บทที่ 4 กล้ารังแกหลานสาวฉันเหรอ? (รีไรต์)
จางเหว่ยใแทบสิ้นสติ “!!!”
ผู้กำกับฮั่นวิปริตเกินไปแล้ว!
เขาส่ายหัวอย่างบ้าคลั่ง “ผมไม่คู่ควร... ไม่คู่ควร...”
หลังจากโกยขี้หมูเต็มถังสองถังใหญ่ เสิ่นชิงก็ทำความสะอาดคอกหมูเสร็จ
จากนั้น ก็เปิดก๊อกน้ำ ล้างรองเท้าบูทยางและพลั่วให้สะอาด แล้วหิ้วถังขี้หมูสองถังไปเทใส่สวนผักเพื่อใช้เป็ปุ๋ย
หลังจากเทขี้หมูเสร็จ เธอก็หยิบมีดมาสับข้าวโพดและหญ้าอย่างชำนาญ เทลงในรางหมู
เสิ่นชิงมีสีหน้ามุ่งมั่น เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อจากการทำงาน
ต้องยอมรับว่า การมองเธอดูแลสวนเป็ภาพงดงามที่น่ามอง
โดยไม่รู้ตัว ชาวเน็ตก็ดูเธอั้แ่เช้าจรดเย็น
ยามอาทิตย์อัสดง แสงสุดท้ายของวันแต้มแต่งพวงแก้มของเสิ่นชิง
เธอยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา พบว่าตอนนี้เป็เวลาสี่โมงเย็น ไลฟ์สดมาแปดชั่วโมงแล้ว
เสิ่นชิงรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย จึงทุบหลังเบา ๆ นั่งลงบนเก้าอี้หวายในสวน ก่อนจะเริ่มทำแบบฝึกหัด
สวนแห่งนี้ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้และพุ่มไม้ เสียงแมลงร้องระงม ลมพัดเอื่อย พัดพาเอาเมล็ดพันธุ์ดอกแดนดิไลออนที่ถูกย้อมด้วยแสงอาทิตย์ลอยละล่องไปทั่ว
ทิวทัศน์ที่เงียบสงบนี้ ทำให้ห้องไลฟ์สดเงียบลง ทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ ดื่มด่ำกับภาพตรงหน้าที่งดงามราวกับภาพวาด
สายลมพัดผ่าน พลิกหน้าหนังสือขึ้น ชาวเน็ตเห็นเนื้อหาบนหน้ากระดาษอย่างชัดเจน
ช่องแชต : บ้าไปแล้ว เสิ่นชิงกำลังทำข้อสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไปอยู่เหรอเนี่ย เธอจะสอบข้าราชการเหรอ?
ช่องแชต : ไม่มั้ง พวกเธอดูนั่นสิ บนโต๊ะยังมีประมวลกฎหมายแพ่งวางอยู่ด้วยนะ
ช่องแชต : โอ้โห ใครจะไปอ่านประมวลกฎหมายเพื่อสอบข้าราชการกัน ความรู้กฎหมายในข้อสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ต้องอาศัยการฝึกทำข้อสอบสิ
ช่องแชต : ขำกลิ้ง คนอื่นเขาสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็เด็กเรียนเก่ง ก็ต้องเตรียมสอบเข้าปริญญาโทอะไรเทือกนั้น แต่เสิ่นชิงเล่นมาสอบราชการเนี่ยนะ?
ช่องแชต : สร้างภาพชัด ๆ ข้อสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งไม่จำเป็ต้องอ่านประมวลกฎหมายสักหน่อย
ไม่มีใครคิดว่าเสิ่นชิงกำลังเตรียมตัวสอบข้าราชการจริง ๆ ทุกคนคิดว่าเธอกำลังเสแสร้ง สร้างภาพลักษณ์
ที่ต้องอ่านประมวลกฎหมาย เพราะต้องสอบเนติบัณฑิต เธอแค่ถือโอกาสเรียนรู้ความรู้ด้านกฎหมายที่ต้องใช้สอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไปด้วย
ไม่ใช่แค่สอบข้าราชการ แต่ต้องสอบเนติบัณฑิตด้วย แต่ตอนนี้เธอี้เีอธิบาย
เสิ่นชิงอ่านหนังสือไม่นาน เสียงะโของผู้กำกับฮั่นก็ดังมาจากหูฟัง
“เสิ่นชิง! ใครอนุญาตให้เธออ่านหนังสือ พักผ่อนเสร็จแล้วก็รีบไปทำงาน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเธอก็เย็นเยียบราวกับเกล็ดน้ำแข็ง เกลียดการถูกขัดจังหวะตอนเรียนเป็ที่สุด
เธอหันไปมองผู้กำกับฮั่น ตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว “ก่อนเริ่มรายการเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอคะ ตราบใดที่ถ้าฉันโกยขี้หมูเสร็จแล้ว ฉันจะทำอะไรก็ได้?”
ผู้กำกับฮั่นรู้สึกเสียหน้าที่ถูกตอกกลับ จึงตะคอกออกมา “แม่งเอ๊ย! ขี้หมูบ้านเธอโกยเสร็จแล้ว ก็ไปโกยบ้านอื่นสิวะ!”
เสิ่นชิงแสยะยิ้ม จะแกล้งกันก็อย่าออกนอกหน้าขนาดนี้สิ
เื่แบบนี้ถ้าเป็ดาราคนอื่นก็คงทนไปแล้ว แต่เธอไม่ เธอไม่ได้อยากโด่งดังในวงการบันเทิงแล้ว
ดังนั้น หญิงสาวจึงไม่สนใจว่ายังอยู่ใน่ไลฟ์สด ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ตามกฎหมายแรงงานของประเทศ ระบุว่า เวลาทำงานของลูกจ้างต้องไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน หากถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลา ลูกจ้างมีสิทธิ์ปฏิเสธ!”
“ขอโทษนะคะ” เสิ่นชิงพาดผ้าเช็ดเหงื่อขึ้นบนบ่า “ตอนนี้ ถึงเวลาเลิกงานแล้ว!”
พูดจบก็หยิบหนังสือขึ้นมา เดินออกจากหน้ากล้องไปอย่างไม่แยแส
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึง โอ้พระเ้า! นี่มันไลฟ์สดอยู่นะ!
เธอ… เธอ... เธอกล้าดียังไง!
ผู้กำกับฮั่นโกรธจนเส้นเืที่ขมับเต้นตุบ ๆ เขาอยู่ในวงการบันเทิงมานานหลายปี ไม่เคยเจอดาราคนไหนที่ทำลายงานตัวเองแบบนี้มาก่อน
นี่มันไลฟ์สดอยู่นะ! เธอบ้าไปแล้วเหรอ!
ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดก็เข้าสู่โหมดขี้เผือก
ช่องแชต : เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น เสิ่นชิงกำลังต่อว่าใคร?
ช่องแชต : พวกเธอนี่โง่หรือไง ฟังจากน้ำเสียง ก็น่าจะเป็ทีมงานที่สั่งให้เธอทำงานต่อน่ะสิ
ช่องแชต : ชิ ยัยลูกสาวตัวปลอมนี่เื่มากจริง ๆ ทำงานแค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้ว?
ช่องแชต : ใช่ ๆ เฉียวอวี้เหอต้องทำงานบ้านแทนเธอตั้งสิบกว่าปีเลยนะ
ช่องแชต : ข้างบนที่พูดจาดูถูกคนอื่นน่ะ ทำงานบ้านมันเหนื่อยนะ ฉันว่าพวกเธอต่างหากที่เป็คุณหนู
ช่องแชต : เลิกงานตรงเวลา ผิดตรงไหน เสิ่นชิงคือไอดอลของฉัน!
พิธีกรรีบวิ่งไปที่หน้ากล้อง โค้งคำนับ ยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“สำหรับการไลฟ์สดวันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่รับชม พบกันใหม่พรุ่งนี้เวลาเดิมค่ะ”
ทันทีที่พิธีกรพูดจบ ผู้กำกับฮั่นก็ตัดการไลฟ์สดด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“เสิ่นชิง เธอทำแบบนี้ได้ยังไง เธอไม่มีความเป็มืออาชีพบ้างหรือไง ยังอยากอยู่ในวงการบันเทิงอีกไหม?”
ผู้กำกับฮั่นเตะเก้าอี้จนล้มด้วยความโกรธ ก่อนจะะโเรียกเสิ่นชิง
ได้ยินคำถาม เสิ่นชิงก็หยุดเดิน ก่อนจะตอบกลับไปว่า “คุณยังมีหน้ามาพูดเื่จิตสำนึกกับฉันอีกเหรอ? ในเมื่อตัวเองยังไม่เคารพแม้กระทั่งกฎหมาย”
ผู้กำกับฮั่นถึงกับพูดไม่ออก ชี้หน้าด้วยความโกรธ ก่อนตวาดว่า “เธอกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ!”
เขาไม่คิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ เสิ่นชิงจะกล้าต่อกรกับตัวเอง จึงยกมือเตรียมตบเธอ
“ผู้กำกับฮั่น ผมว่าอย่าทำแบบนี้เลย” จางเหว่ยรีบเข้ามาห้ามผู้กำกับฮั่น
“มันไม่ดีหรอกนะ ที่นี่มันบ้านของเธอ”
ผู้กำกับฮั่นเบิกตากว้าง ก่อนจะพูดว่า “กลัวอะไร? เธอเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ใครจะมาเข้าข้างเธอ? เป็แค่นักแสดงตัวเล็ก ๆ ไม่เชื่อฟังแบบนี้ ฉันจะตบสั่งสอนไม่ได้หรือไง?”
พูดจบ ผู้กำกับฮั่นก็ผลักจางเหว่ยออก ยกมือขึ้นจะตบเสิ่นชิงอีกครั้ง
เสิ่นชิงหลบไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่ว หมุนตัวไปอยู่ด้านหลังผู้กำกับฮั่น เตะเข้าที่ขาพับของเขาอย่างแรง
“โอ๊ย!” ผู้กำกับฮั่นร้องลั่น ทรุดตัวลงไปคุกเข่ากับพื้น
หลังจากเขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาได้ ก็รู้สึกอับอายขายหน้าจนแทบคลั่ง เขาคว้าขาตั้งกล้องขึ้นมา เตรียมฟาดไปที่ศีรษะของเสิ่นชิงราวกับจะฆ่าเธอให้ตาย
แต่ในจังหวะนั้นเอง
ปัง!
เสียงปืนดังลั่นไปทั่วลาน
ตามมาด้วยกลิ่นเขม่าดินปืนที่รุนแรงตลบอบอวลไปทั่ว
ทุกคนยืนแข็งทื่อ
ผู้กำกับฮั่นหันไปมองด้วยความหวาดกลัว
เห็นคุณยายของเสิ่นชิงกำลังถือปืนยาวเล็งมาที่เขา ปลายกระบอกปืนยังคงมีควันสีขาวลอยกรุ่น
ห๊า! ปืน?
ทำไมมีปืนล่ะ?!
ผู้กำกับฮั่นถึงกับพูดไม่ออก ทุกคนต่างตกตะลึง เสิ่นชิงก็เช่นกัน
เธอมองไปที่คุณยายด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
คุณยายคาบบุหรี่ และพ่นควันใส่หน้าผู้กำกับฮั่น พูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “อยากรังแกหลานสาวฉัน ถามปืนในมือฉันก่อนว่ามันยอมไหม”
ผู้กำกับฮั่นถูกปืนจ่อหัว ตัวสั่นจนเกือบจะฉี่ราดกางเกง
เขาไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมคุณยายถึงมีปืน
แท้จริงแล้ว คุณยายของเสิ่นชิงเป็เ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า บนเขามักจะมีสัตว์ร้ายออกอาละวาด ดังนั้นจึงอนุญาตให้เ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าพกปืนยาวได้
สมัยเด็ก ๆ คุณยายของเสิ่นชิงเคยร่วมรบกับพ่อที่เป็ทหารมาก่อน ฝีมือการยิงปืนของเธอถือว่าไม่เป็รองใครในหมู่บ้าน
ชาวบ้านคนอื่น ๆ เมื่อได้ยินเสียงปืน ต่างก็คว้าจอบวิ่งมาที่บ้านของเสิ่นชิง พวกเขาคิดว่ามีหมีลงมาจากเขาอีกแล้ว
พอวิ่งมาถึงลานบ้าน ก็เห็นคุณยายถือปืนจ่อไปที่ผู้กำกับฮั่น
“คุณยาย นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ชาวบ้านถามอย่างแปลกใจ
คุณยายพ่นควันบุหรี่ออกมา ปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยน ชี้ไปที่ผู้กำกับฮั่น “เขารังแกหลานสาวฉัน”
หมู่บ้านสุ่ยวาเป็หมู่บ้านเล็ก ๆ ชาวบ้านต่างเป็ญาติพี่น้องกัน พอได้ยินว่ามีคนมารังแกเสิ่นชิง พวกเขาก็รู้สึกโกรธเคือง
ชาวบ้านต่างพากันต่อว่าผู้กำกับฮั่น “นึกว่าคนเมืองจะมีมารยาท ทำไมถึงมารังแกเด็กผู้หญิงแบบนี้ น่ารังเกียจที่สุด!”
“เด็ก ๆ ในหมู่บ้านของพวกเราเป็เหมือนแก้วตาดวงใจ ถ้ายังกล้ามารังแกเธออีก ฉันจะเอาจอบฟาดให้ตาย”
ผู้กำกับฮั่นไม่คิดว่าจะโดนตบหน้าเร็วขนาดนี้ เขาจึงรีบยิ้มแหย ๆ แล้วอธิบาย “โอ๊ย เข้าใจผิดแล้วครับ คุณยายเข้าใจผิดแล้ว พวกเราไม่ได้รังแกเธอ เราแค่ซ้อมถ่ายรายการเท่านั้น”
พอได้ยินคำพูดของผู้กำกับฮั่น เสิ่นชิงก็ขมวดคิ้ว โอ้โห ทำเหมือนกับเธอไม่มีปากพูดอย่างนั้นแหละ?