เวลาผ่านไป 3วัน ชายชรา 1 คน กับเด็กสาวตัวน้อย 1 คนที่กำลังเดินคู่กันไปตามทางเดินอย่างมีจุดหมาย เนื่องจากบ้านของเด็กสาวอยู่ห่างจากสำนักค่อนข้างมากจึงทำให้ใช้เวลาหลายวันในการเดินทาง เมื่อทั้ง2 กำลังเดินทางอยู่นั้น ก็ได้มีผีเสื้อตัวน้อยจำนวน 2 ตัว สีสันสดใสกำลังบินคู่กันไปมาเด็กสาวเห็นดังนั้นก็ตื่นเต้นดวงตาที่ใสซื่อลุกวาวทันทีที่ได้เห็นผีเสื้อ 2 ตัวที่บินอยู่ใกล้ๆ ตน ชายชราเห็นแล้วก็ยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเด็กน้อย “ผีเสื้อ 2 ตัวนี้สวยจังเลยท่านปู่ ข้าอยากจับมันมาดูใกล้ๆจังเลย “ ดวงตาเด็กน้อยเป็ประกายเมื่อมองผีเสื้อทั้ง 2 ตัว ชายชราก็ส่ายหัวเบาๆและตอบกลับไปว่า“ผีเสื้อจะสวยได้ถ้ามันอยู่ในที่ของมัน ถ้าเ้าไปจับมัน อาจจะทำให้พวกมันาเ็ได้นะปู่ว่าอย่าไปจับมันจะดีกว่า ให้พวกมันบินไปบินมาให้เราดูเถอะ“ สีหน้าเด็กน้อยหมองลงทันทีที่ชายชราเอ่ยเตือนแต่ไม่นานสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเนื่องจากประโยคที่ปู่ของตนได้เตือนทำให้ตนเองคิดตามไปด้วย“จริงด้วยเ้าค่ะ ให้ผีเสื้อมันบินสวยๆให้เราดูดีกว่า ข้าจะไม่จับมันมาดูเด็ดขาดท่านปู่“ ชายชราก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มแต่แล้วชายชราก็สังเกตที่ตัวของหลานสาวตัวเองและถามว่า“เ้าตอนนี้ก็เริ่มสูงขึ้นแล้วนะ ผ่านมาแค่ 3 เดือนเอง หากเ้าอายุ14-15 ปี คงจะเป็สาวที่สวยติดอันดับศิษย์หญิงที่สวยของสำนักเราแน่นอน หนุ่มๆในสำนักคงตามจีบเ้าเยอะแน่ฮ่าๆ “เด็กสาวได้ยินก็มีสีหน้าแดงขึ้นและตอบกลับไปด้วยเสียงเอียงอาย “ท่านปู่ ท่านอย่ากล่าวชมข้าเกินไปเลยไหนเลยข้าจะสวยสู้ศิษย์พี่หญิงเ่าั้ล่ะเ้าคะท่านอย่าพูดเื่นี้อีกเลยเ้าค่ะ หลานยังเด็กนัก ไม่ควรพูดเื่พวกนี้นะเ้าคะ “ ชายชราได้ยินก็หัวเราะเบาๆ “ ฮ่าๆเด็กน้อยก็ยังเป็เด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ ได้ๆๆปู่จะไม่พูดเื่พวกนี้กับเ้าอีกละกัน ปล่อยให้มันเป็ไปตามลิขิต์ว่าแต่ตอนนี้เ้าอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ? “เด็กสาวก็ตอบกลับไป “ตอนที่หลานจากบ้านมาที่สำนักก็อายุประมาณ7 ปี ใกล้จะ 8 ปีแล้วเ้าค่ะ อีก 2 เดือนข้าก็จะครบ 8 ปีแล้ว “ ชายชราพยักหน้า “ ท่านปู่เ้าคะหลานเคยได้ยินท่านปู่ของหลานว่าท่านมีตำราแพทย์อยู่ 1 เล่มที่สามารถรักษาได้ทุกโรคจริงหรือไม่เ้าคะ?” ประโยคคำถามของเด็กสาวทำให้ชายชราทำหน้าครุ่นคิดแล้วก็ตอบกลับไปว่า “ ั้แ่ข้ากับปู่ของเ้าเป็สหายกันมา 20-30 ปีก็ไม่เคยได้ยินปู่ของเ้าพูดเื่ตำราแพทย์เล่มนี้เลยนะ ข้าก็เลยไม่รู้ว่าตำราแพทย์ที่เ้าว่าจะมีจริงหรือเปล่า หากเ้าได้ไปเจอปู่ของเ้าเ้าลองถามเขาดูเอาเอง เื่นี้ปู่ไม่รู้จริงๆ” เด็กสาวก็พยักหน้า “ หลานเข้าใจเ้าค่ะหากได้เจอท่านปู่หลานจะถามท่านดู “ ชายชราพยักหน้าทันใดนั้นเด็กสาวมองหน้าชายชราและถามกลับชายชราขึ้นมาทันทีว่า “ ท่านปู่เ้าคะ ท่านกับท่านปู่ เป็สหายกันได้ยังไง เจอกันที่ไหนหรือเ้าคะ?” ประโยคคำถามที่เด็กน้อยได้ถามขึ้นมาทำให้ชายชรายิ้มออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “เื่นี้เองรึที่เ้าอยากรู้ เดี๋ยวปู่จะเล่าให้ฟังเองเื่มันเกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้วล่ะ ั้แ่เราทั้ง 2 คน ยังเป็หนุ่มๆกันเลยฮ่าๆ” ชายชราก็พูดอย่างอารมณ์ดีว่า “ตอนนั้นเราทั้ง2 ถือว่า เป็หนุ่มที่หน้าตาดีเลยนะ ตอนนั้นข้ายังเป็ศิษย์ระดับสูงของสำนักเราส่วนตัวปู่ของเ้าไม่ได้เป็ศิษย์ของสำนักนะแต่เป็แพทย์หนุ่มฝีมือดีของตระกูลเ้า แต่ชื่อเสียงไม่ค่อยมีเท่าไหร่ในเมืองหลวงตอนที่ข้าไปเจอกับปู่ของเ้านั้นมันเป็เหตุการณ์ที่ข้ากับศิษย์หลายๆคนของสำนักรับภารกิจกำจัดกลุ่มโจรที่อยู่ตามป่าอยู่นอกเมืองหลวงพวกมันคอยดักปล้นพ่อค้าแม่ค้าที่เดินทางเข้ามาค้าขายในเมืองหลวงพวกมันทั้งปล้นและฆ่าคน และได้สิ่งของไปเป็จำนวนมากสำนักเราจึงออกภารกิจไล่ล่าและกำจัด พวกโจรกลุ่มนี้ ข้าและศิษย์หลายๆคน ตามไล่ล่าพวกมันในป่าถึง5 วัน ถึงจะกำจัดพวกมันได้ หัวหน้าของพวกกลุ่มโจรค่อนข้างมีฝีมือและพลังค่อนข้างแข็งแกร่งพวกเราต้องช่วยเหลือกันหลายคนกว่าจะกำจัดหัวหน้ากลุ่มโจรได้ แต่ข้าก็ได้รับาเ็เพราะโดนพิษของหัวหน้ากลุ่มโจรเข้าไปและด้วยลิขิตและชะตาของเราทั้ง 2 คน จึงได้มาเจอกัน เพราะตอนั้นเองปู่ของเ้าที่กำลังไปเก็บสมุนไพรในป่าที่พวกข้าไปกำจัดกลุ่มโจรปู่ของเ้าก็ได้ยินเสียงการต่อสู้จากที่ไม่ไกลนักปู่ของเ้าได้แอบดูอยู่หลังก้อนหิน ก็เห็นพวกข้ากำลังต่อสู้กับกลุ่มโจรพวกนั้น เมื่อศึกต่อสู้จบแล้วจึงได้ออกมาปู่ของเ้าก็ได้มาช่วยรักษาข้าและศิษย์คนอื่นๆ ที่าเ็กัน หลังจากนั้นข้ากับปู่ของเ้าก็พูดคุยจนสนิทกันและก็คบกันเป็สหายั้แ่นั้นมา แต่ที่แปลกกว่านั้นก็คือว่า ปู่ของเ้าจำข้าได้เพราะปู่ของเ้าบอกว่า เคยรู้จักข้าสมัยข้าเป็เด็กน้อยและยังบอกว่าข้าเคยช่วยเขาเอาไว้เมื่อเป็เด็กตอนที่เขาไปที่เมืองหลวงกับพ่อของเขาเขาบอกว่าข้าเคยช่วยไล่พวกอันธพาลที่มารังแกเขา ปู่ของเ้าเลยจำข้าได้แต่ข้าก็คุ้นๆหน้าเขานะ ว่าเคยเห็นเคยเจอที่ไหนมาก่อน ั้แ่นั้นมาเรา 2คนก็ไปมาหาสู่กันตลอด มีสุขก็สุขด้วยกันมีทุกข์ก็ทุกด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ 20-30ปีละ ที่เป็สหายกัน แต่ว่าตอนนี้ปู่ของเ้ากลับโดนวางยาพิษ ข้ารู้สึกเป็ห่วงและโกรธแทนเ้านั่นไม่ได้เลยจริงๆเห้ออ!!!” เด็กสาวได้ยินเื่เล่าของปู่ทั้ง 2 คนก็ตอบกลับไปว่า “ ท่านปู่อย่ากังวลไปเลยเ้าค่ะข้าจะเป็คนรักษาท่านปู่เอง ข้าจะทำให้ได้ มันต้องมีวิธีแน่นอน “ ชายชราหันมามองเด็กสาวก็พยักหน้าเอามือลูบหัวหลานสาวและตอบกลับไปว่า“ปู่จะเชื่อเ้า หลานปู่ต้องทำได้แน่ แต่ว่าตอนนี้ก็ใกล้จะค่ำแล้วหาที่พักกันก่อน แถวๆนี้มีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ข้างหน้าเราเราเข้าไปพักกันที่นั่นก่อน รีบเดินทางกันเถอะ“ เด็กสาวก็พยักหน้าและรีบเดินไปกับปู่ทันทีเพื่อที่จะได้ถึงหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ข้างหน้าทันที.....
เวลาผ่านไปไม่นานแดดยามเย็นก็เริ่มหายไปความมืดก็เริ่มบดบังเข้ามาแทน ปู่และหลานทั้ง 2 คนก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านไม้เมฆาป้ายชื่อขนาดใหญ่ ปักอยู่ทางเข้าหมู่บ้านหมู่บ้านนี้เป็หมู่บ้านเล็กๆที่อยู่นอกเมืองหลวง มีพื้นที่ไม่ใหญ่มากอยู่ใกล้กับป่าใหญ่แต่ก็มีชาวบ้านอยู่หลายร้อยคนมีตลาดอยู่ 3-4 แห่ง และมีโรงเตี้ยม 2-3แห่ง มีผู้ฝึกยุทธ์มาพักกันตลอดจึงทำให้หมู่บ้านนี้เป็หมู่บ้านที่คนเข้ามากันขวักไขว่ “ถึงซักที เราไปหาโรงเตี้ยมกันก่อนนะ“ ชายชราพูดเสร็จก็เดินนำหลานสาวไปหาโรงเตี้ยมทันที เดินหาไปซักพักก็เจอโรงเตี้ยมแห่งนึง มีป้ายเขียนว่า โรงเตี้ยมเมฆาสุขสันต์ เมื่อทั้ง 2คนก้าวเข้าไปที่โรงเตี้ยมนี้ก็มีคนรับใช้เข้ามาทักทายทันที “โรงเตี้ยมเมฆาสุขสันต์ ยินดีต้อนรับทั้ง 2 ท่าน ขอรับ” ชายชราพยักหน้าและถามกลับไปว่า “ที่นี่มีห้องพักเหลืออยู่หรือไม่? “ คนรับใช้พยักหน้าและตอบทันทีว่า “ตอนนี้มีห้องว่างเหลืออยู่ 3 ห้องขอรับ ไม่ทราบว่า้ากี่ห้องขอรับ” ชายชราตอบกลับไปว่า “ ข้าขอ 1 ห้องแต่เป็ห้องที่อยู่ห้องสุดท้ายนะ ไม่ทราบว่ามีห้องแบบนี้เหลืออยู่หรือไม่?” คนรับใช้รีบตอบว่า “ ถ้าเป็ห้องที่ท่านว่าตอนนี้มีเหลืออยู่1 ห้องขอรับ ก่อนหน้านี้ที่พวกท่านจะมาพึ่งมีลูกค้าออกจากห้องนั้นพอดีขอรับ “ชายชราพยักหน้าและตอบกลับไปว่า “ข้าตกลงเอาห้องนี้ รบกวนเ้าเก็บสัมภาระให้ข้า 2 คนไปไว้ในห้องนั้นด้วยแล้วกันนะขอบใจเ้ามาก อะนี่ ข้าให้ “ พูดเสร็จก็ยื่นสัมภาระให้กับคนรับใช้พร้อมกับเงินจำนวนนึงทันที “ขอรับ”คนรับใช้รีบหยิบเงินและสัมภาระทันทีและรีบขึ้นไปที่ห้องที่ว่างนั้นที่ชั้น 2ชายชราหันไปบอกเด็กสาวว่า “เราไปหาโต๊ะนั่งก่อน หาอะไรมากินรองท้องกันก่อนนะ เดินทางมาเหนื่อยๆ อาหารดียังไม่ตกถึงท้องเลยมีโต๊ะที่อยู่มุมนั้นเราไปนั่งกันเถอะ“เด็กสาวพยักหน้าและเดินตามปู่ไปที่โต๊ะที่อยู่มุมห้อง เมื่อทั้ง 2คนได้ที่นั่งแล้วก็สั่งมาอาหารมากิน 3-4 อย่าง เมื่ออาหารมาถึง เด็กสาวก็อุทานด้วยความไร้เดียงสาว่า“ โอ้โห!! อาหารที่โรงเตี้ยมนี้น่าตาน่ากินมากเลยท่านปู่เกิดมาข้าไม่เคยเห็นอาหารที่น่ากินแบบนี้มาก่อนเลย “ ดวงอันเป็ประกายของเด็กน้อยที่มองอาหารราวกับนกอินทรีย์ที่มองเหยื่ออันโอชะยังไงอย่างงั้นชายชราเห็นท่าทางของหลานสาวก็ยิ้มและตอบไปว่า “ ถ้างั้นพวกเรามากินกันเถอะ เดี๋ยวอาหารเย็น มันจะไม่อร่อยเ้าต้องกินเยอะๆนะ จะได้มีร่างแข็งแรงที่จะฝึกฝนให้เก่งขึ้นไปอีก “ เด็กน้อยพยักหน้าและเริ่มกินอาหารที่อยู่ข้างหน้าทันที ทั้ง 2 คนเริ่มกินอาหารที่อยู่ตรงหน้าอย่างเมามันส์ เวลาผ่านไปซักพักอาหารที่อยู่ตรงหน้าก็หายวับไปกับตา ไม่เหลือสิ่งใดไว้ที่จานเลยเสมือนจานเปล่าที่ยังไม่ได้ใส่อาหาร ทั้ง 2 คนก็อิ่มหนาสำราญกันนั่งที่โต๊ะเพื่อย่อยอาหาร ซักพักก็มีผู้ชายวัยฉกรรจ์จำนวนคน 3 คนเข้ามาที่โรงเตี้ยมและเดินมานั่งโต๊ะที่อยู่ห่างออกไปจาก 2 คนปู่หลานไม่มากนักเมื่อทั้ง 3 คน นั่งที่โต๊ะ ชายคนนึงก็เริ่มพูดกับคนในกลุ่มว่า “ ข้าได้ข่าวมาว่า คุณชายน้อยแห่งตระกูลหลิงชอบไปที่บ้านของตระกูลไป๋บ่อย ข้าว่านะคุณชายหลิงคงจะไปชอบพอกับลูกสาวตระกูลไป๋แน่นอน ที่ชื่อว่าไป๋เว่ยอิง คนนั้น” ชายอีกคนก็เสริมไปว่า “ ข้าก็ได้ข่าวเหมือนกับเ้านะแต่ข้าก็มีข่าวใหม่กว่าเ้าคือว่า คุณชายหลิงส่งของมาที่บ้านตระกูลไป๋ บ่อยเหมือนกันเหมือนว่าตระกูลหลิงอยากดองกับตระกูลไป๋แล้วล่ะ ฮ่าๆ “ ชายอีกคนก็สวนมาว่า “นางชื่อไป๋เว่ยอิงอย่างงั้นซินะ เขาว่ากันว่านางผู้นี้มีหน้าตาสะสวยทีเดียวถึงแม่ของนางจะเป็หญิงสาวสามัญธรรมดาแต่ว่าตอนนี้ถึงกับกุมอำนาจของบ้านตระกูลไป๋ไปแล้วหากได้ลูกเขยเป็คุณชายตระกูลหลิงมาช่วยล่ะก็ อีกหน่อยนางก็จะสถาปนายกระดับตัวเองเป็แม่ยายของนายน้อยตระกูลหลิงขึ้นไปอีกนางก็จะมีหน้ามีตาในเมืองหลวงขึ้นเ้าอย่าลืมว่าตระกูลหลิงถือว่าเป็หนึ่งในตระกูลระดับสูงของเมืองเป่ยกวนเชียวนะ” ทั้ง 3 พยักหน้าเห็นด้วย “ ไป๋เว่ยอิงพึ่งอายุ 11 ปี เองนะ หน้าตาก็สะสวยั้แ่เด็ก หากอีกไม่กี่ปีเมื่อนางเติบใหญ่ขึ้นมานางคงเป็หญิงสาวที่สวยติดอันดับในเมืองหลวงแน่นอนข้าละอิจฉาคุณชายน้อยตระกูลหลิงจริงๆที่จะได้หญิงสาวสวยๆแบบนี้มาเป็คู่ครอง เอ้า!! อาหารมาพอดี มากินกันก่อนพวกเรา” ทั้ง 3 คน พูดคุยเอาเื่นี้มาคุยที่โต๊ะ จนเสียงของทั้ง 3 คนลอยเข้ามาในหูของทั้ง 2 คน ทำให้ทั้ง 2 ปู่หลานได้ยิน เด็กสาวก็พูดกับปู่ว่า “ คุณชายตระกูลหลิงอะไรนั่น มาชอบพอพี่เว่ยอิงอย่างงั้นหรือเ้าคะ?” ชายชราก็พยักหน้า “เมื่อเดือนก่อนที่ข้าแอบเข้ามาหาปู่เ้ากับแม่ของเ้าข้าก็เจอกับนายน้อยตระกูลหลิงคนนี้มาหาพี่สาวของเ้าเกือบทุกวัน ข้าว่าข่าวนี้คงไม่ผิดแน่แต่ว่าพวกเราต้องค่อยๆดูต่อไปอย่างเงียบๆ ว่าทำไมตระกูลหลิงซึ่งเป็ตระกูลระดับสูงถึงอยากมาดองกับตระกูลระดับกลางของตระกูลเ้ากันมันต้องมีอะไรแน่ๆ ข้าขอเตือนเ้าในฐานะปู่ เื่นี้เ้าจงอย่าเข้ามายุ่งเพราะมันดูเป็เื่ใหญ่สำหรับเ้า ตอนนี้อายุเ้ายังน้อยไม่ควรมายุ่งกับเื่นี้เื่นี้ข้าจะสืบเอง เ้าเข้าใจหรือไม่ ?” เด็กน้อยได้ยินก็พยักหน้าและตอบกลับไป “หลานจะจำคำเตือนของปู่ยี่เ้าค่ะ ท่านปู่เ้าคะ หรือว่าที่ท่านปู่กับท่านแม่ข้าโดนทำร้ายสาเหตุอาจจะมาจากตระกูลหลิงสนับสนุนหรือปล่าวเ้าคะ? “ ชายชราได้ยินก็ทำเอามือมาปิดปากเด็กสาวรีบตอบไปว่า “เ้าอย่าพูดเสียงดังไปเดี๋ยวคนอื่นที่อยู่ที่นี่ได้ยินจะเอาไปแจ้งกับพวกตระกูลหลิงได้พวกเราจะซวยกันหมด เื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้า เื่แม่ของเ้าและปู่ของเ้าโดนวางยาพิษนั้นไม่ว่าจะเป็ตระกูลหลิงเป็เื้ัหรือไม่ข้าจะสืบเอง เ้าไม่ต้องกังวลตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนคัมภีร์ต่อไป “ เด็กสาวพยักหน้าทันทีชายชราก็พยักหน้าและถอนมือออกจากปากเด็กสาวและบอกว่า “ตอนนี้ก็มืดแล้ว เราขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องกันก่อนพรุ่งนี้ค่อยวางแผนออกเดินทางไปบ้านเ้า“ เด็กสาวตอบไปว่า “รับทราบเ้าค่ะ” ทั้ง 2 คนก็ลุกจากโต๊ะที่ชั้นแรกขึ้นไปที่ชั้น 2ไปยังห้องที่ได้จองเอาไว้ก่อนหน้านี้ แอ๊ดด!!! เสียงประตูผลักออกไปทั้ง 2 คนเข้าไปในห้องนั้น ภายในห้องนั้นดูไม่รก มีโต๊ะ 1 ตัว เก้าอี้ 4 ตัว เตียง1 เตียง มีผ้าปูที่นอนปูให้อย่างเรียบง่าย ห้องดูโล่งและสะอาด อากาศเข้าออกอย่างสะดวกทำให้ในห้องไม่อึดอัด “ดึกมากแล้วเ้าไปนอนที่เตียงซะนะส่วนข้าจะนอนที่พื้นเอง” เด็กสาวเอ่ยถามทันที“ท่านปู่ไม่มานอนที่เตียงนอนด้วยกันกับหลานหรือเ้าคะ?” ชายผู้เป็ปู่ก็ยิ้มและตอบกลับทันที “ยัยหลานซื่อบื้อ ข้าได้สัญญากับคนรักของข้าไว้แล้วนอกจากนางข้าจะไม่ยอมนอนข้างหญิงสาวคนไหนเด็ดขาด เ้านอนไปเถอะ ข้ายังต้องฝึกฝนอยู่” พูดจบชายชราก็นั่งลงหลับตาทำสมาธิเพื่อฝึกฝนทันทีเด็กสาวได้ยินคำสั่งของปู่ก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงนอนทันที เมื่อเด็กสาวหลับตาภาพของท่านแม่และท่านปู่ก็ผุดเข้ามาทันที ภาพที่แม่ของตนพูดคุยกับตนอย่างอารมณ์ดีและภาพของปู่ของตนที่ยิ้มแย้ม สุขุม ดูสง่ากำลังสอนเื่วิชาแพทย์ให้กับตนเองสมัยยังเป็เด็กน้อยกว่าตอนนี้ 2ภาพดังกล่าวยังวนเวียนอยู่ในในของเด็กสาวคนนี้เสมอเด็กสาวก็ได้พึมพำกับตนเองในยามหลับตา “ข้าจะต้องรักษาท่านทั้ง 2 ให้ได้ พวกท่านต้องรอข้านะ “ พูดจบ เด็กก็หลับไป…
เช้าวันรุ่งขึ้นแดดยามเช้าส่องเข้ามาจากหน้าต่างในห้องนั้น ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาภายในห้องความอบอุ่นไปกระตุ้นร่างกายของเด็กสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ลืมตาขึ้นมา “ เช้าแล้วหรอเนี่ยห๊าววววว!!! “ เด็กสาวลุกมาจากเตียงนอนก็ทำท่าบิดี้เี 1 ครั้ง และก็มองหาปู่ของตน พบว่าปู่ของตนไม่อยู่แล้วก็ได้ะโรอบห้องเพื่อตามหาปู่ของตน “ท่านปู่ๆ ท่านอยู่ไหนข้าตื่นแล้ว ท่านปู่ ท่านอยู่ไหน “ เมื่อะโในห้องได้ซักพักก็มีเสียงประตูเปิดขึ้นมาแอ๊ดดด!!! เสียงของชายวัยชราดังเข้ามาในห้อง“ยัยเด็กคนนี้นี่ เ้าเป็ผู้หญิงนะหัดทำตัวป็นสุภาพสตรีเสียบ้าง ส่งเสียงดังโหวกเหวกไปได้ข้าไม่ได้หนีเ้าไปไหนเสียหน่อย ข้าตื่นั้แ่เช้ามืดแล้ว ก็เลยออกไปหาข่าวมาต่างหากอะนี่!!ข้าเอาซาลาเปาไส้เนื้อมาให้ ล้างหน้าล้างตาแล้วรีบมากินได้แล้ว ตอนนี้สายแล้วจะได้ออกเดินทางไปบ้านของเ้า รีบๆไป” เด็กสาวได้ยินก็ยิ้มอย่างเขินอายแต่ก็รีบทำตามที่ชายชราบอกทันทีชายชราก็เดินมานั่งที่โต๊ะในห้องและส่ายหัวให้กับพฤติกรรมของเด็กสาวทันที ผ่านไปไม่นานเด็กสาวก็อยู่ในชุดสีเหลืองอ่อนทั้งชุดเดินมานั่งที่โต๊ะเดียวกับปู่ของตน เพื่อจะกินซาลาเปาที่ปู่เอามาให้เด็กสาวหยิบซาลาเปาและแบะดูไส้ข้างใน “ว้าวว เนื้อมีเยอะเลยกลิ่นก็หอมด้วย ข้าขอกินก่อนละนะ” พูดเสร็จก็ทำการสวาปามซาลาเปาทันทีอ้ำ!! อ้ำ!! กัดไป 4 คำ ก็หมดไป 1 ลูกซาลาเปามี 5 ลูก เด็กสาวกินคนเดียวไป 4 ลูก เหลือเพียง 1 ลูกที่ยังไม่ได้กินเพราะตอนนี้เด็กสาวคงยัดอะไรลงกะเพาะไม่ได้แล้ว เพราะในท้องมีแต่ซาลาเปากับเนื้อชายชราเห็นว่ายังมีลูกที่เหลืออยู่ก็ห่อกลับ เด็กสาวเห็นดังนั้นก็ถามไปว่า “ท่านปู่ไม่กินซาลาเปาลูกที่เหลืออยู่หรือเ้าคะ“ ชายชราก็บอกไปว่า “ข้ากินมาก่อนเ้าแล้วซาลาเปาลูกนี้เก็บไว้ให้เ้ากินตอนเที่ยงแทน เพราะข้าไม่กินข้าวเที่ยง” เด็กสาวก็ถามกลับไปว่า ”ทำไมท่านปู่ถึงไม่กินข้าวตอนเที่ยงล่ะเ้าคะ?“ ชายชราก็ตอบกลับไปว่า “ใน 1 วัน ข้าจะกินข้าวแต่2 มื้อ คือมื้อเช้ากับมื้อเย็น ข้าวเที่ยงข้าไม่กิน ข้าทำแบบนี้มาตั้งนานเป็ 20กว่าปีมาแล้ว เื่นี้เ้าอย่าถามมาก ไม่ใช่เื่ของเด็กอย่างเ้าจะรู้ไปเตรียมตัวเตรียมสัมภาระได้แล้ว เราจะออกเดินทางกันต่อ ตอนนี้มันสายมากแล้ว” เด็กสาวก็รีบลุกขึ้นไปเก็บสัมภาระอย่างรวดเร็ว เมื่อทั้ง 2 พร้อมแล้วก็เดินออกไปจากห้องเพื่อลงไปที่ชั้น 1 ไปจ่ายเงินค่าห้องทันทีคนรับใช้ก็ทักทายทั้ง 2 คนด้วยใบหน้าแจ่มใส “เป็ยังไงบ้างขอรับท่านทั้ง 2 ห้องที่โรงเตี้ยมเมฆาสวรค์ของเราจัดเตรียมไว้ให้ พวกท่านหลับสบายดีหรือไม่ขอรับ” ชายชราก็พยักหน้าโดยไม่ตอบแต่ก็ยื่นเงินจำนวนนึงและบอกไปว่า“เงินจำนวนนี้เป็ค่าห้องของเรา2 คน หากเหลือเท่าไหร่ข้าให้เ้าแล้วกันยังไงก็ขอบใจเ้ามากนะที่คอยรับใช้ เอาล่ะได้เวลาแล้วพวกเราไปกันเถอะ” คนรับใช้ก็หยิบเงินไปทันทีและกล่าวด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีว่า“ขอบคุณนายท่านทั้ง 2 ที่มาอุดหนุนโรงเตี้ยมเมฆาสวรค์ของเรานะขอรับคราวหน้าหากพวกท่านกลับมาที่นี่อีกก็อย่าลืมแวะมาพักที่โรงเตี้ยมเมฆา์ของเราอีกนะขอรับโรงเตี้ยมเมฆา์ของเราจะต้อนรับและบริการพวกท่านอย่างดีที่สุด ขอให้พวกท่านเดินทางอย่างปลอดภัยนะขอรับขอให้โชคดีนะขอรับ ลาก่อนขอรับ“ ทั้ง 2คนก็ไม่หันกลับไปมอง เดินหน้ามุ่งสู่ตระกูลไป๋ทันที เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจึงมาถึงตอนบ่ายแก่ๆ ปู่และหลานก็หยุดเดินอยู่ใกล้ๆกับต้นไม่ต้นหนึ่งผู้เป็ปู่เอ่ยปากว่า “อีกไม่ไกลก็จะถึงตระกูลไป๋ของเ้าแล้วเราเดินมาหลายชั่วโมงแล้ว เราพักตรงใต้ต้นไม้กันก่อนพอหายเหนื่อยแล้วค่อยเดินทางกันต่อ” ทั้ง 2 คนก็พากันไปนั่งตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นนึงที่อยู่ข้างทาง “บรรยากาศแถวนี้ดีจังเลยลมเย็นๆ ทำให้ชื่นใจจริงๆ ข้าไม่ได้ัับรรยากาศแบบนี้มานานแล้ว “ เด็กสาวพึมพำออกมาอย่างดีใจ ชายชราก็ยิ้มและพยักหน้าตอบกลับไป “ข้าก็ไม่ได้ัับรรยากาศแบบนี้มานานแล้วเหมือนกันทำให้ฉุกคิดถึงเื่วันวานในอดีตไม่ได้เลยจริงๆท่านแม่เ้ากับปู่ของเ้าหากได้เห็นเ้าเติบโตขึ้นเพียงนี้คงจะภูมิใจนะที่มีหลานสาวที่ดีเช่นนี้” เด็กสาวยิ้มจนตาหยีและตอบกลับด้วยเสียงใสเล็กๆว่า“แน่นอนสิท่านปู่ท่านแม่ของข้ากับท่านปู่คงจะดีใจที่เห็นหน้าข้า และคงภูมิใจที่มีหลานอย่างข้า ฮี่ๆ“ชายชราก็ยิ้มกลับไปโดยไม่พูดจา พอทั้ง 2หายเหนื่อยแล้วก็ ออกเดินทางกันต่อ เวลาผ่านไปราวๆ 2 ก้านธูป ทั้ง 2คนก็เดินมาหยุดอยู่ที่และเงยหน้ามองขึ้นไปที่ป้ายคฤหาสน์ตระกูลนึง มีป้ายขนาดใหญ่เขียนอักษรสีทองติดที่บนประตูใหญ่ว่า ตระกูลไป๋ เด็กสาวมองไปที่ป้ายและพูดขึ้นมาว่า “ตระกูลไป๋ ...ข้าไป๋เว่ยอันกลับมาแล้ว”…