บทที่ 25 ชีวิตไม่ใช่การเล่นเกม (2)
เช้าวันต่อมา ผมติดต่อไปที่สำนักงานฝ่ายธุรการประจำคอนโดและได้รู้เลขทะเบียนรถยนต์ของชอนอีเซ
ผมปลอมตัวเป็ลูกบ้านโทรไปถามว่ารถยนต์ของเ้าของห้องพัก ซึ่งเป็หมายเลขห้องพักของชอนอีเซนั้นมีทะเบียนอะไร เ้าหน้าที่ธุรการคงจะสงสัยและแปลกใจไม่น้อย แต่ก็เพราะได้รับความช่วยเหลือในครั้งนี้ ผมจึงหาตำแหน่งรถคันนั้นเจอ และได้รู้ว่ามันเป็รถยนต์ต่างประเทศที่มีโลโก้หรูหรา
รถยนต์นำเข้าแบบนี้ แม้แต่ตอนที่ผมเป็ซีอีโอของบริษัทโจยองฟู้ด ผมก็ยังไม่เคยขับเลยด้วยซ้ำ
ในชีวิตที่แล้ว ผมไม่สนใจสิ่งใดเลย นอกจากการทำให้บริษัทเติบโตและสร้างรากฐานที่แข็งแรง
บ้านราคาแพง รถยนต์ราคาแพง สิ่งของเหล่านี้ไม่มีอยู่ในความสนใจของผมเลย พวกมันเป็เหมือนเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะกับผม
เคยมีคนบอกผมอยู่เสมอว่าผมไม่ควรขับรถที่มีราคาไม่ถึง 100 ล้านวอน แต่ว่า...
สำหรับผม รถยนต์ฮุนไดแกรนด์คันเก่ากับห้องพักขนาด 70 ตารางเมตรก็เพียงพอแล้ว
ผมไม่ค่อยสนใจเื่การซื้อรถหรือซื้อบ้านใหม่
เพราะถึงอย่างไร ผมก็ใช้ชีวิตเกือบทั้งหมดอยู่ในที่ทำงาน
การสะสมรถยนต์ การขับรถหรู ไม่ใช่ความสนุกของผม
แต่การต้องมาขับรถหรูในชีวิตของชอนอีเซก็คงไม่เป็อะไรหรอกมั้ง
ผมยืนยันให้ตัวเองผ่อนคลายลง ก่อนที่จะจับพวงมาลัยและขับรถออกไปจากลานจอด
เพียงไม่นาน ผมก็ขับไปถึงหอพัก
นาซอนอูออกมาเปิดประตูต้อนรับผมด้วยความดีใจ ท่าทางน่ารักน่าชัง แต่ว่า...
สมาชิกวงคนอื่น ๆ จะดีใจแบบนี้เวลาเห็นผมเมื่อไหร่กันนะ
ผมอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้
"ดีจังเลยครับที่ผมจะได้มีรูมเมทแล้ว! ั้แ่ที่พี่จงฮยอนออกไป ผมก็ต้องอยู่คนเดียวมาตลอด...น่าเบื่อมากเลยครับ"
ใครคือจงฮยอนอีกล่ะเนี่ย? ผมเอียงหัวด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินชื่อนั้น
พวกเราเดบิวต์ในฐานะวงที่มี 7 คน คนหนึ่งที่ลาออกไปเป็คนต่างประเทศ...ส่วนอีกคนก็ไม่ได้มีชื่อนี้
"ไม่ต้องดีใจหรอก ฉันไปนอนห้องเดียวกับนาย เพราะกลัวว่านายจะแอบกินขนมต่างหาก"
อยู่ดี ๆ ผมก็รู้สึกเขินขึ้นมาชอบกล ดังนั้นผมจึงกระแอมไอและพูดอะไรออกไปเรื่อยเปื่อย
"ครับ...ผมอิจฉามากที่พี่เยจุนกับพี่คยองฮวาได้นอนห้องเดียวกัน"
ดูเหมือนว่านาซอนอูคงไม่กล้าไปขอนอนห้องเดียวกับซนซองวอน
หรือเขาเคยขอแล้วแต่ถูกปฏิเสธ?
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เื่ราวพวกนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผมที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่นับจากนี้อีกแล้ว
...
"โอ๊ะ...เกมเลตซ์แดนซ์ มีเพลงใหม่มาแล้วเหรอ? มีใครอยากเต้นบ้างไหม?"
ผ่านไปได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ผมเข้าไปอยู่หอพักเดียวกับเพื่อนร่วมวง ใน่เวลาระหว่างนี้ มีเื่ราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย
อย่างแรก หอพักของเราเปลี่ยนสภาพจากเล้าหมูกลายเป็ที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง
ผมได้แจ้งบริษัทให้จัดเตรียมอาหารสำหรับช่วยนาซอนอูลดน้ำหนัก
ถ้าผมเหลือเวลาอยู่เพียง 180 วัน ผมก็จะปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ไม่ได้แม้แต่วันเดียว...
แล้ววันนี้ โอเยจุนก็นำเครื่องเกมคอนโซลมาเชื่อมต่อกับทีวีในห้องนั่งเล่น
"อุ๊ย นี่มันเกมที่พี่อีเซชอบเล่นนี่"
ซนซองวอนไม่อยู่เพราะบริษัทเรียกเขาเข้าไปคุยอะไรบางอย่าง
รยูคยองฮวาไปถ่ายรายการเกี่ยวกับกีฬามาเมื่อวาน ตอนนี้ยังคงนอนหมดสภาพอยู่บนเตียง
รยูคยองฮวาบอกว่าเมื่อวานนี้ต้องปีนเขาไปพร้อมกับนักแสดงาุโอายุ 80 ปีตลอดทั้งวัน
แต่ดูเหมือนเขาจะพอใจในเื่นี้เป็อย่างมาก
"พี่อีเซ พี่เคยบอกไม่ใช่เหรอว่าการออกกำลังกายก็ช่วยเื่การคุมน้ำหนักได้เหมือนกัน"
ผมรับจอยเกมที่โอเยจุนส่งมาให้
แต่นี่มันอะไรกัน? บรรยากาศเป็มิตรอย่างนี้คือสิ่งที่ผมตั้งตัวไม่ทัน
"อ้อ ก็ได้! เดี๋ยวผมเล่นด้วย!"
นาซอนอูลังเลเล็กน้อย แต่แล้วก็หยิบจอยเกมที่อยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่นขึ้นมา
ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะต้องทำอะไรกันแน่...ผมต้องเต้นใช่ไหม? หรือว่าต้องขยับร่างกายยังไง?
ผมรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ซึ่งผมก็ยังใช้งานมันได้ไม่คล่องสักเท่าไหร่ ผมค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับเกมเลตซ์แดนซ์ ในอินเทอร์เน็ต
เมื่อดูข้อมูลบนหน้าจอโทรศัพท์ ผมก็ได้รู้ว่ามันเป็เกมที่คนเล่นต้องเคลื่อนไหวตามท่าทางของตัวละครที่ปรากฏอยู่บนจอทีวี
เป็เื่แล้วสิ
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในหัวของผม ผมเคยแต่เต้นแอโรบิก พวกเกมเต้นแบบนี้ถือเป็ยาพิษสำหรับผมมาั้แ่สมัยที่ยังเป็ 'อิมฮยอนซอง'
ถ้าผมเต้นออกมาได้ห่วยแตก ผมจะถูกเพื่อนร่วมวงไล่ออกไหมเนี่ย?
ตอนนี้ ความสามารถในการเต้นของผมอยู่ระดับ C อย่างน้อยก็คงเต้นเก่งกว่าตอนที่ผมเป็อิมฮยอนซองล่ะนะ...
นาซอนอูพูดออกมาว่านี่เป็เกมโปรดของชอนอีเซ ทุกคนคงอยากดูการเต้นของผมอีกครั้งแน่ ๆ
"คือ...ฉันว่าวันนี้ร่างกายของฉันยังไม่พร้อมเท่าไหร่..."
ผมพยายามใช้สุขภาพของตนเองเป็ข้ออ้าง นาซอนอูรีบขยับมาขวางทางผมทันที
"พี่พูดอะไรเนี่ย? เมื่อกี้พี่ยังบอกอยู่เลยว่าเดี๋ยวเย็นนี้จะพาผมไปออกกำลังกายสัก 3 ชั่วโมง แล้วอยู่ดี ๆ จะมาบอกว่าร่างกายไม่พร้อมได้ยังไง?"
เ้าหมอนี่มันต้องไม่ตายดีแน่ ๆ
ในที่สุด ผมก็ต้องไปยืนอยู่ที่หน้าจอทีวีเคียงข้างพวกเขา โดยที่มีนาซอนอูเป็คนจัดการทั้งหมด
"งั้นเรามาเริ่มเต้นเพลงใหม่กันเลยนะ าานักเต้นอย่างพี่อีเซคงไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว จริงไหม?"
ในจังหวะที่โอเยจุนพูดออกมาด้วยความคาดหวังและมั่นใจ เสียงดนตรีก็เริ่มบรรเลงขึ้นมา
ผมไม่รู้อีกแล้วว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรดี?
ผมแค่ต้องเคลื่อนไหวตามสัญลักษณ์ที่ปรากฏบนหน้าจอทีวี ขยับจากทางซ้ายไปทางขวา ขยับจากทางขวาไปทางซ้าย
ถึงในสมองของผมจะเข้าใจ แต่ร่างกายกลับไม่เคลื่อนไหวตามเลยนี่สิ
"พี่ทำอะไรของพี่เนี่ย พี่อีเซ! เต้นป๊อปปิ้งผิดหมดเลยอะ!"
จังหวะที่ผมเกิดความลังเล ผมก็พลาดการเต้นที่มุมจอซ้ายมือไปถึงห้าจุด
ผมหันไปมองหน้านาซอนอูกับโอเยจุน
ทั้งสองคนเตรียมพร้อมที่จะเต้นท่าต่อไป ก่อนที่เครื่องหมายสัญลักษณ์จะปรากฏขึ้นเสียอีก
เป็ไปได้อย่างไรกัน?
โชคดีที่ผมมีร่างกายแข็งแรง ดังนั้นผมจึงยังไม่เหนื่อยหอบ แต่ร่างกายที่าเ็ก็ยังเต้นตามภาพบนหน้าจอไม่ทันอยู่ดี
"นี่พี่ไม่อยากเต้นหรือไง?"
เพลงจบลงโดยที่ผมไม่รู้ตัว แล้วผมก็ได้เห็นผลคะแนนอันเลวร้ายของตนเองปรากฏขึ้นมา โอเยจุนถึงกับต้องถามผมด้วยความไม่อยากเชื่อ
ผมหันไปมองผลคะแนนของอีกสองคนที่เล่นด้วยกัน
โอเยจุนเกือบได้คะแนนเต็ม นาซอนอูก็ได้คะแนนดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานโดยเต้นผิดไป 5 จังหวะ
ไม่นะ ทำไมสองคนนี้มันถึงเต้นเก่งจัง? ชอนอีเซควรเป็คนที่เต้นเก่งที่สุดในวงไม่ใช่หรือไง!
"เปล่าหรอก ฉันแค่ไม่ได้เต้นมานาน..."
โอเยจุนขมวดคิ้วและพูดสวนกลับมาว่า
"หรือพี่ยังเจ็บหลังอยู่?"
ทันใดนั้น ความใก็ปรากฏขึ้นบนสีหน้าของนาซอนอู
และแล้วผมก็ได้รู้ว่าจะพาตนเองออกจากสถานการณ์นี้อย่างไร