บทที่ 14 กลยุทธ์มัดใจชาย
“อา...น้ำหอมยวนิญญา ข้าเคยได้ยินชื่อนี้ ได้ยินว่าเป็ของวิเศษที่เป็ไม้ตาย ในการแย่งชิงความโปรดปรานของเหล่าสนมในวังหลังแคว้นเหลียงเชียวนะ”
“ข้าก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน เล่าลือกันว่าพระสนมคนโปรดองค์ก่อนของแคว้นเหลียง ก็อาศัยเ้าน้ำหอมยวนิญญา นี่แหละ ทำให้ฮ่องเต้โปรดปรานเสด็จมาหาทุกค่ำคืน ได้ดิบได้ดีมีหน้ามีตาที่สุด”
“น้ำหอมยวนิญญา ล้ำค่าหายากขนาดนี้ เหลียงซื่อจื่อก็คงลำบากไม่น้อยกว่าจะหามาให้เ้าได้กระมัง?”
“เป็คุณหนูแปดที่มีวาสนาที่สุด ยังไม่ทันได้แต่งเข้าจวน ก็ทำให้เหลียงซื่อจื่อใส่ใจได้ถึงเพียงนี้”
เสียงสนับสนุนและสายตาอิจฉาของเหล่าบุตรีสายรอง ทำให้ความลำพองใจบนใบหน้าของจี้หานเวยยิ่งชัดเจนขึ้น คางเชิดสูงขึ้นจนแทบจะมองฟ้า ท่าทางเย่อหยิ่งราวกับนกยูงที่กำลังรำแพนหาง
จี้หานอีผู้เป็ตัวเอกของงานเติมสินเ้าสาวในวันนี้ ก็ลอบยินดีในใจ
นางคาดไม่ถึงว่า เพื่อที่จะแย่งชิงความโดดเด่น จี้หานเวยจะยอมทุ่มทุนควักของล่อใจชิ้นใหญ่ขนาดนี้ออกมา
เมื่อมองดูสายตาอิจฉาของเหล่าดรุณีน้อยรอบกาย มุมปากของนางก็ยกยิ้มออกมาจากใจจริง “ขอบใจน้องแปด ข้าชอบ น้ำหอมยวนิญญานี้มากทีเดียว”
สำหรับอนุภรรยาที่ต้องแก่งแย่งชิงดีกันในเรือนหลังเช่นพวกนาง
สิ่งที่จำเป็ที่สุดก็คือ...กลยุทธ์ในการมัดใจชาย
คำขอบคุณที่กลั่นออกมาจากใจของจี้หานอี ทำให้จี้หานเวยรู้สึกพึงพอใจเป็อย่างมาก
นางก้าวเท้าซอยถี่ยิบด้วยจริตจะก้าน เชิดหน้าขึ้นด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ เดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้า จี้หานลั่ว แล้วเอ่ยถามว่า “น้องเก้า ของขวัญเติมสินเ้าสาวของเ้าเล่า?”
ดึงดูดความสนใจของเหล่าลูกอนุทั้งหลาย ให้พุ่งเป้าไปที่จี้หานลั่วเป็จุดเดียว
เหล่าคุณหนูที่ปกติสนิทสนมกับจี้หานเวย
ย่อมไม่ปล่อยโอกาสที่จะประจบเอาใจจี้หานเวยให้หลุดลอยไป
แต่ละคนต่างแย่งกันแสดงออกถึงความปรารถนาดีต่อจี้หานเวย และแสดงความมุ่งร้ายต่อจี้หานลั่วอย่างเต็มเปี่ยม
“คุณหนูแปด เื่นี้ยังต้องถามอีกหรือ? พอเห็นท่านนำเครื่องหอมล้ำค่าออกมา นางก็คงไม่กล้าหยิบของตัวเองออกมาโชว์แล้วกระมัง”
“ตระกูลเซี่ยงตกอับไปแล้ว จะเอาอะไรมาเทียบกับความใส่ใจที่เหลียงซื่อจื่อมีต่อท่านได้?”
“นั่นสิ ได้เป็นายหญิงผู้ดูแลเรือนแล้วอย่างไร? ชาตินี้ทั้งชาตินางก็คงได้แต่แหงนหน้ามองคุณหนูแปดอยู่ร่ำไป”
เหล่าดรุณีน้อยคนหนึ่งรับ คนหนึ่งเสริม ช่วยกันยกยอปอปั้นจี้หานเวยจนตัวลอย
แต่กลับทำให้ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดร้อนรนจนทนไม่ไหว
[น้องสาวรีบมาซบอกพี่: สตรีมเมอร์ สรุปว่าเ้าเตรียมอะไรไว้กันแน่? รีบเอาออกมาตบหน้าพวกนางเร็วเข้า?]
[ฤดูร้อนไม่หนาว: สตรีมเมอร์ เมื่อคืนได้รับเหรียญรางวัลไปตั้งแสนสามหมื่นกว่าเหรียญ อย่าทำให้พวกเราผิดหวังนะ?]
[หลงรักใบหน้าของเ้า: ถ้าสตรีมเมอร์แพ้ ข้าจะเปลี่ยนจากติ่งเป็แอนตี้แฟนทันที]
“น้องเก้า ข้ารอใส่ ‘พื้นรองเท้า’ ที่ปักชื่อเ้าอยู่นะ”
ในขณะที่จี้หานเวยมั่นใจในชัยชนะเต็มเปี่ยม จนคิ้วแทบจะเริงระบำด้วยความสะใจ จี้หานลั่วก็ล้วงเอา ขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็ก สองใบออกมาจากแขนเสื้อด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปาก ก็ได้รับเสียงเยาะเย้ยถากถางดังเซ็งแซ่
“แค่นี้เนี่ยนะ?”
“คุณหนูเก้า ขวดกระเบื้องในมือ ก็แค่ขวดยาที่โรงหมอหุยชุนใช้บรรจุผงห้ามเืมิใช่หรือ?”
“เ้าเอาขวดยาห้ามเืมาเป็ของขวัญเติมสินเ้าสาวให้คุณหนูเจ็ดเนี่ยนะ?”
“นี่เ้าจนจนเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่า?”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ...”
ต่อหน้าเสียงหัวเราะเยาะของฝูงชน จี้หานลั่วตอกกลับอย่างไม่เกรงใจ “ยังไม่ทันรู้ความจริงทั้งหมด ก็วิพากษ์วิจารณ์ส่งเดช ช่างโง่เขลานัก”
รอยยิ้มบนหน้าจี้หานเวยแข็งค้าง นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงวางก้าม “น้องเก้า ต่อให้ปากเก่งแค่ไหน ก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเ้าต้องแพ้ไม่ได้หรอก”
“ขวดเล็กจ้อยแค่นั้น จะใส่อะไรที่วิเศษวิโสได้?”
“อย่าเพิ่งใจร้อน ของที่ข้ามอบให้พี่เจ็ด มีเพียงหนึ่งเดียวในเมืองหลวง” จี้หานลั่วกระตุกยิ้มมุมปาก นางมั่นใจในสินค้าที่แลกมาจากร้านค้าในระบบถ่ายทอดสดเป็อย่างยิ่ง
นางสั่งให้สาวใช้ข้างกายไปตักน้ำสะอาดมาหนึ่งอ่าง
ต่อหน้าสายตาของทุกคน นางหยดของเหลวในขวดลงไปในน้ำสองหยด
กลิ่นหอมรื่นรมย์พลันฟุ้งกระจายไปในอากาศ
“นี่มันกลิ่นอะไร? หอมเหลือเกิน?” คุณหนูที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดอุทานด้วยความตกตะลึง
จี้หานลั่วไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง นางหันไปยิ้มให้จี้หานอี “พี่เจ็ด ท่านลองใช้น้ำนี้ล้างมือดูสิเ้าคะ ดูว่ารู้สึกอย่างไร?”
จี้หานอีลองล้างมือดูด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยความจริงใจว่า “รู้สึกเย็นสดชื่นยิ่งนัก”
จี้หานอีลองสูดดมดู แล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความประหลาดใจระคนยินดี “น้องเก้า กลิ่นนี้หากดมใกล้ ๆ หอมสดชื่นกว่าเครื่องหอมที่น้องแปดให้มาเสียอีก”
เมื่อเห็นจี้หานเวยหน้าดำคร่ำเครียด
อารมณ์ของจี้หานลั่วก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก “พี่เจ็ด ของสิ่งนี้ไม่ใช่แค่หอมนะเ้าคะ แต่ยังมีสารพัดประโยชน์ หน้าร้อนอากาศอบอ้าว หากหยดลงในน้ำอาบสักสองหยด จะช่วยให้รู้สึกเย็นสบายตัว และช่วยแก้ผดผื่นได้เ้าค่ะ”
“หากถูกยุงหรือแมลงกัดต่อย พอทาลงไปก็จะหายคันเป็ปลิดทิ้ง”
“หากต้องไปชมดอกไม้ในที่ที่แมลงเยอะ ทาไว้ล่วงหน้าก็ช่วยป้องกันยุงและแมลงได้”
“และที่สำคัญที่สุด...กลิ่นหอมนี้มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นประสาททำให้สมองปรอดโปร่งได้เ้าค่ะ ได้ยินว่าปีหน้าว่าที่พี่เขยเจ็ดจะต้องเข้าสอบขุนนาง น่าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันนะเ้าคะ”
[ฝนตกไม่เก็บผ้า: ยิ่งฟังสตรีมเมอร์พูด ข้าก็ยิ่งรู้สึกคุ้น ๆ แฮะ]
[แมวเหมียวน่ารักจัง: ข้อนี้ข้าตอบได้ มันคือ ‘น้ำหอมระเหยตราเทพลิ่วเสิน’ ไอเทมคู่กายสมัยเรียนของข้าเอง]
“น้องเก้า ของสิ่งนี้เรียกว่าอะไรหรือ?” จี้หานอีรีบฉวยโอกาสคว้าขวดกระเบื้องสีขาวใบเล็ก ไปจากมือของจี้หานลั่วอย่างรวดเร็ว แล้วเก็บเข้าอกเสื้อราวกับเป็ของล้ำค่า
มุมปากของจี้หานลั่วโค้งขึ้นเล็กน้อย
ยังไม่ทันที่นางจะได้ตอบคำถาม
นางก็ถูกห้อมล้อมด้วยวงล้อมของเหล่าดรุณีน้อยที่เคยรอดูเื่สนุก “คุณหนูเก้า ของสิ่งนี้วิเศษอย่างที่ท่านพูดจริงหรือ?”
บางคนที่ใจร้อน
ถึงกับยื่นมือลงไปจุ่มในอ่างน้ำที่จี้หานอีล้างมือเมื่อครู่ เพื่อทดสอบด้วยตนเอง
“หอมจริง ๆ ด้วย”
“รู้สึกเย็นสดชื่นมากเลย”
“แถมยังใช้งานสะดวกมากด้วย”
“คุณหนูเก้า ของสิ่งนี้เรียกว่าอะไร?”
“ซื้อมาจากที่ไหนหรือ?”
“คุณหนูเก้า ท่านยังมีเหลืออีกหรือไม่? แบ่งขายให้ข้าสักขวดได้หรือไม่? พี่ชายสายตรงของข้ากำลังจะลงสอบขุนนาง ถ้าได้สิ่งนี้ไป ก็เหมือนพยัคฆ์ติดปีกเลยทีเดียว”
[หลงรักใบหน้าของเ้า: พระเ้า ไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงยุคไหน ก็ต้านทานเสน่ห์ของน้ำหอมไม่ได้จริง ๆ]
[นินี่ผู้น่ารัก: มีข้าคนเดียวหรือเปล่าที่สงสัยว่าสตรีมเมอร์ไปเอาน้ำหอมกันยุงมาจากไหน?]
[ฤดูร้อนไม่หนาว: พวกเรายังดูไลฟ์สดจากยุคโบราณได้เลย สตรีมเมอร์จะเสกน้ำหอมกันยุงออกมาสักขวด ข้าไม่แปลกใจเลยสักนิด]
[ไม่ดำก็แดง: ดูเหมือนเมนต์บนจะสงสัยเหมือนข้า ใครมีข้อมูลวงในเกี่ยวกับแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดจักรวาลนี้บ้าง?]
[ครูภาษาจีนไม่สอนพละ: ได้ยินมาว่าบริษัทแม่ของแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดจักรวาล ทำการทดลองเื่การท่องมิติเวลามาตลอด ข้าว่าพวกเขาคงทำสำเร็จแล้วล่ะ]
[ลมพัดตึง: ั้แ่โหลดแอปฯ ไลฟ์สดนี้มา ข้าก็เลิกดูละครทีวีไปเลย]
[นักชิมชาเขียว: ดูละคร จะไปสะใจเท่าดูชีวิตจริงของคนอื่นได้ยังไง?]
[แมวเหมียวน่ารักจัง: สตรีมเมอร์นี่...ชนะใส ๆ แล้วใช่ไหม?]
เมื่อเห็นน้ำหอมกันยุงได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จี้หานลั่วก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
นางกระแอมไอเล็กน้อย อาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังเห่อของใหม่ ะโถามเสียงดัง “ทุกท่านอย่าเพิ่งใจร้อน ช่วยข้าตัดสินก่อนเถิดเ้าค่ะ ว่าของขวัญเติมสินเ้าสาวชิ้นนี้ของข้าโดดเด่นหรือไม่?”
บรรยากาศในลานเงียบกริบลงชั่วขณะ
แม้ว่าทุกคนจะรู้สึกว่าของขวัญของจี้หานลั่วนั้นยอดเยี่ยมและโดดเด่นจริง แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกตัว เพราะไม่อยากล่วงเกินจี้หานเวย
ดวงตาของจี้หานลั่วกลอกกลิ้งไปมาอย่างเ้าเล่ห์
นางล้วงขวดกระเบื้องสีขาวใบเล็กออกมาอีกหนึ่งขวด “ช่างเถิด...เดิมทีข้าคิดว่าของขวัญชิ้นนี้โดดเด่นเพียงพอ และตั้งใจจะแบ่งออกมาขายให้ผู้มีวาสนาในเมืองหลวงสัก 10 ขวด”
“แต่ในเมื่อดูแล้ว...ของสิ่งนี้คงไม่เข้าตาพวกท่าน มิสู้ทำลายทิ้งไปเสียดีกว่า”
เมื่อเห็นจี้หานลั่วยกมือขึ้นทำท่าจะปาขวดทิ้ง เหล่าดรุณีน้อยต่างหน้าถอดสีด้วยความร้อนรน
“โดดเด่น! โดดเด่นมากเ้าค่ะ!”
ซูเพ่ยอีบุตรีสายรองแห่งจวนซูกั๋วกง รีบคว้าข้อมือของจี้หานลั่วเอาไว้ แล้วแย่งขวดกระเบื้องมาถือไว้อย่างทะนุถนอม “ของดีขนาดนี้ ทำลายทิ้งก็น่าเสียดายแย่สิ”
“พวกนางกลัวจี้หานเวย เลยไม่กล้าพูดความจริง”
“แต่ข้าไม่กลัว”