ภายหลังจากที่เฟยหลงประกาศกร้าวเจตนารมณ์ของตนเองต่อสายลม เขาก็หันหลังกลับเข้าสู่เรือนพักอันซอมซ่อของตนทันที ปิดประตูลงดาลอย่างแ่า ทิ้งโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ผู้เปี่ยมความหวังไว้เื้ั
“คุณชายน้อยเ้าคะ จะให้ข้านำยาบำรุงเข้ามาให้หรือไม่?” เสียงของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นจากนอกประตู เจือด้วยความห่วงใย
“ไม่ต้อง ข้า้าพักผ่อน ห้ามใครรบกวนทั้งสิ้น” เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้สาวใช้ผู้นั้นไม่กล้าซักไซ้ต่อ
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง เฟยหลงทรุดกายนั่งลงบนเตียงไม้เก่าๆ ดวงตาของเขาปิดลง แต่ในห้วงสมองกลับกำลังฉายภาพความทรงจำจากนิยาย ‘ราชันย์เทพั’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับม้วนภาพยนตร์ที่ฉายวนไม่รู้จบ
‘เฟยหลงคนเดิม...เด็กหนุ่มขี้โรคผู้เป็ที่น่าสมเพชของคนทั้งสำนัก’ เขาเริ่มต้นทบทวนบทละครมรณะของตัวเองในใจ ‘แม้จะเป็ถึงบุตรชายของเ้าสำนัก แต่กลับไร้ซึ่งพร์โดยสิ้นเชิง’
ความทรงจำของร่างนี้ที่หลงเหลืออยู่ฉายภาพซ้อนทับขึ้นมา...ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่พยายามกวัดแกว่งกระบี่ไม้ตามบิดา แต่กลับสะดุดล้มไม่เป็ท่าท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้อง...ภาพของบิดาผู้เป็เ้าสำนักที่ทำได้เพียงทอดถอนใจแล้วเดินจากไป ไม่แม้แต่จะกล่าวปกป้องบุตรชายของตนเอง...ความพยายามทุกครั้งจบลงด้วยความล้มเหลวและความอัปยศอดสู จนในที่สุด เฟยหลงคนเดิมก็ยอมแพ้ ปล่อยให้โรคภัยและความอ่อนแอเกาะกกินทั้งร่างกายและจิตใจ กลายเป็เพียงเงาจางๆ ที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้
‘น่าสมเพช...แต่ก็น่าเห็นใจ’ ชัยในร่างเฟยหลงคิดอย่างเ็า ‘เ้าไม่ได้อ่อนแอเพราะร่างกาย แต่เพราะจิตใจของเ้ามันเปราะบางเกินไปต่างหาก...แต่เอาเถอะ ในเมื่อข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว เื่ราวของเ้ามันจบไปแล้ว ต่อจากนี้คือเื่ของข้า’
เขาบังคับให้ตัวเองกลับมาจดจ่อกับเส้นเื่ในนิยายอีกครั้ง
‘อีกสามเดือน...การประลองคัดเลือกศิษย์สายในจะเริ่มขึ้น’ เขาทบทวนอย่างละเอียด
‘ตามเนื้อเื่เดิม...ก่อนการประลองประมาณหนึ่งสัปดาห์ เฟยหลงคนนี้จะทนไม่ได้ที่เห็นศิษย์น้องหญิงที่ตนแอบชื่นชม ถูกอันธพาลประจำสำนักอย่าง ‘จ้าวหู่’ รังแก จึงเข้าไปขวาง แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอและวรยุทธ์ที่ไม่ได้เื่ จึงถูกจ้าวหู่ซัดจนาเ็สาหัสปางตาย กระดูกหักไปหลายท่อน เส้นชีพจรลมปราณเกือบขาดสะบั้น’
เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
‘ฟังดูเหมือนฉากของพระรองผู้กล้าหาญสินะ? แต่ความจริงมันไม่ใช่...การาเ็สาหัสของข้า...เป็เพียง ‘อีเวนต์’ ที่ถูกเขียนขึ้นมาเท่านั้น’
‘เพราะข้าาเ็หนักเกินกว่าที่หมอธรรมดาในสำนักจะรักษาได้ เ้าสำนักผู้เป็บิดาจึงต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจาก ‘ผู้าุโปริศนา’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าหลังเขา...และผู้าุโคนนั้น ก็คืออาจารย์ในตำนานคนแรกของพระเอก ‘เย่เฉิน’ นั่นเอง!’
‘เย่เฉินจะติดตามเ้าสำนักไปด้วยความเป็ห่วง และได้พบกับผู้าุโโดยบังเอิญ...จากนั้นบทละครของพระเอกก็จะเริ่มต้นขึ้น เขาจะแสดงพร์อันน่าทึ่งออกมา ได้รับการยอมรับจากผู้าุโ และได้รับการถ่ายทอดวิชาลับ...ส่วนข้าล่ะ? เฟยหลงคนนี้ก็เป็แค่สะพาน เป็แค่บันไดขั้นแรกให้พระเอกได้เหยียบย่ำขึ้นไปสู่จุดสูงสุด...เป็แค่ตัวประกอบที่ถูกใช้แล้วทิ้งอย่างไร้ค่า’
เขาลืมตาขึ้น เผยให้เห็นแววตาที่ลุ่มลึกและอำมหิตเกินกว่าที่เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีจะพึงมี
“เื่ตลกสิ้นดี!” เสียงหัวเราะดังออกมาจากลำคอของเขา แห้งแล้งและเย็นะเื “จากผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเก่า...กลับต้องมากลายเป็หมากตัวหนึ่งบนกระดานแห่งโชคชะตาที่ถูกกำหนดให้ต้องตายเพื่อส่งเสริมคนอื่นงั้นรึ?”
“เส้นเื่บัดซบนี่...บทละครมรณะนี่...ใครหน้าไหนมันเป็คนเขียนกัน?” เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “ข้าไม่สน! ในเมื่อข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว...ชะตากรรมของข้า...ข้าจะเป็คนกำหนดเอง!”
ความเงียบเข้าครอบงำห้องแคบๆ อีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเฟยหลงเท่านั้นที่บ่งบอกว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ภายในห้องนี้
‘แต่จะทำลายมันอย่างไร?’ สมองของนักฆ่าอัจฉริยะเริ่มทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ‘บุกไปฆ่าเย่เฉินทิ้งเสีย? ไม่...นั่นโง่เกินไป การฆ่าพระเอกของโลกอาจจะทำให้เกิดผลกระทบที่คาดเดาไม่ได้ โชคชะตาอาจจะสร้างพระเอกคนใหม่ขึ้นมา หรืออาจจะทำให้โลกทั้งใบพังทลายลงไปเลยก็ได้ ความเสี่ยงสูงเกินไป’
‘ถ้าอย่างนั้น...ก็ต้องหลีกเลี่ยงเส้นเื่’ เขาคิดต่อ ‘ง่ายที่สุดคือไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น ไม่ต้องไปช่วยศิษย์น้องหญิงคนนั้น ไม่ต้องไปมีเื่กับจ้าวหู่...ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไป...ใช่ นั่นคือหนทางที่ปลอดภัยที่สุด’
แต่แล้ว เขาก็ส่ายหัวช้าๆ
‘ไม่...มันไม่ง่ายขนาดนั้น การหลีกเลี่ยงเพียงครั้งเดียว อาจจะเปลี่ยนแปลงได้แค่เหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ ‘โชคชะตา’ หรือ ‘เจตจำนงของโลก’ อาจจะหาหนทางใหม่เพื่อผลักดันให้เนื้อเื่กลับไปสู่ทิศทางเดิมอยู่ดี...อาจจะมีเหตุการณ์อื่นมาทำให้ข้าต้องาเ็สาหัสอยู่ดี...การหนี...ไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน’
‘ถ้าหนีไม่ได้...ก็ต้องควบคุมมันเสีย’ ดวงตาของเขาเปล่งประกายคมกล้า ‘ไม่ใช่แค่ทำลาย...แต่ต้องควบคุมเส้นเื่ให้อยู่ในกำมือของข้า!’
‘ตัวเอกทะลุมิติคนอื่นๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองมีบทบาท พวกเขามักจะทำอะไร? พยายามชิงโอกาสของพระเอก แสดงความสามารถที่เหนือกว่าใครเพื่อโดดเด่น...สร้างความวุ่นวายเพื่อประกาศศักดา...นั่นคือหนทางของคนโง่ที่้าเป็เป้าสายตา...เป็หนทางที่จะทำให้โชคชะตาหันมาเล่นงานได้ง่ายที่สุด’
“แต่ข้าไม่เหมือนพวกนั้น...ข้าคืออสุรา...คือเงาที่เคลื่อนไหวในความมืด” เขากระซิบกับตัวเอง
“แผนการแรกของข้า...คือการซ่อนคม”
“ข้าจะไม่ชิงดีชิงเด่นกับใคร ข้าจะไม่แสดงความสามารถใดๆ ให้เป็ที่ประจักษ์ ข้าจะยังคงเป็ ‘คุณชายน้อยเฟยหลง’ ผู้ไร้ประโยชน์และน่าสมเพชในสายตาของทุกคนต่อไป...ข้าจะเป็อากาศธาตุ เป็เงาที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เป็ตัวประกอบที่ถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของทุกคน”
“ในขณะที่ทุกคนกำลังจับจ้องไปยังแสงสว่างอันเจิดจ้าของพระเอก...ข้าจะใช้ความมืดเป็ฉากกำบัง...เพื่อสร้างพลังของข้าขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ...เพื่อวางรากฐานอำนาจที่ไม่มีใครล่วงรู้...เพื่อรอคอย...รอคอยเวลาที่เหมาะสม...เวลาที่ข้าจะสามารถกระชากหมากทุกตัวบนกระดานมาไว้ในกำมือของข้าได้!”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฟยหลงอีกครั้ง แต่คราวนี้มันคือรอยยิ้มของพยัคฆ์ร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในโพรงหญ้า เฝ้ามองฝูงกวางที่กำลังเล็มหญ้าอย่างสบายอารมณ์โดยไม่รู้ถึงมรณะภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“เย่เฉินเอ๋ย...เ้าก็เป็พระเอกของเ้าต่อไปเถอะ...ผจญภัยไปตามเส้นทางที่์ขีดเขียนให้เ้า...ส่วนข้า...จะขอเป็ผู้ชม...เป็ผู้กำกับบทละครฉากใหม่...ที่ซึ่งฉากจบ...ไม่ได้ถูกกำหนดโดย์อีกต่อไป”