ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่23 คนฉวยโอกาส ?

    หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิว เชฟเจิ้งฝาน ฮั่นเสี่ยว ทั้งสามคนในตอนนี้หลังจากที่ได้ยินยูหมิงพูดพวกเขาถึงกับสะดุ้ง 
    สกัดจุด ?
    พี่คุณเป็นแพทย์แผนจีนรึไง ?
    “ มัวยืนบื้อทําไมอยู่ล่ะ มา ! เข้ามาใกล้ๆผมซะสิ ผมจะเปิดจุดลมปราณให้ ! ” ยูหมิงพูดยํ้าอีกครั้ง คนพวกนี้เป็นบ้าอะไร
    ผมอุส่าห์จริงจังขึ้นแล้ว แต่ทําไมพวกคุณถึงยังนิ่งอยู่เหมือนเล่นยืนบื้อซะล่ะ ?
    เฮ้อ…อุส่าห์จริงจังขึ้นแล้วนะ แต่พวกคุณดูเหมือนไม่จริงจังกันเลย แย่จริงๆ 
    เอาเถอะ ไหนๆก็จริงจังแล้ว งั้นเลิกคิดเรื่องไร้สาระดีกว่า
    “ คุณสกัดจุดเป็นด้วย ? ” เชฟเจิ้งฝานถามออกมาด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ
    “ ใช่ ! ผมสกัดจุดเป็น ! ” ยูหมิงพยักหน้า
    “ สกัดจุดเปิดลมปราณมันคืออะไรเหรอ น้องชายยู ? ” ใบหน้าของฮั่นเสี่ยวปรากฏความสงสัยและสับสนในเวลาเดียวกัน
    เธอรู้สึกสับสนที่ยูหมิงบอกว่าตัวเองสกัดจุดเป็น อันนี้เชื่อถือได้แน่เหรอ ? ส่วนที่เธอสงสัยก็คือสกัดจุดเปิดลมปราณนั้นคืออะไร ? ทําไมถึงได้ฟังดูอันตรายนักล่ะ ?
    “ สกัดจุดเปิดลมปราณก็คือการเปิดจุดลมปราณเพื่อทําให้สัมผัสได้ถึงลมปราณได้ดีเป็นพิเศษ นอกจากนี้หลังจากที่จุดลมปราณถูกเปิดออกแล้ว ลมปราณที่อยู่ในร่างกายจะสามารถไหลเวียนได้ดี และมันยังสามารถโคจรได้โดยง่าย ข้อดีของการเปิดจุดลมปราณคือการที่สัมผัสได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้เปิด อันนี้พี่สาวก็น่าจะพอเดาได้นะ ” ยูหมิงอธิบายด้วยเสียงราบเรียบ
    “ หรือเชฟยูต้องการจะบอกว่าหลังจากที่พวกผมเปิดจุดลมปราณ มันจะสามารถทําให้พวกผมโคจรลมปราณได้โดยง่ายโดยไม่ต้องฝึก ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวถามด้วยความสงสัย
    “ ใช่แล้วครับ ! ” ยูหมิงยิ้มจางๆ
    “ เชฟยูผมไม่ได้จะเจาะจงถามหรือไม่เชื่อใจคุณหรอกนะ แต่ผมอยากรู้ว่าคุณสกัดจุดเป็นจริงๆใช่ไหม ? และจะไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหม ? ” เชฟเจิ้งฝานถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
    จะไม่ให้เขากังวลได้ยังไง ดูๆไปแล้วยูหมิงไม่น่าใช่แพทย์แผนจีนเสียด้วยซํ้า หากเขาให้ยูหมิงสกัดจุดแล้วอีกฝ่ายดันสกัดจุดผิดพลาดขึ้นมาจะทํายังไงล่ะ ?
    เผลอๆเขาอาจได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลยนะ !
    “ ระดับผมไม่มีคําว่าผิดพลาด ! ดูๆไปแล้วคุณไม่เชื่อใจผมสินะ ก็ได้ผมจะแสดงให้ดู ! ” ยูหมิงอ่านสีหน้าของอีกฝ่ายออก
    ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เชื่อใจเขา เขาคงมีแต่ต้องแสดงให้ดู
    “ แสดงให้ดู ? แสดงให้ดูยังไงเหรอ ? ” เชฟเจิ้งฝานรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก คนก็ไม่มีอีกแล้ว แล้วอีกฝ่ายจะแสดงให้ดูยังไง อย่าบอกนะว่า…
    “ ก็สกัดจุดคุณเป็นคนแรกยังไงล่ะ ! ”  ยูหมิงไม่รอให้เชฟเจิ้งฝานตอบสนองได้ทัน เขาเข้าประชิตตัวอีกฝ่ายและทําการสกัดจุดทันที
    ปึก ปึก ปึก …
    ยูหมิงได้เคลื่อนไหวมือของเขาอย่างชํ่าชองและว่องไว จนหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและฮั่นเสี่ยวถึงกับตกตะลึง
    ท่วงท่าการสกัดจุดนี้ไม่ต่างอะไรไปจากปรมาจารย์ด้านสกัดจุดเลยด้วยซํ้า
    นี่คุณเป็นเชฟไม่ใช่เหรอ ? ไหงตอนนี้ไปเป็นนักสกัดจุดได้ล่ะ ?!
    พริบตาเดียวเชฟเจิ้งฝานที่ถูกสกัดจุดโดยไม่ทันตั้งตัวก็ล้มลงและสลบเหมือดไป 
    “ เพื่อนเจิ้งสลบไปแล้ว ! เชฟยูนี่คุณทําอะไรลงไป ?! ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวรู้สึกแตกตื่นที่เห็นเพื่อนของเขาหมดสติไป เขาจ้องเขม็งไปที่ยูหมิงเพื่อขอคําอธิบาย
    “ ทําอะไรลงไป ? ผมก็สกัดจุดยังไงล่ะ ! ไม่ต้องเป็นห่วงเขาไปหรอก เดี๋ยวเดียวก็ฟื้น…” ยูหมิงส่ายหัว หลังจากนั้นเขาก็พบว่าเชฟเจิ้งฝานที่เพิ่งสลบเหมือดไปเมื่อกี้ได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว
    เชฟเจิ้งฝานที่ฟื้นขึ้นมามีใบหน้าสดใสที่แขวงไปด้วยความตกใจ เพราะในตอนนี้เขาสามารถสัมผัสถึงลมปราณในร่างที่ไหลเวียนอยู่ได้ ทั้งนี้เขาไม่จําเป็นต้องเพ่งสมาธิเลยด้วยซํ้า นี่มันอัศจรรย์เกินไปแล้ว !
    “ เพื่อนเจิ้งนายเป็นอะไรรึเปล่า ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวมองไปที่เชฟเจิ้งฝานด้วยความประหลาดใจ 
    เมื่อกี้เพิ่งสลบไปเองไม่ใช่เรอะ ไหงอยู่ดีๆก็ฟื้นขึ้นมาเหมือนผีซะล่ะ
    หรือว่าการสกัดจุดจะได้ผล ?
    “ อ้อ ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณมากเชฟยู ! ” เชฟเจิ้งฝานลุกขึ้นยืนและส่ายหัวก่อนจะหันไปมองยูหมิงด้วยความขอบคุณ
    “ ไม่เป็นไร เอาเถอะคุณลองโคจรลมปราณดูแล้วกัน ” ยูหมิงพยักหน้า สําหรับเขาเรื่องแค่นี้มันเล็กน้อย 
    “ ได้ ” เชฟเจิ้งฝานไม่รอช้าและลองพยายามโคจรลมปราณในร่าง เขาค่อยๆรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่าง มันเป็นความรู้สึกดีเยี่ยมและสดชื่นเป็นอย่างมาก ความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มุมปากของเขาค่อยๆยกยิ้มขึ้นอย่างช้าๆ “ รู้สึกสดชื่นมากเลยครับ ลมปราณในร่างของผมตอนนี้ต่างไหลเวียนไม่มีติดขัด ” 
    “ อืม ” ยูหมิงมองเชฟเจิ้งฝานด้วยความพึงพอใจ 
    “ เพื่อนเจิ้งนี่นายโคจรลมปราณได้แล้วงั้นเหรอ ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวมองดูเชฟเจิ้งฝานที่ดูกระปรี้กระเปร่าด้วยความไม่อยากเชื่อ
    อะไรกัน ?
    นี่เชฟยูเขาทําได้จริงๆเหรอเนี่ย !
    “ ใช่แล้ว ในตอนนี้ฉันรู้สึกถึงลมปราณที่ไหลเวียนในร่างได้ดีเลยล่ะ แถมฉันไม่จําเป็นต้องพยายามอะไรเลยก็สามารถที่จะโคจรพวกมันได้ ” เชฟเจิ้งฝานยิ้ม
    “ เชฟยูผมรบกวนด้วย ! ” เมื่อเห็นว่าเชฟเจิ้งฝานยังอยู่ดี หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็สบายใจและไม่รอช้าที่จะขอร้องยูหมิง
    ยูหมิงยิ้มให้แทนคําตอบ
    ปึก ปึก ปึก …
    และแล้วการสกัดจุดก็เสร็จสิ้น หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็ล้มลงสลบเหมือดไป และก็ฟื้นขึ้นมาอย่างกับผี
    “ อา…นี่มันจะสดชื่นเกินไปแล้ว ! ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น เขารู้สึกทึ่งเป็นอย่างมากที่ลมปราณทําได้ถึงขนาดนี้ 
    ฮั่นเสี่ยวมองดูทั้งสองคนที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือด้วยความตะลึง จากนั้นเธอก็หันไปทางยูหมิงด้วยความรู้สึกทึ่ง “ น้องชายยูเธอสกัด… ” ขณะที่เธอกําลังจะขอให้ยูหมิงสกัดจุดให้ เธอก็ตะหนักได้ถึงบางอย่าง
    ผู้หญิง !
    เธอเป็นผู้หญิง ! แล้วจะให้เขาสกัดจุดให้ได้อย่างไร ! ไม่ใช่ว่าถ้าเขาสกัดจุดเธอแล้วต้องโดนจุดนั้นของเธอด้วยหรอกเหรอ ?
    แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรจบ ยูหมิงก็ก้าวเข้ามาใกล้ๆแล้วส่งยิ้มให้ “ พี่สาวต้องการให้ผมสกัดจุดให้สินะ ? ไม่ต้องห่วงเพียงแป๊บเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ ! ” เมื่อครู่เขาเห็นว่าเธอกําลังจะขอให้เขาสกัดจุดให้ แต่อยู่ดีๆเธอก็หยุดพูดไป ทําไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าเธอกําลังอายอยู่ ?
    อย่างมากก็แค่แตะเนื้อต้องตัวนิดหน่อย จะไปอายทําไม ?
    ก็ได้ ! ในเมื่อคุณอายผมก็จะรีบทําตั้งแต่คุณไม่ทันตั้งตัวนี่แหละ !
    “ อย่า… ” ฮั่นเสี่ยวที่มองเห็นรอยยิ้มของยูหมิงรู้สึกได้ว่าเขากําลังจะทําอะไร ใบหน้าของเธอแดงกรํ่าถึงขีดสุด แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ เธอก็สัมผัสได้ถึงนิ้วของอีกฝ่ายซะแล้ว
    ปึก ปึก ปึก …
    นิ้วมือของยูหมิงคล่องแคล่วและว่องไว พวกมันทั้งสิบจิ้มลงไปตามจุดต่างๆ จนกระทั่งมาถึงเนินเขาอันอวบอิ่มของฮั่นเสี่ยว ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ไม่มีท่าทีว่าจะลังเลและได้พุ่งชนเข้าปะทะอย่างไม่หยุดยั้ง !
    หลังจากการปะทะยูหมิงก็รู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มที่ได้สัมผัส เขาอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม
    ปึก ปึก ปึก …
    และแล้วการสกัดจุดก็เสร็จสิ้น ฮั่นเสี่ยวล้มลงสลบเหมือดเหมือนกับคนอื่นๆในก่อนหน้านี้ และเธอก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ทันทีที่เธอตื่นเธอก็ลุกขึ้นยืนและซัดฝ่ามือตรงไปที่ใบหน้าของยูหมิงด้วยความโมโห
    เธอถูกเขาแต๊ะอั๋งนะจะไม่ให้เธอโมโหได้ยังไง แถมเขายังจิ้มส่วนนั้นของเธออีก แค่คิดก็โมโหแล้ว
    “ พี่สาวนี่คุณจะทําอะไร ? ” ยูหมิงยื่นมือออกไปคว้าแขนที่บอบบางของฮั่นเสี่ยวแล้วยิ้ม 
    “ คนฉวยโอกาส ! ” เมื่อถูกยูหมิงคว้าแขนเอาไว้ได้เธอก็ยิ่งรู้สึกโมโหขึ้นไปอีก 
    “ คนฉวยโอกาส ? พี่สาวเรียกผมแบบนั้นได้อย่างไร ! ” ยูหมิงยิ้มจางๆ เขาไม่โกรธเธอหรอกที่จะตบเขาน่ะ เพราะเขามันผิดเอง แต่ที่เขาทําไปมันก็เพราะเธออายนั่นแหละ ถ้าเขาไม่ทําแล้วเธอจะกล้าขอไหม ?
    แน่นอนว่าคงไม่ !
    “ น้องชายยูเธอจะมากไปแล้วนะ ! เธอน่ะสมควรแล้วที่จะถูกเรียกว่าคนฉวยโอกาส ! เพราะถ้าไม่เรียกเธออย่างนี้แล้วจะเรียกเธอว่าอะไร ! ” ฮั่นเสี่ยวถลึงตามองยูหมิงด้วยความไม่พอใจ
    “ คนฉวยโอกาสมันไม่เหมาะกับผมหรอก เพราะนั่นมันมีไว้สําหรับคนไม่ดี แต่คนดีอย่างผมน่ะเขาเรียกว่าคนฉลาด ! เพราะคนฉลาดมักคว้าโอกาสเอาไว้เสมอยังไงล่ะพี่สาว ! ” ยูหมิงหัวเราะเบาๆก่อนจะยิ้มกว้างให้ฮั่นเสี่ยว