บทที่ 8
“ในเมื่อมารดาเ้ากล่าวเช่นนี้แล้ว แล้วเ้าจะว่าอย่างไร” เขาข่มกลั้นความรู้สึกที่ขุ่นมัวในใจให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะถ้าหากตัดทิฐิในใจออกไป สิ่งที่บุตรสาวของเขากล่าวออกมานั้นก็เป็เื่จริงทั้งหมด
เพียงเพราะเมื่อเขาเติบโตขึ้นเขาถึงพยายามหลงลืมคำสัญญาเ่าั้ไป เพียงเพราะมันง่ายกว่าที่จะทำแบบนั้นอย่างที่เด็กน้อยกล่าว เพราะเขาอยากแค่มีทายาทที่สืบต่อสกุลที่ดีพอและมีครอบครัวที่สมบูรณ์ จนลืมไปแล้วว่าในอดีตที่ผ่านมาเขากับหญิงคนนี้ต้องผ่านอะไรกันมามากขนาดไหน...
“ถ้าเป็ไปได้...” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาบ้างแล้ว หลินที่รู้ตัวดีว่าตัวเองนั้นไม่ได้มีไพ่อะไรในมือเลย ก็กลับเข้ามาสู่ความ้าของนางเอง “ข้าก็อยากให้พวกเราสามคนแม่ลูกออกไปจากบ้านหลังนี้”
“!!”
“!!”
“!!”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง กับสิ่งที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่แม้แต่จะออกไปนอกจวนกล่าวออกมา แม้แต่ผู้เป็แม่เองก็ยังประหลาดใจมากกับสิ่งที่นางเลือก แต่ก็ไม่ได้กล่าวแทรกแต่อย่างใด
ต้องเข้าใจก่อนว่าในยุคนี้สมัยนี้ หญิงสาวที่แต่งงานไปแล้วนั้น ถ้าหากออกจากบ้านก็เท่ากับว่าถือเป็คนที่ถูกขับออกมา และมันยากมากที่จะออกไปเริ่มต้นใหม่ เพราะจะอย่างไรแล้วสุดท้ายในสังคมโบราณที่เพศชายเป็ใหญ่ ผู้หญิงก็มักจะด้อยค่าลงมาเสมอ
ยิ่งการที่เด็กน้อย้าให้ตนเองและมารดาออกจากตระกูลนั้น ก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ไม่ว่าจะเป็แต่เดิมแล้วตัวหม่านชิงหรือฮูหยินใหญ่นั้นก็เป็เพียงแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีฐานะใดๆ เลยหากไม่ได้อยู่ในจวนแห่งนี้ ไหนจะมีภาระเป็สองเด็กหญิงที่ไม่มีแม้แต่ผู้ชายในบ้านเลยหากออกไป
แล้วแบบนี้พวกเขาจะเอาชีวิตรอดอย่างไร...
“เ้าแน่ใจ?” ผู้เป็บิดาถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าเด็กหญิงจะรู้ความหนักเบาของสิ่งที่นางกล่าวหรือไม่ “เ้าไม่รู้หรือว่าสิ่งที่เ้าขอนั้นหมายความว่าอย่างไร”
“แล้วมันสำคัญสำหรับท่านด้วยหรือ” เด็กหญิงตอบกลับไปอย่างเ็า “มันอาจจะจริงอยู่ที่หากออกไปนั้นพวกเราจะต้องตกระกำลำบากแน่ๆ แต่ท่านเคยคิดไหมว่าถ้าข้ากับแม่และน้องยังดันทุรังที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป บางทีน้องของข้าไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดจนถึงวันปักปิ่นหรือไม่ด้วยซ้ำ!”
“...”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลินหลิ่งฟาง ไม่ใช่เพียงแค่ผู้เป็บิดาเท่านั้นที่ต้องสะอึกไป แม้แต่ผู้เป็มารดาหรือสองผู้รับใช้ตลอดไปจนผู้ติดตามของท่านแม่ทัพใหญ่เอง ก็คิดตามสิ่งที่เด็กน้อยในสายตาของพวกเขากล่าวออกมา
“เป็แบบนี้มันก็ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ สำหรับทุกๆ คน” ในตอนที่ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอยู่นั้นเอง หลินหลิ่งฟางก็พูดในสิ่งที่คิดออกมา “สำหรับเราสามแม่ลูกแล้วข้าไม่รู้ว่าวันไหนท่านจะกลับไปเป็เหมือนเดิม หรือต่อให้ไม่ก็เถอะหากวันไหนท่านไม่อยู่ที่จวนเป็เวลานานแล้ว คนพวกนั้นจะทำอะไรกับข้าท่านแม่และน้องเล็กบ้าง”
“ตะ...แต่”
“สิ่งที่ท่านแม่เพิ่งจะประสบมามันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ หรือท่านจะให้ข้ากล่าวเื่ราวความเป็มาทั้งหมดไหม...” สุดท้ายก็เป็ตัวหลินเองที่ทนอัดอั้นไปมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว และได้แต่ภาวนาว่าอย่างน้อยที่สุดพรของตาเฒ่านั่นคงจะช่วยให้นางรอดพ้นกลับไปอีกครั้ง
“...”
“ในเมื่อท่านเองก็รู้ดีว่าเื่นี้มันเป็เพราะอะไร แต่ท่านเองก็ไม่อาจจะจัดการมันได้ ท่านก็แค่ปล่อยพวกเราไปมันก็เป็ทางที่ดีที่สุดแล้วนี่ อย่างน้อยแม่ของบุตรชายท่านก็คงมีความสุขดีถ้าหากกำจัดพวกเราไปให้พ้นทาง แม้แต่ท่านย่าเองก็คงจะมีความสุขไม่น้อย...”
“มันจะมากเกินไปแล้ว!”
“เอาสิ ไม่ว่าอย่างไรท่านก็สามารถกำจัดพวกเราได้ง่ายๆ อยู่แล้วนี่ แต่ข้าถามท่านว่าสิ่งที่ข้ากล่าวมันผิดหรือ ลองถามคนของท่านดูสิว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านนี้กับสิ่งที่ข้ากล่าวมันแตกต่างกันตรงไหน!!”
เมื่อเห็นบิดายืนขึ้นเมื่อกล่าวถึงมารดาของเขาหลินก็ไม่ยอมแพ้และกล่าวต่อไป เพราะทำใจเอาไว้อยู่แล้ว
“ดูสิขนาดท่านเพียงแค่ข้ากล่าวถึงท่านย่าทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ว่าร้ายอะไรท่านก็ยังเป็ห่วงในชื่อเสียงของนาง แต่ท่านก้มลงมองไปดูผู้หญิงที่นอนซมอยู่บนตั่งไม้นี่ นั่นแหละคือแม่ข้า!!”
“ถ้าสิ่งที่ข้ากล่าวมันมากเกินไปแล้วที่พวกท่านทำกับพวกเรามันดีนักหรือไง ถ้าสิ่งที่ข้ากล่าวมันต่ำช้าแล้วสิ่งที่พวกท่านทำกับมารดาข้าข้าจะกล่าวว่าพวกท่านเป็แค่ตัวระยำตัวหนึ่งได้หรือไม่!!”
เพี๊ยะ!!
................
มาแล้วจ้า เจอกันพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงนะครับ
สำหรับคืนนี้ราตรีสวัสดิ์จ้า
*-*