หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิว เชฟเจิ้งฝาน ฮั่นเสี่ยว ทั้งสามคนในตอนนี้หลังจากที่ได้ยินยูหมิงพูดพวกเขาถึงกับสะดุ้ง
สกัดจุด ?
พี่คุณเป็นแพทย์แผนจีนรึไง ?
“ มัวยืนบื้อทําไมอยู่ล่ะ มา ! เข้ามาใกล้ๆผมซะสิ ผมจะเปิดจุดลมปราณให้ ! ” ยูหมิงพูดยํ้าอีกครั้ง คนพวกนี้เป็นบ้าอะไร
ผมอุส่าห์จริงจังขึ้นแล้ว แต่ทําไมพวกคุณถึงยังนิ่งอยู่เหมือนเล่นยืนบื้อซะล่ะ ?
เฮ้อ…อุส่าห์จริงจังขึ้นแล้วนะ แต่พวกคุณดูเหมือนไม่จริงจังกันเลย แย่จริงๆ
เอาเถอะ ไหนๆก็จริงจังแล้ว งั้นเลิกคิดเรื่องไร้สาระดีกว่า
“ คุณสกัดจุดเป็นด้วย ? ” เชฟเจิ้งฝานถามออกมาด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ
“ ใช่ ! ผมสกัดจุดเป็น ! ” ยูหมิงพยักหน้า
“ สกัดจุดเปิดลมปราณมันคืออะไรเหรอ น้องชายยู ? ” ใบหน้าของฮั่นเสี่ยวปรากฏความสงสัยและสับสนในเวลาเดียวกัน
เธอรู้สึกสับสนที่ยูหมิงบอกว่าตัวเองสกัดจุดเป็น อันนี้เชื่อถือได้แน่เหรอ ? ส่วนที่เธอสงสัยก็คือสกัดจุดเปิดลมปราณนั้นคืออะไร ? ทําไมถึงได้ฟังดูอันตรายนักล่ะ ?
“ สกัดจุดเปิดลมปราณก็คือการเปิดจุดลมปราณเพื่อทําให้สัมผัสได้ถึงลมปราณได้ดีเป็นพิเศษ นอกจากนี้หลังจากที่จุดลมปราณถูกเปิดออกแล้ว ลมปราณที่อยู่ในร่างกายจะสามารถไหลเวียนได้ดี และมันยังสามารถโคจรได้โดยง่าย ข้อดีของการเปิดจุดลมปราณคือการที่สัมผัสได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้เปิด อันนี้พี่สาวก็น่าจะพอเดาได้นะ ” ยูหมิงอธิบายด้วยเสียงราบเรียบ
“ หรือเชฟยูต้องการจะบอกว่าหลังจากที่พวกผมเปิดจุดลมปราณ มันจะสามารถทําให้พวกผมโคจรลมปราณได้โดยง่ายโดยไม่ต้องฝึก ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวถามด้วยความสงสัย
“ ใช่แล้วครับ ! ” ยูหมิงยิ้มจางๆ
“ เชฟยูผมไม่ได้จะเจาะจงถามหรือไม่เชื่อใจคุณหรอกนะ แต่ผมอยากรู้ว่าคุณสกัดจุดเป็นจริงๆใช่ไหม ? และจะไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหม ? ” เชฟเจิ้งฝานถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
จะไม่ให้เขากังวลได้ยังไง ดูๆไปแล้วยูหมิงไม่น่าใช่แพทย์แผนจีนเสียด้วยซํ้า หากเขาให้ยูหมิงสกัดจุดแล้วอีกฝ่ายดันสกัดจุดผิดพลาดขึ้นมาจะทํายังไงล่ะ ?
เผลอๆเขาอาจได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลยนะ !
“ ระดับผมไม่มีคําว่าผิดพลาด ! ดูๆไปแล้วคุณไม่เชื่อใจผมสินะ ก็ได้ผมจะแสดงให้ดู ! ” ยูหมิงอ่านสีหน้าของอีกฝ่ายออก
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เชื่อใจเขา เขาคงมีแต่ต้องแสดงให้ดู
“ แสดงให้ดู ? แสดงให้ดูยังไงเหรอ ? ” เชฟเจิ้งฝานรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก คนก็ไม่มีอีกแล้ว แล้วอีกฝ่ายจะแสดงให้ดูยังไง อย่าบอกนะว่า…
“ ก็สกัดจุดคุณเป็นคนแรกยังไงล่ะ ! ” ยูหมิงไม่รอให้เชฟเจิ้งฝานตอบสนองได้ทัน เขาเข้าประชิตตัวอีกฝ่ายและทําการสกัดจุดทันที
ปึก ปึก ปึก …
ยูหมิงได้เคลื่อนไหวมือของเขาอย่างชํ่าชองและว่องไว จนหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและฮั่นเสี่ยวถึงกับตกตะลึง
ท่วงท่าการสกัดจุดนี้ไม่ต่างอะไรไปจากปรมาจารย์ด้านสกัดจุดเลยด้วยซํ้า
นี่คุณเป็นเชฟไม่ใช่เหรอ ? ไหงตอนนี้ไปเป็นนักสกัดจุดได้ล่ะ ?!
พริบตาเดียวเชฟเจิ้งฝานที่ถูกสกัดจุดโดยไม่ทันตั้งตัวก็ล้มลงและสลบเหมือดไป
“ เพื่อนเจิ้งสลบไปแล้ว ! เชฟยูนี่คุณทําอะไรลงไป ?! ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวรู้สึกแตกตื่นที่เห็นเพื่อนของเขาหมดสติไป เขาจ้องเขม็งไปที่ยูหมิงเพื่อขอคําอธิบาย
“ ทําอะไรลงไป ? ผมก็สกัดจุดยังไงล่ะ ! ไม่ต้องเป็นห่วงเขาไปหรอก เดี๋ยวเดียวก็ฟื้น…” ยูหมิงส่ายหัว หลังจากนั้นเขาก็พบว่าเชฟเจิ้งฝานที่เพิ่งสลบเหมือดไปเมื่อกี้ได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว
เชฟเจิ้งฝานที่ฟื้นขึ้นมามีใบหน้าสดใสที่แขวงไปด้วยความตกใจ เพราะในตอนนี้เขาสามารถสัมผัสถึงลมปราณในร่างที่ไหลเวียนอยู่ได้ ทั้งนี้เขาไม่จําเป็นต้องเพ่งสมาธิเลยด้วยซํ้า นี่มันอัศจรรย์เกินไปแล้ว !
“ เพื่อนเจิ้งนายเป็นอะไรรึเปล่า ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวมองไปที่เชฟเจิ้งฝานด้วยความประหลาดใจ
เมื่อกี้เพิ่งสลบไปเองไม่ใช่เรอะ ไหงอยู่ดีๆก็ฟื้นขึ้นมาเหมือนผีซะล่ะ
หรือว่าการสกัดจุดจะได้ผล ?
“ อ้อ ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณมากเชฟยู ! ” เชฟเจิ้งฝานลุกขึ้นยืนและส่ายหัวก่อนจะหันไปมองยูหมิงด้วยความขอบคุณ
“ ไม่เป็นไร เอาเถอะคุณลองโคจรลมปราณดูแล้วกัน ” ยูหมิงพยักหน้า สําหรับเขาเรื่องแค่นี้มันเล็กน้อย
“ ได้ ” เชฟเจิ้งฝานไม่รอช้าและลองพยายามโคจรลมปราณในร่าง เขาค่อยๆรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่าง มันเป็นความรู้สึกดีเยี่ยมและสดชื่นเป็นอย่างมาก ความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มุมปากของเขาค่อยๆยกยิ้มขึ้นอย่างช้าๆ “ รู้สึกสดชื่นมากเลยครับ ลมปราณในร่างของผมตอนนี้ต่างไหลเวียนไม่มีติดขัด ”
“ อืม ” ยูหมิงมองเชฟเจิ้งฝานด้วยความพึงพอใจ
“ เพื่อนเจิ้งนี่นายโคจรลมปราณได้แล้วงั้นเหรอ ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวมองดูเชฟเจิ้งฝานที่ดูกระปรี้กระเปร่าด้วยความไม่อยากเชื่อ
อะไรกัน ?
นี่เชฟยูเขาทําได้จริงๆเหรอเนี่ย !
“ ใช่แล้ว ในตอนนี้ฉันรู้สึกถึงลมปราณที่ไหลเวียนในร่างได้ดีเลยล่ะ แถมฉันไม่จําเป็นต้องพยายามอะไรเลยก็สามารถที่จะโคจรพวกมันได้ ” เชฟเจิ้งฝานยิ้ม
“ เชฟยูผมรบกวนด้วย ! ” เมื่อเห็นว่าเชฟเจิ้งฝานยังอยู่ดี หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็สบายใจและไม่รอช้าที่จะขอร้องยูหมิง
ยูหมิงยิ้มให้แทนคําตอบ
ปึก ปึก ปึก …
และแล้วการสกัดจุดก็เสร็จสิ้น หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็ล้มลงสลบเหมือดไป และก็ฟื้นขึ้นมาอย่างกับผี
“ อา…นี่มันจะสดชื่นเกินไปแล้ว ! ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น เขารู้สึกทึ่งเป็นอย่างมากที่ลมปราณทําได้ถึงขนาดนี้
ฮั่นเสี่ยวมองดูทั้งสองคนที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือด้วยความตะลึง จากนั้นเธอก็หันไปทางยูหมิงด้วยความรู้สึกทึ่ง “ น้องชายยูเธอสกัด… ” ขณะที่เธอกําลังจะขอให้ยูหมิงสกัดจุดให้ เธอก็ตะหนักได้ถึงบางอย่าง
ผู้หญิง !
เธอเป็นผู้หญิง ! แล้วจะให้เขาสกัดจุดให้ได้อย่างไร ! ไม่ใช่ว่าถ้าเขาสกัดจุดเธอแล้วต้องโดนจุดนั้นของเธอด้วยหรอกเหรอ ?
แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรจบ ยูหมิงก็ก้าวเข้ามาใกล้ๆแล้วส่งยิ้มให้ “ พี่สาวต้องการให้ผมสกัดจุดให้สินะ ? ไม่ต้องห่วงเพียงแป๊บเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ ! ” เมื่อครู่เขาเห็นว่าเธอกําลังจะขอให้เขาสกัดจุดให้ แต่อยู่ดีๆเธอก็หยุดพูดไป ทําไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าเธอกําลังอายอยู่ ?
อย่างมากก็แค่แตะเนื้อต้องตัวนิดหน่อย จะไปอายทําไม ?
ก็ได้ ! ในเมื่อคุณอายผมก็จะรีบทําตั้งแต่คุณไม่ทันตั้งตัวนี่แหละ !
“ อย่า… ” ฮั่นเสี่ยวที่มองเห็นรอยยิ้มของยูหมิงรู้สึกได้ว่าเขากําลังจะทําอะไร ใบหน้าของเธอแดงกรํ่าถึงขีดสุด แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ เธอก็สัมผัสได้ถึงนิ้วของอีกฝ่ายซะแล้ว
ปึก ปึก ปึก …
นิ้วมือของยูหมิงคล่องแคล่วและว่องไว พวกมันทั้งสิบจิ้มลงไปตามจุดต่างๆ จนกระทั่งมาถึงเนินเขาอันอวบอิ่มของฮั่นเสี่ยว ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ไม่มีท่าทีว่าจะลังเลและได้พุ่งชนเข้าปะทะอย่างไม่หยุดยั้ง !
หลังจากการปะทะยูหมิงก็รู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มที่ได้สัมผัส เขาอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม
ปึก ปึก ปึก …
และแล้วการสกัดจุดก็เสร็จสิ้น ฮั่นเสี่ยวล้มลงสลบเหมือดเหมือนกับคนอื่นๆในก่อนหน้านี้ และเธอก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ทันทีที่เธอตื่นเธอก็ลุกขึ้นยืนและซัดฝ่ามือตรงไปที่ใบหน้าของยูหมิงด้วยความโมโห
เธอถูกเขาแต๊ะอั๋งนะจะไม่ให้เธอโมโหได้ยังไง แถมเขายังจิ้มส่วนนั้นของเธออีก แค่คิดก็โมโหแล้ว
“ พี่สาวนี่คุณจะทําอะไร ? ” ยูหมิงยื่นมือออกไปคว้าแขนที่บอบบางของฮั่นเสี่ยวแล้วยิ้ม
“ คนฉวยโอกาส ! ” เมื่อถูกยูหมิงคว้าแขนเอาไว้ได้เธอก็ยิ่งรู้สึกโมโหขึ้นไปอีก
“ คนฉวยโอกาส ? พี่สาวเรียกผมแบบนั้นได้อย่างไร ! ” ยูหมิงยิ้มจางๆ เขาไม่โกรธเธอหรอกที่จะตบเขาน่ะ เพราะเขามันผิดเอง แต่ที่เขาทําไปมันก็เพราะเธออายนั่นแหละ ถ้าเขาไม่ทําแล้วเธอจะกล้าขอไหม ?
แน่นอนว่าคงไม่ !
“ น้องชายยูเธอจะมากไปแล้วนะ ! เธอน่ะสมควรแล้วที่จะถูกเรียกว่าคนฉวยโอกาส ! เพราะถ้าไม่เรียกเธออย่างนี้แล้วจะเรียกเธอว่าอะไร ! ” ฮั่นเสี่ยวถลึงตามองยูหมิงด้วยความไม่พอใจ
“ คนฉวยโอกาสมันไม่เหมาะกับผมหรอก เพราะนั่นมันมีไว้สําหรับคนไม่ดี แต่คนดีอย่างผมน่ะเขาเรียกว่าคนฉลาด ! เพราะคนฉลาดมักคว้าโอกาสเอาไว้เสมอยังไงล่ะพี่สาว ! ” ยูหมิงหัวเราะเบาๆก่อนจะยิ้มกว้างให้ฮั่นเสี่ยว