ตอนที่ 6
หลังจากกินอาหารเช้ากันแล้ว ลี่อิน ที่คิดจะคุยเื่ที่ได้คุยกับแม่และพี่สะใภ้เมื่อวานนี้กับคนเป็ย่า เพื่อที่ให้ผู้เป็ย่าเห็นคล้อยตามที่ตัวเองจะบอก จึงได้เอาอกเอาใจย่าเป็พิเศษ ไม่ว่าย่าจะทำอะไรหรือว่าอยากจะได้อะไร ลี่อิน จะรีบทำให้ทันที ทำให้คนเป็ย่า ที่เห็นหลานรักเอาใจก็รู้สึกดีมาก จึงทำให้อารมณ์เช้านี้สดใสไปด้วย
"ลี่อิน หลานมีอะไรหรือเปล่า เช้านี้ถึงได้มาเอาใจคนแก่อย่างย่าอย่างนี้กัน"
"อะไรกันคะ ย่าเป็ย่าของลี่อิน การดูแลย่าเป็เื่ที่ลี่อินต้องทำอยู่แล้ว หรือว่าย่าไม่้า แล้วรำคาญหนูหรือคะ"
เมื่อเห็นย่าถามอย่างนั้น จึงแกล้งถามเหมือนคนน้อยใจที่ย่าไม่้าจะให้ดูแล ทำให้ย่าที่รักหลานสาวมาก ถึงกับรีบตอบเพราะกลัวร้านจะคิดไปไกลมากกว่านั้น
"ย่าไม่ได้คิดอย่างนั้นเสียหน่อย ย่ารู้สึกดีที่มีหลานคอยดูแล แต่กลัวว่าหลานจะเบื่อเสียก่อนที่อยู่กับคนแก่อย่างนี้" รีบตอบหลานรักทันที
"ไม่เลยสักนิดค่ะ ลี่อินรักย่าก็ต้องดูแลย่าสิคะ" ตอบเอาใจย่าทันทีเช่นเดียวกัน
"ชอบพูดให้คนแกดีใจอยู่เรื่อยเลย แล้ววันนี้มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ทำไมทำหน้าเหมือนกับมีเื่ทุกข์ใจอย่างนั้นล่ะ"
เมื่อนั่งมองหลานที่กำลังบีบนวดตัวเองอยู่ แต่หน้าตากลับดูไม่ดีเท่าไรนักตอนแรกคิดว่าเบื่อที่จะดูแลเธอเสียอีก แต่เ้าตัวปฏิเสธ ถ้าอย่างนั้นต้องมีเื่อื่น ที่ทำให้หลานสาวที่น่ารักของเธอไม่สบายใจอย่างแน่นอน แต่ว่าเป็เื่อะไรกันนะ
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"
ตอบย่าออกไปเสียงเบา แต่ต้องหลบสายตาของย่าเพื่อที่จะให้รู้ว่าไม่้าพูดเพื่อที่จะให้ย่าไม่สบายใจนั่นเอง และลี่อินก็ทำได้สำเร็จ เพราะย่าของเธอยิ่งสงสัยมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะหลานสาวไม่ยอมสบสายตา เอาแต่หลบสายตา
"มีอะไรให้บอกย่ามา เื่ไม่สบายใจของหลาน ย่าจะหาทางช่วยให้ได้มากที่สุด ย่าไม่อยากให้หลานทุกข์ใจ ไหนมีเื่อะไรบอกให้ย่าฟังหน่อยสิ" ถามหลานสาวอีกครั้ง
"เอ่อ..จะดีหรือคะย่า มันเป็เื่ที่ไม่ดีสักเท่าไร และมันเป็เื่ของครอบครัวเราอีกด้วย"
ตอบย่าออกไป เหมือนกับไม่อยากพูดเื่ที่เกิดขึ้น เพราะเป็เื่ที่ไม่ดีของครอบครัวนั่นเอง แต่กลับยิ่งทำให้ย่าอยากรู้มากขึ้นไปอีก
"ถ้าเป็เื่ในครอบครัว หลานต้องรีบบอกให้ย่ารู้สิ เราจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที จะไม่มีปัญหาในภายหลังอีกด้วย"
"หนูก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะคะ แต่หนูไปที่ไหนในตอนนี้มีแต่คนถามหนู จนหนูไม่กล้าที่จะออกไปจากบ้านแล้วล่ะค่ะ"
"เื่ที่ว่ามันร้ายแรงอย่างนั้นเลยหรือ ย่าไม่เห็นว่าจะมีเื่อะไรเลย"
ตอนนี้ก็ไม่มีเื่อะไรเลยนี่นา ที่มีเห็นจะเป็เื่การถอนหมั้นและการจมน้ำหรือว่าฆ่าตัวตายไม่รู้ของหลานสาวแสนชังคนนั้น แล้วเื่มันเป็อย่างไรกันนะ
"คือเื่ที่พี่สาว เยี่ยนฟาง ถูกถอนหมั้น เขาเอาไปพูดว่าบ้านของเราต้องไม่ดีแน่เลย จึงได้ถูกผู้ชายถอนหมั้น แล้วชาวบ้านเขายังพูดอีกว่า อย่าได้ให้ใครมาสู่ขอลูกหลานบ้านนี้เป็อันขาด ถ้าเป็อย่างนั้นย่าคะ หนูยังไม่มีคู่หมั้น แล้วหนูจะต้องอยู่อย่างนี้ไปตลอดหรือคะ แล้วลูกหลานที่จะเกิดตามมาจะทำยังไงกัน หนูไม่เป็ไรหรอกค่ะ หนูพยายามทำใจ แต่ก็อดสงสารหลานๆ ไม่ได้"
"ทำไมชาวบ้านถึงได้คิดไปไกลขนาดนั้นกัน แค่ถอนหมั้น ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งกันเสียหน่อย" ไม่เข้าใจชาวบ้านพวกนี้เลยจริงๆ ชอบนักเื่ของคนอื่น
"หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่อาจจะเป็ที่พี่เยี่ยนฟาง จมน้ำก็ได้ค่ะ พวกเขาพูดกันว่า ถ้าไม่มีอะไร ทำไมต้องฆ่าตัวตายด้วย หนูเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่หนูไม่กล้าออกไปเจอหน้าใครแล้วในตอนนี้"
พูดพร้อมทั้งบีบน้ำตาออกมา เพื่อที่จะให้ย่าสงสาร และทำเื่ที่้าออกมาให้ได้
"ลี่อิน มันไม่ใช่ความผิดของหลานเสียหน่อย ไม่ต้องร้องไห้ มันเป็เื่ของเยี่ยนฟางและบ้านของอารองของหลานไม่เกี่ยวกับบ้านใหญ่ของหลานเลยสักนิด"
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ที่เยี่ยนฟาง ทำให้หลานที่เธอรักถึงกับร้องไห้ ด้วยความคับแค้นใจ แล้วยังไม่กล้าออกไปไหนด้วยความอับอายอีก ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ยิ่งคิดยิ่งเพิ่มความไม่พอใจมากขึ้น
"จะไม่เกี่ยวได้ยังไงล่ะคะ ถึงอย่างไรก็อยู่ด้วยกัน เป็บ้านเดียวกันอยู่ยังไม่ได้แยกบ้านกันเสียหน่อย ไม่ว่าใครทำชื่อเสียงเสียหาย ทุกคนต้องได้รับผลกระทบอยู่แล้ว ย่าคิดเหมือนหนูหรือเปล่าคะ"
ยิ่งพูดน้ำตาก็ยิ่งไหลออกมาไม่หยุด ยิ่งทำให้คนรักหลานยิ่งปวดใจ และคิดหาวิธีว่าจะทำอะไรได้บ้าง
"มันก็จริงอย่างที่หลานว่า บ้านเราเป็ครอบครัวใหญ่ เกิดปัญหาอะไร ทุกคนต้องได้รับเหมือนกัน แต่ถ้าให้แยกออกไป ย่าสงสารอารองของหลาน หลานไม่เห็นหรือว่าบ้านนั้นมีแต่คนไร้ประโยชน์ทั้งนั้น ถ้าแยกออกไป อารองของลูกจะเลี้ยงดูครอบครัวไหวหรือ"
ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากจะให้แยกออกไป เพราะรู้ว่าลูกชายคนรองต้องทำงานคนเดียว แม้จะไม่รักเท่าลูกชายคนโต แต่ก็เป็ลูกชายของเธออยู่ดี จึงพยายามรั้งให้อยู่ที่บ้านนี้ แม้จะรู้อยู่ว่าลูกสะใภ้ใหญ่ของเธอไม่พอใจมากก็ตามที แต่ก็ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นและไม่ยอม เพื่อที่จะได้ช่วยลูกชายคนรองของเธอได้บ้าง
"ถ้าเป็อย่างนั้น หนูคงต้องยอมรับใช่หรือเปล่าคะ ได้ค่ะ หนูจะไม่ออกไปไหนอีก และจะอยู่กับพ่อและแม่ และให้พี่ชายเลี้ยงหนูต่อไป คงไม่มีใครมาสู่ขอหนูแล้ว หนูเข้าใจแล้วค่ะ"
ลี่อิน แกล้งบีบน้ำตามากขึ้น และพูดสิ่งที่เธอต้องยอมรับมันให้ได้ เพราะเห็นย่าคงจะไม่จัดการอะไรให้เธอ
"ไม่ใช่นะ ย่าไม่ได้คิดอย่างนั้น เดี๋ยวย่าจะลองพูดกับอารองของหลานดูก็แล้วกัน ถ้าจะให้สามแม่ลูกออกไปอยู่ที่อื่นแล้วให้อารองหย่ากับสะใภ้รองจะได้หรือเปล่า เพราะอย่างไรอารองก็เป็ลูกของย่า ถ้ายอมหย่าแล้วให้ตัวปัญหาออกไป หลานว่าอย่างนี้จะดีหรือเปล่า"
ลี่อินนิ่งคิดถึงผลได้ผลเสียของสิ่งที่ย่าบอก ถ้าให้อารองหย่ากับอาสะใภ้แล้วไล่สามแม่ลูกออกไป ดูแล้วน่าจะเป็ผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะอารองเป็แรงงานที่สามารถช่วยพ่อทำงานได้ เมื่อคิดได้อย่างนั้นจึงได้ยิ้มออกมาทันที และคิดว่าย่าช่างฉลาดมากเลย เพราะเธอเองตอนแรกคิดเพียงแต่ให้พวกเขาออกไปทั้งหมด
"แล้วแต่ย่าเลยค่ะ หนูคิดว่าย่ามักจะมีความคิดที่รอบคอบ และมักจะเป็ผลดีกับครอบครัวของพวกเราอยู่แล้วค่ะ หนูรักย่าที่สุดเลยค่ะ"
เมื่อเห็นหลานสาวดูมีสีหน้าดีขึ้นนั่นแสดงว่าน่าจะพอใจในการตัดสินใจของเธอ ทำให้ใจที่ถูกบีบเอาไว้ได้คลายออก เพราะเห็นหลานร้องไห้ออกมาทำให้เธอยอมรับเลยว่าไม่อยากจะเห็นมัน แต่ก็หนักใจเหมือนกันว่าจะคุยกับลูกชายคนรองแล้วเขาจะยอมหย่าหรือเปล่า เพราะตอนที่จะแต่งเขาก็้าลูกสะใภ้คนนี้เท่านั้นคนอื่นไม่้า เขาเหมือนว่าจะเป็คนหัวอ่อน แต่ใครจะรู้ดีเท่าเธอว่าลูกชายคนนี้เป็คนที่ดื้อมาก ถ้าสิ่งไหนที่ไม่ยอมก็จะไม่ทำอย่างเด็ดขาด
ส่วนทางด้านของลี่อิน ที่คิดว่าตัวเองชักนำย่าของเธอได้สำเร็จไปอย่างหนึ่งแล้ว ต่อไปต้องมาคอยดูว่าย่าจะพูดกับอารองได้สำเร็จไหม แต่ในเมื่อย่ารับปากแล้ว คงไม่น่าจะมีอะไรที่ผิดพลาด แม้จะอยากะโด้วยความดีใจมากแค่ไหนแต่ตอนนี้ยังแสดงออกมากกว่านี้ไม่ได้ จึงทำเพียงนวดให้ย่าต่อไป
( ฝากกดติดตามด้วยนะคะ )