ตลาดนัดสามภพ
หน้าประตูโรงเรียนสีขาวมีนักเรียนมายืนออกันแน่นขนัดเพื่อรอเวลาประตูเปิดตอนสองทุ่ม
ดวงตาสีเขียวมรกตมองหาเป้าหมายเสียงคุยกันดังเซ็งแซ่เพราะทุกคนล้วนตื่นเต้นที่จะได้ออกไปเที่ยวแต่ละคนต่างแต่งตัวมาอวดโฉมกันสุดฤทธิ์และเนย่าพบเพื่อนของเธอที่กำลังโบกมือไปมาอยู่ใต้ต้นไม้ที่มีตะเกียงเซนเทียหลายดวงลอยวนเวียนอยู่
รินรินในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนฟูฟ่องด้วยลูกไม้น่ารักปีกข้างหลังของเธอยิ่งทำให้เธอเหมือนนางฟ้าน้อย ๆ เป็ที่สุดเนย่าไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปหาทันที
“สีชมพู เธอเลือกเองเหรอน่ารักดีจังชุดนี้” ชุดที่เนย่าใส่มาเป็ชุดกระโปรงเรียบ ๆ ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากสีหวานน่ารักแต่กว่าจะได้ชุดนี้มาก็ถกเถียงกับบาร์รามอยู่พักใหญ่เขาช่างสรรหาชุดยาวกรุยกรายให้ราวกับชุดของเ้าหญิงแต่เนย่าก็ไม่ยอมเพราะเธอจะมาเที่ยวไม่ได้ไปงานเต้นรำทำให้บาร์รามยอมเลือกชุดน่ารัก ๆ แบบธรรมดา ๆ มาให้จนได้
“นิดหน่อยน่ะนี่ฉันนึกว่ามีแค่เธอกับฉันนะที่จะออกไปไม่คิดว่ามากขนาดนี้” เนย่าหันมองรอบ ๆ คนเยอะมากจริง ๆ
“เื่ปกติน่ะ หนึ่งเดือนจะมีสักครั้งแถมยิ่งใหญ่มากใคร ๆก็อยากไปทั้งนั้นแล้วโรงเรียนก็ไม่ได้ห้ามด้วย”
“นี่เธอยังไม่ได้บอกฉันเื่พระจันทร์เย็นเลยนะ” เนย่าทวงคำตอบ
“รอตอนสองทุ่มตรงแล้วกันตอนประตูเปิดเธอจะได้เห็นนี่ก็ใกล้แล้วอดใจไว้ก่อนนะ” รินรินจูงมือเนย่าไปยืนรออยู่หน้าประตูเพื่อรอเวลาเปิด
รอประตูเปิดไม่นานเมื่อเสียงระฆังเวลาบอกสองทุ่มตรงเสียงฮือฮาก็ดังมาจากทุกทิศทางเหล่านักเรียนต่างแหงนหน้ามองขึ้นฟ้าบ้างก็ทยอยเดินออกไปนอกประตูเป็ระลอก
“นั่นไงพระจันทร์เย็นที่เธออยากรู้” รินรินชี้มือขึ้นไปบนฟ้า สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเด็กมนุษย์มันราวกับฝนดาวตกนับล้านหลากสีร่วงลงมาเป็สายคล้ายกับหลอดไฟงานเทศกาลแต่พวกมันไม่ร่วงลงมาสู่พื้นราวกับมีโดมกระจกมากั้นไว้งดงามเกินกว่าจะหาคำอธิบายได้
“อย่างกับฝนดาวตกเลย แต่มันสวยกว่ามากๆเลย” เนย่าอุทานคล้ายกับคนละเมอ
“นี่แหละที่เขาเรียกว่าคืนพระจันทร์เย็น มันเกิดจากเกล็ดน้ำแข็งในวงแหวนของดวงจันทร์ที่โคจรเข้ามาใกล้กับเซนเทียแล้วเกิดการเสียดสีกันในชั้นบรรยากาศมีลักษณะคล้ายกับฝนสะเก็ดดาวแต่ที่มันไม่ตกลงมาหาเธอนั่นเพราะมันผ่านชั้นบรรยากาศของเซนเทียเข้ามาไม่ได้ไงล่ะ
“แต่ฝนที่โลกฉันมันไม่มีสีมันเป็น้ำแล้วก็เจิ่งนองตามพื้นใครเปียกฝนนาน ๆ จะทำให้เป็หวัดด้วย” เนย่าอธิบายถึงฝนในโลกเธอบ้าง
“แต่นี่เซนเทียฝนในโลกเธอกับโลกเซนเทียไม่เหมือนกันหรอกแต่ฉันก็ไม่รู้เื่ที่มันจะเย็นรึไม่เย็นนะฉันคิดว่าการที่เขาเรียกว่าพระจันทร์เย็นน่าจะเป็เพราะมันเกิดจากน้ำแข็งที่โคจรรอบดวงจันทร์ล่ะมั้ง” รินรินพูดถึงความน่าจะเป็ในการตั้งชื่อของเทศกาลนี้
“แล้วฝนจริง ๆ ในโลกเซนเทียมีไหม”
“มีสิแต่ก็อีกนั่นแหละแตกต่างจากโลกเธอนิดหน่อยเอาไว้ถึงตอนนั้นแล้วจะรู้เองฉันว่าตอนนี้รีบไปดีกว่าเดี๋ยวของดี ๆ จะหมดอดซื้อนะ” รินรินรีบจูงมือเนย่าเดินผ่านประตูโรงเรียนออกมาแค่เพียงพ้นประตูบรรยากาศของงานเทศกาลก็ดูคึกคักน่าตื่นตาตื่นใจเป็ที่สุด
ตลาดนัดสามภพช่างเป็อะไรที่น่าอัศจรรย์ใจสำหรับเนย่า ผู้คนที่มาไม่ได้เป็อสุรเทวาเหมือนพวกที่อยู่ในโรงเรียนแต่ละคนแสดงที่มาอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็เทพปีศาจ ภูติ ทุกคนล้วนแต่แสดงสิ่งที่ตน้าจะขายด้วยการนำเสนอรูปแบบต่าง ๆบ้างสวยงาม บ้างน่าเกลียดน่ากลัว บ้างก็สำแดงอิทธิฤทธิ์อย่างน่าทึ่งแต่ที่น่าประหลาดใจคือทุกครั้งไม่ว่าเธอจะเดินผ่านร้านใดพวกเหล่าเทพ ปีศาจหรือภูติจะหันมามองเธอย่างสนอกสนใจแล้วต่างซุบซิบกัน
“เธออยากได้อะไรเหรอรินริน” เนย่าเอ่ยถามเพื่อนที่กำลังจูงมือเธอชี้ให้ดูโน่นนี่อย่างสนุกสนาน
“ไม่รู้สิยังไม่เจอที่ถูกใจเลย ถ้าเจอแล้วจะบอกแล้วกันส่วนเธอไม่ต้องเกรงใจนะอยากได้ชิ้นใดบอกฉันได้ฉันจะเข้าไปคุยให้พวกนี้ไม่ขายของให้มนุษย์หรอก” ที่รินรินรู้เพราะพวกนั้นแอบคุยกันในภาษาของพวกเขาเองเพื่อหลบการได้ยินของเด็กมนุษย์ซึ่งมีแต่พวกอสุรเทวาที่ฟังออกทุกภาษาของพวกสามภพ
มนุษย์อย่างเนย่าเลยไม่รู้ว่าพวกนั้นกล่าวถึงเธออย่างไรบ้างแต่รินรินก็ไม่อยากทำให้เพื่อนหมดสนุกจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรให้เพื่อนมนุษย์ฟัง
“มิน่าละฉันเดินผ่านร้านไหนก็มีแต่คนมองแปลก ๆ” เธอถูกมองแบบนี้บ่อยจนเกือบจะชินอยู่แล้วไม่คิดว่าพวกสามภพแท้ๆ ก็จะเป็เช่นนั้นด้วย
“อย่าไปคิดมากเลยไม่มีใครทำร้ายเธอหรอกเพียงแต่เธอเป็ของแปลกสำหรับพวกเขาเท่านั้นเอง” รินรินยังคงเดินจูงมือเนย่าดูสินค้าหยิบจับนั่นนี่ชี้ชวนให้ดูจนเนย่าคลายความกังวลลงไปได้บ้าง
หลายครั้งที่เนย่าสะดุดตากับสิ่งของแปลกๆแต่พอเห็นสายตาของคนขายแล้วเธอก็ต้องกลืนความอยากได้นั้นลงคอและปล่อยให้ของที่เธอสนใจถูกคนอื่นซื้อไป
แม้บาร์รามจะให้เงินเธอมามากมายแต่ก็ใช่ว่าเธอจะหยิบมันออกมาใช้ได้ง่ายๆเสียเมื่อไรในชีวิตเคยจับเงินที่ได้มาโดยชอบธรรมกี่ครั้งกันทำให้การจะจับจ่ายแต่ละครั้งจึงต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
“นี่ ๆ เนย่าฉันว่าอันนี้เหมาะกับเธอมากเลยนะสีเหมือนกับตาเธอเลยดูสิ” รินรินพาเนย่ามาหยุดอยู่ที่หน้าร้านหนึ่งซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมแปลก ๆ รินรินหยิบบางสิ่งส่งให้เธอเป็อัญมณีรูปวงรีสีมรกตฐานแบนราบแต่ส่วนบนนูนผิวััเรียบขนาดเท่าฝ่ามือรินรินวางมันลงบนมือของเนย่าทันที
“อันนี้มันคืออะไรเหรอคะ” รินรินหันไปถามคนขายที่ใส่ชุดคลุมสีขะมุกขะมอมทั้งชุดปิดบังหน้าตาจนมิดชิด
“มั่นใจแล้วเรอะว่าเ้า้าสิ่งนั้น” เสียงแหบโหยของคนที่อยู่ในผ้าคลุมสีหม่นเอ่ยถาม
“อ้อยังหรอกค่ะหนูแค่ถามเฉย ๆ ว่ามันคืออะไรสีมันสวยดีนะคะ” รินรินตอบ
“ข้าไม่ได้ถามเ้า” คนในชุดคลุมเอ่ยและหันหน้าไปทางเนย่าที่ถือมันอยู่ด้วยทีท่าแปลกใจ
“คือ มันสวยจริง ๆ ค่ะ แต่ถ้าคุณไม่อยากขายก็ไม่เป็ไร” เนย่าส่งอัญมณีชิ้นนั้นคืนแต่คนขายก็ไม่ได้ยื่นมือมารับแต่อย่างใด
“แน่ใจเรอะว่าเ้าเห็นแค่ความสวยงามของมัน” คนขายถามต่อเนย่าถึงกับเอียงคอด้วยความสงสัยและเมื่อเธอจ้องมองมันดี ๆ ก็รู้สึกได้ถึงบางอย่าง
“มัน... มัน เรียกหนู” เนย่าตอบและยังไม่ละสายตาไปจากมันรินรินทำได้แต่มองหน้าเนย่าสลับกับคนขายไปมาด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“เ้าได้ยินใช่ไหม” คนขายเอ่ยถามเนย่าอีก
“ค่ะ” เนย่าตอบคล้ายกับคนละเมอ
“งั้นข้าคงหมดหน้าที่แล้ว” สิ้นคำของคนขายทั้งร้านและของทุกอย่างที่ตั้งเรียงรายก็อันตรทานหายไปเหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่า
“เดี๋ยวสินี่ ๆ ให้กันเลยแบบนี้ไม่ใช่ตามมาเอาคืนทีหลังนะคะ” รินรินร้องเรียกคนขายแต่ก็ไม่ทัน
“นี่คือวิธีการขายของพวกเขาเหรอ” เนย่าหันไปถามรินรินด้วยทีท่าสงสัย
“ไม่ใช่หรอกเหมือนพวกส่งของมากกว่าแม่ฉันเคยเล่าให้ฟังว่าพวกนี้เป็พวกพรายเฝ้าสมบัติรอเวลาส่งมอบของให้กับผู้ที่คู่ควรน่ะแต่ก็ไม่นึกว่าจะมีอยู่จริง ๆ นะเนี่ย” พูดจบรินรินก็เดินจูงมือเนย่าไปทางอื่นต่อ
“เก็บไว้ให้ดี ๆล่ะของบางชิ้นที่พวกพรายเอามาส่งน่ะบ้างก็ให้คุณบ้างก็ให้โทษพวกมันรอเ้าของที่แท้จริงมานานมากๆ เลยล่ะ” รินรินหยิบของชิ้นนั้นใส่กระเป๋าให้เนย่าแล้วก็พากันเดินดูของต่อ คล้ายกับเื่เหล่านี้เป็เื่ปกติ
“แล้วพวกเขาส่งของเสร็จเขาจะไปไหนต่อเหรอไปเฝ้าของชิ้นใหม่เหรอ”เนย่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ไม่รู้สิแต่แม่ฉันบอกว่าหลังจากภารกิจเสร็จสิ้นพวกนี้จะหมดพันธนาการไปเกิดใหม่อะไรทำนองนี้น่ะ” รินรินอธิบายตามความเข้าใจจากที่เคยฟังแม่เล่ามา
“ก็เหมือนผีในโลกของฉันเลยสิ”เนย่าคิดเปรียบเทียบ
“อะไรคือผี” รินรินทำหน้าสงสัย
“แลกกันเมื่อฝนในโลกเซนเทียตกเมื่อไรฉันจะเล่าเื่ผีในโลกฉันให้เธอฟัง” เนย่ายิ้มเ้าเล่ห์
เดินเล่นมาได้สักระยะทั้งสองก็ต้องหยุดพักเพราะเริ่มจะหิวแต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปนั่งทานอาหารรสชาติแปลกใหม่ร้านไหนเพราะมีให้เลือกจนละลานตา
“ฉันว่าพักใต้ต้นไม้นี่ก่อนดีกว่าอย่างน้อยมันก็พอให้หลบสายพวกตาสอดรู้ได้บ้างแหละ” รินรินพาเนย่ามาหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมแม่น้ำต้นหนึ่งเพื่อนั่งพัก
พระจันทร์สว่างมากพอที่จะทำให้มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนแม้ไม่ได้เข้าไปใกล้งานเท่าไร
“เธอรอตรงนี้ก่อนแล้วกันนะเนย่าเดี๋ยวฉันจะไปหาอะไรแปลก ๆมาให้กิน เมื่อกี้ฉันเจออยู่ร้านหนึ่งน่าสนใจดีรับรองฉันไปไม่นาน” รินรินหันมองซ้ายขวา เห็นว่าไม่มีใครน่าจะมาวุ่นวายเพื่อนเธอได้ก็จัดแจงให้เนย่านั่งลง
“จะดีเหรอ” เนย่าชักไม่แน่ใจนั่งคนเดียวก็กลัวอยู่เหมือนกัน แต่จะเรียกบาร์รามมาหาก็กลัวเพื่อนใ
“ดีสิเธอน่ะนั่งพักก่อนเดี๋ยวฉันกลับมา อย่าไปไหนเด็ดขาดนะ” รินรินกำชับ
“อื้อ! ฉันจะนั่งให้แข็งเป็หินตายเลยถ้าเธอไม่กลับมา” เนย่ารับคำและรินรินก็กลับเข้าไปในงานอีก
เหตุที่รินรินต้องทิ้งเนย่าไว้เพียงลำพังนั่นเพราะเนย่าทำให้เธอซื้อของไม่สะดวกพวกสามภพเอาแต่จ้องมองเนย่าด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ขืนเธอพาเนย่าไปด้วยมีหวังคงต้องหิวตายกันแหละคืนนี้
อากาศเย็นสบายชวนให้เด็กหญิงคิดถึงเื่ราวบนโลกมนุษย์ที่เธอจากมาไม่คิดเลยว่านางโจรน้อยอย่างเธอจะได้มาเหยียบอยู่บนโลกที่สวยงามราวกับ์แต่ก็มีอุปสรรคในการที่จะดำเนินชีวิตมากมาย มีปริศนาให้ต้องขบคิดและค้นหาไหนจะคนที่เธอไม่ค่อยเข้าใจเซนดรินที่ทำตัวแปลก ๆฮาร์มที่เธอรู้สึกปลาบปลื้มเวลาอยู่ใกล้และลาร์เฟียกับเพื่อนที่เห็นเธอเป็ศัตรูตลอดเวลาคำค่อนแคะจาก โควอร์กคำปลอบโยนและท่าทางแสนใจดีของทรีบาส มาดามรีรีนและทรอยอาร์ ในโลกของเธอเพื่อน ๆหัวขโมยจะเป็ยังไงบ้างนะ
สายลมพัดโชยเอื่อยราวกับจะค่อย ๆละลายความไม่สบายใจของเด็กหญิงที่กำลังสับสนว้าวุ่นเนย่าหลับตาพริ้มสูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอย่างเต็มที่แต่แล้ว...หมอกสีม่วงก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าของเธอเมื่อเด็กหญิงลืมตาภาพท้องฟ้าที่สวยงามและงานเทศกาลก็หายไปหมดสิ้นเด็กหญิงรีบผุดตัวลุกขึ้นในทันที บาร์รามก็มายืนขวางหน้าเธอแล้ว
“หนูเคยเห็นหมอกสีม่วงนี้มาก่อน” เนย่าเอ่ยขึ้นและคว้ามือของบาร์รามมากุมไว้
“เป็ภัยต่อท่านหรือไม่นายข้า” บาร์รามเอ่ยถามพลางมองสำรวจไปรอบ ๆ
“เคยเป็ แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจ” เด็กหญิงมีท่าทีลังเลว่าเรเนรอสจะมาดีหรือมาร้ายในครานี้เพราะเรเนรอสมีพันธะผู้พิทักษ์ติดตัวอยู่
เพียงไม่นานม่านหมอกสีม่วงก็จางลงเผยให้เห็นัสาวกายสีม่วงดวงตาสีเหลืองที่จ้องมองเธอราวกับจะสื่อความหมายว่า้าคุยกับเธอเพียงสองคนเท่านั้น
“บาร์ราม คุณหลบไปก่อนหนูมีเื่จะคุยกับเรเนรอส” เนย่าจ้องมองเรเนรอสไม่วางตาถ้าคิดจะทำอะไรบาร์รามล่ะก็เธอก็จะลงมือไม่ยั้งเหมือนกัน
บาร์รามรู้ดีว่าเรเนรอสนั้นติดพันธะผู้พิทักษ์อยู่และถ้าเธอมาร้ายจริงการ์รอลก็จะปรากฏตัวในทันทีเพราะอันตรายจะส่งสัญญาณถึงพวกัที่มีพันธะผู้พิทักษ์ให้รู้ตัวได้ทันเวลาเขาจึงยอมหลบออกมาแต่โดยดี แต่ไม่ให้เด็กหญิงคลาดสายตาเขาได้จึงรักษาระยะไว้
เรเนรอสยังคงนิ่งไม่ไหวติงเนย่าก็เช่นกันเด็กหญิงไม่พูดอะไรจนกระทั่งเรเนรอสล้มลงพร้อมกับกระอักเืสีม่วงออกมากองใหญ่เด็กหญิงไม่รอช้ารีบผวาเข้าไปดูอาการเธอทันที
“เป็อะไรไปน่ะ” เนย่าเข้าประคองคนเจ็บที่ทนพิษาแจากไฟไหม้คราวก่อนไม่ไหวอีกต่อไป
เรเนรอสพยายามสะบัดตัวหนีด้วยท่าทีไม่ไว้ใจแม้ผู้ฟูมฟักจะส่งเธอมาหาเด็กคนนี้แต่ก็ยังไม่แน่ว่าเด็กบ้านี่จะยอมช่วย
“ขะ...ข้ามาเพราะ้าความช่วยเหลือจากเ้า อึก!” เรเนรอสละล่ำละลักบอกพลางเช็ดเืที่มุมปาก
“แต่หนูคงต้องรักษาคุณก่อนเื่ที่คุณ้าให้หนูช่วยเอาไว้ที่หลังเถอะ” เนย่าพยายามมองสำรวจอาการาเ็ของเธอแผลภายนอกก็หนักเอาการอยู่ดูเหมือนภายในก็คงจะบอบช้ำมากด้วยเช่นกันแต่เรเนรอสกลับพยายามหลบมือเด็กหญิงที่มีแสงสีเขียวสะท้อนออกมาด้วยเกรงว่าเด็กหญิงจะปล่อยพลังร้ายกาจใส่เธออีกก็เป็ได้
แต่เมื่อมือเด็กหญิงััแผลเ่าั้ก็กลับหายสนิทร่างกายภายในที่ดูเหมือนจะบอบช้ำอยู่แต่แรกก็ทุเลาลงและหายดีในที่สุดเพียงเวลาแค่ไม่กี่อึดใจ
เด็กหญิงมองสำรวจผลงานการรักษาของเธออย่างพึงใจที่ทำได้ดีเกินคาดเธอเริ่มควบคุมพลังในการรักษาได้แล้วเรเนรอสทรงตัวลุกขึ้นก่อนจะสำรวจมองตัวเองอย่างประหลาดใจและมองซ้ายขวาราวกับหวาดระแวงว่าใครจะมาพบเห็น
“คุณมีอะไรให้หนูช่วยเหลือเหรอ” เนย่าซึ่งมองตามสายตาระแวดระวังของเรเนรอสที่กลับมาจ้องเธออีกครั้งพร้อมกับเอ่ยถาม
“เด็กมนุษย์ เ้าจะช่วยข้าหรือไม่ถ้าเ้าจะช่วยข้าเ้าต้องรับปากกับข้าว่าจะทำให้ได้ แต่ถ้าไม่ข้าก็จะฆ่าเ้าซะข้าไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้ว” เรเนรอสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“คุณฆ่าหนูไม่ได้คุณก็น่าจะรู้ตัวไม่ใช่หรือ” เนย่ากอดอกถามช่วยแล้วยังจะมาขู่เข็นกันอีก
“อย่างมากข้าก็ตายไปพร้อมเ้าไง แต่ถ้าเ้าช่วยข้าข้าจะยอมตายเพื่อเ้า” เนย่าถึงกับขมวดคิ้วยุ่งไม่เข้าใจคำที่ัสาวเอ่ย
“คุณบอกมาเถิดว่าเื่อะไรที่้าให้หนูช่วยเหลือ ถ้าหนูทำได้หนูจะไม่ลังเลเลยแต่เลิกขู่ฆ่าหนูสักทีเถอะ” เนย่าถอนหายใจ มาขอร้องแท้ ๆ แต่ทำท่าอย่างกับแมวกลัวภัยแบบนั้นคืออะไรกัน
“เ้าต้องรีบหาไข่ัให้เจอเพื่อกอบกู้บัลลังก์ของไฮดราผู้ฟูมฟักของข้าถูกโฮล์เบเรียสคุมขังและทรมานเขาอย่างทารุณถ้าเ้าหาไข่ไฮดราพบพวกข้าจะได้เป็อิสระแต่ถ้าเ้ามัวชักช้าผู้ฟูมฟักของข้าก็จะต้องตายเพราะทนาแที่ถูกทรมานไม่ไหวและข้าก็คงจะต้องตายเพราะข้าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา” เนย่าถึงกับเบิกตาโพลงเรเนรอสรู้ว่าเธอคือผู้ฟูมฟักไฮดราเช่นนั้นเื่นี้ก็คงไม่พ้นหูโฮล์เบเรียสเหมือนกันสินะ
“นี่คุณรู้เหรอ” เนย่าถึงกับกลืนน้ำลายตอนนี้เธอคงถูกหมายหัวเรียบร้อยแล้ว
“เื่นั้นเ้าอย่าได้ห่วงไปที่โฮล์เบเรียสให้ข้ามาเก็บเ้า เพราะเ้าใช้ภาษาาได้ส่วนเื่ที่ข้าคิดว่าเ้าคือผู้ฟูมฟักไฮดรานั้น ผู้ฟูมฟักของข้าเขาบอกมา” เนย่าถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
“นี่คุณแน่ใจนะว่ามันเกี่ยวพันกันทำไมคุณไม่ให้หนูไปช่วยผู้ฟูมฟักของคุณเลยล่ะมันจะง่ายกว่าไหม” เนย่าคิดว่าถ้าพาเธอไปน่าจะง่ายกว่ามากเพราะเธอน่าจะรักษาผู้ฟูมฟักของเรเนรอสได้
“การที่เ้าจะช่วยเขาได้นั่นคือเ้าต้องตายและข้านำศพเ้าไปให้โฮล์เบเรียสไงล่ะมันถึงจะปล่อยเขาแต่ข้าก็ไม่สามารถฆ่าเ้าได้เพราะพันธผู้พิทักษ์ที่ติดตัวข้าอยู่ถ้าข้าฆ่าเ้าเสียข้าจะถูกเงาสุดท้ายกลืนกินอย่างทรมานแล้วผู้ฟูมฟักของข้าล่ะเขาจะอยู่ยังไงโดยไม่มีข้า” เรเนรอสเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือนี่คงจะเป็เื่ที่การ์รอลไม่แน่ใจในตอนต้นเื่พันธะผู้พิทักษ์สินะว่าถ้าขัดกับพันธะโดยการฆ่าผู้มีพระคุณมันจะเป็เช่นไรมิน่าเรเนรอสถึงยอมที่จะตายไปพร้อมเธอถ้าเธอไม่ตกลงจะช่วยเหลือเรเนรอสในครั้งนี้
“ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหนูก็น่าจะช่วยผู้ฟูมฟักของคุณได้นะ” เนย่าว่าพลางทำท่าใช้ความคิด
“เ้าจะทำได้จริง ๆ เหรอ” ดวงตาสีเหลืองทองของเรเนรอสมีประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“อืม...หนูจะลองดูนะ” เนย่ายิ้มเ้าเล่ห์
“แต่กำลังของโฮล์เบเรียสแ่ามาก ไม่ใช่เื่ง่าย ๆเลยที่เ้าจะเข้าถึงที่คุมขังของผู้ฟูมฟักข้า” เรเนรอสแม้จะมีความหวังมากขึ้นแต่ก็ยังคงกังวลอยู่ไม่น้อยถ้าเกิดพลาดขึ้นมาล่ะก็คงไม่เหลือชื่อไว้ให้โลกเซนเทียนี้ให้จดจำทั้งสามคนแน่
“เชื่อมือหนูเถอะ หนูมีของดีอยู่กับตัวครั้งหนึ่งคุณก็เคยเห็นมาแล้วนี่” เนย่ายิ้มอย่างมั่นใจเธอนึกวิธีใช้พรที่ซาร์ฟินให้มาออกแล้วล่ะ