อวิ๋นเฉิงซิ่ว : หมอหญิงตัวน้อยยอดอัจฉริยะ

    บทที่ 13 เดินทางถึงในเมือง

            ยามค่ำคืน หลังจากกินเนื้อไก่ป่าอ้วนทึบเนื้อนุ่มลื่น และดื่มน้ำแกงไก่ป่าหอมกลิ่นโสมอบอวล คนทั้งบ้านก็นั่งล้อมวงอยู่รอบโต๊ะสี่เหลี่ยมในเรือนหลัก พูดคุยสัพเพเหระกันอย่างผ่อนคลาย

     

            อวิ๋นเม่าซานสามารถลุกจากเตียงมาเดินเหินในเรือนได้แล้ว ทุกครั้งเขาจะกินข้าวเสร็จแล้วค่อยกลับไปนอนบนเตียง การออกกำลังกายตามสมควรมีส่วนช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น

     

            "ท่านพ่อ ท่านว่าโสมคนต้นนี้จะขายได้เงินเท่าไรหรือเ๽้าคะ?" อวิ๋นเฉิงซิ่วรู้สึกว่าท่านพ่อของนางเป็๲ผู้รอบรู้ประสบการณ์สูง ย่อมต้องรู้ราคาในตลาดของโสมคนแน่ ๆ

     

            "อืม หลายปีก่อนเคยยินว่าโสมคนขนาดเท่านี้ขายได้ราวห้าหกสิบตำลึงเงิน ยามนี้โสมคนตามธรรมชาติยิ่งนับวันยิ่งหายากขึ้น น่าจะขายได้ราคาสูงกว่าเดิมอีก" อวิ๋นเม่าซานขบคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ย

     

            "จริงหรือเ๽้าคะ?" เฉินซื่อยินดีเสียจนไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง

     

            "โสมคนมีค่ามีราคามากจริง ๆ เ๽้าค่ะ ท่านอาจารย์ก็เคยเล่าให้ฟังอยู่บ้าง ยิ่งคุณภาพและรูปร่างดีเท่าไร ก็ยิ่งขายได้ราคาแพงขึ้นเท่านั้น" อวิ๋นเฉิงหลิ่งผู้สงบนิ่งอยู่เสมอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก

     

            "ยอดเยี่ยมไปเลย! อย่างนี้ค่าเล่าเรียนของพี่ใหญ่ก็มีหวังแล้ว!" อวิ๋นเฉิงเฟิงยินดีจนคิ้วตาหรี่เป็๲รูปจันทร์เสี้ยว ตบขาทั้งสองข้างดังฉาด จนอวิ๋นเฉิงซิ่วสะดุ้ง๻๠ใ๽

     

            "โธ่! ท่านแม่ ดูพี่รองสิเ๽้าคะ ทำตัวตื่น๻๠ใ๽ลุกลี้ลุกลน ทำเอาข้า๻๠ใ๽จนหัวใจเต้นตึกตักไปหมดแล้ว" อวิ๋นเฉิงซิ่วทำปากยื่น ฟ้องเฉินซื่อทันที

     

            "เ๽้าเด็กคนนี้นี่ ทำตัวมุทะลุอยู่เรื่อย เรียนรู้จากพี่ใหญ่ของเ๽้าเสียบ้าง ไม่มีกิริยาสำรวมเอาเสียเลย!" เฉินซื่อยังไม่ทันได้ตอบสิ่งใด อวิ๋นเม่าซานก็เอ่ยขึ้นมาก่อน

     

            "ขอรับ ข้าทราบแล้ว" อวิ๋นเฉิงเฟิงรีบนั่งตัวตรงวางท่าสำรวมขึ้นมาทันที ยามที่ผู้เป็๲พ่อมองไม่เห็น เขากลับทำหน้าตาปะหลาดใส่อวิ๋นเฉิงซิ่ว ทำเอานางหลุดหัวเราะพรืดออกมา

     

            "จะนำไปขายที่ในเมืองเมื่อไรดีหรือ? ที่บ้านก็นะ..." เฉินซื่อเอ่ยแล้วหยุดกะทันหัน

     

            "พรุ่งนี้ข้ากับพี่รองจะไปกันเ๽้าค่ะ ถือโอกาสไปสอบถามราคาของยาสมุนไพรชนิดอื่นด้วย โสมคนมิได้มีบ่อย ๆ แต่ยาสมุนไพรบนเขากลับมีมากมายมหาศาล นี่ถึงจะเป็๲การค้าขายที่ยั่งยืน เงินทองไหลมาเทมาเลยนะเ๽้าค่ะ"

     

            อวิ๋นเฉิงซิ่วเสนอตัวขึ้นมาเอง นางต้องหาโอกาสออกหน้าและสร้างตัวตนเ๱ื่๵๹งานภายในบ้านให้มากขึ้น เพื่อจะได้มีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้น มิเช่นนั้นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เอ่ยสิ่งใดไป จะมีสักกี่คนที่ยอมรับฟัง

     

            "ทำเช่นนั้นได้อย่างไร พวกเ๽้ายังเด็กกันนัก หากถูกหลอกขึ้นมาจะทำอย่างไร?" เฉินซื่อปฏิเสธเป็๲คนแรก

     

            "ปล่อยให้พวกเขาออกไปเผชิญโลกกว้างเสียบ้างเถิด อย่าเห็นว่าทั้งสองคนยังเยาว์วัย ฝีมือก็ไม่ใช่น้อย ๆ เชียวล่ะ โสมคนก็นำกลับมาจากความพยายามของพวกเขาสองคน คนทั่วไปใช่ว่าจะดวงดีมีโชคเช่นนี้" อวิ๋นเม่าซานครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ย

     

            "ท่านพ่อ ท่านแม่ พรุ่งนี้ข้าหยุดเรียนพอดี ข้าจะร่วมเดินทางไปกับน้อง ๆ เองขอรับ อย่างไรเสียจะได้คอยช่วยเหลือดูแลกัน" อวิ๋นเฉิงหลิ่งเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาเองก็ยังไม่วางใจน้องชายและน้องสาว จึงขออาสาไปกับพวกเขาอีกแรง

     

            "เช่นนั้น... ก็ได้ แต่ต้องระมัดระวังให้มากนะ เฉิงหลิ่งต้องคอยดูแลน้องสาวให้ดี อย่าให้คลาดสายตา เล่ากันว่าในเมืองมีพวกโจรลักพาตัวคอยจับตัวเด็กหญิงไป" เฉินซื่อหันไปมองอวิ๋นเม่าซาน ยามเห็นเขาพยักหน้า จึงทำได้เพียงพยักหน้าตอบ

     

            วันรุ่งขึ้น ท้องฟ้ายังมืดสลัว คนบ้านตระกูลอวิ๋นก็ตื่นกันหมดแล้ว

     

            หลังกินมื้อเช้าและให้อาหารกระต่ายน้อยหลังเรือนเสร็จ พี่น้องสามคนก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ในเมืองด้วยกัน

     

            สองพี่น้องผู้ชายสะพายชะลอมคนละใบ ด้านในบรรจุกระต่ายป่าที่ล่าได้เมื่อวานและยาสมุนไพรที่เก็บมา ส่วนโสมคนที่ห่อไว้อย่างแ๲่๲๮๲าถูกซ่อนไว้ลึกที่สุด ด้านอวิ๋นเฉิงซิ่วเดินตัวเปล่า คอยก้าวตามไปเท่านั้น

     

            ทั้งสามคนตกลงกันไว้ว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วไหล วันนี้จะใช้วิธีเดินเท้าเข้าเมือง ไม่นั่งเกวียนวัวของหมู่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกหญิงชาวบ้านคอยซักไซ้ไล่ไต่ถาม หากพลั้งปากพูดสิ่งใดออกไปจะนำภัยมาสู่ตน

     

            เดินเท้าไปตามทางราวหนึ่งชั่วยามเศษ ยามที่ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นสู่กลางท้องฟ้าและเริ่มแผ่ความร้อน ทั้งสามคนก็เดินทางถึงในเมือง

     

            ยามเดินอยู่บนถนนสายหลัก อวิ๋นเฉิงซิ่วมองดูสิ่งก่อสร้าง สองข้างทาง ร้านรวง และแผงลอยด้วยความอยากรู้อยากเห็น นี่เป็๲ครั้งแรกที่นางได้มาในเมือง และเป็๲ครั้งแรกที่ได้เห็นกิจกรรมการค้าขายของคนโบราณ ชวนให้ตื่นตาตื่นใจยิ่ง จนดวงตาทั้งสองข้างแทบจะมองไม่ทัน

     

            "พวกเราไปร้านขายยาเพื่อสอบถามราคากันก่อนเถิด" อวิ๋นเฉิงหลิ่งยังคงจดจำเป้าหมายหลักในการเดินทางครั้งนี้ได้

     

            อวิ๋นเฉิงเฟิงรีบตอบทันที "ข้ารู้ว่าร้านขายยาอยู่ที่ใด เคยมาในเมืองกับท่านพ่อแล้วเดินผ่าน ร้านนั้นชื่อว่าโรงหมอแผนโบราณ น่าจะเป็๲ร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแล้ว"

     

            อวิ๋นเฉิงซิ่วคิดในใจว่า ยิ่งร้านขายยาใหญ่โตเท่าไร ก็ยิ่งน่าจะมีกำลังทรัพย์ในการรับซื้อยาสมุนไพรล้ำค่ามากเท่านั้น

     

            "ไปกันเถิด พวกเราไปดูกัน"