“ฮ่า! ออกมาได้สักที!”
เป็เวลาสองวันเต็มที่ดอนใช้ในการเดินเท้าออกจากป่า ่เวลาพลบค่ำได้มาเยือน หมู่ดาวประดับประดาทั่วท้องฟ้าสีดำมืด ดวงจันทร์สีเหลืองทอแสงสีขาวนวลสาดส่องลงมาบนผืนดินและผืนน้ำ คืนนี้เขาจะนอนที่นี่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและสายลมอ่อนๆที่พัดผ่านทุ่งหญ้าเข้ามาปะทะร่างกาย เป็ค่ำคืนที่แสนสงบอีกคืนหนึ่ง
ณ จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์(เทียม)ของเหล่ามวลมนุษย์ ภายในห้องโถงพระราชวัง องค์จักรพรรดิ องค์จักรพรรดินี เหล่าองค์ชายและองค์หญิง กองอัศวินหลวง ขุนนาง และเหล่านักเวทย์ พวกเขาอยู่พร้อมหน้ากันเนื่องในโอกาสสำคัญ คือการอัญเชิญผู้มาจากต่างโลก วิธีการมักง่ายในการเสาะหาผู้ที่แข็งแกร่งให้ช่วยสู้รบกับเผ่าปีศาจ โดยการหลอกล่ออย่างเช่นถ้าชนะแล้วจะส่งกลับบ้านนะ หรือเข้าใกล้ความเป็จริงหน่อยก็คือได้แต่งงานกับองค์หญิงองค์ชาย หรือได้รับยศถาบรรดาศักดิ์และพื้นที่ปกครอง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน แค่แสงวาบเดียวเองนะ หรือว่านี่ต่างโลกเหมือนที่เขาว่ากันน่ะ ยะฮู้ว!”
ชายวัยมัธยมปลาย หนึ่งในสามของผู้ที่ถูกอัญเชิญมาจากต่างโลกพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนหน้านี้เขาเป็เพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดาๆ การเรียนก็ธรรมดาการกีฬาก็ไม่โดดเด่น แต่ถ้าเป็ต่างโลกล่ะก็ บางทีเขาอาจจะเฉิดฉายสุดๆไปเลยก็ได้ แม้ว่าท่าทีของเขาจะโลดโผนแลดูไม่ให้เกียรติสถานที่ แต่ดูเหมือนว่าผู้คนที่นี่ไม่ได้ใส่ใจเื่เล็กน้อยเช่นนี้ ตามบันทึกเื่แบบมันเป็เหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นในบรรดาผู้มาจากต่างโลก
“นี่เธอ มันไม่น่าใช่สถานการณ์ที่จะมาดีใจเลยนะ”
หญิงสาวในชุดพนักงานบริษัทสีดำร่างอรชรใบหน้างดงามมัดผมทรงหางม้าน่าทนุถนอมไม่แพ้องค์หญิงแห่งจักรวรรดิเลยแม้แต่น้อย เธอกล่าวตักเตือนเด็กหนุ่มที่ดูดีอกดีในกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้รู้อะไรมาก แต่ก็เคยได้ยินพวกผู้ชายในที่ทำงานคุยกันเื่พวกนี้มาอยู่บ้าง เธอจึงรู้สึกไม่สบายใจเป็อย่างมาก
“เอาน่าคุณผู้หญิง ยังไงซะมันก็เกิดขึ้นแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก”
ชายหนุ่มสูงโปร่งในเสื้อกาวน์แขนยาวพูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้กับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า แต่ใจจริงเขาก็เบื่ออาชีพหมอของเขาแล้วเหมือนกัน แม้ว่าเงินเดือนดีสวัสดิการเยี่ยม แต่มันทดแทนสุขภาพจิตของเขาที่จะเสียเพราะญาติผู้ป่วยไม่ได้อยู่ดี ต่างโลกในสายตาเขามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร อาจจะเสี่ยงชีวิตนิดหน่อยแต่แลกกับไม่ต้องเสียสุขภาพจิตก็ไม่แย่เท่าไหร่
“ยินดีต้อนรับผู้มาจากต่างโลก ข้าคือหัวหน้านักบวชที่ดูแลการอัญเชิญนี้ให้ปลอดภัยกับพวกท่าน”
คุณลุงร่างกำยำในชุดนักบวชสีขาวขลิบทองได้พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเริ่มอยู่ในความสงบแล้ว ถึงแม้ว่าชายจะดูเป็ตาลุงมีกล้ามธรรมดา แต่ภายในนั้นเป็ชายแก่อายุ120ปีจากผลของอาร์ติแฟกต์ที่เขาจึงทำให้ร่างกายไม่แก่ชราไปตามอายุมากเท่าใดนัก
“พวกท่านนั้นต่างจากพวกเราเพราะพวกท่านมีอาชีพติดตัวหลังถูกอัญเชิญ พวกท่านเพียงแค่คิดในใจว่า สถานะ ก็จะมีบางสิ่งปรากฏขึ้นมา มันคือพรของผู้มาเยือน และพวกท่านควรบอกด้วยว่าพวกท่านมีอาชีพอะไร”
เขาได้พูดอีกครั้งพร้อมผายมือทั้งสองข้างออก
'สถานะ'×3
เร็วดั่งคิด เจอโฮโลแกรมสีดำตัวอักษรสีขาวก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของทั้งสามคน โดยมีเพียงแค่ตนเองเท่านั้นที่สามารถมองเห็นมัน เรียกได้ว่าเป็ความลับสุดยอดเลยล่ะ ภายในนั้นประกอบได้ด้วยชื่อ อาชีพ เลเวล ค่าสถานะต่างๆ สกิลต่างๆ
“อัศวินศักดิ์สิทธิ์”เด็กหนุ่ม
“จอมเวทย์”หญิงสาว
“ผู้ให้อักษรรูน”ชายหนุ่ม
ทั้งสามคนบอกอาชีพของตนเองให้กับหัวหน้านักบวช เขาพยักหน้าตอบรับก่อนเริ่มอธิบายคุณลักษณะอาชีพโดยประมาณให้ทั้งสามคนและผู้ที่อยู่ภายในห้องโถงคนอื่นๆได้รับรู้
“อาชีพอัศวินศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็อาชีพที่หาได้น้อยหากเทียบกับอัศวินทั่วไป พวกเขาถูกรวมข้อดีทางศักยภาพการต่อสู้ของอัศวินและการใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ของนักบวชเข้าด้วยกัน เป็ตัวตนที่น่าหวาดกลัวของเหล่าปีศาจอย่างชัดเจน อาชีพจอมเวทย์นั้นฟังดูอาจจะไม่ได้แตกต่างไปจากพวกเราก็จริง หากการมีพรของผู้มาเยือนนั้นสามารถทำให้เป็จอมเวทย์ที่เก่งกาจได้อย่างไม่ยากลำบากเช่นพวกเรา ส่วนผู้ใช้อักษรรูนนั้นหายากยิ่งกว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์เสียอีก มีความเข้าใจอักษรรูนได้อย่างง่ายดายราวกับอ่านเขียนภาษาทั่วไป ผู้ใช้อักษรรูนมักจะสร้างอาร์ติแฟกต์เพื่อสนับสนุนเหล่าแนวหน้า ระหว่างทางไปที่พักพวกท่านก็ถามผู้นำทางของท่านเอาก็แล้วกันหากข้องใจเื่ใด อย่างเช่นอาร์ติแฟกต์คืออะไร คิดแล้วก็น่าเสียดาย ตระกูลที่เป็ผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของผู้ใช้อักษรรูนได้หายตัวไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว หากเขายังอยู่ข้าคงขอให้เขาช่วยสอนท่านอย่างแน่นอน น่าเสียดายจริงๆ พวกท่านคงจะรู้สึกเพลียจากการถูกเคลื่อนย้ายมาไม่น้อย พาพวกเขาไปพักก่อนเถอะ พวกเ้าก็ไปทำหน้าที่ตัวเองได้แล้ว!”
หัวหน้านักบวชได้อธิบายให้ทั้งสามคนพอเข้าใจ พอนึกถึงผู้ใช้อักษรรูนแล้วก็อดคิดถึงตระกูลของผู้ใช้อักษรรูนที่เคยอยู่ในจักรวรรดิไม่ได้ ถึงแม้จะเป็ตระกูลที่ไม่มีผู้สืบทอดทางสายเืก็จริง แต่ก็ยังคงรักษาตระกูลและความเก่งกาจด้านการสร้างอาร์ติแฟกต์ของพวกเขาเอาไว้ได้ อาร์ติแฟกต์คุณภาพสูงจำนวนไม่น้อยภายในจักรวรรดิก็เป็ผลงานจากพวกเขานี่แหละ พอเขาเห็นผู้มายืนออกไปจากห้องโถงแล้วเขาก็ไล่คนอื่นๆให้ไปทำหน้าที่ตนเอง คนที่ไม่มีอะไรทำ่นี้ก็พากันไปพักผ่อน แล้วเขาก็หาลือเื่สำคัญกับองค์จักรพรรดิต่อ
เวลาเดียวกันภายในบ้านกลางป่าแห่งหนึ่ง
ฮั้ดเช่ย!
“ใครมันนินทาวะเนี่ย”
คุณพ่อของดอนที่กำลังแกะสลักงานไม้เล็กๆอยู่ข้างหน้าต่างจามออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้คุณแม่เดินเอาผ้าพันคอมาให้เพราะเป็ห่วงว่าสามีจะเป็หวัด
“คืนนี้อากาศเย็นนะคะ เดี๋ยวจะเป็หวัดเอา ฉันจะไปทำนมอุ่นมาให้นะคะ ตอนนี้ดอนจะเป็อย่างไรบ้างนะ”
คุณแม่ก็อดเป็ห่วงลูกชายตัวน้อยของเธอไม่ได้ ถึงเขาจะร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดีมากก็จริง แต่มันก็ยังสู้ความเป็ห่วงจากคนเป็แม่ไม่ได้อยู่ดี
“ลูกโตแล้วน่า อากาศเย็นแค่นี้ไม่เป็หวัดหรอก มีแต่เราเองเนี่ยแหละที่จะเป็”
คุณพ่อรู้ดีว่าลูกชายของตนนั้นถึกทนแค่ไหน อากาศแบบนี้สำหรับเ้าลูกชายแค่นี้จิ๊บๆ ถึงกิ้งก่าจะเป็สัตว์เืเย็
นก็เถอะ เพราะสภาพมันตอนนี้คือนอนกลางทุ่งหญ้าอย่างสบายใจ