ขณะที่ลู่ เม่ยเม่ย กำลังบอกกล่าวนั้นนางได้ทำสัญลักษณ์ส่งสัญญาณให้บุรุษหนุ่มที่ไม่รู้จักกันให้หลบไปทางด้านขวา เพราะนางมีบางอย่างที่อยากจะคุยกับบุรุษหนุ่มผู้นี้
ชู หยาง’’ได้พยักกหน้าตอบรับพร้อมคำชวนของแม่นางน้อย หลบกดไปด้านซ้ายและก้าวไปด้านขวาด้วยวิชาท่าก้าวเงาเทวะประมาณ 200 ลี้ เพื่อพูดคุยกับแม่นางน้อย
ชู หยางข้าหวังว่าข้าจะไม่ได้ทำอะไรที่ผิดพลาดนะไม่เช่นนั้นแม่นางผู้นี้เข้าใจข้าผิดแน่ๆ ข้าไม่มีเจตนาที่จะแอบดูพวกนาง ข้าเพียงแค่นี้มาฝึกฝนตนเองเท่านั้นใจเย็นๆไว้จงสงบจิตใจจงสงบ
ทันทีที่แม่นางน้อยมาถึงนางก็ถามทันทีว่าเ้าโรคจิตเ้าแอบดูข้าแอบดูเพื่อนของข้าอาบน้ำใช่หรือไม่ตรงตอบทันทีไม่เช่นนั้น เ้าเจอดีแน่ให้เพียง 30 วิ ลมหายใจ ก่อนที่ข้าจะลงมือตอบมา….
ชู หยาง ก่อนที่ข้าจะอธิบายข้าขอถามแม่นางหน่อยได้หรือไม่ว่าข้ามาถึงก่อนหรือแม่นางมาถึงก่อนถ้าพูดกันตามหลักแล้วถ้ามาถึงจุดนี้ั้แ่ยังไม่พบค่ำ ตัวแม่นางนั้นมาทีหลังจะมาบอกข้าแอบดูได้เยี่ยงไร
อีกอย่างถ้าไม่ได้แอบดูถ้านั้นหันหลังและไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น เพราะทันทีที่แม่นางได้ใช้วิชาข้าก็จะรีบออกไปจากที่นั่นทันที ส่วนแม่นางก็ไม่ได้ลงไปอาบน้ำทำไมข้าต้องตอบคำถามเ้าด้วย ก่อนที่จะถามผู้อื่นจะไม่เอ่ยนามให้ข้าได้รู้ก่อนหรือ
ลู่ เม่ยเม่ย นางกำลังคิดว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดก็มีเหตุผลพวกเขาทั้งหมดตรวจสอบบริเวณโดยรอบทั่วแล้วหรือชายชราตรวจสอบทั้งหมดแล้วก็พบเจอชายหนุ่มจริงๆหรือว่าชายหนุ่มผู้นี้มีวิชาการซ่อนตัวถึงทำให้การตรวจจับ ไม่สามารถตรวจจับได้ ขณะที่นางกำลังทบทวนอยู่นั้นนางก็เลยปากไปว่า การที่บุรุษถามชื่อสตรีมิบอกชื่อก่อนนั้นมันสมควรหรือไม่ ท่านควรเอ่ยนามมาก่อนว่าเ้านั้นชื่ออะไร
ลู่ เม่ยเม่ยถึงแม้นางจะเป็คนเพียงหญิงสาวแรกแย้มก็ตามแต่นางถือเป็สตรีที่ทั้งมีวิสัยทัศน์ใจเย็นจิตใจนั้นค่อนข้างซื่อตรงและสงบนิ่ง ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาและเชาวน์ปัญญายิ่งนักการประเมินของชู หยางต่อลู่ เม่ยเม่ย ถือว่าค่อนข้างที่น่าพิสมัยเหลือเกิน
ชูหยาง’’ ข้าชื่อ ชู หยาง เป็คนพเนจรเข้ามาเพื่อฝึกตน เพื่อหาความร่ำรวยความท้าทายในที่แห่งนี้ไม่ทราบว่าแม่นางชื่ออะไรเป็ใครมาจากไหนหรือ(ชูหยางต้องปกปิดตัวตน เพราะใครใดที่มาที่นี่ก็ทำกันทั้งนั้น)
ลู่ เม่ยเม่ย’’ ข้า ชื่อ ลู่ เม่ยเม่ย เป็ผู้ฝึกตนเพื่อมาหาสิ่งของบางอย่างในูเาทมิฬแห่งนี้
ชู หยางกำลังพิจารณาว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไปก็สถานการณ์อย่างนี้ ถึงแม้เขาจะมองเห็นแค่ดวงตาและจดจำนางได้แต่เขาก็ไม่อาจเห็นใบหน้าของนางซึ่งปกปิดไว้อย่างมิดชิดเห็นเพียงดวงตาเท่านั้นแม้ลักษณะของแม่นางคนนี้จะดูสงบนิ่งแต่ก็มีร่างกายอันสง่างามการเคลื่อนไหวทุกท่วงท่าของนางนั้นยังกับนางฟ้าที่โบยบินลงมาจากสรวง์เลยทีเดียว
ชูหยาง’’แม่นางข้าขอถามอะไรสักหน่อยได้หรือไม่ก่อนที่ข้าจะจากไป เพราะเหตุใดตอนที่ข้าเจอเ้าครั้งแรกทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนว่าข้าเคยเห็นเ้ามาก่อนแต่นึกอย่างไรข้าก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นเ้าที่ไหนนอกจากก่อนเข้าบริเวณส่วนในของป่าูเาทมิฬและสถานที่ตรงนี้(คนในราชวงค์งั้นรึ)
ลู่ เม่ยเม่ย’’ข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกับท่านแต่ข้าก็นึกไม่ออกจริงๆว่าข้ากับเ้าเคยเจอกันที่ไหน 8 เหลือเกิน 8 จริงๆมันทำให้ข้ารู้สึกหงุดหงิดมากๆการที่ข้าจดจำได้แต่ก็เหมือนจำไม่ได้แต่ดวงตาที่ข้าเห็นมันช่างคับคล้ายกับบุคคลที่ข้าเคยพบเจอจริงๆมันแปลกประหลาดมากจริงๆ ถึงเวลาที่ข้ากับท่านต้องแยกกันตอนนี้ ไม่งั้นคนอื่นๆที่อยู่คงจะเริ่มสงสัยแล้วว่าข้าออกมาทำไม ข้าขอตัวก่อน (ในใจหรือจะเป็บุตรชายของผู้นำตระกูลชู การคาดเดาของนางช่างแม่นยำเหลือเกิน)
ชูหยาง’’ เดี๋ยวก่อนสิแม่นางก่อนที่เ้าจะตอบคำถามของข้าได้ไหม ว่าทำอย่างไรข้าถึงจะเห็นใบหน้าของเ้าได้เผื่อข้าจะนึกอะไรออกว่าข้าเคยเห็นเ้าที่ไหน มาก่อนหน้านี้มันทำให้ข้าไม่สงบจิตมากเลยนะ
ลู่ เม่ยเม่ย’’หน้าข้าไม่ได้น่าดูหรอก ถ้าท่านอยากเห็นหน้าข้าจริงๆ ท่านต้องเอาชนะข้าให้ได้ก่อนแต่ตอนนี้คงจะไม่ใช่เวลาที่ข้าจะมาต่อสู้ด้วยกับท่านไว้โอกาสหน้าถ้าเรามีวาสนาคงได้พบเจอกันอีก
แสงจันทร์สาดส่องบริเวณที่นางยืนอยู่ตรงกลางต้นไม้ล้อมรอบช่างเป็ภาพที่สวยงามแม้จะมองไม่เห็นใบหน้านางแต่ด้วยรูปร่างและกิริยาของนางการเคลื่อนไหวท่วงท่าก่อนจะหายไปทำให้จิตใจของชู้อย่างนั้นตื่นเต้นแค่รู้สึกแปลกประหลาดกับเหตุการณ์นี้
ชูหยาง’’ ลาก่อนแม่นางลู่ หากมีโอกาสมีวาสนาเราคงพบกัน จำคำสัญญาที่บอกกับข้าไว้ด้วยละ
ลู่ เม่ยเม่ย’’พยักหน้ารับแล้วไปทันที
แล้วชูยางรีบขยับร่างกายจะหายเข้าไปในส่วนลึกของูเาจะมินส่วนแม่นางลู่ เม่ยเม่ย ก็กลับเข้ากลุ่มตนเองพร้อมจดจำเื่ราวที่พบเจอกันระหว่างเขาทั้งสองคนไว้และคำสัญญา