หลังจากหลบหนีออกจากจวนว่าการที่พังถล่มลงมาได้ เจยจื่อหลงและวีอันอันก็หาที่ปลอดภัยซ่อนตัวในมุมอับของเมืองหินดำ อาจจะเป็วัดร้างหรือโกดังเก่าๆ พวกเขาใช้เวลาหลายวันในการรักษาาแเล็กๆ น้อยๆ และฟื้นฟูพลังงานภายในที่ร่อยหรอไปจากการต่อสู้และการหลบหนีอันดุเดือด ความพ่ายแพ้ (หรือการล่าถอย) ต่อเจ็ดเซียนกระบี่ ทำให้ความมั่นใจในพลังอันมหาศาลของพวกเขาสั่นคลอนไปไม่น้อย
"ข้าไม่เข้าใจเลย" วีอันอันบ่นขณะพันผ้า (ที่ฉีกมาจากเสื้อผ้าเก่าๆ) รอบแขนที่มีรอยแผล "พลังของเรามากกว่าตาแก่พวกนั้นตั้งเยอะ ทำไมถึงสู้ไม่ได้นะ?"
"พลังมหาศาลอย่างเดียวไม่พอหรอก อันอัน" เจยจื่อหลงกล่าวขณะนั่งโคจรลมปราณเพื่อเร่งการฟื้นฟู "พวกเขามีทักษะ มีประสบการณ์ มีการประสานงานที่ยอดเยี่ยม เพลงกระบี่ของพวกเขาสามารถสลายพลังงานของเราได้ก่อนที่มันจะสำแดงฤทธิ์เต็มที่ แถมพวกเรายัง... ร่ายพลังไม่ทันการโจมตีต่อเนื่องของพวกเขา และการใช้พลังงานจักรวาลปริมาณมากก็ทำให้เราหมดแรงเร็วเกินไป"
"แล้วเราจะทำยังไงต่อล่ะ?" วีอันอันถามอย่างหงุดหงิด "จะให้กลับไปฝึกในป่าทิพย์อีกรึไง?"
"ข้าว่า... เราอาจจะต้องเรียนรู้ 'วิถี' ของมนุษย์ดูบ้าง" เจยจื่อหลงเสนอ "ไม่ใช่แค่พลังงาน แต่เป็ 'วรยุทธ์' ทักษะการต่อสู้ การเคลื่อนไหว การใช้พลังงานภายในอย่างมีประสิทธิภาพในแบบของจอมยุทธ์มนุษย์ บางทีมันอาจจะช่วยเสริมจุดอ่อนของเราได้"
เป็ความคิดที่ไม่เลวนัก วีอันอันแม้จะยังขัดใจ แต่ก็ยอมรับว่าพลังอย่างเดียวอาจไม่พอจริงๆ พวกเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายในการรวบรวมข้อมูล จากเดิมที่มองหาคนชั่วเพื่อ 'ชำระล้าง' กลายเป็การมองหา 'ยอดฝีมือ' ที่อาจจะสอนสั่งพวกเขาได้
พวกเขาตระเวนไปตามโรงเตี๊ยม ตลาดสด ลานประลองยุทธ์ คอยเงี่ยหูฟังบทสนทนาของเหล่าจอมยุทธ์ พ่อค้า หรือชาวบ้านทั่วไป พวกเขาได้ยินเื่ราวมากมายเกี่ยวกับสำนักต่างๆ ยอดฝีมือชื่อดัง และการต่อสู้แย่งชิงความเป็ใหญ่ในยุทธภพที่ดูจะวุ่นวายไม่แพ้การเมือง แต่เื่ราวหนึ่งที่สะดุดหูพวกเขาคือ ตำนานเกี่ยวกับ 'หลวงจีนเหลียนฮวา' (หลวงจีนดอกบัว)
ว่ากันว่าหลวงจีนท่านนี้เคยเป็ยอดฝีมือในยุทธภพ แต่ได้ละทิ้งชื่อเสียงและลาภยศไปอาศัยอยู่อย่างสันโดษ ณ น้ำตกแห่งหนึ่งในป่าลึกทางทิศใต้ มีคำร่ำลือว่าวรยุทธ์ของท่านลึกล้ำสุดหยั่งถึง สามารถใช้กิ่งไผ่เพียงกิ่งเดียวปราบยอดฝีมือได้หลายสิบคน แต่ท่านไม่รับศิษย์ง่ายๆ และมีนิสัยแปลกประหลาดไม่เหมือนใคร
"หลวงจีนดอกบัว... น้ำตก... ป่าลึก..." เจยจื่อหลงทวนคำ "ดูน่าสนใจ"
"ถ้าเก่งจริง ก็น่าจะสอนเราได้!" วีอันอันตาเป็ประกาย "ไปหาน้ำตกนั่นกันเถอะ!"
หลังจากสอบถามเส้นทางคร่าวๆ จากชาวบ้าน (ซึ่งส่วนใหญ่ก็รู้แค่ว่าเป็ป่าทึบทางทิศใต้ที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปนัก) พวกเขาก็ตัดสินใจออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายไม่ใช่การต่อสู้ แต่คือการแสวงหาความรู้
การเดินทางสู่ป่าทางใต้เต็มไปด้วยความระมัดระวังกว่าเดิม พวกเขาหลีกเลี่ยงการปะทะโดยไม่จำเป็ และพยายามฝึกควบคุมพลังงานจักรวาลให้แเียิ่งขึ้น เจยจื่อหลงฝึกใช้พลังงานเสริมประสาทััในการตรวจจับอันตราย ส่วนวีอันอันก็ฝึกการเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบและรวดเร็วโดยใช้พลังลมช่วย
ในที่สุด หลังจากเดินทางผ่านป่าทึบมาหลายวัน พวกเขาก็ได้ยินเสียงน้ำตกดังแว่วมาแต่ไกล เมื่อเดินตามเสียงไป ก็พบกับภาพอันงดงาม น้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง กระทบแอ่งน้ำใสเบื้องล่าง เกิดเป็ละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ อากาศเย็นสบายและชุ่มชื่น ข้างแอ่งน้ำนั้น มีกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กๆ ตั้งอยู่อย่างเรียบง่าย แต่ที่สะดุดตายิ่งกว่าคือ...
หมีแพนด้าตัวอ้วนกลมป้อมตัวหนึ่ง! มันนั่งอยู่หน้ากระท่อม แผ่นหลังพิงต้นไผ่ ในมือ (หรืออุ้งเท้า?) กำลังถือต้นไผ่สดๆ กัดแทะอย่างเอร็ดอร่อย เสียงดังกร้วมๆ! มันอ้วนมากจนแทบจะเป็ทรงกลม ขนสีขาวดำดูนุ่มฟู แต้มด้วยคราบดินและเศษไผ่เล็กน้อย
"ห๊ะ! หมีกินไผ่?" วีอันอันร้องอย่างประหลาดใจ นางเคยเห็นแต่หมีดำหมีควายที่ดุร้าย "ตัวอ้วนกลมน่าเกลียดชะมัด! ดูมันกินสิ ตะกละจริงๆ!"
เ้าแพนด้าอ้วนเงยหน้าขึ้นจากต้นไผ่ เหลือบมองวีอันอันด้วยหางตา ทำจมูกฟุดฟิดหนึ่งที แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินไผ่ต่อไปอย่างไม่สนใจ
เจยจื่อหลงเดินเข้าไปใกล้ พยายามจะััพลังงานของแพนด้าตัวนั้น "น่าประหลาด... พลังชี่ของมันดูสงบนิ่ง แต่ก็... หนาแน่นและกลมกลืนกับธรรมชาติอย่างยิ่ง เหมือนไม่มีตัวตน แต่ก็มีอยู่จริง"
"พวกเ้ามาหาใครรึ?" เสียงทุ้มนุ่มแต่สงบดังขึ้นจากในกระท่อม ชายชราร่างผอมบางในชุดผ้าป่าสีเทาซีดๆ เดินออกมา เขามีใบหน้าเหี่ยวย่นแต่เปี่ยมเมตตา ดวงตาใสกระจ่างราวกับน้ำในแอ่งนั้น ผมและคิ้วขาวโพลน โกนศีรษะเกลี้ยงเกลาตามแบบพระสงฆ์ แต่กลับไม่มีกลิ่นอายของผู้บำเพ็ญตบะที่เคร่งครัด กลับให้ความรู้สึกสบายๆ และเป็กันเอง
"ท่านคือ... หลวงจีนเหลียนฮวา?" เจยจื่อหลงถามอย่างสุภาพ
"จะเรียกเช่นนั้นก็ได้" หลวงจีนยิ้มบางๆ "แล้วพวกเ้าเล่า เด็กน้อยทั้งสอง เดินทางมาถึงที่นี่ได้อย่างไร มีธุระอันใดกับอาตมาภาพ หรือกับ... เ้าอ้วนโพหลุนนี่?" ท่านชี้ไปที่แพนด้าที่ยังคงกินไม่หยุด
"โพหลุน?" วีอันอันทวนชื่อ "ชื่อน่ารักดีนี่ แต่ตัวจริงน่าเกลียดจะตาย!" โพหลุนเงยหน้าขึ้นมาแยกเขี้ยวให้วีอันอันเล็กน้อย
"พวกข้าเดินทางมาเพื่อขอฝากตัวเป็ศิษย์ท่านขอรับ!" เจยจื่อหลงรีบกล่าวเข้าเื่ "พวกข้า้าเรียนรู้วรยุทธ์ เพื่อ..."
"...เพื่อเอาไปอัดตาแก่เจ็ดคนที่เราสู้ไม่ได้ แล้วก็จะเอาไปยึดครองโลก!" วีอันอันพูดแทรกขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา
หลวงจีนเหลียนฮวาหัวเราะเบาๆ "ฮ่าๆๆ ช่างเป็เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นักสำหรับเด็กน้อยเช่นพวกเ้า" ท่านมองเด็กทั้งสองอย่างพิจารณา แววตาฉายแววรู้ทัน "อาตมาััได้ถึงพลังงานที่ไม่ธรรมดาในร่างของพวกเ้า... พลังที่ทั้งสูงส่งและปั่นป่วน แต่กลับขาดรูปแบบและทักษะในการใช้"
"ใช่แล้วท่าน! สอนพวกข้าที!" วีอันอันคะยั้นคะยอ
"อืมมม..." หลวงจีนลูบเคราที่ไม่มี "การสอนวรยุทธ์ต้องอาศัยทั้งพร์และความอดทน... เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน" ท่านชี้ไปที่กองต้นไผ่ขนาดใหญ่ที่โพหลุนกินกระจัดกระจายอยู่รอบๆ "เ้าอ้วนโพหลุนนี่ กินจุ แต่ี้เีมาก ช่วยอาตมาเก็บต้นไผ่ที่เหลือนี้ ไปกองรวมกันไว้ตรงนั้นให้เรียบร้อยหน่อยก็แล้วกัน ทำให้เสร็จก่อนตะวันตกดิน แล้วอาตมาจะพิจารณาเื่รับพวกเ้าเป็ศิษย์"
"หา? แค่เก็บไผ่เนี่ยนะ?" วีอันอันทำหน้างง
"ลองทำดูก่อนเถิด" หลวงจีนยิ้ม แล้วก็เดินกลับเข้ากระท่อมไป ปล่อยให้เด็กทั้งสองเผชิญหน้ากับกองไผ่ และแพนด้าอ้วนที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไหร่
พวกเขาเริ่มลงมือเก็บไผ่ แต่เ้าโพหลุนกลับสร้างปัญหาตลอดเวลา มันเดินอุ้ยอ้ายมานั่งทับกองไผ่ที่พวกเขากำลังเก็บ หรือไม่ก็แอบคว้าต้นไผ่ที่พวกเขาเก็บไปแล้วมากินต่อหน้าตาเฉย วีอันอันทั้งะโด่า ทั้งพยายามแย่งไผ่คืนจากอุ้งเท้าอ้วนๆ นั้น แต่โพหลุนก็ทำหูทวนลม ก้มหน้าก้มตากินต่อไป เจยจื่อหลงพยายามใช้เหตุผลเจรจากับแพนด้า แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็ผล
"ไอ้หมีอ้วนนี่! มันแกล้งเราชัดๆ!" วีอันอันบ่นอย่างหัวเสีย หลังจากเกือบโดนโพหลุนนั่งทับไปหลายรอบ
แต่ในที่สุด ด้วยความพยายาม (และหลอกล่อโพหลุนด้วยไผ่ต้นที่สวยที่สุด) พวกเขาก็สามารถเก็บกวาดต้นไผ่กองนั้นได้สำเร็จทันเวลาก่อนตะวันตกดินพอดี
หลวงจีนเหลียนฮวาเดินออกมาจากกระท่อม มองดูกองไผ่ที่ถูกจัดไว้ (ค่อนข้าง) เรียบร้อย แล้วก็มองเด็กทั้งสองที่เหนื่อยหอบและมอมแมมไปทั้งตัว ก่อนจะยิ้มออกมา
"หึๆ... ถือว่าพวกเ้ามีความอดทนใช้ได้ ที่ทนเ้าโพหลุนได้นานขนาดนี้" ท่านกล่าว "เอาล่ะ อาตมาจะยอมรับพวกเ้าเป็ศิษย์ แต่การฝึกวรยุทธ์กับอาตมานั้น ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดหรอกนะ... เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี"
โพหลุนที่กินไผ่จนพอใจแล้ว เรอออกมาเสียงดังเอ๊อก! หนึ่งที เหมือนเป็การรับศิษย์ใหม่ด้วยอีกแรง
เจยจื่อหลงและวีอันอันมองหน้ากันอย่างมีความหวัง การเดินทางบทใหม่ ณ น้ำตกแห่งนี้ กับหลวงจีนผู้ดูแปลกประหลาด และเพื่อนใหม่ (หรือภาระใหม่?) อย่างเ้าแพนด้าโพหลุน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!