10.......
“พ่อ!..อยู่ไหน”
เสียงร้องถามด้วยความใพร้อมกับมือไขว่ขว้าสะเปะสะปะไปมา
“ข้าอยู่นี่..แกอย่าแหกปากโวยวายได้ไหมวะไอ้วิน”
ผู้เป็พ่อพูดขึ้นและต่อว่าลูกชายด้วยความรำคาญ
“ทำไมผมมองไม่เห็นพ่อเลย”เสียงชวินร้องถาม
“ก็มันมีหมอกควันบังน่ะสิเอ๊า..ทีนี้เห็นหรือยัง”
ทองก้อนโผล่หน้าเข้ามาหาทำให้ชวินรู้สึกใจชื้นที่ได้เดินไปกับบิดา แต่ที่เขารู้สึกเวทนาทั้งตัวเองและบิดาก็คือที่คอของทั้งคู่มีปลอกคอสวมอยู่
“เราทำผิดอะไรล่ะพ่อถึงมีปลอกคอคาอยู่แบบเนี้ย”
ชวินถามเสียงเหมือนจะร้องไห้เขาทั้งเหนื่อยและท้อกับการเดินทางหากหยุดเดินเมื่อไหร่สองพ่อลูกก็จะถูกกระตุกด้วยเชือกที่มัดติดกับปลอกคอเหมือนมีคนคอยลากให้เดินไปโดยที่มองไม่เห็นตัวผู้ที่ดึงเชือกแต่ถ้าเดินไปดี ๆ ก็จะไม่ต้องเจ็บตัวจากการถูกลากดึงไป แต่จะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่กับการเดินที่ไม่สามารถจะหยุดพักได้
“ก็ตายพร้อมกันจะไปรู้ได้ไงวะ”
ทองก้อนบอกอย่างเซ็ง ๆ
“เอ๊ย..นั่นมีคนเดินผ่านมาทางนี้แล้วพ่อ”
ชวินดีใจเขารอจนกระทั่งเห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังเดินสวนทางมาจึงร้องถามขึ้น
“พี่ชายรู้หรือเปล่าครับว่าที่นี่ที่ไหน”
“ไม่รู้เหมือนกันอาจจะเป็ดินแดนพิพากษากระมัง เดินไปเรื่อย ๆ ก็จะมีทางให้เลือกเองโชคดีนะน้องชาย”
พูดจบคนกลุ่มนั้นก็เดินผ่านไปสองพ่อลูกหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าหวาดวิตก
“นี่เรากำลังจะเดินทางเพื่อไปฟังคำพิพากษาหรือเปล่าพ่อ ไม่อยากจะคิดเลยว่าละครเื่เวรเื่กรรมที่เห็นในละครทีวีมันจะมีจริงๆ”
ชวินเดินไปพูดไปแววตาละห้อย
“แต่ข้าว่าเราน่าจะได้ไปเกิดที่ดี ๆ นะ”
ทองก้อนเข้าข้างตัวเองเอาไว้ก่อนเพื่อเป็กำลังใจ
“ดียังไงล่ะพ่อ..ดูสองข้างทางสิ มีแต่ป่ากับป่าแถมยังแห้งแล้งมองไม่เห็นบ้านเรือนศิวิไลซ์อะไรเลยสงสัยว่าจะได้ไปเกิดที่เผ่าใดเผ่าหนึ่งแถวแอฟริกาแหง ๆ เลย”
ชวินพูดแล้วก็เสียวไปด้วยตอนมีชีวิตอยู่เคยดูสารคดีของเผ่าต่าง ๆ ที่ต้องเดินทางเร่ร่อนไปเรื่อย ๆไม่ปรารถนาจะไปเกิดแบบนั้นเลย
“เผ่าที่เต้นแร้งเต้นกาเหย็ง ๆ ทาหน้าทาตาแปลกๆ ไม่มีเสื้อผ้าใส่ข้าไม่เอานะโว้ย ขอเป็ตาสีตาสาอยู่บ้านนอกคอกนาทำนาเลี้ยงควายที่ประเทศไทยเรายังจะดีเสียกว่า”
ทองก้อนกลัวกับการไปเกิดใหม่ตามที่ลูกชายพูดถึง
“เลือกได้ก็ดีสิพ่อ กลัวแต่ว่าจะเกิดตามกรรมลิขิตน่ะสิ”
“กรรมลิขิตบ้าบออะไร ข้าไม่เคยก่อกรรมทำชั่วมดสักตัวก็ไม่เคยฆ่า หมาสักตัวก็ไม่เคยเตะ” ทองก้อนรีบบอก
“แต่ผมเคยเตะหมาจนซี่โครงมันเกือบหักไม่รู้จะบาปหรือเปล่าสิพ่อ”
ชวินนึกภาพเ้าดุ๊กดิ๊กขึ้นมาทันใดชักจะกังวลใจขึ้นมาตงิด ๆ รู้สึกสำนึกผิดจากใจ
“เตะหมาคงไม่บาปสักเท่าไหร่หรอกแต่เตะเมียอย่างแม่แกนี่สิ ข้าไม่ค่อยแน่ใจว่ะ..ทำบ่อยเสียด้วยสิกู”
ทองก้อนพึมพำในตอนท้ายด้วยความหวาดหวั่นกลัวบาปกรรมจะให้ผลตอนไปเกิดใหม่
“ผมเคยได้ยินคุณยายของนายปอนด์เล่าให้ฟังว่าถ้าเรานึกถึงแต่สิ่งที่ดีที่เราเคยทำก็จะเป็นิมิตหมายให้เราไปเกิดที่ดีนะพ่อระหว่างนี้พ่อลองนึกถึงสิ่งดีดีที่เคยทำก็แล้วกัน”
เขาแนะนำผู้เป็บิดาทองก้อนลองนึกตามตอนมีชีวิตอยู่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งไหนทำแล้วจะส่งผลอย่างไร แต่พอตายไปแล้วต้องรอคำตัดสินแบบนี้มันก็รู้สึกทรมานใจมากพยายามนึกถึงสิ่งดีที่เคยทำ แต่ก็นึกไม่ค่อยออก สิ่งที่นึกออกมีเพียงอย่างเดียวคือนั่งก๊งเหล้าเกือบทุกวันชนิดไม่เมาไม่เลิก เมาแล้วก็ตบตีภรรยาเป็อาจิณแถมรีดไถเงินนางบุญมาเป็อาชีพเสริมอีก ยิ่งนึกทองก้อนก็ยิ่งหดหู่ใจกับสิ่งไม่ดีที่ตนทำ แต่กรรมดีก็มีอยู่เพราะตอนก่อนตายก็ยังอุตส่าห์ได้ไปทำบุญทอดผ้าป่าที่วัด
“ว้า..แต่ตอนตายนี่สิดันตายหมู่กับพวกขี้เหล้าเมายาที่สนุกเฮฮาบนรถทัวร์ผ้าป่า..เวรกรรมจะได้บุญหรือบาปวะเนี่ย ลุ้นเอาตอนไปเกิดใหม่ก็แล้วกันไอ้ทองก้อนเอ๊ย” เขาพูดกับตัวเองด้วยความหวาดเสียว
ในขณะที่ชวินก็พยายามนึกถึงสิ่งดีที่ตนเคยทำเอาไว้เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ แต่ดันเห็นภาพตัวเองทำร้ายสุนัข ตามด้วยภาพลามกขึ้นมาในสมองเหมือนตอนที่ชอบเปิดดูแต่คลิปโป๊เปลือยบ่อยๆ เกือบทุกวัน พอวันไหนเกิดอารมณ์มากหน่อยก็ไปหาสาว ๆ พอมีแฟนแสนดีอย่างนัฏนรีก็ดันโกหกตอแหลเธอสารพัดแล้วก็ยังมีกิ๊กมากหน้าหลายตาทำให้นัฏนรีเจ็บช้ำน้ำใจอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ปากหวานแกล้งเอาใจเธอเพื่อจะได้ขอเงินเธอไปปรนเปรอหญิงอื่นอีก อย่างรายล่าสุดที่เขาติดใจจนเช่าห้องให้อยู่เป็เด็กสาวชื่อกระต่าย ที่นัฏนรีก็ไม่รู้เลย
“แต่คงพอลบล้างบาปได้อยู่หรอกเพราะไปทำบุญที่วัดกับแม่ตั้งหลายครั้ง อย่างครั้งสุดท้ายก็ยังไปทำบุญทอดผ้าป่า เฮ้อ..บาปบุญคงเจ๊ากันพอดีอาจจะได้เกิดเป็คนธรรมดาไม่รวยไม่จนเอาวะแค่นี้ก็ดีถมเถ”
ชวินคิดเอง เออเอง เพื่อให้ตนเองสบายใจ
นัฏนรีลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกอ่อนระโหย เธอปรับสายตาให้เข้ากับภาพในห้องคนป่วย เห็นป้าสมใจนอนหันหลังคู้ตัวอยู่ที่โซฟาส่วนอีกคนนั่งฟุบหน้าอยู่กับท่อนแขนตัวเองที่วางอยู่ริมเตียงคนป่วย
“วิน...”
นัฏนรีเรียกชื่อคนที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียงหวังให้เป็ชวินจริง ๆ เสียงแหบพร่าที่ดังขึ้นแ่เบาทำให้สิปปกรรู้สึกตัวเขาเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นนัฏนรีจ้องมองเขาอยู่ด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
“ดรีม..นี่ปอนด์เอง”
สิปปกรบอกเธอด้วยความยินดีที่เห็นคนที่เขาแอบรักตื่นขึ้นมาจากการนอนหมดสติไปหลายชั่วโมง เพราะหลังจากที่ป้าสมใจเล่าให้ฟังเื่ที่ชโรชาบอกความจริงแก่นัฏนรีว่าชวินเสียชีวิตแล้ว นัฏนรีก็ร้องไห้จนช็อคไปเลย
สิปปกรแทบจะขับรถชนรถคันอื่นเพื่อจะรีบมาที่โรงพยาบาล เขาเฝ้าดูอาการของเธอพร้อมกับคนในครอบครัวของนัฏนรีแต่เมื่อคืนนี้ ดร.ฉันทวัฒน์ กับภรรยากลับไปตอนเที่ยงคืนเขาจึงอาสาอยู่เฝ้านัฏนรีพร้อมกับป้าสมใจ เขาอยากจะเห็นนัฏนรีฟื้นขึ้นมาเห็นเขาเป็คนแรก
“ปอนด์..รู้ไหมว่าวินเสียแล้ว...วินทิ้งดรีมไปแล้ว..”
นัฏนรีเริ่มคร่ำครวญด้วยความเสียใจ
“วินเขาไปสบายแล้วดรีมจะต้องเข้มแข็งนะ” เขาจับมือเธอมากุมเอาไว้ด้วยความทนุถนอม
“ดรีมไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไปแล้วดรีมอยากตายตามวินไปด้วย ฮือ ๆ”
สิปปกรใกับคำพูดนั้นเขากุมมือเธอแน่น มองหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาอย่างขอร้อง
“ไม่นะดรีม ดรีมจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อ...เพื่อคนที่รักดรีม”
เสียงของเขาขาดหายเป็่ ๆ
“คนที่รักดรีมไม่อยู่แล้ว เขาตายแล้ว..”
นัฏนรีร้องไห้สะอึกสะอื้นสร้างความะเืใจให้เขาเ็ปไม่แพ้กัน เขาทนเห็นคนที่รักทุกข์ระทมเช่นนี้ไม่ได้หัวใจเขาแทบจะแหลกสลาย แต่เขาก็ต้องเข้มแข็งเป็หลักให้เธอให้ได้
“ไม่จริงคนที่รักดรีมสุดหัวใจอยู่ตรงนี้แล้ว ปอนด์ไง”
เขาพูดออกมาจากหัวใจที่แท้จริง แต่นัฏนรีดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจหรือสนใจฟังสิ่งที่เขาบอกเธอคงคิดว่าเขารักเธอเหมือนกับที่เพื่อนคนหนึ่งอย่าง ลิลลี่ และไปรยา รู้สึกกับเธอ
“ดรีมจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีวินอีกแล้ว ดรีมอยู่ไม่ได้ เข้าใจไหมปอนด์..”
นัฏนรีพร่ำรำพรรณพร้อมกับร่ำไห้ด้วยทุกข์ระทมหากสิปปกรสามารถรับความทุกข์ใจทั้งหมดจากเธอได้เขาจะไม่รีรอที่จะรับมันมาไว้เสียเอง
“ดรีมอย่าลืมนะว่าในโลกนี้ไม่ได้มีเพียงวินคนเดียวที่รักดรีมยังมีคุณพ่อ คุณแม่ ป้าสมใจ แล้วก็เพื่อน ๆ ที่ยังรัก้าดรีมทำไมดรีมไม่คิดบ้างว่าทุกคนรักและเป็ห่วงดรีมแค่ไหน ถ้าดรีมเป็อะไรไปทุกคนก็คงอยู่ไม่ได้เช่นกัน” เขาพูดเตือนสติเธอ
“ดรีมไม่สนความรักของใครทั้งนั้นดรีมรู้แต่ว่าดรีมรักวิน้าวินคนเดียวเข้าใจไหม”
นัฏนรีแทบจะะโใส่หน้าสิปปกรเธอกำลังทุกข์ทรมานใจจนแทบจะบ้าคลั่งไม่อยากจะยอมรับความจริงว่าชวินจากไปแล้วจริงๆ
“ดรีมทำไมต้องรักวินมากมายขนาดนี้ด้วย ทำไม..”
สิปปกรบอกเสียงปนสะอื้นน้อย ๆด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งน้อยใจเสียใจ ทั้งห่วงใยคนที่รักสุดหัวใจ คละเคล้าปนเปหลากหลายความรู้สึกจนแยกไม่ออก
“ก็เพราะดรีมรักเขาไงปอนด์ไม่เข้าใจหรอก ว่าความรักที่ดรีมมีต่อวินมันยิ่งใหญ่แค่ไหน ถ้าปอนด์ลองรักใครสักคนอย่างหมดหัวใจปอนด์ก็จะรู้เอง” เธอบอกเขาด้วยน้ำตานองหน้า
“ทำไมปอนด์จะไม่รู้เพราะปอนด์ก็รักผู้หญิงคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจเหมือนกัน รักทั้ง ๆที่รู้ว่าเธอไม่เคยแม้แต่จะมองเห็น เพราะในหัวใจเธอมีแต่ผู้ชายชื่อชวินตลอดเวลา แต่ปอนด์ก็ยังรักและรอคอยเธออยู่เสมอด้วยความซื่อสัตย์และภักดิ์ดีอย่างนี้แล้วจะพอเทียบเคียงกับความรักที่ยิ่งใหญ่ของดรีมได้ไหม ช่วยบอกปอนด์หน่อย”
เขาเผลอบอกความในใจให้เธอรับรู้ด้วยความที่เก็บมันไว้มาเนิ่นนานจนได้เวลาที่จะปลดปล่อยเสียทีเป็การระบายความอัดอั้นตันใจที่ระคนด้วยความน้อยใจ เสียใจ
“ปอนด์...”
นัฏนรีหยุดร้องไห้หันมามองหน้าสิปปกรด้วยความงงงวยผสมความใที่ได้รับรู้ความในใจของเขา ที่เขาพรั่งพรูมันออกมาประหนึ่งทำนบเขื่อนที่พังทลาย
“คุณหนู...”
เสียงของป้าสมใจดังขึ้นทำให้ทั้งคู่มองหน้ากันเงียบ ๆ นัฏนรีเริ่มที่จะสงบจิตสงบใจมีเพียงแววตาเท่านั้นที่แสดงออกถึงความโศกเศร้าเมื่อป้าสมใจเดินมาใกล้ ๆ เธอจึงแกล้งหลับตาไม่อยากให้ป้าสมใจได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แต่ป้าสมใจได้รับรู้ความในใจของสิปปกรแล้วนางรู้สึกซาบซึ้งในความรักที่เขามีต่อคุณหนู ได้แต่ขอให้นัฎนรีหันมามองความดีของสิปปกรบ้าง