่มา
"คุณอานักรบเอามาค่ะ" เด็กหญิงรีบเปลี่ยนข้าง เดินไปยืนข้างแม่ชี้นิ้วมายังนักรบ
"อ้าว" นักรบถึงกับไปต่อไม่เป็ เมื่อน้องมะนาวดึงเขาไปเกี่ยว ได้แต่ยืนหน้าเอ๋อขมวดคิ้วชนกันก้มมองไปยังน้องมะนาวอย่างเป็คำถาม
"แม่บอกน้องแล้วว่าควบคุมน้ำหนักอยู่ไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมน้องยังแอบกิน" น้ำส้มบอกย้ำกับลูกสาวตัวน้อย
"เห็นไหมคะจี๊ดส์บอกคุณอาแล้วว่าคุณแม่ขาให้น้องงดของหวาน ๆ คุณอาก็ไม่เชื่อ ยังซื้อชาไข่มุกมาฝากน้องอีก" เมื่อเห็นสายตาของแม่ดุดัน เด็กหญิงตัวกลมจึงหันไปพูดกับนักรบเหมือนโยนความผิดเพื่อเอาตัวรอด
"อ้าว....ผิดอีกแล้วเหรอวะกู" นักรบที่ยังคงงงไม่หาย เขาได้แต่ยืนเกาหัวด้วยความมึนงง ก้มหน้ามองต่ำพูดพร่ำกับตัวเอง
"ใช่เหรอ?" น้ำส้มจี้ถามกับลูกสาวของเธออีกครั้งอย่างไม่คิดเชื่อ ด้วยรู้นิสัยของน้องมะนาวดีว่าเป็เช่นไร
"จริง ๆ นะคะไม่เชื่อคุณแม่ขาก็ถามคุณอาดูสิ...ใช่ไหมคะคุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ" เด็กหญิงตอบผู้เป็แม่ แต่เห็นสายตากดดัน จึงหันไปพูดกับนักรบเพื่อยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง
"หา? อาอีกแล้วเหรอ" นักรบหน้าเหว๋ออีกรอบพร้อมกับชี้นิ้วหันเข้าหาตัว
"ก็คุณอาบอกเอามาฝากน้องจริง ๆ" เด็กหญิงย้ำ
"เอาล่ะไม่ต้องทะเลาะกัน วันนี้มีความผิดทั้งคู่เลย" น้ำส้มตัดบทเพราะหากปล่อยให้ยืดยาว ทั้งน้องมะนาวและนักรบคงได้ต่อปากกันเมามัน และคนที่ความดันขึ้นก็คงเป็เธอเอง
"น้องผิดเหรอคะ" เด็กหญิงเงยหน้าถามแม่ สีหน้าละห้อยสายตาเว้าวอนอย่างน่าสงสาร กะพริบตาปริบมองหน้าแม่หวังให้เห็นใจ
"ก็แม่สั่งห้ามแต่น้องดื้อนี่คะ" น้ำส้มชี้ย้ำให้ลูกสาวทำความเข้าใจ
"คุณอาก็ผิดที่เอามาฝากน้อง" เมื่อเห็นว่าทนต่อสายตาของแม่ไม่ไหว เด็กหญิงรีบชี้เพื่อหาคนร่วมทางด้วยความเดียงสาตามเด็กที่คิดกลัวบทลงโทษ
"น้องโยนความผิดให้คนอื่นแบบนี้ไม่น่ารักเลย ทำไมน้องไม่บอกคุณอาละคะว่าน้องถูกคุณหมอสั่งให้งดของหวาน" ผู้เป็แม่แนะนำลูกสาว เมื่อเห็นว่าพฤติกรรมของเด็กหญิงไม่เหมาะสม เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็ความคุ้นชินจนติดเป็นิสัย
"ก็น้องกลัวคุณอานักรบจะเสียใจนี่นา อุตส่าห์เอามาแล้วจะทิ้งได้ยังไงคะคุณแม่ขา" เด็กหญิงยืนก้มหน้าตอบ สองมือประสานกันแล้วหมุน เธอไม่กล้าสบสายตาของแม่ที่จดจ้องน่ากลัว แม้จะรู้ตัวเองว่าทำผิดฝ่าฝืนคำสั่งของแม่
"น้ำส้มอย่าว่าน้องมะนาวเลยนะ ผมผิดเองที่เอามาฝากเธอ...ผมขอโทษ" นักรบที่เห็นสีหน้าของน้องมะนาว เขาอดสงสารไม่ได้ จึงรีบแก้ต่างและยอมรับความผิดแต่เพียงผู้เดียว
"ผิดแน่ค่ะ เพราะคุณเข้ามาในบ้านโดยที่เ้าของยังไม่อนุญาต" น้ำส้มหันมาต่อว่านักรบ
"อะไร ๆ ผมได้รับอนุญาตจากเ้าบ้านแล้ว น้องมะนาวเป็คนเปิดประตูให้ คุณอย่ามาใส่ร้ายผมนะน้ำส้ม" นักรบรีบปฏิเสธ นั่นทำให้น้องมะนาวกระหวัดสายตามองมายังนักรบทันที เพียงได้ยินชื่อของตัวเอง "ไหน ๆ ผมก็มาแล้วเลี้ยงข้าวผมสักมื้อสิครับ" เขาพูดออดอ้อน
"อยากอ้อนคุณแม่ล่ะสิ" น้องมะนาวขยับปากบ่นยุบยิบ เมื่อเห็นนักรบแสดงท่าทีฉอเลาะกับแม่ของเธอ
"ก็ผมคิดถึงคุณ โทรหาก็ไม่รับ ส่งข้อความมาก็เงียบกริบผมเลยต้องพาตัวเองมาหานี่ไง" เขาพูดหวังเอาใจอยากให้เธอใจอ่อน
"ฉันปวดหัวกับคุณพอ ๆ กับมะนาวเลย" น้ำส้มยืนมือเท้าสะเอว อีกข้างยกนวดขมับ จากนั้นจึงบ่นแล้วเดินเข้าบ้าน เพราะคงยากที่จะขับไล่ให้เขาออกไป
"ทำไมคุณอามองน้องแบบนั้นละคะ เข้าบ้านกันดีกว่าค่ะคุณแม่ขาอนุญาตแล้ว" เด็กหญิงทักขึ้นเมื่อนักรบมองเธออย่างอาฆาต
"น้องน่ะมาเคลียร์กับอาก่อน แหม...โยนเก่งจังเลยนะเราอะ" นักรบแซว เขาไม่ได้จริงจังกับสิ่งที่เด็กหญิงทำแม้แต่น้อย เพราะเธอคงจะกลัวว่าแม่จะลงโทษ เลยต้องทำแบบนั้น รักหัวปักหัวปำจะทำอะไรเธอได้ลงคอ
"แหะ ๆ ก็ก้านมะยมมันเจ็บนะคะ เจ็บเวอร์ ๆ เลยค่ะ" น้องมะนาวยิ้มแห้ง ๆ แล้วอธิบายต่อหากเธอถูกลงโทษ แม้จะไม่รู้ว่าเป็การลงโทษแบบไหน แต่ด้วยวัยที่เดียงสาจึงคิดว่าคงถูกแม่ตีด้วยก้านมะยม ตามที่เคยได้ยินใครต่อใครพูดเข้าหู
"แล้วไม่กลัวอาโดนก้านมะยมคุณแม่หรือไง" เขาถามลองเชิง
"คุณอาโตแล้วไม่เจ็บหรอกค่ะ แต่น้องน่ะยังเด็กเวอร์ ๆ โดนแล้วต้องเจ็บ" น้องมะนาวก็ตอบทันทีโดยไม่มีติดขัด แถมยังให้เหตุผลที่เข้าข้างตัวเองเต็ม ๆ
"ไม่รู้ล่ะอางอนน้องแล้ว" เขาแสร้งทำและชักสีหน้าเง้างอน อยากรู้ว่าต่อไปเด็กน้อยตัวกลมจะมีไหวพริบอะไรตอบโต้เขาอีก นักรบชอบและมีความสุขเวลาที่ได้พูดคุยกับน้องมะนาว นึกสนุกที่จะดันเด็กหญิงให้เขามาในแผนที่คิดในหัวแบบฉุกระหุ
"แล้วจะให้น้องทำยังไงละคะถึงจะหายงอน" เมื่อเห็นว่านักรบงอนจริง เด็กหญิงจึงถามหาแนวทางแก้ไข
"เรียกอาว่าแดดดี๊สิ" เขาเสนอความเห็นแก่เธอ เริ่มจะเข้าแผนที่คิดการณ์ไว้
"แดกดี๊แปลว่าอะไรเหรอคะ?" แต่คำศัพท์ที่ไม่คุ้นหูทำให้น้องมะนาวต้องย้อนถามหาความหมาย...เธอไม่เข้าใจคำนี้ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่พูดไม่ชัดถ้อยคำ
"จากที่กูจะเป็แดดดี๊กลายเป็แดกซะงั้น...ถ้าไม่เรียกอาก็จะงอนอยู่แบบนี้" ทำเอานักรบถึงกับหุบยิ้มและพูดบ่นเบา ๆ จากนั้นจึงชักสีหน้าบึ้งกดดันเด็กหญิงตัวน้อยให้เอนตาม
"แดกดี๊ก็แดกดี๊ค่ะ...คุณแดกดี๊" น้องมะนาวยอมจำนนเพราะไม่อยากให้คุณอาสุดหล่อของเธอโกรธ จึงพูดออกไปตามที่เขาบอก ลากเสียงยาวเรียกขานอย่างสดใส ทำเอานักรบถึงกับยิ้มกริ่มและอิ่มเอมใจที่น้องมะนาวเรียกในแบบที่้า