อย่างไรเสียจิ่งเจี้ยนกั๋วก็เป็นลูกชายของหยางหว่านซิ่ว เมื่อเห็นเขาถูกตีจนสภาพเป็นแบบนี้ ในใจของเธอก็รู้สึกเจ็บปวด แต่เมื่อนึกถึงเรื่องเลวร้ายที่เขาทำในช่วงนี้ หัวใจของเธอก็แข็งกระด้างขึ้นมาบ้าง
เขาเอาแต่เข้าข้างหลิวชุนฮวา ไม่ว่าใครจะห้ามก็ไม่ฟัง ดังนั้นเขาจึงต้องรับผลของการกระทำทั้งหมด
จิ่งเยี่ยนกุยเอื้อมมือโอบกอดหยางหว่านซิ่วเบาๆ พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คุณย่าคะ พวกเขาเดินผิดทางไปแล้ว ก็ต้องชดใช้ค่ะ”
หยางหว่านซิ่วพยักหน้าเบาๆ แล้วไม่มองพวกเขาอีก เธอหยิบกุญแจออกมาเปิดประตู เตรียมกลับไปพักผ่อนในบ้าน
จิ่งชิวหงโผล่ออกมาจากด้านข้างแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าจิ่งเยี่ยนกุย “พี่คะ พ่อกับแม่สำนึกผิดแล้ว ฉันขอร้องพี่ ปล่อยพวกท่านไปเถอะค่ะ!”
เมื่อครู่ตอนที่คนในตระกูลจับจิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวา ส่วนจิ่งหลิวหยางก็ยังถูกตบจนกระเด็น ตอนนี้ก็เอาแต่นอนซมอยู่ที่พื้นไม่กล้าขยับ ส่วนจิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็หนีไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มีแต่จิ่งชิวหงที่ยืนอยู่ตรงนั้นคล้ายจะตกใจกลัวเสียแล้ว
พฤติกรรมของเธอในตอนนี้ ทำให้คนในหมู่บ้านรู้สึกว่าในตระกูลจิ่งอาจจะมีแค่เธอคนเดียวที่ยังมีจิตสำนึก ไม่ได้เติบโตไปในทางที่ผิด
แต่จิ่งเยี่ยนกุยรู้ดีว่าจิ่งชิวหงร้ายกาจแค่ไหน ตอนนี้ที่มาขอร้องเธอก็แค่จะโยนความผิดมาให้เธอ ต้องการจะบอกคนทั้งหมู่บ้านว่าที่หลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วโดนทำร้าย เป็นเพราะจิ่งเยี่ยนกุยเป็นคนสั่งการ
จิ่งเยี่ยนกุยมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “เธอขอผิดคนแล้ว ที่พวกเขาโดนตีไม่เกี่ยวกับฉันเลย แต่เป็นเพราะพวกเขาทำเกินไป ไม่เคารพผู้อาวุโส ไม่สนใจศีลธรรม ไม่รู้จักสอนลูก ถ้าเธออยากจะกตัญญูจริงๆ ก็ไปขอร้องผู้นำตระกูลเถอะ เพราะเรื่องนี้ผู้นำตระกูลเป็นคนตัดสิน”
พูดจบเธอก็ไม่สนใจจิ่งชิวหงอีก และประคองหยางหว่านซิ่วกลับเข้าบ้าน
จิ่งชิวหงยืนชะงักงันอยู่ตรงนั้น แน่นอนว่าเธอไม่ได้มาขอร้องจิ่งเยี่ยนกุยด้วยความจริงใจ เพียงแต่ปฏิกิริยาของจิ่งเยี่ยนกุยก็เย็นชาเกินไปจริงๆ
เธอเม้มปาก คิดว่าถึงแม้จิ่งเจี้ยนกั๋วจะหมางใจกับคนทั้งหมู่บ้าน เธอก็ควรสร้างภาพลักษณ์ของลูกที่กตัญญู ไม่เช่นนั้นชีวิตในวันข้างหน้าของเธอจะต้องลำบากมากแน่นอน
ดังนั้นเธอจึงหันไปคุกเข่าลงตรงหน้าผู้นำตระกูล “พ่อกับแม่หนูทำผิดจริง หนูขอร้องท่าน ปล่อยพวกเขาไปเถอะค่ะ! อยากจะตีก็ตีหนูแทน!”
เธอดูบอบบางอ่อนแอ ทำให้คนอื่นเกิดสงสารอย่างอดไม่ได้ และเธอก็เอาแต่คุกเข่าขอร้องอยู่ตรงนั้น
สุดท้ายผู้นำตระกูลก็สั่งให้คนตีจิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวาคนที่ละยี่สิบครั้ง ส่วนที่เหลืออีกสิบครั้งให้ติดไว้ก่อน หากพวกเขาทำเรื่องเดือดร้อนในเขตบ้านเก่าตระกูลจิ่งอีก ก็จะถูกลงโทษทบต้นทบดอก
หลังจากโดนตีไปยี่สิบครั้ง จิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวาก็ร่างโชกเลือด ทั้งสองคนที่ตอนแรกยังอวดเบ่ง พอโดนเฆี่ยนก็เจ็บจนแทบสลบ
จิ่งชิวหงดึงผ้าอ้อมในปากหลิวชุนฮวาออก แต่เธอก็ยังคงด่าทอ “พวกเขารังแกคนอื่น! เรื่องนี้ยังไม่จบ!”
จิ่งชิวหงเตือนให้เธอพูดน้อยลง แล้วไปขอให้เชอฉางเกินช่วยรักษาบาดแผลให้
เชอฉางเกินปฏิเสธทันที “ถึงแม้การรักษาคนเป็นหน้าที่ของหมอ แต่จิตใจของฉันก็ไม่ได้สูงส่งขนาดนั้น ใครทำร้ายฉัน ด่าฉัน ฉันจะไปรักษาเขาทำไม ฉันกลัวว่าจะอดใจไม่ไหว เอายาพิษไปโรยใส่พวกเขา เพื่อกำจัดภัยร้ายให้แผ่นดิน!”
จิ่งชิวหงถูกเขาพูดแทงใจดำไม่น้อย ่นี่มันเกินไปแล้วจริงๆ!'
เชอฉางเกินกลัวว่าเธอจะยังตอแย เลยเรียกหลิวหงอิงออกมา แล้วพวกเขาสองคนก็เดินจากไป
จิ่งชิวหงโกรธจนแทบตาย ได้แต่ไปขอให้คนที่สนิทกับจิ่งเจี้ยนกั๋วช่วยพาจิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวากลับบ้าน
เรื่องก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ ชาวบ้านต่างก็ทยอยกันแยกย้ายไป
จิ่งชิวหงเดินไปถึงทางแยกก็เห็นจิ่งเสี่ยวเยวี่ยกำลังคุยอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ชายคนนั้นเธอก็เคยเห็น เขาเคยมาที่บ้านเก่าตระกูลจิ่งหลายครั้ง และสนิทกับจิ่งเยี่ยนกุยมากๆ
ตอนที่เเธอเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินจิ่งเสี่ยวเยวี่ยพูดเสียงเบา “พี่ซูคะ เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ พ่อกับแม่หนูทำไม่ถูกต้องจริงๆ หนูไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะทำเรื่องแบบนี้ได้ หนูเสียใจมากค่ะ! ถ้าไม่เชื่อพี่ก็ลองจับดูสิคะ”
พูดจบก็ยังจะเอื้อมมือไปดึงมือของซูไป่ชิงให้มาจับหน้าอกของเธอ
ซูไป่ชิงไม่มีทางยอมให้เธอสมใจหวัง เขารู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างจิ่งเยี่ยนกุยกับพ่อแม่บุญธรรมไม่ดีนัก แต่ก็ไม่ได้รู้จักพ่อแม่ของเธอแบบตรงๆ แต่พอได้รับรู้เรื่องราวนี้ เขาก็รู้สึกว่าทัศนคติของเขาต้องพังทลายลง
ครอบครัวของจิ่งเจี้ยนกั๋วทำให้เขารู้สึกขยะแขยงเป็นอย่างมาก!
เขาหลบไปข้างๆ แล้วพูดว่า “คุณจิ่งเสี่ยวเยวี่ย โปรดสำรวมตัวด้วย! คุณจะคิดอะไรก็ไม่เกี่ยวกับผม แต่ครอบครัวของคุณทำให้ผมขยะแขยง!”
เขาพูดจบก็ตรงไปยังบ้านเก่าทันที จิ่งเสี่ยวเยวี่ยพลันร้อนรนขึ้นมา จนอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “คุณชอบจิ่งเยี่ยนกุยใช่ไหม?”
ซูไป่ชิงชะงักไป จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็พูดเสียงดังขึ้น “อย่าเห็นแค่ว่าเธอหน้าตาดี แต่เธอทำตัวไม่ดีหรอกค่ะ วันๆ เอาแต่ยั่วยวนคนนั้นทีคนนี้ที ถึงแม้จะหมั้นหมายกับฟางเสียนจือแล้ว แต่ก็ยังยุ่งกับชายหนุ่มในหมู่บ้านอีกหลายคน!”
ในตอนนี้ซูไป่ชิงถึงได้เข้าใจว่าความร้ายกาจที่แท้จริงเป็นอย่างไร เมื่อไม่สามารถเอาเปรียบจิ่งเยี่ยนกุยได้ ก็เลยจะใส่ร้ายจิ่งเยี่ยนกุยอย่างนั้นหรือ?
ซูไป่ชิงหยุดแล้วหันไปมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย “จากที่คุณพูดมา วันนี้คุณมาดักรอผม แล้วยังจะคุยจ้อไม่หยุด แถมยังยื่นหน้าอกมาให้ผมจับ อย่างนี้ไม่เรียกว่าเป็นหญิงสำส่อนหรือไง?”
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยโกรธจนหน้าซีด ซูไป่ชิงไม่สนใจเธออีกต่อไป และขับรถจากไปทันที
เธอได้แต่กระทืบเท้าอยู่ที่เดิมด้วยความแค้น “จิ่งเยี่ยนกุยมีฟางเสียนจือแล้ว หล่อนไม่มีทางชอบคุณหรอก เธอจะต้องทำให้คุณเดือดร้อนจนตายแน่!”
คนที่ช่วยมาส่งจิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวากลับบ้านต่างก็ได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง และก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า “เฮ้อ” ลูกสาวคนนี้ของตระกูลจิ่งนี่มันสุดยอดจริงๆ ทำเรื่องหน้าไม่อายแบบนี้ออกมาได้ สมแล้วที่ได้รับสืบทอดมาจากหลิวชุนฮวาโดยตรง!
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยเห็นถึงสายตาเยาะเย้ยของคนพวกนั้น และเมื่อเห็นสภาพของจิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวาที่ถูกตีจนเลือดท่วมตัว เธอก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม
เธอรู้สึกว่าหลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วไม่ได้เรื่องจริงๆ แม้แต่จิ่งเยี่ยนกุยคนเดียวก็จัดการไม่ได้!
เธอต้องการบ้านของจิ่งเยี่ยนกุย ต้องการเงินของจิ่งเยี่ยนกุย!
ในเมื่อพวกเขาจัดการจิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้ งั้นเธอก็ต้องหาวิธีเอง!
หยางหว่านซิ่วรู้สึกเสียใจ จิ่งเยี่ยนกุยก็ไม่รู้จะปลอบอย่างไร เธอรู้ว่าถึงแม้หยางหว่านซิ่วจะเข้าใจเรื่องนี้ แต่ก็ตัดใจจากความผูกพันระหว่างแม่ลูกไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงพูดว่า “คุณอาคะ ไปเอายาให้พวกเขาสักหน่อยสิคะ”
อาหญิงเล็กจิ่งกำลังจะไปเอายา หยางหว่านซิ่วก็พูดขึ้นว่า “ไม่ต้องไปให้ยาพวกเขาหรอก ครั้งนี้ให้พวกเขาจำไว้หน่อย! จะได้ไม่หายเจ็บเร็วเกินไป พอหายแล้วก็ลืมความเจ็บ”
พูดจบก็อดไม่ได้ที่จะด่าออกมา “ตอนนั้นฉันน่าจะยืนกรานให้มากกว่านี้ ไม่น่าปล่อยให้หลิวชุนฮวาแต่งเข้ามาในบ้าน! ถ้าไม่มีตัวหายนะคนนี้ จิ่งเจี้ยนกั๋วก็คงไม่กลายเป็นคนเหลวแหลกขนาดนี้!”
จิ่งเยี่ยนกุยถอนหายใจเบาๆ เธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำพูดของหยางหว่านซิ่วเท่าไหร่ ที่จิ่งเจี้ยนกั๋วกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้ ถึงแม้จะมีความเกี่ยวข้องกับหลิวชุนฮวาบ้าง แต่ก็เป็นทางเลือกของจิ่งเจี้ยนกั๋วเองเหมือนกัน จะโทษหลิวชุนฮวาคนเดียวก็ไม่ได้
แต่ตอนนี้หยางหว่านซิ่วคิดแบบนี้แล้วสบายใจ ก็ปล่อยให้เธอคิดไปเถอะ!