10 อัศวิน: เรียนอินเตอร์ก็งี้แหละ
ในหัวโอปอลมีแต่เรื่องไลลาเธอเป็นใคร เป็นคนจริงหรือเปล่า เธอเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลอย่างนั้นหรือ และเธอเกี่ยวข้องกับบริษัทสตาร์ดัสต์ซึ่งเป็นผู้ผลิตเกมยังไง เธอรู้เรื่องที่เกมนี้สร้างแผลใจจนทำลายชีวิตเด็กตาดำๆ หรือไม่ จุดหมายในการคงอยู่ของเธอคืออะไร และห้องนั้น...เป็นห้องที่มีในเกมของทุกคนหรือเป็นเหมือน DLC? พูดอีกอย่างคือ ทุกคนมีข้อมูลห้องลับของไลลาอยู่ในแผ่นเกมของตัวเอง หรือต้องดาวน์โหลดข้อมูลหลังได้รับอนุญาตจากเธอให้เข้า? เวลาระหว่างที่เธอเชิญเขาให้ไปหาจนกระทั่งตอนที่เขาไปถึงเป็นเวลาเกินพอที่จะดาวน์โหลดข้อมูลห้องทั้งห้องของเธอลงเครื่อง ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ที่เขาสงสัยจริงๆ คือ...ทำไมไลลาจึงเลือกเขา เงื่อนไขที่เขาเผลอทำตามคืออะไร และเธอต้องการให้เขาทำอะไรกันแน่?และที่สำคัญ เมื่อเช้าอัศวินก็เพิ่งส่งแชตมาบอกว่าเกมนี้จะเปิดอีกแค่สามวัน ภายในระยะเวลาสามวัน หากยังไขความลับของไลลาไม่ได้ก็เท่ากับว่าไม่มีสิทธิ์รู้อีกตลอดกาล“แต่อาจจะดีกว่าก็ได้” อัศวินพิมพ์มา “บางทีคนเราก็ชอบปริศนาที่ไม่มีคำตอบมากกว่า”แต่โอปอลกลับรู้สึกว่า หากเขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใครหรือเป็นอะไร เขาต้องคาใจไปตลอดชีวิต“เอ่อ...พี่โอปอลใช่ไหมคะ?”เด็กหนุ่มหันหลังช้าๆ เผชิญหน้ากับมนุษย์จริงๆ ที่อยู่นอกเกมตอนนี้เป็นเวลาเคารพธงชาติ ฉะนั้นในโถงทางเดินไม่ควรมีใครอยู่นอกจากนักเรียนปลายแถวอย่างเขา ทว่าตรงหน้ากลับเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง เธอผูกผมแต่งเครื่องแบบตามระเบียบทุกประการ ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางเล็กน้อยพอน่ารักโอปอลพยายามนึกว่าเขาเคยเห็นเธอที่ไหน แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก“คือ... หนูอยากขอบคุณพี่ที่ช่วยให้พี่ชายหนูได้เงินคืน” เธอพูดเสียงเล็ก “พี่หนูโดนพวกนั้นไถเงินตลอด แล้ววันนั้นโดนขโมยแบงก์พันไปเลยเครียดมาก แต่พอพี่โอปอลไปขู่พวกนั้น อยู่ๆ พี่ชายก็ได้เงินคืน เพราะฉะนั้น ขอบคุณมากนะคะ”“ฉันไม่ได้ทำเพื่อช่วยใคร”“แต่ถึงอย่างนั้น...”“อย่ามาคุยกับฉัน โดยเฉพาะตอนที่รอบข้างไม่มีใครอยู่” โอปอลยื่นหน้าเข้าใกล้ น้องคนนั้นถอยกรูด เพิ่งรู้ตัวว่าทุกคนไปรวมกันอยู่ที่สนาม ฟากนี้ของตึกเลยเป็นที่เปลี่ยว“...อึก...”“เข้าใจแล้วก็รีบไปเข้าแถว”“คะ ค่ะ!” เธอวิ่งไปแต่ไม่วายหันหลังกลับมาตะโกน “ถึงยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ! ถ้ามีอะไรที่หนูพอทำได้ก็บอกเลยนะคะ!”พอน้องคนนั้นไปแล้วโอปอลก็ถอนหายใจยาว ดูท่าเขายังขู่ไม่แรงพอ คราวหน้าบอกเลยดีกว่าว่าถ้ายุ่งกับเขาอาจจะโดนพวกที่ไถเงินพี่ชายเธอเพ่งเล็ง พอถึงตอนนั้นเขาก็ไม่รู้จะช่วยได้รึเปล่าตั้งแต่เริ่มเล่น <เลย์ลา:เลิฟวิ่งมูน> ก็มีแต่เรื่องชวนลำบากใจกับเพศตรงข้าม คราวนี้ดันเป็นเด็กผู้หญิงในชีวิตจริงอีกหรือเขาควรซัดพวกอันธพาลนั่นให้เข็ดจะได้ไม่กล้าก่อเรื่องอีก? แต่ทำแบบนั้นเขาคงได้ขึ้นศาลเยาวชน คราวที่แล้วเพราะพวกมันกลัวสาวไปถึงเรื่องที่จะลักพาตัวนักเรียนหญิงเลยไม่กล้าฟ้อง แต่คราวนี้ก็ไม่แน่“วันนี้วันพฤหัส... มีสวดมนต์เช้า” โอปอลถอนหายใจอีกรอบ “ถ้าพวกมันไปเข้าวัดสวดมนต์อาจจะเลิกทำตัวแบบนี้” แต่เขาเองก็ใช่ว่าจะด่าใครได้เพราะตัวเองก็ไม่ใช่คนดีศรีสังคมแถมไม่ได้เข้าวัดมาเป็นชาติแล้วพอดีอัศวินก็โทรมา“ไงเพื่อน ว่างป่าว”“ก็ว่าง ความจริงต้องไปเข้าแถวแต่ไม่ไป”“โห โรงเรียนฉันเข้าแถวตั้งแต่เจ็ดโมงสี่สิบ ทำไมนายเข้าช้าจัง?”“ใครมันร้องเพลงชาติตั้งแต่ยังไม่แปดโมง?”“ก็โรงเรียนกูไง โรงเรียนอินเตอร์ชอบทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน เลิกก็เลิกช้ากว่าเขาอีก แม่งเอ๊ย อะไรหนักหนา”“เคยอ่านในเว็บบอร์ดว่ามีอินเตอร์โรงเรียนนึง ม.5กับม.6เคยเกือบยกพวกตีกันเพราะแบ่งรายได้จากงานโรงเรียนไม่ลงตัว แล้วเด็กม.ปลายทั้งโรงเรียนก็เคยประท้วงหลักสูตรใหม่หน้าห้องครูใหญ่จนไม่ได้เข้าเรียนสองวัน ต้องเชิญเด็กมานั่งฟังมติใหม่ของคณะกรรมการโรงเรียนถึงจะยอม”“อ้อ โรงเรียนกูเอง อันที่จริงทั้งสองเรื่องก็วีรกรรมของห้องกูนั่นแหละ แหม่ ดีนะตอนนั้นหยุดได้ทันก่อนต้องต่อยกับพี่เขา แถมเรื่องหลักสูตรใหม่นั่นก็ไร้สาระจริงนี่หว่า ให้เรียนแต่เรื่องไร้ประโยชน์แถมเกณฑ์เรียนจบสูงกว่าเกณฑ์รับของมหาลัยเมืองนอกดังๆ อีก คะแนนสอบภาษาอังกฤษแม่งเอาสูงกว่าเกณฑ์เข้าปริญญาเอกเมืองไทยอะมึงคิดดู กูสงสารรุ่นน้อง”“...”“โอปอลเอ๊ย อินเตอร์บางที่ไม่ใช่โรงเรียนคุณหนูแสนดีเหมือนที่หลายๆ คนคิดนะเว้ย เพื่อนกูแม่งก็กินเหล้าเล่นยา ท้องแล้วแท้ง ขับรถไม่มีใบ แต่เวลาทำงานมันก็ทำ เวลาสู้มันก็สู้ ไม่ให้ใครด่าว่าเสียค่าเทอมฟรีหรอก”โอปอลไม่เคยจินตนาการว่าโรงเรียนอินเตอร์เป็นยังไง เขานึกว่าเป็นโรงเรียนคนรวยใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย เอาของแบรนด์มาอวดเพื่อนในชั้น นักเรียนพวกนั้นดูเป็นมนุษย์มนาและธรรมดากว่าที่คาดตัวอัศวินไม่เคยสนใจว่าโอปอลเรียนโรงเรียนที่เรียกว่าดีไม่ได้หรือไม่ค่อยมีเงินติดกระเป๋า บอกให้ไปกินร้านข้าวแกงข้างทางก็ไป นอกจากการที่บางทีพูดอังกฤษเป็นต่อยหอยแล้วอัศวินก็ไม่ได้ต่างอะไรจากคนปกติแต่ก่อนจะหลุดประเด็นมากกว่านี้ เขาก็ดึงหัวข้อสนทนากลับมา“มีธุระอะไร”“ก็เปล่า แค่ตื่นเต้นนิดหน่อย นายบอกรหัสห้องลับของโรงพยาบาลมาใช่ไหม? เมื่อวานพวกรุ่นพี่เขาลองกันแต่ไม่มีใครเข้าได้สักคนเพราะไม่มีบัตรแล้วก็ไม่มีบัตรให้ขโมยด้วย แต่ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกที่ฉันอยากบอก มีรุ่นพี่คนหนึ่งทักมาบอกว่ารหัสมันซ่อนข้อความลับไว้ด้วยล่ะ อาจจะแค่คิดมากไปเองแต่ฉันว่านายต้องสนใจ”“ว่า?”“428971 มองแวบแรกอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าลองเอาไปแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นดู... 4 คือ ชิ 2 คือ นิ 8 คือ ฮะจิ หรือ ยะ 9 คือ คุ 7 คือ นานะ และ 1 คือ อิจิ”“ฉันไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น”“ก็ถึงจะอธิบายนี่ไงเล่า ถ้าเปลี่ยน 8 จาก ยะ เป็น ทะ จะเรียงเลขทั้งหมดได้เป็นประโยคว่า ชิ-นิ-ทะ-คุ-นะ-อิ แปลว่า ฉันไม่อยากตาย” อัศวินทิ้งช่วงครู่หนึ่ง “โคตรหลอนเลยไหมล่ะ ถึงไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเปล่าก็เถอะ”โอปอลอึ้งไปชั่วขณะฉันไม่อยากตายแต่เมื่อวานตอนที่เขาบอกว่าจะดึงสายน้ำเกลือให้เธอ สิ่งที่ไลลาตอบมาคือ...“รู้อยู่แล้วล่ะว่าถ้าเป็นนายต้องทำได้”“โอปอล...? เงียบไปเลย ได้ยินรึเปล่า?”“ได้ยิน แค่...” เด็กหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ปลายสายเลยแทรกขึ้น“นายไม่ต้องเครียดกับมันหรอก เหลือเวลาสามวัน ได้แค่ไหนแค่นั้น ยังไงนี่ก็เป็นการต่อสู้ของฉัน นายช่วยฉันมามากเกินพอแล้ว ขอบใจมาก” อีกฝ่ายพูดด้วยเสียงจริงใจ“ไม่เป็นไร”อัศวินบอกลาและตัดสาย ปล่อยให้โอปอลยืนจมอยู่กับความคิดตัวเอง ----------------------- วันนั้นโอปอลเข้าเรียน(ในชีวิตจริง)ทุกคาบแบบไม่สายไม่ขาด คงเพราะฉากปลุกถึงห้องนอนไร้สาระของลิลิกับเลย์ลาทำพิษเข้าให้ พอตกเย็นเขาก็เมื่อยไปทั้งตัว ไม่เข้าใจเลยว่าคนอื่นนั่งเรียนเฉยๆ กันทั้งวันได้ยังไงสาวที่อยู่ข้างบ้านในชีวิตจริงของเขาไม่ใช่หัวหน้าห้องดีกรีดาวโรงเรียนอย่างเลย์ลา แต่เป็นคนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเห็นเป็นน้องสาวซึ่งปัจจุบันทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนเธอเคยทำให้ทุกวันในช่วงปิดเทอมแสนน่าเบื่อเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย เธอเคยเป็นหายนะเดินได้ และเธอเคยเป็นเด็กหญิงที่ร่าเริงสดใสไม่เคยเหนื่อยแม้เล่นกันกี่ชั่วโมงก็ตามเธอไม่ได้โตมากับหน้าจอ พ่อแม่เธอจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดและพยายามให้ลูกออกไปเล่นดินทรายข้างนอกไม่ก็อยู่กับดินสอกระดาษ เธอมักตามเทรนด์ไม่ทัน ใช้อินเทอร์เน็ตไม่เก่งเท่าคนอื่น เธอชอบแอบเอาเครื่องสำอางแม่มาใช้และบังคับให้เขาเป็นหนูทดลอง เธอ...โอปอลนึกตกใจเหมือนกันที่ยังจำเรื่องเธอได้มากขนาดนี้ เท้าเขาหยุดตรงหน้าบ้านข้างๆ โดยอัตโนมัติ บ้านที่มีคนอยู่ก็เหมือนไม่อยู่ แหงนหน้ามองหน้าต่างก็ไม่มีใครตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงรถ เขาจำสีและยี่ห้อได้ รถของบ้านนี้นี่เองเด็กหนุ่มรีบก้มหน้าเดินไปบ้านตัวเอง มือชะงักค้างอยู่ที่ประตูรั้ว“ถ้าเป็นฉันคงดักรอเธอหน้าบ้านแล้วคุยกันให้รู้เรื่องดีกว่าคอยหลบหน้ากันไปมา เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไปจนถึงไหน...น่ะนะ”รถกำลังเลี้ยวเข้าบ้านพอดี เขาสบตากับคนที่นั่งข้างคนขับชั่ววินาทีเขาอ่านสายตาเธอไม่ออก กลัว? กระอักกระอ่วน?“...สาย”ไม่ได้เรียกชื่อเธอมานานเหลือเกิน --------------------------------- คืนนั้นหลังทำการบ้านและงานบ้านเสร็จ โอปอลเตรียมจะเข้าเล่นเกม ทว่าพอเดินผ่านหน้าต่างห้องนอนกลับเห็นอะไรผิดปกติหน้าต่างบ้านข้างๆ มี QR แปะอยู่ มันถูกปริ๊นท์ใส่กระดาษเอสี่และแปะหน้าต่างด้วยเทปใสโอปอลยกมือถือถ่ายรูปมันไว้ เขาเดาได้ว่ามันเป็น QR ของอะไรและตอนนี้เขาไม่มีความกล้าจะทำอะไรกับมัน ---------------------- ตื่นขึ้นมาในเกมก็พบว่าเป็นเวลาบ่าย ทั้งที่เขาออกจากเกมในโรงพยาบาลแต่เขากลับมาโผล่ที่ห้องสมุดโรงเรียนห้องสมุดนี้เรียกได้ว่าอลังการที่สุดที่เคยเห็น มันมีสองชั้น ตกแต่งแบบโมเดิร์น ชั้นหนังสือมีหลากสีตามหมวดหมู่ สันหนังสือส่วนมากเห็นแล้วรู้เลยว่าแค่ไปก๊อปมาจากหอสมุดโลกในอีกเกมที่บริษัทนี้เป็นคนทำ เพราะชื่อสุดแสนจะแฟนตาซีอย่าง “ตำนาน World Boss อิซานามิแห่งยมโลก” หรือ “ศาสตร์การคราฟต์และใช้ปืนมานา” ไม่ใช่อะไรที่จะมาโผล่ในห้องสมุดโรงเรียนได้“พะ พี่โอปอลมาหาหนังสือเหรอคะ?”หันขวับไปก็เจอฟองจันทร์ เธอสวมแว่นกรอบดำเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือบัตรห้อยคอว่าเป็นอาสาสมัครมาช่วยงานชั่วคราวยัยไลลา...จัดฉากให้เขามาเจอกับฟองจันทร์สินะ ก็จริงอยู่ที่ตอนนั่งเรียนวันนี้เขาดันกังวลไม่เข้าท่าว่าหากโดนลิลิกับเลย์ลาประกบแถมยังหนีไปโรงพยาบาล เขาจะพลาดฉากไหนของฟองจันทร์ไปหรือเปล่า“ประมาณนั้น แล้วเธอ...?”“มาช่วยงานที่ห้องสมุดค่ะ หนูชอบหนังสือมาก เวลาจัดหนังสือก็เผลอนั่งอ่านคำโปรยบนปกจนจัดไม่เสร็จสักที” เธอหัวเราะแห้งๆ “เอ่อ...หะ หาเล่มไหนอยู่เหรอคะ? เผื่อหนูจะผ่านตา”“ก็เปล่า”“เอ๋...?” เธอกะพริบตา “ระ หรือว่ากำลังลองหาแบบให้ความรู้สึกพาไป นะ หนูก็อยากลองหาหนังสือแบบนั้นดูค่ะ...อ๊ะ จริงสิ...ลูกอม...”“อาจจะกินไม่ทันแต่ไม่โยนทิ้งหรอก ตั้งใจทำมาให้ไม่ใช่เหรอ?”“ดีใจจังค่ะ...”ปากของเด็กหนุ่มเหยียดเป็นเส้นตรง หากเขาพูดกับสายได้เหมือนกับที่พูดกับฟองจันทร์ก็คงดี“มีอะไรรึเปล่าคะ?” เด็กสาวตรงหน้าซุกมือไว้ในแขนเสื้อยาวๆ ของเสื้อกันหนาวจนโผล่มาแค่ปลายนิ้ว“เธอมีเพื่อนเยอะไหม?”“เอ่อ ก็ ไม่เยอะค่ะ... ไม่ค่อยมีใครสนิทด้วย... อาจจะพี่ คะ แคโรไลน์... แต่ไม่รู้ว่าเธอเห็นหนูเป็นเพื่อนรึเปล่า...”“เหรอ เคยทะเลาะกับใครไหม?”“เคยค่ะ แต่ว่ามันนานมากแล้ว... ปกติหนูพยายามทำตัวให้คนอื่นชอบน่ะค่ะ...”อย่างนี้นี่เอง โอปอลเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกตัวเองขึ้นมานิดหน่อย...ฟองจันทร์ทำให้เขานึกถึงตัวเองสมัยก่อน ขาดความมั่นใจ ทำตัวตามความคาดหวังของคนอื่น ยอมคนไปทั่วจนโดนรังแก...“แล้วจำได้รึเปล่าว่าตอนขอคืนดีพูดยังไง?”“นั่นสินะคะ...” เธอยกนิ้วชี้แตะคาง “มันน่ากลัวหน่อยๆ นะคะ แต่ว่า... ยังไงก็ต้องขอโทษอย่างจริงใจค่ะ ถึงขอโทษจากใจแล้วจะโดนปฏิเสธ ยังไงก็ดีกว่าอึดอัดอยู่คนเดียว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจเลยค่ะว่าตัวเองเอาความกล้ามาจากไหนถึงขอโทษได้ อ๊ะ แล้วก็ ถ้าพูดกันต่อหน้าอาจจะดีกว่านะคะ เพราะมันจะดูจริงใจที่สุด”เด็กหนุ่มไม่อยากเชื่อว่าตัวเองได้รับคำแนะนำดีขนาดนั้นจากตัวละครเกมจนเผลอยิ้ม“ขอบใจ”“อ๊ะ พะ พี่โอปอล คือว่าหนู...”พอเห็นเขาทำท่าจะไป ฟองจันทร์รีบดึงชายเสื้อเขาไว้“หนู...ขะ ขอไอดี...แชตหน่อยได้ไหมคะ? คือว่า พอดีหนูต้องทำงานส่งวิชาคหกรรมแล้วอยากปรึกษา...ขะ ขอโทษที่รบกวนค่ะ!”“ก็ได้” โอปอลตอบรับเรียบๆ“เอ๊ะ ได้จริงเหรอคะ?”“ก็ไม่มีปัญหานี่ ทักมาได้ตลอด จะช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้วกัน” เขาไม่แน่ใจว่าการแลกแชตในเกมนี้ทำยังไง แต่ฟองจันทร์ก็จัดการให้โดยการหยิบบัตรนักเรียนที่ห้อยคอเขาแนบกับบัตรนักเรียนของเธอ“อ๊ะ ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ... พอดีดีใจเกินไป เฮะๆ ขอบคุณมากนะคะ ฟองดีใจที่สุดเลย” เด็กสาวเผลอเปลี่ยนคำแทนตัวเลยยกมือปิดปากโอปอลเผลอยิ้มบางๆ ขณะเธอก้มหัวขอโทษปลกๆ ที่แตะตัวเขาโดยไม่ได้ขออนุญาต