เช้าวันที่สองซ่งอวี้ตื่นแต่เช้าทำอาหารเช้าแบบมั่วๆ ตามใจตัวเอง หลังจากทานอาหารเสร็จนางก็ไปที่เรือนของป้าหวังตั้งใจจะไปหาผู้ใหญ่บ้านพร้อมกับป้าหวัง
คนส่วนมากในชนบทล้วนตื่นเช้าหมู่บ้านเสี่ยวหนิวในเวลานี้เต็มไปด้วยผู้คนแล้ว ซ่งอวี้จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจนางเดินไปตามทางพร้อมกับครุ่นคิดในใจว่าตนควรจะปลูกเรือนอย่างไรดี
ขณะที่นางกำลังคิดจนใจลอยนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงแหลมดังขึ้นข้างๆ
"ข้าว่าหลานฮวาของพวกเจ้าถูกครหา! พวกเจ้าไม่เห็น เมื่อวานซ่งอวี้ไปหาผู้ใหญ่บ้านสามีของข้าเห็นกับตาตนเอง นางพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านที่หน้าบ้านของผู้ใหญ่บ้านพวกเขาสองคนพูดกันอยู่นานกว่าจะแยกย้าย"
ซ่งอวี้หยุดฝีเท้าแล้วหันหน้าไปมอง คนที่พูดคือมนุษย์ป้าหนังตาตกที่นางไม่รู้จัก กำลังมองมาที่นางแล้วต่อว่าด้วยเจตนาร้าย
เมื่อมนุษย์ป้าหนังตาตกคนนี้สังเกตเห็นสายตาของซ่งอวี้นางก็ชักสีหน้าทันที แล้วพูดเสียงเหี้ยม "ถุย! สตรีชั่วช้าเช่นเจ้ามองอะไรห๊ะ ทำเรื่องต่ำทรามอย่างไร้ยางอายยังจะกลัวผู้อื่นพูดถึงหรือ?"
ถ้อยคำนี้คล้ายเจตนาพูดให้ผู้อื่นฟังนางพูดเสียงดังมากจึงเป็นที่ดึงดูดสายตาคนรอบตัวให้หันมาทันทีหากเปลี่ยนเป็นสตรีขวัญอ่อนเกรงว่าเวลานี้คงจะร้องไห้ฟูมฟายวิ่งหนีไปแล้ว
แต่ซ่งอวี้มาจากที่ใด? นางมาจากยุคสมัยที่ข้อมูลต่างๆเผยแพร่อย่างรวดเร็วท่ามกลางแพลตฟอร์มเสมือนจริงในอินเทอร์เน็ตฝีปากของทุกคนล้วนร้ายกาจ แม้จะเป็นคนอย่างซ่งอวี้ที่ไม่ชอบมีปัญหากับผู้ใด แค่เพียงท่องโลกอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งคราวย่อมได้พบเจอสิ่งที่ควรพบเจอ ทั้งยังจดจำสิ่งที่ควรจดจำ
นางยิ้มวางตัวเป็นคนอ่อนโยนที่ยอมให้ทุกคนกลั่นแกล้ง "ข้าไม่เคยพบเจอป้ามาก่อนไม่รู้ว่าท่านหมายความว่าอย่างไร?"
เดิมทีนางไม่ได้อยากจะถือสาเพราะถึงอย่างไรปากก็เป็นปากของคนอื่น แม้ครั้งนี้นางจะถือสาเอาความก็ย่อมต้องมีครั้งหน้า เป็นเรื่องที่ทำให้เสียเวลายิ่งนักแค่ว่าสีหน้าของมนุษย์ป้าคนนี้วอนหาเรื่องจริงๆ ทำให้นางไม่อาจเมินเฉยได้
มนุษย์ป้าหนังตาตกเห็นท่าทีอ่อนน้อมของซ่งอวี้ก็คิดว่าซ่งอวี้กลัวนาง สีหน้าจึงเผยความเย้ยหยันยิ่งกว่าเดิม"เจ้าทำเรื่องโสมมเช่นนั้นหรือจะต้องให้ข้าพูดออกมา ชิๆเจ้าหน้าด้านและไร้ยางอาย แต่ข้ากลัวพูดแล้วจะเป็นเสนียดปาก"
ซ่งอวี้ยกมุมปากขึ้นด้วยความจนปัญญาคล้ายหวาดกลัวมนุษย์ป้าจริงๆ "ป้าพูดเช่นนี้ จะให้ข้าตอบอย่างไร? ข้าไม่รู้จริงๆว่าตนเองทำอะไรจึงทำให้ท่านดูแคลนข้าเช่นนี้"
"เรื่องที่เจ้ากับผู้ใหญ่บ้านลักลอบมีความสัมพันธ์กันต้องให้ข้าป่าวประกาศต่อหน้าทุกคนด้วยหรือ? ชาวบ้านในหมู่บ้านเสี่ยวหนิวคนใดบ้างที่ไม่รู้เป็นเพราะเจ้าอาศัยตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านของชายชู้ ทุกคนจึงไม่อยากมีปัญหากับเจ้าแต่สำหรับข้า ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านไม่มีอิทธิพลแต่อย่างใด! ข้าไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยวหนิวของพวกเจ้าผู้ใหญ่บ้านก็ไม่อาจทำอะไรข้าได้" มนุษย์ป้าหนังตาตกเบะปากพูดกับคนที่อยู่ข้างๆ ต่อ
ที่แท้ก็เป็นคนต่างหมู่บ้านนี่เอง
ซ่งอวี้ยิ้มด้วยความเข้าใจในที่สุดก็รู้แล้วว่ามนุษย์ป้าคนตรงหน้ามาจากที่ใด
ตั้งแต่มีซุนหลานฮวาและเฉินต้าฮวาเป็นตัวอย่างในหมู่บ้านเสี่ยวหนิวก็ไม่มีผู้ใดกล้าพูดเรื่องนี้เพราะกลัวว่าตนจะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน มีเพียงคนนอกหมู่บ้านเท่านั้นที่ไม่เกรงกลัวกฎบรรพชน
แต่ว่ามนุษย์ป้าคนนี้เป็นใครกันแน่? นางเดินอยู่บนท้องถนน จู่ๆก็ถูกด่าทอ ช่างไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ
ข้างกายมีสตรีคนหนึ่งนามหม่านเหนียงที่เพิ่งแต่งเข้าหมู่บ้านเสี่ยวหนิวหม่านเหนียงเดินเข้ามาใกล้ พูดกระซิบข้างหูซ่งอวี้"นั่นคือญาติสามีของซุนหลานฮวา มาตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนแล้วแค่ว่าเจ้าไม่ค่อยออกจากเรือน จึงไม่เคยพบเจอ"
ซ่งอวี้รักษาอาการปวดมดลูกของหม่านเหนียงที่เป็นมานานหลายปีนางซาบซึ้งอย่างมาก ดังนั้นจึงบอกซ่งอวี้ว่าสตรีคนนี้เป็นใคร
เมื่อซ่งอวี้ได้ฟังก็เข้าใจทันทีหากเป็นเช่นนี้ก็ไม่น่าแปลกใจแม้แต่น้อยเหตุเพราะซุนหลานฮวานินทาว่าร้ายจึงถูกลบชื่อออกจากศาลบรรพชนถึงแม้ตอนนี้จะยังอยู่ที่หมู่บ้านเสี่ยวหนิว แต่พูดอย่างเคร่งครัดเวลานี้ไม่ใช่คนในหมู่บ้านเสี่ยวหนิวแล้ว
หลังจากเกิดเรื่องนั้นขึ้นซุนเถี่ยจู้ก็รีบหาสามีให้ซุนหลานฮวา แต่เรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบร้ายแรงขอเพียงเป็นตระกูลที่พอจะมีเงินทองล้วนไม่ยอมแต่งงานกับนาง
ชุ่ยจวี๋มารดาของซุนหลานฮวาร่ำไห้ครั้งแล้วครั้งเล่าไหว้วานคนมากมาย กว่าจะเจอตระกูลยากจนที่ยอมเกี่ยวดองกับพวกเขา
แน่นอนว่าซุนหลานฮวาไม่ยอมนางทั้งร้องไห้ทั้งโวยวาย แต่ล้วนเปล่าประโยชน์ เวลานี้ชื่อเสียงของนางเสียหายแล้วทั้งยังถูกลบชื่อออกจากศาลบรรพชน มีคนยอมแต่งงานกับนางถือว่าดีมากแล้วนางไม่มีสิทธิ์เลือก
เมื่อหลายวันก่อนแม่สามีของซุนหลานฮวาพาแม่สื่อและญาติมิตรมาสู่ขอซึ่งตามประเพณีแล้วต้องนอนค้างในหมู่บ้านห้าคืน
อย่าคิดว่าห้าวันนี้แม่สามีของนางจะนิ่งเฉยตั้งแต่วันที่สองแม่สามีก็เริ่มตีสนิทกับคนในหมู่บ้านเสี่ยวหนิวแล้วสืบเรื่องที่เกิดขึ้นในศาลบรรพชน
นางคิดว่าแม้ชื่อเสียงของสะใภ้ตนจะป่นปี้แล้วแต่ก็ยังมีสิ่งที่ทำได้
ขอเพียงระหว่างซ่งอวี้และผู้ใหญ่บ้านมีความสัมพันธ์กันจริงๆเช่นนั้นซุนหลานฮวาก็ไม่ได้นินทาว่าร้าย เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เพียงข่าวลือ
เมื่อถึงเวลาค่อยตบตีกับซ่งอวี้สักตั้งแม้สตรีบ้านนอกอย่างพวกนั้นจะไม่รู้หนังสือ แต่กล่าวถึงเรื่องตบตีเชื่อว่าไม่เป็นรองใคร ยิ่งไปกว่านั้นคนที่จะตบตีด้วยก็เป็นแค่หญิงสาวที่เพิ่งแต่งงานใหม่ๆ
จริงด้วยสามีของซ่งอวี้หายไปแล้ว เรื่องนี้สามารถนำมาวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพียงแค่พูดเล็กน้อยหญิงแพศยาคนนี้ย่อมไม่มีหน้าอยู่ที่นี่ต่อไป
น่าเสียดายซ่งอวี้อยู่ติดเรือนมากไป ผ่านมาหลายวันแต่นางก็ไม่ออกจากเรือนแม้แต่ก้าวเดียวทำให้พวกนางไม่มีโอกาสหาเรื่อง หากยังไม่มีเรื่องกันอีกพวกนางก็ต้องกลับไปแล้ว
ตอนที่ซ่งอวี้รู้ว่ามนุษย์ป้าคนนี้เป็นใครนางก็พอจะคาดเดาความคิดของพวกนั้นได้แล้ว เมื่อครู่นางแกล้งทำเป็นคนอ่อนแอเพียงเพราะอยากจะรู้ว่าเหตุใดมนุษย์ป้าคนนี้จึงเกลียดชังนางมากเช่นนี้รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เมื่อรู้เหตุผลแล้วจึงจะโต้กลับได้อย่างเต็มที่
ซ่งอวี้เงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มบางๆดวงหน้างดงามของนางราวกับความอบอุ่นปลายฤดูเหมันต์ เสียงของนางไพเราะเสนาะหูราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านหุบเขา"ลุงผู้ใหญ่บ้านคอยดูแลเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในหมู่บ้านเสี่ยวหนิวข้าเพียงอยากจะซื้อที่ดินหนึ่งผืนเท่านั้นหากไม่ไปหาผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านเสี่ยวหนิวเช่นนั้นท่านได้โปรดชี้ทางสว่างให้ข้าที ข้าควรไปพบผู้ใด"
มนุษย์ป้าหนังตาตกหัวเราะเย้ยหยันแล้วพูดขึ้น"โห ซื้อที่ดินด้วยหรือ เจ้าเป็นเพียงหญิงกำพร้าไร้ที่พึ่งพิงนำเงินจากที่ใดมาซื้อ? เกรงว่าผู้ใหญ่บ้านเป็นคนให้เจ้ากระมัง"
ไม่ว่าจะพูดอะไร เพียงแค่นางโยงไปหาผู้ใหญ่บ้านก็พอแล้ว
คำพูดเหล่านี้พูดเพื่อทิ่มแทงซ่งอวี้อยู่แล้วเป็นเรื่องจริงหรือไม่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญคือถ้อยคำเหล่านี้ออกจากปากนางไปเข้าหูชาวบ้าน ขอเพียงรู้ว่าซ่งอวี้มีเงินซื้อที่ดิน พวกคนที่อิจฉาตาร้อนย่อมร่วมดูแคลนซ่งอวี้ไปพร้อมกับนาง
น่าเสียดาย ก่อนที่แผนการของนางจะเป็นไปตามคาดก็พังทลายลงแตกสลายเป็นผุยผง
เมื่อวานตอนที่ซ่งอวี้ไปหาผู้ใหญ่บ้านมีคนเป็นพยานได้