6
ความกังวลใจของเหมยลี่
เทียนเหมยลี่เรียนจบชั้นมัธยมปลายั้แ่เดือนเจ็ดหรือ่ฤดูร้อนที่ผ่านมา ตอนนี้ทำให้มีเวลาว่างมากยิ่งขึ้น
ใน่ฤดูร้อนที่ผ่านมา ลุงเจียงได้เดินทางมาที่บ้านของเธอ เพื่อพาผู้ใหญ่มาสู่ขออย่างเป็ทางการ ส่วนคู่หมั้นของเธอ เขายังคงติดภารกิจที่ต่างประเทศ ทำให้เหมยลี่ไม่มีโอกาสได้พบหน้าคู่หมั้นหนุ่ม รู้แค่ว่าเขาชื่อเจียงเยียหลุน อายุ 23 ปี เห็นว่ากลางปีหน้าเขาถึงจะกลับมา
นี้เดือนต้นเดือนสิบเอ็ดแล้ว วันนี้เหมยลี่ใช้เวลา่บ่าย ๆ แก่เมื่อว่างจากการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเกาเข่าที่จะมีขึ้นในกลางปีหน้า
“หัวใหญ่ดีจริง ๆ” เหมยลี่หยิบมันเทศที่ใช้แรงขุดมันขึ้นมา เอาหัวมันเทศออกจากโคนต้นมัน แล้วนำใส่ตะกร้าไม้ไผ่
มันเทศแปลงนี้เธอและน้อง ๆ ช่วยกันปลูกในวันหยุด อายุครบสามเดือนก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวหัวมันเทศที่อยู่ใต้ดิน เธอได้เรียนรู้หลายอย่างจากการมาอยู่ที่ยุคนี้
ความรู้ด้านการเกษตรของเธอมีน้อยมาก ๆ มาเรียนรู้จากที่ยุคนี้ทั้งหมด ใช้การปลูกผักเป็กิจกรรมคลายเครียดจากการอ่านหนังสือ
พื้นที่ของบ้านเธอมีไม่มาก จึงทำแปลกผักได้แค่สี่แปลงเท่านั้น สองแปลงปลูกพืชผักสวนครัว อีกสองแปลงก็ลงมันเทศ เก็บเอาไว้กินในหน้าหนาว
ออกแรงขุดอยู่ชั่วโมงกว่า ๆ มันเทศก็ถูกขุดจนหมด ได้หัวมันเทศมาสองตะกร้าไม้ไผ่ เหมยลี่นำไปล้างทำความสะอาด นำมาผึ่งลมให้แห้ง แล้วก็เลือกหัวมันสวย เอาไว้ต่างหาก เธอจะเก็บมันเอาไว้ในมิติร้านสะดวกซื้อของเธอ แบบนี้เธอก็จะมีมันเทศกินตลอด
พวกเนื้อสัตว์เองก็เหมือนกัน เธอเปรย ๆ กับพ่อว่าอยากกินเนื้อ ไม่น่าเชื่อว่าพ่อจะซื้อเนื้อมาจากตลาดมืดมาให้เธอตั้ง 4 จิน สามชั้นอีก 3 จิน เป็เนื้อกวางป่า ส่วนสามชั้นเป็เนื้อหมู ไม่รู้พ่อไปหามาจากไหน สดใหม่มาก ๆ เธอพยายามหาจากตลาดมืด แต่เนื้อที่สดใหม่ ๆ และคุณภาพดีแทบไม่มีเลย ราคาก็แพงเธอเลยตัดใจซื้อไม่ลง
“พี่เหมยลี่ครับ ผมกลับมาแล้ว หิวมากเลยครับ ขอนมช็อกโกแลตหน่อยได้ไหม ?” หยางหลงกลับถึงบ้านก็เดินมาหาพี่สาวที่หลังบ้าน
“ได้จ้ะ” เหมยลี่เอ็นดูสีหน้าของน้องชายคนเล็กเวลาได้รับนมช็อกโกแลตเย็น ๆ จากมิติของเธอ น่าบีบมาก ๆ
“ขอบคุณครับ” หยางหลงยิ้มให้พี่สาว พี่เหมยลี่ใจดีที่สุดในโลก
“ขอผมด้วยครับ” หยางเฟยตามมาที่หลังบ้าน
“นี่จ้ะ” เหมยลี่ส่งอีกนมอีกขวดให้น้องชาย
“ทำไมพี่เหมยลี่ไม่รอพวกผมมาช่วยละครับ ขุดมันเทศคนเดียวจนหมดเลย” หยางหลงเห็นตะกร้ามันเทศที่พี่สาวล้างแล้วคัดจนเสร็จเรียบร้อย
“พี่ทำคนเดียวได้ มันเทศแค่สองแปลงเอง” แค่นี้สบายมาก
“พวกผมเลยอดช่วยพี่เหมยลี่เลย ครั้งหน้ารอพวกผมด้วยสิครับ” หยางเฟยไม่อยากให้พี่สาวต้องเหนื่อย น่าจะรอพวกเขากลับมาช่วยขุด
“มาช่วยยกมันเทศตะกร้านี้เข้าบ้านเลย มันเทศหัวสวย ๆ พี่เอาใส่ไว้ในมิติแล้ว”
“ครับ” ทั้งสองรับคำพี่สาวอย่างพร้อมเพียง
จากนั้นสามพี่น้องก็ช่วยกันทำอาหารอยู่ในครัว เตรียมเอาไว้รอพ่อและแม่เลิกงานกลับมา เทียนเหมยลี่รู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตที่สอง มีครอบครัวที่อบอุ่น
เมื่อสามเดือนก่อนเธอฝันเห็นเทียนเหมยลี่คนก่อน นางเอกในนิยาย เธอมาอวยพรและขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข รอยยิ้มที่เธอส่งมาให้ ราวกับโลกนี้สดใสขึ้นทันตา ความรู้สึกผิดลึก ๆ จางหายไป เธอบอกว่าเราสองคนมีวาสนาเชื่อมโยงกัน เป็พรมลิขิตที่เบื้องบนกำหนดมา
สถานการณ์่นี้อยู่ใน่เริ่มคลี่คลายหลังจากที่สถานการณ์ตึงเครียดมาั้แ่เดือนกันยายนและเดือนตุลาคม เพราะเดือนกันยายน จีนได้สูญเสียท่านผู้นำคนสูงสุดไป แล้วต้องส่งผ่านอำนาจให้กับผู้นำคนต่อไป สถานการณ์เริ่มดีขึ้น
การค้าของเธอต้องหยุดไปสองเดือนเต็ม ๆ เหมยลี่วางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ่สองเดือนนี้เธอจะไม่เสี่ยงเด็ดขาด
จนตอนนี้เวลาล่วงเลยมาถึงปลายเดือนสิบเอ็ดแล้ว การค้ากลับมาปกติ ลูกค้าสั่งของมากขึ้น ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่า
“เหมยลี่ หยางเฟย หยางหลง” เสียงพ่อดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง เหมยลี่สบตาน้องชายทั้งสองคน ด้วยความเคร่งเครียด ทั้งสามคนเงียบไม่มีใครส่งเสียงออกไป
“พ่อรู้นะว่าลูกสามคนอยู่ในห้อง” เทียนอี้หยางเอ่ยออกด้วยน้ำเสียงจริงจัง มันถึงเวลาที่ต้องคุยกับลูก ๆ อย่างจริงจังแล้ว
“แม่ว่าเราเปิดประตูมาคุยกันดีไหม ?” เื่นี้เธอปรึกษากับสามีมาพักหนึ่งแล้ว
“รอสักครู่นะคะคุณพ่อคุณแม่” เหมยลี่เอ่ยบอกออกไป พลางคิดในใจ ตายแน่ ๆ พ่อแม่ต้องจับได้แน่ ๆ เื่ที่เธอกับน้องขายของ
แกร่ก..
“จะคุยที่นี้หรือลงไปคุยด้านล่าง” ทันทีที่ประตูห้องลูกสาวเปิดออก เทียนอี้หยางก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดุ ๆ
“ข้างล่างดีกว่าค่ะ” ยิ้มแห้งเข้าสู้ รู้แล้วว่าความลับของเธอและน้อง ๆ นั้นแตกไปแล้ว พ่อกับแม่น่าจะรู้มาสักพักแล้วแต่คงรอให้เธอบอกเอง จนตอนนี้รอไม่ไหวแล้ว
หยางเฟยและหยางหลง เดินตามพี่สาวออกมาที่ห้องโถงของบ้าน พ่อและแม่กำลังมองพวกเขาทั้งสามคนด้วยสายตาดุ ๆ
“พ่อคะ แม่คะ ฉันเป็คนทำเื่นี้เอง น้อง ๆ แค่มาช่วยเท่านั้น” เหมยลี่ยอมรับผิดเอาไว้เพียงคนเดียว เธอเป็พี่สาวคนโต เธอก็ต้องปกป้องน้อง ๆ
“ไม่ใช่ครับ ผมเป็คนเริ่มเองครับ” หยางหลงเอ่ยออกมาทันที เื่การขายสินค้ามันเริ่มมาจากเขา
“ไม่จริงครับ ผมเป็คนเริ่มครับ พี่เหมยลี่และหยางหลงไม่เกี่ยว ผมเป็คนต้นคิด” หยางเฟยเองก็ออกรับเช่นกัน
“น้อง ๆ ไม่ผิดนะคะคุณพ่อ หนูผิดเอง ของมาจากมิติหนู ถ้าพ่อจะลงโทษลงโทษหนูคนเดียว” น้อง ๆ ไม่เกี่ยว เธอจะขอรับโทษเอาไว้เอง
“ไม่ครับ พ่อลงโทษผมเถอะ”
“พอ ๆ ไม่ต้องช่วยกันออกหน้า” เทียนอี้หยางมองลูก ๆ ทั้งสามคนด้วยความเหนื่อยใจ ลูก ๆ แอบทำการค้าขาย ถ้าถูกจับได้ เคยคิดถึงผลที่จะตามมาหรือเปล่า ถึงแม้เขาและภรรยาจะรู้ แต่ก็ได้แต่แอบมองอยู่ห่าง ๆ ให้ลูก ๆ เรียนรู้และเติบโต เขาและภรรยาเลี้ยงลูก ๆ ทั้งสามคนมา ทำไมจะไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็ยังไง
“ที่จริงแม่รู้มาพักหนึ่งแล้ว ตอนนี้สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น แม่ไม่คิดจะห้าม แต่อยากให้ลูกทำอย่างรอบคอบ” ที่ครอบครัวมีข้าวกินอิ่มครบสามมื้อ มีของดี ๆ ของอร่อยกินก็เพราะลูกสาวคนโต
“ทำไมลูกต้องทำแบบนั้น พ่อขอเหตุผลที่ฟังขึ้นได้ไหม ?” เทียนอี้หยางยังคงใจเย็น
“หนูอยากหาเงิน เก็บเงินเอาไว้ส่งเสียตัวเองและน้อง ๆ เรียนระดับชั้นมหาวิทยาลัย” เหมยลี่เอ่ยบอกเหตุผลกับผู้เป็พ่อและแม่
“่ที่ผ่านอาหารขาดแขลน ของบางอย่างหาซื้อได้ยาก หนูมีมิติของท่านเทพ เลยอยากจะใช้โอกาสนี้เก็บสะสมเงินเอาไว้ เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า หนูคิดว่าอีกไม่นานการสอบเกาเข่าจะกลับมา หนูอยากสอบเข้าเรียนในระดับชั้นมหาวิทยาลัย”
เทียนอี้หยางและภรรยารับฟังเหตุผลของลูกสาวคนโตอย่างใจเย็น ถึงแม้ตอนนี้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่การสอบเกาเข่าเพื่อคัดเลือกยุวชนเข้าศึกษาในระดับชั้นมหาวิทยาลัยจะกลับมา
“ตอนนี้น้อง ๆ ทั้งสองคนก็เรียนอยู่ชั้นปีที่สอง มัธยมตอนปลายแล้ว พ่อกับแม่อย่าโกธรพวกเราเลยนะคะ”
“นะครับคุณพ่อ” หยางเฟย
“อย่าโกรธเลยนะครับคุณพ่อคุณแม่” หยางหลง
“เฮ้อ..” เทียนอี้หยางถอนหายใจออกมา เขาจะตีลูก ๆ ของตัวเองลงได้ยังไง
“พวกเรารักพ่อและแม่มากนะคะ” เมื่อเห็นสายตาของพ่ออ่อนลง เหมยลี่ถือโอกาสนี้เข้าไปโอบกอดพ่อแม่ น้องเห็นก็เลยเข้ามาโอบกอดด้วย
“ผมก็รักพ่อ รักแม่ รักพี่เหมยลี่ รักนายด้วยนะหยางหลง”
“ผมก็รักทุกคนครับ”
“เอาละ พอแล้ว ๆ” อวี้หยางฟ่านบอกกับลูก ๆ
“พ่อกับแม่ยอมให้ลูกทำการค้า แต่ยังไงก็ระวังตัวกันด้วย ลูก ๆ เองก็โตแล้ว แม่ไม่อยากบีบบังคับลูก ๆ แต่ลูกรู้ใช่ไหมว่าพ่อกับแม่หวังดีและเป็ห่วงลูก ๆ เสมอ”
“ค่ะแม่/ครับแม่” ทั้งสามขานรับอย่างพร้อมเพียง
เหมยลี่ได้พูดคุยรายละเอียดการค้าขายของเธอและน้อง ๆ ให้พ่อและแม่ฟัง สินค้าที่เธอขายมีอะไรบ้าง รายชื่อลูกค้าที่สั่งของเป็ประจำ เหมยลี่ทำสมุดบัญชีรายการและรายรับเอาไว้ทั้งหมด
“ลูกทำเองทั้งหมดเลยหรือ ?” เทียนอี้หยางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ สมุดรายการสินค้าของลูกสาว อ่านแล้วเข้าใจง่าย มีสมุดบัญชีรายรับแยกเอาอีกเล่มหนึ่ง
“หยางหลงช่วยหนูทำด้วยค่ะ”
“พี่เหมยลี่สอนผมครับพ่อ พี่เหมยลี่เก่งมากเลยครับ” หยางหลงเอ่ยชมพี่สาวของตนเอง
“ส่วนรายชื่อลูกค้า แล้วก็รายการของที่ลูกค้าสั่งซื้อหยางเฟยเป็คนจัดการ” เหมยลี่บอกหน้าที่ของน้อง ๆ
“ถือว่าลูก ๆ ทำได้รอบคอบ ของที่ขายก็เป็ของที่พอหาได้ ส่วนเื่ส่วนแบ่งเหมยลี่ลูกเก็บเอาไว้มิติดีที่สุดแล้ว อยากจะใช้ค่อยเอาออกมา”
“ค่ะพ่อ”
“จริงสิพ่อเกือบจะลืมเื่สำคัญไป”
“เื่อะไรคะ ?” นอกจากเื่นี้พ่อยังมีเื่สำคัญอะไรอีก
“ปีใหม่นี้ ลุงเจียงและลูกชายคนเล็กจะมาร่วมฉลองที่บ้านของเรา”
“ฮะ!!” เหมยลี่ร้องออกมาด้วยความใ โดยไม่สำรวมกิริยา ลูกชายคนเล็กก็คือคู่หมั้นของเธอไม่ใช่หรือ
“เหมยลี่ สำรวมด้วยลูก” หยางอวี้ฟ่านเอ่ยเตือนลูกสาว
“ขอโทษค่ะ ไม่ใช่ลุงเจียงบอกว่าพี่เขาจะกลับมากลางปีหน้าไม่ใช่หรือคะ ?” อ้าวเฮ้ย!!นี่มันไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่น่า.. ที่บอกว่าจะกลับมากลางปี ทำไมถึงได้กลับมาต้นปีได้
“ลุงเจียงบอกว่าพี่เขาเสร็จภารกิจที่ต่างประเทศเร็วกว่ากำหนด พ่อคิดว่าก็ดีเหมือนกัน จะได้ทำความรู้จักกันเอาไว้” ถือโอกาสนี้เห็นหน้าค่าตาว่าที่ลูกเขยและทำความรู้จักกัน
“พ่อมีเื่จะคุยกับลูก ๆ แค่นี้แหละ ไปพักได้แล้ว” พูดจบพ่อและแม่ก็ลุกเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไป เหมยลี่เดินไปในห้องของตัวเอง เธอเดินตามน้อง ๆ ไปแบบคนไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่
เพราะกำลังช็อก...เื่ที่จะได้เจอคู่หมั้นหนุ่ม
เมื่อกลับเข้ามาในห้อง หยางเฟยและหยางหลงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ ช่วยกันจัดสินค้าที่จะเอาไปส่งให้ลูกค้าตามคำสั่งซื้อ ทั้งหมด 30 เ้า จัดจนมือเป็ระวิง จำนวนของที่ลูกค้าสั่งมามากกว่าครั้งก่อนเท่าตัว
หยางเฟยสบตากับหยางหลง ทั้งคู่ปรายตาไปมองพี่สาว ที่กำลังนั่งทำหน้ายุ่งยาก เหมือนว่าพี่สาวไม่อยากเจอคู่หมั้น
“พี่เหมยลี่ครับ”
“พี่เหมยลี่”
“พี่เหมยลี่” เมื่อหยางเฟยเรียกสองครั้งแล้วพี่สาวไม่ได้ยิน หยางหลงเลยเอ่ยเรียกครั้งที่สามด้วยเสียงที่ดังกว่าหยางเฟย
“หือ ว่าไง” เหมยลี่ได้ยินเสียงของน้องชายก็ได้สติ เธอกำลังคิดไม่ตกเื่ที่คู่หมั้นหนุ่มจะมาในเทศกาลปีใหม่ นั่นหมายความก็เหลืออีกหนึ่งเดือนแล้ว
“พี่เหมยลี่ไม่อยากเจอว่าที่พี่เขยหรือครับ” หยางหลงเอ่ยถาม
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก” ไม่ใช่ว่าไม่อยากเจอ เธอเองก็อยากเจอคู่หมั้นของตัวเอง แต่ไม่ใช่เวลานี้ ไม่ใช่่เทศกาลปีใหม่
เกิดพ่อแม่และลุงเจียงเห็นดีเห็นงามให้เธอแต่งงานกับอีกฝ่ายจะทำยังไง จนกว่าจะสอบเกาเข่าแล้วเข้ามหาวิทยาลัย เธอไม่ยอมแต่งเด็ดขาด
“แล้วมันแบบไหนครับ ?” หยางเฟยเอ่ยถาม ไม่น่าจะเป็เพราะพี่ซานเต๋อ เพราะพี่สาวของเขาไม่ได้รักและชอบอีกฝ่าย ถึงแม้อีกฝ่ายจะชอบพี่สาวเขาก็ตาม
“พี่อยากเจอเขากลางปีหน้ามากกว่า” เหมยลี่บอกกับน้องชาย ทั้งสองคนได้ฟังคำตอบของพี่สาวก็มีสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามต่อ พี่สาวคงมีเหตุผลที่อยากจะเจอว่าที่พี่เขยใน่กลางปีหน้า
เทียนเหมยลี่กำลังคิดหนัก ตอนนี้เธอเรียนจบแล้ว อายุก็ย่างเข้า 19 ปี ในต้นเดือนมีนาคมปีหน้าก็ครบ 19 ปีบริบูรณ์แล้ว
อายุกำลังดีที่จะแต่งงานมีครอบครัว ตามความคิดของยุคนี้ ขออย่าให้มันเป็อย่างที่เธอคิดเลย เพิ่งจะเจอกันคงไม่ให้แต่งงานกันเลยหรอกนะ
ตอนนี้ในใจของเหมยลี่มีความกังวล แต่พยายามบอกตัวเองให้มองโลกในแง่ดี ครั้งนี้แค่อาจจะมาเจอกันแล้วก็ทำความรู้จักก็ได้ ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ชอบเธอหรือมีคนรักอยู่แล้ว มาพบเธอเพื่อ้าถอนหมั้นก็ได้
ตอนนี้ในหัวของเหมยลี่กำลังตีกันไปหมด อยากจะบอกว่าเื่เธอก็ไม่ควรคิดมาก คิดไปไกล เพราะมันอาจจะไม่เป็อย่างที่เธอคิดก็ได้