ทันใดนั้น เสื้อผ้าของหลี่กวนหยางโป่งพองราวกับถูกลมอัดแน่น ลมปราณสามสุดยอดฝีมือเข้ามาในร่างมันดุจน้ำป่าไหลทะลัก มันร้องด้วยความอึดอัดทรมานเมื่อพลังเทพดับสูญถูกดึงจากร่างเจียงเยี่ยนได้ระยะหนึ่งแล้ว อาการอสูรสถิตก็เริ่มคลาย สติเจียงเยี่ยนเริ่มกลับมา เด็กหนุ่มเห็นภาพที่ตัวเองสู้กับไป๋เหวินโจวและหวงเทียนเหยาก็ตระหนกยิ่ง มันรีบรั้งพลังกลับมิคาด ยิ่งรั้งพลังกลับกลายเป็นยิ่งถูกดูดพลังภายในง่ายยิ่งขึ้น ตอนนั้นร่างกายเจียงเยี่ยนอ่อนแอแล้ว ไม่สามารถต้านทานหลี่กวนหยางได้ แต่ขณะเดียวกันพวกไป๋เหวินโจวกก็ไม่ต้องประลองพลังภายในเจียงเยี่ยนแล้ว มันกระแทกฝ่ามือคราหนึ่ง หวงเทียนเหยาก็ตวัดกระบี่ครั้งหนึ่ง ร่างก็ถอยออกมา
หวงเทียนเหยารวดเร็วยิ่ง มันแทงกระบี่ไวดุจประกายแสงเข้าใส่หลี่กวนหยาง แต่หลี่กวนหยางเพียงแค่โบกมือคราหนึ่ง กระบี่หวงเทียนเหยาก็ถูกปัดให้เบี่ยงเบนไปไป๋เหวินโจวตะกุยกรงเล็บใส่ข้อมือหลี่กวนหยางที่กำลังดูดพลังภายในเจียงเยี่ยน เทพธรณินหัวเราะฮ่า ฮ่า จากนั้นหดมือกลับ ร่างเจียงเยี่ยนล้มลง ไป๋เหวินโจวรีบเข้าไปประคองไว้ เมื่อตรวจชีพจรดูพบว่าชีพจรอ่อนล้ายิ่งเห็นหลี่กวนหยางร่างสั่นสะท้าน ดวงตาเหลือกขาว มันกำลังถูกพลังชีพจรเทพดับสูญควบคุม หวงเทียนเหยารีบร้อง“หนี!”
ไป๋เหวินโจวและหวงเทียนเหยาวิ่งออกจากห้องโถงตำหนักเทพธรณิน เห็นสาวกนับพันยืนขัดขวางไว้พวกมันอดขมวดคิ้วมิได้“เสี่ยวไป๋ ข้าจะใช้กระบี่เบิกทาง เจ้าตามหลังมา” หวงเทียนเหยาร้องกระบี่หวงเทียนเหยาเปล่งแสงสีเงินเจิดจ้า ทันใดกระบี่ยักษ์สีเงินก็พุ่งออกมาจากตัวกระบี่แทงใส่ศัตรูหลายสิบคน กระบี่ยักษ์แหลมคมยิ่ง ถึงกับกรีดศัตรูแขนขา หรือตัวขาด โลหิตสาดกระจาย สาวกเทพธรณินต่างก็วิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน
หวงเทียนเหยาและไป๋เหวินโจวใช้โอกาสนี้ ทะลวงฝ่าวงล้อมออกไป แต่สาวกเทพธรณินวิ่งเข้ามารวมกัน ต่างฟาดฟันอาวุธใส่พวกมัน หวงเทียนเหยาขยับกระบี่ไล่ฆ่าศัตรู กระบี่กรีดวาดอย่างต่อเนื่องทำร้ายสาวกเทพธรณินบาดเจ็บไม่น้อยไป๋เหวินโจวพาดเจียงเยี่ยนไว้ที่ไหล่ อีกมือใช้กรงเล็บเพชฌฆาตตะกุยใส่คอหอยฝ่ายตรงข้าม ทุกกรงเล็บที่กวาดออก ต้องมีคนตายอย่างน้อยหนึ่งศพกระบี่หวงเทียนเหยาดุจมังกรท่องสมุทร ทะลวงฝ่าวงล้อมศัตรู ร่างไป๋เหวินโจวก็วูบวาบไปมา ไม่มีผู้ใดมองทัน แม้อาวุธจะระดมฟาดฟันเข้ามา แต่ไป๋เหวินโจวและหวงเทียนเหยาก็รวดเร็วยิ่งกว่า เสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังไม่หยุด ลานกว้างตำหนักเทพธรณินเต็มไปด้วยเลือด โลหิตไหลนองดุจธารา หวงเทียนเหยาเห็นวงล้อมศัตรูแน่นขนัด ยากฝ่าออกไปได้ หวงเทียนเหยาจึงกล่าว“เสี่ยวไป๋ เจ้าหนีไปก่อน ข้าสกัดศัตรูไว้เอง”“ศัตรูล้อมเราอย่างหนาแน่นเช่นนี้ จะฝ่าไปได้อย่างไร?” “เจ้าเหยียบกระบี่ข้า ข้าจะซัดกระบี่ไปเบื้องหน้า ให้ร่างเจ้าให้ทะยานไปพร้อมกระบี่”ขณะที่ทั้งสองเจรจา ก็ขยับกระบี่และกรงเล็บไล่สังหารศัตรูอย่างต่อเนื่อง ได้ยินเสียงร้องดังลั่น เป็นเสียงของหลี่กวนหยาง พลังเสียงกู่ร้องหนักแน่นเข้มแข็ง กังวานนับหลี่ นับว่าพลังภายในลึกล้ำอย่างไม่เคยพบมาก่อนหวงเทียนหยาเร่งรัด“หลี่กวนหยางมันรวมพลังได้แล้ว รีบไป!”“เจ้าเล่า?” “ข้าตัวคนเดียวเอาตัวรอดง่ายกว่า” หวงเทียนเหยาตอบกล่าวจบก็เพิ่มพลังกระบี่ขึ้น จากนั้นกวาดออกไป สาวกเทพธรณินหลายคนถึงกับตัวขาดเป็นสองท่อน พวกสาวกเทพธรณินรีบขยับกายถอย หวงเทียนเหยาร้องว่า“กระโดด”
หวงเทียนเหยาและไป๋เหวินโจวทะยานกายขึ้นสูงดุจวิหคเหินบิน หวงเทียนเหยายื่นกระบี่ไปเบื้องหน้า ไป๋เหวินโจวทะยานกายสูงกว่าเหยียบกระบี่หวงเทียนเหยาไว้ด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูงสุด หวงเทียนเหยาผลักมือใส่ด้ามกระบี่ จากนั้นกระบี่ก็บินไป ร่างไป๋เหวินโจวซึ่งเหยียบกระบี่อยู่ก็ลอยตามไปด้วยแต่ไป๋เหวินโจวอุ้มเจียงเยี่ยนไว้ น้ำหนักจึงมากกว่าปกติ ไม่นานกระบี่ก็เริ่มตกลง ไป๋เหวินโจวสะกิดเท้าใส่กระบี่คราหนึ่ง ร่างมันก็ลอยไปดุจมังกรเหิน จากนั้นข้ามกำแพงของตำหนักเทพธรณินได้สำเร็จ!
หวงเทียนเหยาร่างตกวูบ อยู่ในวงล้อมอีกครั้ง มันยิงดรรชนีกระบี่ออกมาสังหารศัตรูไปอีกหลายราย แต่ศัตรูหนุนเข้ามาดุจคลื่นทะเลโถมกระหน่ำ สังหารเท่าใดก็ไม่หมด ไม่นานมันก็ถูกดาบศัตรูทำร้ายหลายแผลแล้วขณะที่กำลังตกอยู่ในวงล้อม พลันมีเงาร่างสีดำลอยอยู่เหนือฟากฟ้า เงาร่างนั้นกางแขนเสื้อออกเหมือนพญาอินทรีกางปีก มันกวาดฝ่ามือเกิดเป็นพลังมหาศาล สายฟ้าทมิฬหลายร้อยสายโจมตีใส่หวงเทียนเหยาเทพกระบี่รีบวิ่งหลบสายฟ้าทมิฬด้วยท่าร่างรวดเร็วสุดเปรียบปาน ได้ยินเสียงร้องโอดโอยพร้อมเสียงระเบิดดังอย่างต่อเนื่อง สาวกเทพธรณินนับร้อยถูกสายฟ้าทมิฬสังหาร ล้มตายดุจใบไม้ร่วง แม้แต่ร่างยังแทบไม่เหลือชั่วพริบตาดุจประกายไฟ เงาร่างนั้นพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วเข้าหาเทพกระบี่ หวงเทียนเหยารีบจี้ดรรชนีตอบโต้กลับ เสียงระเบิดดังลั่น ร่างหวงเทียนเหยาถึงกับถอยกายไปสามก้าว มีเลือดไหลซึมมุมปากหลี่กวนหยางเข้าต่อสู้กับหวงเทียนเหยา ทุกพลังฝ่ามือมันมีพลังลมพายุโหมกระหน่ำ ทำเอาหวงเทียนเหยาแทบปลิว หวงเทียนเหยาใช้ดรรชนีต่างกระบี่ จี้อย่างรวดเร็วไปยังจุดอ่อนของกระบวนท่าศัตรู หลี่กวนหยางพลันหัวร่อ พลังเพลิงทมิฬก็ลุกท่วมร่างจากนั้นกระจายออกเป็นวงกว้างกระแทกหวงเทียนเหยาจนปลิวกระเด็นหลี่กวนหยางกล่าวว่า“พลังเทพดับสูญร้ายกาจจริงๆ สมแล้วที่สกุลหลี่เฝ้ารอมาสามร้อยปี” หวงเทียนเหยานอนที่พื้นกระอักโลหิตออกมา หลี่กวนหยางต้องการสังหารไป๋เหวินโจวซึ่งทำลายแผนการมันหลายครั้ง จึงสั่งบริวาร“ฆ่า!”บริวารเทพธรณินถือดาบล้อมหวงเทียนเหยาไว้ ฟันดาบใส่มันทันที!!
ไป๋เหวินโจวโอบอุ้มร่างเจียงเยี่ยนทะยานกายดุจสายฟ้า สาวกเทพธรณินตีกลองดังไปทั่วเมือง พวกมันระดมกำลังไล่ล่าปราชญ์มารบริสุทธิ์แล้วไม่นานก็เห็นสาวกเทพธรณินนับร้อยวิ่งไล่ตามมา มีทั้งขี่ม้าและเดินเท้า ไป๋เหวินโจววิ่งไปที่ประตูเมือง มันทะยานกายขึ้นกำแพงเมือง ทหารรักษาเมืองซึ่งเป็นคนของเทพธรณินต่างถือทวนเข้ามาแทงใส่มันปราชญ์มารบริสุทธิ์จี้นิ้วยิงดรรชนีกระบี่เทพสวรรค์ใส่คอพวกทหารถือทวนอย่างแม่นยำ สังหารพวกมันในดรรชนีเดียว เห็นทหารถือทวนอีกคนหนึ่งแทงทวนใส่อย่างรวดเร็ว ไป๋เหวินโจวเปลี่ยนจากดรรชนีเป็นกรงเล็บ คว้าจับทวนไว้อย่างแม่นยำ จากนั้นหักทวนจนหักเป็นสองท่อน เตะเท้าใส่ทหารจนปลิวกระเด็นไป๋เหวินโจวซัดทวนหักออกไปนอกเมือง มันทะยานกายตามติด กระโดดเข้าหาทวน จากนั้นใช้เท้าสะกิดทวนเบาๆ ก็พุ่งกายต่อเป็นการใช้วิชาตัวเบาสองจังหวะ ส่งร่างมันให้ไกลยิ่งขึ้น“ศัตรูหนีไปแล้ว เปิดประตูเมือง” สาวกเทพธรณินผู้หนึ่งร้องขึ้นประตูเมืองก็เปิดออก สาวกเทพธรณินนับพันทยอยออกจากเมืองไล่ล่าปราชญ์มารบริสุทธิ์
ไป๋เหวินโจวใช้วิชาตัวเบาอย่างสุดกำลัง แต่มันเหน็ดเหนื่อยมากแล้ว ร่างกายเริ่มอ่อนแรง ศัตรูนับพันไล่ล่าดุจเงาตามตัว ไม่อาจสลัดพ้น แต่สถานการณ์ยิ่งวิกฤติ เมื่อได้ยินเสียงหัวร่อดังสะท้านกึกก้องฟ้า เงาร่างสีดำลอยผ่านสาวกเทพธรณินนับพัน เข้าหาไป๋เหวินโจวอย่างรวดเร็ว“คนแซ่ไป๋ เจ้าหนีไม่รอดหรอก”เร็วยิ่งกว่าแสงอัสนี ร่างของหลี่กวนหยางก็มายืนเบื้องหน้าไป๋เหวินโจว ขณะเดียวกันกองกำลังหลายพันก็วิ่งเข้ามาล้อมไป๋เหวินโจวเช่นกัน!
------ จบตอน -----สถานการณ์คับขัน ไป๋เหวินโจวจะเอาตัวรอดอย่างไร การต่อครั้งสุดท้ายเริ่มแล้ว!!