ตุ๊บ! เสียงดังมาจากทางระเบียงทำให้ท่านชายฑกาณสะดุ้งจนต้องหันมองมือหนาวางหนังสือเล่มโตลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าเพื่อลุกไปยังระเบียงอย่างคุ้นเคยกับเหตุการณ์ชายหนุ่มชะโงกหน้ามองพร้อมผุดรอยยิ้มขำ
“หัวเราะเยาะอยู่ได้ช่วยหน่อยสิ เจ็บจะตายอยู่แล้ว” คนมาเยือนโวยใส่
นนิลอยู่ในท่าขดคุดคู้ ไม่รู้ว่าคราวนี้ปีนขึ้นมาอีท่าไหนเชือกเส้นโตถึงได้พันตัวจนรุ่มร่ามไปหมด อีกทั้งใบไม้น้อยใหญ่ติดตามตัวเหมือนคนป่าไม่มีผิด
“เอ้า! แล้วเ้ายิ่งดิ้นขลุกขลักอย่างนี้มันจะออกได้ไง อยู่เฉยๆ ก่อน” ทายาทหนุ่มแย้งท่าทีร้อนรนที่อยากหลุดจากพันธนาการเชือกเส้นโตของอีกฝ่าย
เขาทรุดตัวลงใกล้อย่างใจเย็นนึกไปว่า..ดีไม่น้อยที่คนตรงหน้าจะได้หมดสิทธิ์แผลงฤทธิ์ไปบ้าง มือหนาค่อยๆแกะเชือกออกให้ แต่ดูเหมือนไม่ได้ดั่งใจคนตรงหน้าเสียเลยจะขยับปากเร่งแต่กลับถูกดักคออย่างรู้ทัน
“ถ้าไม่อยากถูกมัดอยู่อย่างนี้ล่ะก็ขอเตือนให้อยู่เฉยๆ เข้าใจไหม” คนถูกขู่ถลึงตาจ้อง แก้มใสป่องงอนเข้าให้แต่ก็ยอมนิ่งเฉยให้อีกฝ่ายช่วยเหลือแต่โดยดี
เนิ่นนานเท่าไหร่แล้วที่ชายหนุ่มสูงศักดิ์ตรงหน้านี้เป็ทั้งเพื่อนสนิททั้งคนรับใช้จำเป็ (อันไม่บังควร) อีกทั้งเป็ที่รองรับอารมณ์ร้ายของนางอยู่บ่อยครั้งจนกลายเป็ความเคยชินเสมอมาว่าหากมีเื่อะไรก็ตามแต่ ต้องมาหาเพื่อนชายคนนี้ร่ำไป
คนตัวโตกว่ายันตัวยืนก่อนยื่นมือให้อีกฝ่ายรีบคว้าหมับเหมือนเป็หลักให้ลุกยืนง่ายขึ้น และเมื่อยังเห็นรอยยิ้มยียวนจากคนช่วยเ้าหล่อนจึงแว้ดถามว่ามีอะไรน่าขำนักหรือไง
“หน้าตาเ้ามอมแมมหมดแล้วเนื้อตัวผมเผ้าก็มีแต่ใบไม้เศษหญ้า ข้าว่าเ้าเลิกปีนเข้ามาอย่างนี้ได้แล้ว”
“โอ๊ย! ไม่เอาหรอกเบื่อด่านนางนมพี่เลี้ยงเ้าจะตายไป หวงท่านชายรูปงามเสียขนาดนั้น” พลางนำนิ้วชี้เรียวจิ้มลงกลางอกกว้างของชายหนุ่มบ่งชัดว่าเ้าน่ะคือสุดหวงของนางนมพี่เลี้ยงที่พูดถึง
“แล้วอะไรที่ว่าติดตรงไหนเปื้อนตรงไหนก็เอาออกให้ทีสิ”
ยิ่งปัดยิ่งเลอะเทอะไปกันใหญ่ ชายหนุ่มรีบรวบมือแสนซนของนางไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่งแล้วใช้อีกมือหยิบพวกเศษใบไม้ตามไหล่ ลำคอ ไล้เรื่อยมาจนถึงข้างหูและเรือนผม เขาสบตานางนิ่งนาน ก่อนใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบดินที่ติดตรงแก้มใสออกอย่างตั้งใจเนิ่นนานกว่าจะถอนสายตา ดั่ง้าให้อีกฝ่ายได้อ่านความในใจผ่านดวงตาอบอุ่นคู่นี้แต่เมื่อไม่เป็เช่นนั้นพลันต้องแก้เก้อด้วยการเชยคางมนเบือนซ้ายขวา
“ไหนดูสิหมดหรือยัง ฮืม!ค่อยดูได้หน่อย” คนฟังมิอาจซึมซับความหวามไหวเมื่อครู่ได้เลยเพราะตอนนี้นางมีแต่อารมณ์ริษยาที่แรงกล้าจนกลบทุกสิ่ง
“แล้วดูทำหน้าเข้าโมโหใครมา” เ้าของน้ำเสียงนุ่มเอ่ยถามพลางคว้าข้อมือคนเ้าอารมณ์ให้เข้าข้างในอย่างเคยชิน
“เ้าเห็นท่านหญิงคนใหม่แล้วใช่ไหม”
นี่กระมั้งที่ทำให้หงุดหงิดมา
“เห็นแล้ว ทำไม” แกล้งทำทีย้อนถามทั้งที่รู้ดีว่านางคงไม่พอใจมากก็ทุกลมหายใจเข้าออกของนางมีแต่..ท่านพี่ทันวา คิดแล้วก็รู้สึกเจ็บๆข้างในอย่างประหลาดจนต้องหมุนตัวหนีเพื่อหลบใบหน้าสีหม่น แต่อีกฝ่ายยังตามติดไปเซ้าซี้ระบายอารมณ์
“ข้าไม่เห็นว่านางจะคู่ควรกับท่านชายตรงไหนเลยหญิงชาวเมืองธรรมดาต่างศักดิ์กันสิ้นเชิง เหตุใดนางจึงได้ธำมรงค์ศักดิ์สิทธิ์..ข้าไม่เข้าใจแล้วดูสิยังต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับกันอีก ทุเรศสิ้นดี”
“หากเ้าเบื่อนักก็ไม่ต้องไปร่วมงานเลี้ยง จะได้ไม่ขัดหูขัดตา”
“เื่อะไรข้าจะปล่อยให้นางนั่นมีความสุขสมใจอยู่ฝ่ายเดียว”ใบหน้าได้รูปเชิดเย้ย ซ้ำยังกลับมาดุใส่ให้คนฟังเ็ปหัวใจ
“เ้าก็เหมือนกันคงไม่ได้เห็นดีเห็นงามให้นางนั่นเคียงคู่ท่านพี่ของเ้าหรอกนะ ช่วยข้าขัดขวางหน่อยสิยิ่งยังไม่ได้เข้าพิธีมงคลศักดิ์สิทธิ์ยิ่งต้องรีบ”คนฟังถึงกับนิ่งงัน
ขอร้องให้ข้าช่วยอย่างไรกันเ้ากำลังขอร้องคนที่รักเ้าหมดหัวใจอยู่นะ
งานพิธีรื่นเริงท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่เคยเจอมาก่อน ดาวเกิดความรู้สึกขัดเขินกับชุดเสื้อผ้าสวยงามดุจนาง์อย่างที่เคยใฝ่ฝันในวัยเด็กแต่พอได้สวมเข้าจริงๆ กลับทำให้รู้สึกอึดอัดชอบกล ถึงแม้จะได้ยินคำหวานหยอดชมว่างดงามอย่างไม่ขาดปากก็ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น เพราะตระหนักดีว่าคงเป็เพราะธำมรงค์ศักดิ์สิทธิ์นี้กระมังที่ทำให้ผู้คนรอบกายให้การนอบน้อมยอมรับตนยังคงเจิดจรัสงดงามทั้งยามทิวาราตรี เจิดจรัสแสงเพียงนี้คง้าให้กำลังข้าสินะ
“เป็อย่างที่ข้าคิดไว้ไม่มีผิด..พี่หญิงงามมาก เห็นไหมท่านพี่ฑกาณ” ท่านหญิงธาราเผยยิ้มกระจ่างภูมิใจ
“น้องหญิงเสนอต่อท่านแม่เลือกชุดสวยงามนี้ให้เ้าบอกว่าเ้าใส่แล้วคงงามน่าดูทั้งยังกำชับนางรับใช้ให้แต่งเรือนผมด้วยดอกไม้สีหวานเข้ากับเรือนกายอีกด้วย” ท่านชายฑกาณอธิบายด้วยรอยยิ้ม แววสุขุมอ่อนโยนที่แสดงออกมาทำให้หญิงสาวรู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูกรอยยิ้มถูกส่งออกมาได้โดยไม่รู้ตัวพลางนึกขันสองนางรับใช้ที่จัดองค์ทรงเครื่องให้อย่างพิถีพิถัน ช่างใช้เวลาเนิ่นนานเหลือเกินไม่งามไม่เลิก ไม่เข้าที่ไม่หยุด จนบุหงาตาลายกับสองนางที่พลัดพากันมาหมุนซ้ายหมุนขวาพัลวัน
“จะไปไหนเ้าคะ ท่านพี่ทันวา” เ้าเสียงใสร้องดักคอเมื่อเห็นคนเป็พี่ทำท่าจะขยับตัวออกไปทั้งที่เพิ่งเดินเข้าสมทบเงียบๆ ได้ไม่นาน ท่านหญิงน้อยดวงหน้ายับยู่ดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว
“ก็พี่หญิงของเ้ามีเพื่อนแล้วนี่ อยู่กับพี่มีแต่จะยิ้มยาก สู้พวกเ้าก็ไม่ได้เข้ามาทักหน่อยเดียว..ยิ้มไม่หุบเลย” ดาววาดค้อนน้อยๆ ใส่คนพูดประชดประชันจนคนรอบกายอดชอบใจไม่ได้กับพฤติกรรมของคนทั้งคู่โดยที่เ้าตัวไม่รู้
ข้าหรือยิ้มยาก
ก็เข้าใจคนรอล่ะนะ..ว่านาน คงทำให้ท่านชายเบื่อหน่ายกับการรอคอยยิ่งไม่อยากมาอยู่เป็ทุนเดิมแล้วแต่ขัดกับมารยาทอันควรไม่ได้
ท่านต่างหากล่ะที่ยิ้มยาก
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเฮฮาอีกด้านหนึ่งหลังเสาหินอ่อนใกล้ทางเข้าราชสถานส่วนในกลับปรากฏแววตาริษยาเหลือล้นมือสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็แสยะยิ้มใส่หญิงสาวผู้งดงามโดดเด่นในค่ำคืนนี้
ส่วนกษณะที่กำลังตามหาตัวบุหงาซึ่งละทิ้งหน้าที่นางในคนสนิทไปเพลิดเพลินเจริญใจกับงานเลี้ยงแสนตระการตาอาหารรสเลิศอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้มันน่าทุบนัก จนเกือบชนเข้ากับผู้ดูแลคีรี ผู้ดูแลสูงวัยคนสนิทขององค์เมืองที่มาพร้อมบุตรสาว‘สายพิณ’ ต่างพากันจ้องมองเขาอย่างประหลาดตา
“รีบไปเถอะพ่อ องค์เมืองกับนางเมืองใกล้จะลงมาแล้ว ข้าเบื่อพวกชาวเมืองต่างศักดิ์เต็มทน..เสียเวลา” นางสัพยอกเสียงน่าเกลียดไม่แพ้แววตาสีขุ่นของผู้เป็บิดาที่แม้ไม่พูดอะไรออกมาแต่เห็นชัดว่า‘กินลึก’ จนน่ากลัว นี่คงหมายมั่นปั้นมือหวังจับคู่ให้ลูกสาวได้ขึ้นเป็นางเมืองในอนาคตไว้แน่ๆ
เ้าจะไหวไหมนะดาว
นนิลแต่งกายสวยหรูด้วยชุดสีหวานมือบางถือแก้วใบใสใส่น้ำเมาชั้นดีเดินตรงเข้ามาใกล้ ท่านชายฑกาณถึงกับทิ้งใบหน้ายิ้มแย้มทันทีพร้อมกับปรี่เข้าหา
“นนิล นี่เ้าเมาแล้วนะ”
“เมาที่หนาย ยางไม่ได้กินเลย”
“ส่งแก้วมาให้ข้า ข้าห้ามเ้ากิน” ดาวได้แต่มองพฤติกรรมคู่ชายหญิงที่เห็นได้ชัดว่าฝ่ายชายนั้นมีท่าทีห่วงใยฝ่ายหญิงมากแค่ไหนแต่ดูนางสิ..ช่างเอาแต่ใจเหลือเกิน
“เ้านี่ยางไงนะ ห้ามข้าทามไมล่ะ” นนิลเบี่ยงตัวซ้ายขวาหลบมือที่ไล่คว้าแก้วในมือพลันหันมาทางดาวอย่างไม่ประสงค์ดี สุดท้ายท่านชายฑกาณก็คว้าแก้วมาได้สำเร็จทว่า..เหล้าในนั้นกลับกระจายหกหมด
“ว๊าย!”หญิงสาวที่ถือพานมาลัยดอกไม้สดถึงกับเสียหลักเมื่อน้ำเมาเข้าเต็มหน้าจนปะทะเข้ากับบุหงาที่เดินดุ่มๆมาหาดาวอย่างจังพากันล้มกลิ้งไม่เป็ท่า ส่วนดาวเซไปชนกับใครสักคนใกล้ๆ นั้น
“พี่ดาหวัน เป็อะไรหรือเปล่า” ท่านหญิงธารารีบเข้ามาดูบุตรสาวนางนมเอกซึ่งเป็นางรับใช้พี่เลี้ยงของตนอย่างห่วงใย อีกฝ่ายทำหน้าเหยเกก่อนตอบเสียงแ่ว่าไม่เป็อะไรเ้าค่ะ
ดาวที่ไม่ได้สนใจว่าตัวเองอยู่ในวงแขนของใครซึ่งมือหนายังโอบรอบเอวไว้แน่นได้แต่พยายามเบี่ยงให้หลุดออกมาเพื่อช่วยประคองบุหงาที่กองกลิ้งให้ลุกขึ้น ตอนนั้นล่ะ..คนที่เหมือนอยากจะรั้งเ้าของเนื้อตัวนุ่มนิ่มเมื่อครู่ถึงกับย่นคิ้วท่านชายทันวายกสองมือของตัวเองขึ้นมองอย่างตำหนิ
ทำไมต้องเป็ห่วง
“นนิล! เ้าอีกแล้วรึ คราวนี้ข้าโกรธเ้าจริงแล้วนะ” ดาหวันสุดทนเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบว่าตัวการหลักก็คือสหายสาวจอมป่วนนั่นเองสองครั้งสองคราแล้วที่ทำให้มาลัยดอกไม้สดเหล่านี้ดูไม่น่ารื่นรมย์นนิลกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ก่อนค่อยๆ ก้าวเท้าถอยหนี แต่กลับถูกเพื่อนชายสูงศักดิ์คว้าตัวไว้ทัน
“เ้าจะไปไหน เก็บมาลัยดอกไม้พวกนี้ก่อน”
“แต่!...”
“นนิล เดี๋ยวนี้”
เ้าของชื่อดูสงบลงเพื่อรู้ดีว่าเพื่อนสูงศักดิ์ของนางเอาจริงเ้าหล่อนได้แต่ตีหน้าง้ำก่อนทรุดตัวลงเก็บอย่างขัดใจความดื้อรั้นชนิดพระกาฬมีอันต้องยอมอ่อนให้เพื่อนคนนี้ทุกที
“เ้านี่จริงๆ เลยนะนนิล ทำตัวให้ดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง…” ดาหวันบ่นเหยียดยาวขณะเร่งเก็บของ ไม่สนใจว่าท่านชายฑกาณแย้งว่าไม่ต้องช่วยเพราะจะให้นนิลรับผิดชอบในสิ่งที่ทำหากแต่เ้าตัวตอบกลับไปว่าองค์เมืองกับนางเมืองลงมาที่งานแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันการ
ดาวเฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยใจระทึก เพิ่งเข้ามาสู่ราชสถานศิลานครยังไม่ทันข้ามวันต้องมาเจอสตรีนามว่า ‘นนิล’ ที่ประกาศตัวต่อต้านอย่างเปิดเผย
ผู้ดูแลชานิลถึงกับปวดหัวกับวีรกรรมโกลาหลที่เกิดจากน้องสาวตัวดีของเขารีบจัดการลากตัวจอมแสบเข้าที่พักดั่งขังลืม เ้าตัวดีก็ใช่ย่อยโยกโย้โวยลั่นน่าระอาอย่างที่สุดตัวเขาเองออกติดตามนายหัวไปทำการงานทั้งวันยังไม่เหน็ดเหนื่อยเท่ากับจัดการน้องสาวตัวดีเพียงชั่วครู่ชั่วยาม