งานวันเกิดครบรอบสิบห้าปี?ดูเหมือนจะสำคัญไม่น้อยนะ เย่ชิงชิงส่ายหน้ากล่าวว่า “ไม่ไป”
ถึงตอนนั้นคงไม่ใช่แค่ต่อหน้าคนรู้จักไม่กี่คนหากนางต้องถูกหมางเมินต่อหน้าผู้คนอีก นางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน
“เหตุใดจึงไม่ไป?”
“เขาไม่ได้เชิญข้าเจ้าค่ะ นอกเสียจากว่าท่านเป็นผู้ที่เขาขอให้มาแทน?”นี่ไม่ใช่นิสัยใจแคบอย่างเกาเฟิงเลยสักนิด
หูหลิ่วหมิงส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นยืนเขายิ้มจากนั้นก็กล่าวว่า “เขาไม่ได้ฝากข้ามาหรอกแต่ตอนนั้นข้าจะมารับเจ้าไปด้วยกัน”
“ข้ายังไม่ได้บอกว่าจะไป...เฮ้ย! ท่านอย่าเพิ่งไปสิ...” เย่ชิงชิงมุมปากกระตุก มองเขาที่กล่าวจบก็หันหลังเดินออกไปทันทีไม่ฟังความเห็นของผู้อื่นเลยสักนิด แสดงว่าเขามาเพื่อแจ้งให้ทราบไม่ใช่มาเพื่อสอบถามนางอย่างนั้นหรือ?
หูหลิ่วหมิงมาเร็วไปเร็วนางซูไม่รู้เลยว่าเขามาที่นี่ ออกมาที่ลานก็เห็นเย่ชิงชิงยืนเหม่อลอยอยู่คนเดียวนางอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เป็นอะไรไปเหตุใดจึงยืนเหม่อลอยอยู่คนเดียวเช่นนี้?”
เย่ชิงชิงลูบคาง“ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะไปร่วมงานวันเกิดของเกาเฟิงดีหรือไม่เจ้าค่ะอย่างไรเสียเขาก็เป็นคนใจแคบ...”
“เด็กคนนี้ พูดอะไรน่ะ?” นางซูส่งสายตาตำหนิแต่ในใจกลับหัวเราะยินดี สองคนนี้ดูเหมือนจะทะเลาะกันอยู่เสมอแต่กลับจำวันเกิดของกันและกันได้ด้วยหรือ?
“ข้าก็แค่พูดความจริงเจ้าค่ะ” เย่ชิงชิงบ่นด้วยสีหน้าเรียบเฉยวางพัดใบตาลลงเตรียมกลับเข้าเรือน “ข้าต้องคิดทบทวนให้ดี”
แต่นางซูกลับรั้งนางไว้แล้วกล่าวว่า“ไม่ต้องคิดแล้ว เกาเฟิงอายุสิบห้าปีแล้วปีนี้เจ้าก็ต้องไปอยู่แล้วสิเมื่ออากาศเย็นลงเราจะจัดงานวันเกิดให้จื้อเฟิงอย่างยิ่งใหญ่ถึงตอนนั้นก็ต้องเชิญเขามาด้วย”
กล่าวพลางควักเงินหนึ่งตำลึงมอบให้จากนั้นลูบหลังมือนางจากนั้นก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า “ใครเล่าจะไม่มีปากเสียงกันบ้างเกาเฟิงเป็นเด็กที่ซื่อตรง เจ้าจะจุกจิกอะไรนักหนารีบไปเตรียมของขวัญวันเกิดให้เขาเถอะ!”
เย่ชิงชิงถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่เต็มใจราวกับถูกไล่ต้อนให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำนางกลับเข้าเรือนแล้วเก็บไปครุ่นคิดอย่างหนักการให้ของขวัญอะไรนั้นช่างยุ่งยากจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่ฉางสี่แต่งงานนางก็ต้องไปร่วมอยู่แล้ว ในเมื่อนางกับทั้งสองรู้จักกัน อย่างไรก็ต้องมอบของขวัญพิเศษที่ไม่เหมือนใคร
งานวันเกิดหนึ่งงานงานแต่งงานหนึ่งงาน จะให้ของขวัญอะไรดีเล่า?
สองวันต่อมานัดวันเกิดของเกาเฟิงก็มาถึง หูหลิ่วหมิงขี่ม้ามาคอยนางแต่เช้าตรู่
“เจ้าจะขี่ม้าไปหรือ?”
หูหลิ่วหมิงพยักหน้า“เจ้าก็ขี่ม้าเป็นมิใช่หรือ?”
เย่ชิงชิงครุ่นคิดแม้หมู่บ้านซั่งเหอจะอยู่ไม่ไกลนัก แต่การเดินทางด้วยม้าย่อมรวดเร็วกว่านางจึงเดินไปที่คอกเพื่อนำม้าออกมา
ทั้งสองคนควบม้าคู่กันไปยังหมู่บ้านซั่งเหอบ้านของลุงโจว ซึ่งเย่ชิงชิงคุ้นเคยเป็นอย่างดีตอนนี้ด้านนอกเรือนของพวกเขามีโต๊ะกลมใหญ่ตั้งอยู่หลายตัวงานเลี้ยงยังไม่เริ่มขึ้น
“ไอ๊หยา ชิงชิงมาแล้ว! แถมหลิ่วหมิงก็มาด้วย” นางจ้าวที่อยู่หน้าประตูเห็นทั้งสองคนก็ตื่นเต้นดีใจยิ่งนัก
“ท่านป้าจ้าว” หูหลิ่วหมิงทักทาย เขาลงจากม้าก่อนจะนำม้าของเย่ชิงชิงไปผูกไว้ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ กัน
“ดียิ่งนักที่เจ้ามาได้” นางจ้าวจับมือเย่ชิงชิงก่อนจะหัวเราะแล้วว่า“ชิงชิงเก่งกาจจริงๆ ขี่ม้าเป็นด้วย~”
เย่ชิงชิงยิ้มกล่าวว่า“เพียงแค่รู้สึกสนุกเท่านั้นเจ้าค่ะยังไม่ทันได้ยินดีกับท่านป้าจ้าวเลย บุตรชายเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไปก็ถึงเวลาได้สบายแล้วสิ~”
“ยังอีกนานนะ” นางจ้าวหัวเราะจนปากแทบฉีกถึงหู“ต้องรอให้หลานชายเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เราถึงจะนั่งสบายใจได้”
หูหลิ่วหมิงผูกม้าเสร็จก็เดินมาพอดีได้ยินคำพูดนี้ก็กล่าวว่า “ต้องรีบให้เกาเฟิงแต่งงานมีลูกท่านป้าจ้าวถึงจะสบายใจเร็วไม่ใช่หรือ?”
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว!” นางจ้าวก็ปรารถนาเช่นนั้นนางเงยหน้ามองเย่ชิงชิงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปทางหูหลิ่วหมิงแล้วกล่าวว่า “อย่าเพิ่งพูดถึงเกาเฟิงเลย เจ้าอายุมากกว่าเขาหนึ่งปีนะ รีบๆแต่งงานเข้าเถอะ ตามข้ามา เราจัดที่นั่งไว้ให้พวกเจ้าแล้ว”
เย่ชิงชิงและหูหลิ่วหมิงตามนางจ้าวเข้าไปในเรือนจากมุมหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป ดวงตาของเกาเฟิงทอประกายขึ้นมาสายตาของเขาจับจ้องไปยังร่างของนางในพริบตา
เขาก้าวเพียงไม่กี่ก้าวเข้าไปประคองนางจ้าวแล้วกล่าวด้วยเสียงเบาว่า“ท่านแม่”
“เกาเฟิง เจ้าดูสิว่าใครมาถึงแล้ว ชิงชิงและหลิ่วหมิงช่างมีน้ำใจนัก!”นางจ้าวส่งสายตาให้เกาเฟิง
ทว่าเกาเฟิงกลับทำเป็นไม่เห็น“ท่านแม่ ทางนี้ข้าจัดการเองได้ เมื่อครู่มีคนถามถึงท่านอยู่นะ”
นางจ้าวได้ยินดังนั้นก็ลังเลมองมาทางทั้งสองคนก่อนจะพยักหน้า “เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าจำไว้ให้ดี ต้องดูแลชิงชิงและหลิ่วหมิงให้ดีนะ!”
เกาเฟิงพยักหน้าตามอย่างว่าง่ายแต่เมื่อส่งมารดาไปแล้ว ก็หันกลับมามองด้วยใบหน้าถมึงทึงทันที“เจ้ามาทำไม?”
หูหลิ่วหมิงยกแขนขึ้นกอดอกขำที่เขาเปลี่ยนสีหน้าได้เร็วเพียงนี้ “แน่นอนว่าข้าเป็นคนชวนมา”
เกาเฟิงเบะปากแล้วพ่นลมหายใจออกจมูก“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!” แต่ถ้ามองดีๆมุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยเหมือนกัน
“ไม่อยากรู้หรือว่าข้าเอาของขวัญอะไรมาให้เจ้า?” เย่ชิงชิงหยิบกล่องของขวัญเล็กๆออกมา แกว่งไปมาตรงหน้าเขา
นางไม่แกล้งอีกเมื่อเปิดออก ภายในมีป้ายหยกเล็กๆ วางอยู่ ขนาดของมันไม่ได้ใหญ่โตนักสีสันก็ธรรมดา แต่สำหรับเด็กสาวชาวนาอย่างนาง แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
เย่ชิงชิงหยิบป้ายหยกวางลงในมือของเกาเฟิงยิ้มอย่างมีเลศนัยกล่าวว่า “คนโบราณกล่าวว่าบัณฑิตเปรียบดังหยก ถ่อมตนและสง่างาม หวังว่าเจ้าจะเป็นบัณฑิตผู้มีใจกว้างขวางนะ~”นางเน้นเสียงหนักที่คำว่า ‘กว้างขวาง’