"เ้าจะรับฟังหรือไม่?"
คำถามอันเย็นเยียบแต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลของสตรีชุดฟ้ายังคงก้องอยู่ในโสตประสาท เฟิงอี้ครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ชั่งน้ำหนักระหว่างอันตรายและความเสี่ยง กับโอกาสอันเย้ายวนใจที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรม ข้อเสนอที่นางยื่นมานั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันอาจจะเป็หนทางเดียวที่เขาจะรอดพ้นจากสถานการณ์อันตืดแปดด้านนี้ และอาจจะช่วยให้เขาเข้าใจความลับในร่างกายของตนเองได้มากขึ้น
"ข้า... ขอเวลาในการตัดสินใจ" เฟิงอี้ตอบเสียงเรียบ พยายามซ่อนความสับสนและความขัดแย้งในใจไว้
"ย่อมได้" สตรีนางนั้นตอบรับอย่างไม่คาดคิด "ข้าให้เวลาเ้า หนึ่งวันเต็ม ในการใคร่ครวญ ในระหว่างนี้ พวกเ้าสามารถพักผ่อนและฟื้นฟูพลังได้ภายในห้องโถงลับใต้พิภพแห่งนี้ พลังงานหยินอันบริสุทธิ์ที่นี่น่าจะเอื้อประโยชน์ต่อการฟื้นตัวของสัตว์อสูรของเ้าไม่น้อย และบางที... อาจจะช่วยให้เ้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเมื่อััถึงพลังอันลึกล้ำนี้ด้วยตัวเอง... แต่อย่าได้คิดแตะต้อง 'แก่นเหมันต์า' (太古寒核 - Tàigǔ Hán Hé) นั่นอีกเป็อันขาด พลังงานของมันยังปั่นป่วนเกินไปสำหรับพวกเ้าในตอนนี้"
กล่าวจบนางก็หันหลังเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งผนึกพลังงานสีฟ้าบางๆ ที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเดิมไว้ที่ปากทางเข้าห้องโถง ปล่อยให้เฟิงอี้และเสี่ยวหู่อยู่ตามลำพังอีกครั้ง
เมื่ออยู่กันตามลำพัง เฟิงอี้ถอนหายใจยาว เขารู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่สะสม แต่ในขณะเดียวกัน ความมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้นก็ลุกโชนในใจ ‘หนึ่งวัน... ข้าต้องฉวยโอกาสนี้!’
เขาประคองร่างเล็กๆ ของเสี่ยวหู่ที่ยังคงอ่อนแรงไปวางลงบนพื้นห้องศิลาดำที่เย็นเฉียบอย่างเบามือ "พักผ่อนให้เต็มที่เถอะนะ เสี่ยวหู่ ข้าจะลองดูดซับพลังงานที่นี่ดู บางทีมันอาจจะช่วยเราได้"
เสี่ยวหู่ร้องตอบรับเบาๆ คลอเคลียกับมือของเขาเล็กน้อย ก่อนจะขดตัวลงนอนพักผ่อน แต่ดวงตาสีฟ้าใสยังคงจับจ้องไปยังแก่นเหมันต์าที่ลอยเด่นอยู่กลางห้องนั้นเป็ระยะๆ ด้วยแววตาที่ซับซ้อน
เฟิงอี้นั่งขัดสมาธิลงอีกครั้งในมุมที่ห่างจากแก่นพลังงานพอสมควร เขาหลับตาลง ทำสมาธิรวบรวมจิตใจ ขับไล่ความฟุ้งซ่านออกไป มุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่การบำเพ็ญเพียร! เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น! ต้องมีพลังมากพอที่จะปกป้องตัวเองและเสี่ยวหู่! ต้องมีพลังมากพอที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง!
เขาเริ่มโคจรพลังตามเคล็ดวิชา 【สังสารวัฏดับสูญก่อเกิด】 อีกครั้ง คราวนี้เขาเปิดรับ พลังงานหยินอันบริสุทธิ์และหนาแน่น ที่อบอวลอยู่ในห้องโถงใต้พิภพแห่งนี้เข้ามาสู่ร่างกายอย่างเต็มที่! ไอเย็นะเืที่เคยสร้างความเ็ปและขัดขวางการโคจรพลัง บัดนี้กลับไหลเข้าสู่ร่างเขาอย่างราบรื่นและน่าประหลาด! มันไม่ได้ทำร้ายเขา แต่กลับเข้าไป "สร้างสมดุล" ให้กับกระบวนการ "ดับสูญ" ภายในเคล็ดวิชา! ทำให้ความรู้สึกว่าแก่นชีวิตกำลังถูกสูบกินนั้น เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด! ราวกับน้ำแข็งที่ช่วยดับไฟ!
‘พลังหยินบริสุทธิ์ที่นี่... มันช่วยลดทอนต้นทุนของเคล็ดวิชาได้งั้นรึ?!’ เฟิงอี้รู้สึกตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง! นี่คือความหวังครั้งใหญ่!
เขายังคงดูดซับพลังงานหยินอันเย็นเยียบเข้ามาอย่างต่อเนื่องและระมัดระวัง พร้อมกันนั้น ก็นำเอา 【แก่นอสูรหินิญญา - 石灵妖核】 ที่เก็บไว้ในอกเสื้อั้แ่ตอนสู้กับหมีเกล็ดศิลาออกมา ถือไว้ในมือทั้งสองข้าง พลังงานธาตุดินอันหนักแน่นมั่นคงและพลังชีวิตที่แฝงอยู่ในแก่นอสูรค่อยๆ ถูกดูดซับเข้ามาเสริมอีกทางหนึ่ง สร้างความอบอุ่นและเติมเต็มพลังงานที่ขาดหายไป
พลังงานสองสายที่แตกต่าง – หยินเย็นเยือกจากภายนอก และพลังชีวิตธาตุดินจากแก่นอสูร – ค่อยๆ ไหลเวียน ผสานเข้ากันภายในร่างของเขาภายใต้การควบคุมของเคล็ดวิชาอันลึกลับ พลัง "ปราณกระบี่" ในจุดตันเถียนของเขาเริ่มหมุนวนเร็วขึ้น ขยายขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเปล่งประกายแสงสีเงินจางๆ ที่ดู คมกล้าและบริสุทธิ์ ยิ่งกว่าเดิมออกมาอย่างต่อเนื่อง!
เสี่ยวหู่ที่นอนพักผ่อนอยู่ใกล้ๆ ลืมตาขึ้น มันจ้องมองเฟิงอี้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากและความเ็ปในการโคจรพลังด้วยแววตาสงบนิ่ง ก่อนจะผงกหัวเล็กๆ ของมันอย่างเชื่องช้า... ราวกับกำลังรับรู้ แบ่งปัน หรือเชื่อมโยงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในร่างของสหายร่วมชะตากรรม...
เฟิงอี้รู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วภายในร่าง! เส้นชีพจรที่เคยติดขัดหรือตีบตันเริ่มเปิดโล่ง! ร่างกายที่เคยอ่อนล้าและาเ็เริ่มกลับมาแข็งแรงและมีชีวิตชีวา! ระดับพลังของเขาไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง!
หลอมรากปราณขั้นต้น... ขั้นกลาง... ขั้นปลาย!
ในที่สุด! เขาก็ััได้ถึง "คอขวด" ของระดับหลอมรากปราณขั้นปลาย! เขารู้สึกว่าอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น อีกเพียงก้าวเดียว เขาก็จะสามารถทะลวงกำแพงนี้ และก้าวเข้าสู่ระดับ "ก่อแก่นปราณ" (结丹 - Jié Dān) ได้แล้ว! ระดับที่ถือว่าเป็จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของผู้ฝึกตน!
ฟู่!
เฟิงอี้ผ่อนลมหายใจยาวออกมา ไอร้อนสีขาวจางๆ ปะปนกับไอเย็นสีเงินลอยออกมาจากปาก เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ รู้สึกถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ในร่าง แม้จะยังเทียบไม่ได้กับศัตรูระดับสูงที่เคยเจอมา แต่ก็แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก! และที่สำคัญที่สุด เขารู้สึกว่าตนเองเริ่มจะ "ควบคุมสมดุล" ของการ "ดับสูญ" และ "ก่อเกิด" ภายในเคล็ดวิชา 【สังสารวัฏดับสูญก่อเกิด】 ได้บ้างแล้ว! ต้นทุนพลังชีวิตยังคงมีอยู่ทุกครั้งที่บำเพ็ญเพียร แต่เขาก็พอจะหาวิธีบรรเทาหรือชดเชยมันได้บ้างแล้ว! ไม่ใช่ทางตันอย่างที่เคยคิด!
พร้อมกันนั้น ความเข้าใจในกระบวนท่าระดับแรกทั้งสาม ("เงาสะท้อนแห่งเข็มวายุ", "กระบี่สะบั้นเมฆา", "ร่องรอยใต้แสงจันทร์") ก็ดูจะชัดเจนและลึกซึ้งขึ้นอีกเล็กน้อย ราวกับถูกขัดเกลาให้คมกล้ายิ่งขึ้นตามระดับพลังที่เพิ่มพูน
แต่ในขณะที่เขากำลังสำรวจพลังที่เพิ่งได้รับมาอย่างยินดี และกวาดตามองไปรอบห้องโถงอันลึกลับและเก่าแก่แห่งนี้อีกครั้ง... เขาก็พลัน สะดุดตา กับบางสิ่งบางอย่างที่ผนังศิลาดำด้านที่อยู่ลึกเข้าไป... บริเวณที่ดูเหมือนจะเป็ส่วนในสุดของห้องโถง... ที่นั่นมี ร่องรอยที่ดูไม่เหมือนธรรมชาติ อยู่จางๆ คล้ายกับเป็แนวของกลไกบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้... หรืออาจจะเป็... โครงกระดูกสีขาวซีดขนาดมหึมา ที่ถูกฝังหรือผนึกไว้ในผนังศิลาดำนั้น?! ‘ให้ตายเถอะ... นี่มันห้องโถงลับ หรือสุสานากันแน่?’
เขาเพ่งมองไปยังภาพเลือนรางนั้น แต่ด้วยระยะห่างและแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ ทำให้มันยังคงเลือนรางเกินกว่าจะแน่ใจได้ในตอนนี้ แต่ภาพนั้นก็ทำให้ห้องโถงนี้ดูไม่ใช่แค่สถานที่เก็บแก่นพลังงานหรือที่ฝึกฝนธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือแหล่งความลับที่ยังรอการค้นพบ... และอาจจะเต็มไปด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึง!
และในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่เห็นนั้นเอง...
กลิ่นอาย "ปราณกระบี่" อันคมกล้าและเป็เอกลักษณ์ ที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาโดยไม่รู้ตัวเนื่องจากเพิ่งทะลวงระดับ กลับไป กระตุ้น บางสิ่งบางอย่างในห้องโถงลับแห่งนี้เข้า!
ครืน...
ผนังศิลาดำด้านที่เขาสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อครู่ พลันสั่นะเืเบาๆ! อักขระโบราณ ที่สลักอยู่บนนั้น ซึ่งเคยดูมืดมิดและไร้ชีวิตชีวา บัดนี้กลับ เปล่งแสงสีเงินจางๆ วาบขึ้นพร้อมกัน! เผยให้เห็นลวดลายโบราณอันซับซ้อนและทรงพลัง ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นฝุ่นผงและกาลเวลา!
‘นี่มัน...’ เฟิงอี้ขมวดคิ้วแน่น จ้องมองไปยังลวดลายที่เพิ่งปรากฏขึ้นด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย ‘มันเชื่อมโยงกับอะไรกันแน่? หรือว่ามรดกกระบี่ในตัวข้า... กำลังปลุกบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ให้ตื่นขึ้น?’
...
ขณะเดียวกัน ณ หอคอยสูงเสียดฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะและสายลมอันเหน็บหนาวตลอดกาล ณ จุดสูงสุดอันศักดิ์สิทธิ์ของวังเมฆาเยือกแข็ง...
ภายในห้องที่เงียบสงัดและเรียบง่ายจนแทบจะว่างเปล่า มีเพียงเบาะรองนั่งทำจากขนสัตว์สีขาวผืนเดียววางอยู่กลางห้อง ร่างชราในชุดคลุมสีขาวปลอดที่นั่งหลับตาทำสมาธิมาเนิ่นนานนับศตวรรษ จนดูราวกับเป็ส่วนหนึ่งของหอคอยน้ำแข็งแห่งนี้ ก็พลันลืมตาขึ้นช้าๆ...
ดวงตาคู่นั้นดูธรรมดาสามัญ ไร้ซึ่งประกายแห่งพลังใดๆ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความลึกซึ้งราวกับห้วงมหาสมุทรที่สามารถมองทะลุผ่านกาลเวลาและสรรพสิ่งในโลกหล้าได้...
"กลิ่นอายนี้..." เสียงแหบพร่าราวกับใบไม้แห้งเสียดสีกัน พึมพำออกมาเบาๆ จากริมฝีปากที่ซีดเซียว "ไม่ได้ััมานานเท่าใดแล้วหนอ... ช่างคล้ายคลึง... แต่ก็ดูแตกต่างจากในความทรงจำ... หรือว่า... ตำนานนั้นจะเป็จริง?"
แววตาของผู้เฒ่าทอประกายครุ่นคิดและซับซ้อนอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงอีกครั้ง ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ... แต่คลื่นใต้น้ำที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้วในส่วนลึกที่ซ่อนเร้นที่สุดของวังเมฆาเยือกแข็งแห่งนี้... ชะตากรรมกำลังจะเริ่มหมุนวงล้ออีกครั้ง...
*** จบตอนที่ 27 ***