ถ้าหากบังเอิญไปเจอพยาบาลสาวแปลกหน้า หลินเฟิงก็คงพอจะแถเอาตัวรอดไปได้บ้าง เพราะยังไงซะก็ไม่ใช่พยาบาลทุกคนที่จะจำหมอทั้งโรงพยาบาลได้หมด แต่ซูเม่ยเป็เพื่อนบ้านของหลินเฟิง สถานะ 'หมอ' ของหลินเฟิงจึงใช้ไม่ได้ผลเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ!
เอาเถอะ! เล่นต่อไปไม่ได้แล้ว เกมจบลงเพียงเท่านี้
หลินเฟิงแค่นยิ้มขมขื่น จากนั้นก็ถอดเสื้อกาวน์สีขาวบนร่างออก แล้วโยนทิ้งไว้บนเก้าอี้ตรงโถงทางเดินอย่างลวก ๆ
"นี่นาย... กำลังเล่นละครบทไหนอยู่เนี่ย?" ซูเม่ยถามขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ทั้งฉุนทั้งขำ
"ทำไมเธอถึงมาทำงานที่นี่ล่ะ?" หลินเฟิงไม่ตอบแต่กลับเป็ฝ่ายถามกลับแทน
"ฉันก็ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลนี้มาั้แ่แรกแล้วไง" ซูเม่ยตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิด
"คิดไม่ถึงเลยแฮะว่าเธอจะเป็พยาบาล!" หลินเฟิงอุทานด้วยความประหลาดใจ
"เป็พยาบาลแล้วมันทำไมล่ะ?" ซูเม่ยขมวดคิ้วมุ่น จากนั้นก็ถามต่อว่า "นายยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะ?"
"คำถามอะไรเหรอ?" หลินเฟิงแกล้งทำเป็โง่
"ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้? แถมยังใส่เสื้อกาวน์ของหมออีก? ตกลงว่านายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่?" ซูเม่ยยิงคำถามรวดเดียวสามข้อติด
"เอ่อ คือว่าฉันยังมีธุระ ขอตัวก่อนนะ" หลินเฟิงหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะรีบหันหลังเดินหนีไปทันที
"หลินเฟิง เดี๋ยวก่อน!" ซูเม่ยะโเรียกด้วยความร้อนรน
เมื่อหลินเฟิงได้ยินดังนั้น ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ยอมหยุดเดิน แต่เขากลับยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปอีก เพียงไม่กี่วินาที ร่างของเขาก็หายวับไปจนสุดทางเดิน
ซูเม่ยตั้งใจจะวิ่งตามหลินเฟิงไป แต่เผอิญว่าตอนนั้นมีคนไข้กดกริ่งเรียกพยาบาลพอดี เธอจึงทำได้เพียงข่มความสงสัยเอาไว้ในใจ แล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องพักฟื้น...
หลินเฟิงที่เพิ่งเดินออกมาจากโรงพยาบาลไม่ได้เดินทางกลับบ้าน เขาโบกรถแท็กซี่คันหนึ่ง แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใจกลางเมือง
เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเอง หลินเฟิงตัดสินใจหาสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เพื่อดูว่าหีบสมบัติพวกนั้นมันจะปรากฏขึ้นเฉพาะบนตัวคนจริง ๆ หรือเปล่า?
ถ้าหากว่ามันเป็ไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้จริง ๆ เส้นทางการค้นหาสมบัติในวันข้างหน้าก็จะมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นแล้ว!
เมื่อเดินผ่านประตูห้างสรรพสินค้าเข้าไป สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็คือฝูงชนที่เดินเบียดเสียดกันไปมา ภายในสายตาของหลินเฟิงก็ปรากฏแสงสีเขียวขึ้นมาหลายจุดเช่นกัน แต่ทว่าแสงสีเขียวเ่าั้ล้วนเคลื่อนที่ไปตามผู้คนอย่างไม่มีข้อยกเว้น
ทิศ 9 นาฬิกา หญิงสาวสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกคนหนึ่ง มีหีบสมบัติทองแดงลอยอยู่บนหมวก
ทิศ 10 นาฬิกา หญิงวัยกลางคนสวมแว่นกันแดด มีหีบสมบัติทองแดงติดอยู่บนกางเกง
ทิศ 11 นาฬิกา เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อายุราวแปดเก้าขวบ มีหีบสมบัติทองแดงติดอยู่บนแขน
ทิศ 12 นาฬิกา หญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง มีหีบสมบัติทองแดงติดอยู่บนรองเท้า...
หลินเฟิงค้นพบด้วยความประหลาดใจว่า หีบสมบัติพวกนี้ไม่เพียงแต่จะปรากฏอยู่บนตัวคนเท่านั้น แต่พวกมันยังปรากฏอยู่บนตัวของผู้หญิงทั้งหมดเลยด้วย!
เมื่อหวนนึกถึงขั้นตอนการเก็บหีบสมบัติในโรงพยาบาลเมื่อครู่นี้ หลินเฟิงก็ยิ่งมั่นใจว่าข้อสันนิษฐานของตัวเองนั้นถูกต้อง เพราะหีบสมบัติทองแดงทั้ง 4 ใบที่นอนนิ่งอยู่ในช่องเก็บของ ล้วนได้มาจากผู้หญิงทั้งสิ้น ไม่มีหีบสมบัติใบไหนเลยที่เขาได้มาจากผู้ชาย!
'จิตใจเริ่มว้าวุ่น เขาขอเวลาตั้งสติสักหน่อย'
การเก็บหีบสมบัติต้องใช้เวลา แต่หีบสมบัติพวกนี้กลับปรากฏขึ้นเฉพาะบนตัวผู้หญิงเท่านั้น!
หรือพูดอีกอย่างก็คือ หลินเฟิงต้องใช้มือััลงบนตัวของอีกฝ่ายให้ครบ 10 วินาที ถึงจะสามารถเก็บหีบสมบัติทองแดงได้หนึ่งใบ ส่วนหีบสมบัติเงินที่มีระดับสูงกว่านั้น ก็ยิ่งต้องัันานกว่านี้เข้าไปอีก!
'นี่ระบบค้นหาสมบัติกำลังบีบบังคับให้ฉันกลายเป็อันธพาลโรคจิตลวนลามชาวบ้านหรือไงเนี่ย?'
'แล้วทำไมภายในใจของฉัน นอกเหนือจากความอึดอัดใจแล้ว ถึงได้มีความรู้สึกตื่นเต้นแฝงอยู่ลึก ๆ ด้วยล่ะ?'
'เอาเถอะ! เพื่อหีบสมบัติ เพื่ออนาคตของตัวเองในวันข้างหน้า เพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต ฉันหาข้ออ้างหลอกตัวเองต่อไปไม่ได้แล้ว...'
ผ่านไปไม่นาน หลินเฟิงก็เริ่มเกาหัวแกรก ๆ เพราะเขาหน้าบางเกินกว่าจะทำตัวเป็คนโรคจิตลวนลามผู้หญิงได้ลงคอ!
เมื่อมองดูหีบสมบัติที่ส่องแสงวิบวับเดินผ่านหน้าไปทีละใบ ๆ หัวใจของหลินเฟิงก็สั่นสะท้านไม่หยุด
ในจังหวะหนึ่ง จู่ ๆ หลินเฟิงก็กลอกตาไปมาคล้ายนึกอะไรขึ้นได้ จากนั้นเขาก็เดินตรงเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าผู้ชายแบรนด์ดังที่อยู่ข้าง ๆ
เมื่อเขาเดินกลับออกมา เสื้อผ้าั้แ่หัวจรดเท้าก็ถูกเปลี่ยนเป็ชุดใหม่เอี่ยมอ่องทั้งหมด
เสื้อเชิ้ตสีขาวแบบติดกระดุม กางเกงสแล็คสีดำ รองเท้าหนังและเข็มขัดที่ขัดเงาจนเป็ประกายวับวาว เมื่อบวกเข้ากับแว่นกันแดดสุดเท่อีกหนึ่งอัน มันก็ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของหลินเฟิงให้ดูดีขึ้นมาได้หลายระดับเลยทีเดียว!
'สมกับคำกล่าวที่ว่า ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งจริง ๆ '
เสื้อผ้าชุดนี้หมดเงินไปราว ๆ 50,000 หยวน แต่หลินเฟิงกลับรู้สึกว่ามันยังไม่พอ เขาจึงเดินเข้าไปในร้านนาฬิกาแบรนด์หรู จากนั้นก็แกล้งทำเป็เดินดูของไปเรื่อยเปื่อย
แผนการของหลินเฟิงนั้นง่ายแสนง่าย เขาตั้งใจจะสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูเป็คุณชายลูกเศรษฐี จากนั้นก็เข้าไปตีสนิทกับพวกผู้หญิงที่มีหีบสมบัติติดตัว และท้ายที่สุดก็หาจังหวะเก็บหีบสมบัติบนตัวพวกเธอมา
พูดง่าย ๆ ก็คือ หลินเฟิง้าจะใช้แผนชายงาม แต่แค่หล่ออย่างเดียวมันยังไม่พอ ถ้าหากเพิ่มสถานะ 'คนรวย' เข้าไปด้วยล่ะก็ เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการเข้าไปทักทายทำความรู้จักก็ย่อมต้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย!
"คุณผู้ชายคะ ไม่ทราบว่ากำลังมองหานาฬิกาข้อมือที่เหมาะกับตัวเองอยู่หรือเปล่าคะ?" พนักงานสาวหน้าหวานคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น
เปลือกตาของหลินเฟิงกระตุกเบา ๆ สายตาของเขาจับจ้องไปยัง่ล่างของอีกฝ่ายอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะบนต้นขาที่สวมถุงน่องสีดำของเธอนั้น มีหีบสมบัติทองแดงใบหนึ่งเกาะติดอยู่!
หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง หลินเฟิงก็รีบเลื่อนสายตาขึ้นมา้า จากนั้นก็เริ่มพิจารณาหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่อยู่ตรงหน้า
อีกฝ่ายดูอายุประมาณยี่สิบปี สวมชุดพนักงานแบบมาตรฐาน เสื้อเชิ้ตสีขาว กระโปรงทรงสอบ รองเท้าส้นสูง ผมยาวถูกเกล้าไว้ด้านหลัง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอดูมีความเป็ผู้ใหญ่มากขึ้น และลดทอนความไร้เดียงสาลงไปได้พอสมควร
หน้าตาให้คะแนนได้ถึง 90 คะแนน โดยเฉพาะดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น มันให้ความรู้สึกที่ดูว่านอนสอนง่ายและน่ารักน่าชังสุด ๆ
รูปร่างให้คะแนนได้ 95 คะแนนขึ้นไป ไม่เพียงแต่จะขายาวเอวคอดเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เนื้อผ้าบริเวณหน้าอกของเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนั้นมันดันโป่งพองนูนเด่นขึ้นมาเสียจนกระดุมเม็ดที่สองพร้อมที่จะกระเด็นหลุดออกไปได้ทุกเมื่อ!
'ถึงแม้ว่าขนาดมันอาจจะสู้ซูเม่ยไม่ได้ แต่ยังไงก็น่าจะคัพ D ละมั้งเนี่ย?'
"อะแฮ่ม!" หลินเฟิงกระแอมไอแห้ง ๆ ออกมา ก่อนจะลูบจมูกตัวเองแล้วพูดว่า "เอ่อ ฉันขอเดินดูรอบ ๆ ก่อนก็แล้วกัน"
"ได้ค่ะคุณผู้ชาย เชิญเดินดูตามสบายเลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะไปรินน้ำชามาให้ค่ะ" พนักงานสาวส่งยิ้มหวาน จากนั้นก็ก้าวเรียวขายาว ๆ หันหลังเดินไปรินน้ำชาให้กับหลินเฟิง
หลินเฟิงอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเดินไปรินน้ำชา รีบชะโงกหน้าไปที่ตู้กระจกเพื่อดูนาฬิกาข้อมือรุ่นต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว
นาฬิกาแบรนด์หรู รุ่น 5711/1A 010 ราคา 220,100 หยวน
นาฬิกาแบรนด์หรู รุ่น 5167A-001 ราคา 141,900 หยวน
นาฬิกาแบรนด์หรู รุ่น 5712/1A-001 ราคา 295,100 หยวน
นาฬิกาแบรนด์หรู รุ่น 5712R-001 ราคา 325,200 หยวน...
'ซี๊ด! แพงหูฉี่! นาฬิกาข้อมือรุ่นที่ถูกที่สุดยังราคาตั้งแสนกว่าหยวน สมแล้วที่นาฬิกาแบรนด์หรูเ้านี้ถูกจัดให้เป็หนึ่งในสิบแบรนด์นาฬิกาสุดหรูระดับโลก!'
"น้ำชาค่ะคุณผู้ชาย" พนักงานสาวเดินถือแก้วน้ำชากลับมาให้หลินเฟิงอย่างรวดเร็ว
หลินเฟิงรับแก้วชามาจิบอย่างใจเย็น จากนั้นก็เอ่ยกับพนักงานสาวว่า "ฉันไม่ค่อยรู้เื่นาฬิกาสักเท่าไหร่น่ะ เอาเป็ว่าเธอช่วยแนะนำให้ฉันลองดูสักสองสามรุ่นได้ไหม?"
"ถ้าอย่างนั้น ไม่ทราบว่าคุณผู้ชาย้านาฬิการาคาประมาณเท่าไหร่คะ?" พนักงานสาวเอ่ยถามอย่างสุภาพ
"ประมาณ 500,000 หยวนล่ะมั้ง?" หลินเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะบอกราคาออกไป
เมื่อพนักงานสาวได้ยินดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ยิ่งสดใสเจิดจ้ามากขึ้น เธอชี้มือไปยังมุมหนึ่งของห้องโถงพลางเอ่ยกับหลินเฟิงว่า "คุณผู้ชายคะ ทางด้านนั้นเป็โซนรับรองแขกวีไอพีของเราค่ะ เชิญคุณผู้ชายไปนั่งพักตรงนั้นก่อนดีไหมคะ? เดี๋ยวฉันจะไปเลือกนาฬิการุ่นที่เหมาะสมมาให้คุณดูเองค่ะ"
"เอ่อ ก็ได้" หลินเฟิงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก
และแล้วหลินเฟิงก็เดินตามการนำทางของพนักงานสาวมายังโซนรับรองแขกวีไอพี หลังจากที่เธอจัดการให้หลินเฟิงนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เธอก็รีบหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
หลินเฟิงนั่งรออยู่ตามลำพังในโซนรับรองแขกอย่างเบื่อหน่าย ขณะเดียวกันในหัวของเขาก็กำลังคิดหาวิธีการต่าง ๆ นานา ตกลงแล้วเขาจะต้องทำยังไงถึงจะเอาหีบสมบัติทองแดงบนตัวของอีกฝ่ายมาให้ได้นะ?
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า ยังไม่ทันที่หลินเฟิงจะคิดหาวิธีดี ๆ ออก พนักงานสาวก็เดินกลับมาเสียแล้ว
"เอ๊ะ เลือกเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?" หลินเฟิงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
ในตอนนี้ พนักงานสาวกำลังประคองกล่องหรูหราสองใบเอาไว้ในมือ เธอส่งยิ้มหวานพลางหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ หลินเฟิง
"คุณผู้ชายคะ ฉันเลือกนาฬิกาสองรุ่นที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดมาให้ค่ะ ลองดูนะคะว่าถูกใจหรือเปล่า?"
ทันทีที่พนักงานสาวเปิดกล่องออก นาฬิกาข้อมือผู้ชายดีไซน์หรูหราสองเรือน สีดำหนึ่งเรือน สีน้ำเงินอีกหนึ่งเรือน ก็ปรากฏขึ้นสู่สายตาของหลินเฟิง
นาฬิกาแบรนด์หรู รุ่น 5146P-001 หน้าปัดสีดำขนาด 39 มม. ระบบออโตเมติก แพลทินัม 950 สายหนังสีดำ ราคา 469,000 หยวน
นาฬิกาแบรนด์หรู รุ่น 5930G-010 หน้าปัดสีน้ำเงินขนาด 39.5 มม. ระบบออโตเมติก ไวท์โกลด์ 18K สายหนังสีน้ำเงิน ราคา 541,200 หยวน
นาฬิกาทั้งสองเรือนนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน หลังจากที่หลินเฟิงลองสวมดูแล้ว เขาก็ไม่รู้เลยว่าควรจะเลือกเรือนไหนดี สรุปก็คือ เขาถูกใจนาฬิกาทั้งสองเรือนเลย ต้องยอมรับเลยว่าสายตาในการเลือกของพนักงานสาวคนนี้เฉียบแหลมมากจริง ๆ
"เธอคิดว่าฉันควรจะซื้อเรือนไหนดีล่ะ?" หลินเฟิงที่ยังตัดสินใจไม่ได้ จึงเอ่ยปากถามความคิดเห็นจากพนักงานสาวตรง ๆ
พนักงานสาวขยับตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับแนบชิดติดกับตัวหลินเฟิงอย่างกระตือรือร้น เธอเอื้อมมือไปหยิบนาฬิกาข้อมือสีน้ำเงินเรือนนั้นขึ้นมา จากนั้นก็บรรจงสวมมันลงบนข้อมือของหลินเฟิงด้วยตัวเอง
"ฉันคิดว่าสีน้ำเงินดูเหมาะกับบุคลิกของคุณผู้ชายมากกว่านะคะ!" พนักงานสาวส่งยิ้มพลางเอ่ยขึ้น
เนื่องจากทั้งคู่นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน แถมยังนั่งเบียดกันค่อนข้างใกล้ชิด กลิ่นน้ำหอมจากตัวของอีกฝ่ายจึงลอยมาเตะจมูกของหลินเฟิงอยู่ตลอดเวลา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายดียิ่งนัก
ใน่เวลานั้น บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็คลุมเครือและชวนให้คิดลึกขึ้นมาอย่างกะทันหัน เมื่อจ้องมองหีบสมบัติทองแดงที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม จู่ ๆ หลินเฟิงก็เหมือนถูกผีผลัก เขาเอื้อมมือออกไปวางแหมะลงบนต้นขาของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ!
[ติ๊ง! กำลังเก็บหีบสมบัติ กรุณารอสักครู่...]
[10, 9, 8...]
การจู่โจมอย่างกะทันหันของหลินเฟิง ทำให้พนักงานสาวเกร็งตัวขึ้นมาตามสัญชาตญาณ เธอหันไปมองหลินเฟิงด้วยความตกตะลึง ใบหน้าสวยหวานนั้นแดงก่ำขึ้นมาในพริบตา
"ในเมื่อเธอคิดว่าฉันเหมาะกับสีน้ำเงิน ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะซื้อนาฬิกาสีน้ำเงินเรือนนี้แหละ!" หลินเฟิงเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย หน้าไม่แดงแถมยังหายใจเป็ปกติ
"คะ... คุณผู้ชายคะ ค... คือว่า..." พนักงานสาวพูดตะกุกตะกัก
"จริงสิ เธอชื่ออะไรเหรอ?" หลินเฟิงเริ่มงัดกลยุทธ์ถ่วงเวลาออกมาใช้อีกครั้ง
"ฉ... ฉันชื่อจางเสี่ยวมานค่ะ คุณผู้ชายคะ ท... ทำแบบนี้มันไม่สุภาพเลยนะคะ?"
แม้ว่าปากของจางเสี่ยวมานจะตำหนิหลินเฟิง แต่เธอก็ไม่ได้ชักสีหน้าโกรธเกรี้ยวใส่เขาในทันที
นาฬิการาคา 500,000 กว่าหยวน ในฐานะพนักงานขายอย่างจางเสี่ยวมาน เธอย่อมต้องได้ส่วนแบ่งค่าคอมมิชชันก้อนโตจากยอดขายนี้อย่างแน่นอน!
เพราะฉะนั้น เพื่อเงินค่าคอมมิชชันก้อนนี้ ตราบใดที่หลินเฟิงไม่ได้ทำอะไรที่มันเกินเลยไปมากกว่านี้ จางเสี่ยวมานก็ยังเต็มใจที่จะยอมอดทนต่อไป
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับหีบสมบัติทองแดง 1 ใบ!]
จนกระทั่งหีบสมบัติทองแดงตรงหน้ากลายเป็แสงวูบหนึ่งแล้วหายวับไป หลินเฟิงถึงได้ค่อย ๆ ชักมือของตัวเองกลับมาอย่างอ้อยอิ่ง
"เอาล่ะ ๆ เมื่อกี้ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ!" หลินเฟิงหัวเราะพลางขยิบตาให้จางเสี่ยวมาน จากนั้นก็กลับมาทำสีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า "ฉันเชื่อในสายตาของเธอนะ ตกลงเอาเป็นาฬิกาสีน้ำเงินเรือนนี้แหละ!"
"คิก ๆ ได้เลยค่ะคุณผู้ชาย!" จางเสี่ยวมานหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ดูเหมือนว่าเธอจะลืมเื่ที่หลินเฟิงเพิ่งจะลวนลามเธอไปจนหมดสิ้นภายในชั่วพริบตา