บทที่ 28 สงสัยว่าเป็บุตรนอกสมรส
ตอนลู่ฉีตามคุณพ่อและคุณแม่ของเขากลับบ้าน ในใจเด็กชายยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่
ลู่ฉี่ิและภรรยารู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก แต่อิงอิงน้อยกับคนอื่นไม่เหมือนกัน เธอเป็ลูกสาวของประธานฉิน
ถึงแม้จะเป็บุตรบุญธรรมแต่ก็มีการจดทะเบียนย้ายชื่อเข้าไปในสมุดทะเบียนบ้านแล้ว
นอกจากนี้ดูเหมือนว่าประธานฉินจะไม่ได้วางแผนแต่งงาน ทั้งชีวิตเขาอาจจะมีลูกสาวเพียงคนเดียว
ในขณะที่นั่งอยู่บนรถ จางหานลูบศีรษะของลูกชายแล้วพูดว่า “ลู่ฉีชอบอิงอิงน้อยมากเลยเหรอ?”
ลู่ฉีพยักหน้า ดวงตาที่ไม่เคยสดใสเต็มไปด้วยแสงดาวระยิบระยับขึ้นมาทันที
“ชอบครับ!”
“คุณแม่ อิงอิงน้อยจะเข้าเรียนที่โรงเรียนอนุบาลของพวกเราไหมครับ?”
จางหานยิ้มและพยักหน้า “เข้าสิ ประธานฉินตกลงแล้ว รอเปิดเทอมก่อน ลู่ฉีและอิงอิงน้อยก็จะเป็เพื่อนในโรงเรียนเดียวกัน น้องสาวเพิ่งจะอายุเพียงสามขวบครึ่ง ลู่ฉีเป็พี่ควรทำอย่างไร?”
หน้าของลู่ฉีเต็มไปด้วยความยินดี “ดูแลน้องสาวอิงอิง! แม่ครับ ผมจะต้องดูแลอิงอิงน้อยอย่างดีแน่นอน!”
เมื่อทั้งสามคนกลับมาถึงบ้านก็บังเอิญพบกับญาติที่รู้จักตระกูลเยี่ยน ซึ่งเข้ามาเยี่ยมเยียนชายชราที่บ้านพอดี คนทั้งหมดถือโอกาสแอบฟังแต่กลับได้ยินเื่ราวที่รับไม่ได้
“ฉันก็ไม่รู้ว่าคนนั้นคิดอะไรอยู่ รับบุตรสาวบุญธรรมมาเลี้ยงเป็เื่ปกติ แต่กลับไปรับเด็กที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตมาเลี้ยง”
“ข่าวเชื่อถือได้ไหม”
“อุ๊ยย ทำไมจะเชื่อถือไม่ได้ล่ะ? ได้ข่าวมาว่ากินเก่งมาก หยาบคาย ทุบตีคนอื่นทุกย่างก้าว ก้าวร้าวมากและที่สำคัญคือ เด็กนั่นพูดไม่ได้ ทำได้แค่ครางอิงงง!”
“ได้ข่าวนี้มาจากที่ไหน?”
“ได้ข่าวมาจากไหนเหรอ? คนจากตระกูลเยี่ยนเคยเห็นและพิสูจน์มากับตัว!”
“เอ๋?”
“ถ้าไม่เชื่อก็รอจนกว่าเด็กคนนั้นจะเข้าโรงเรียนอนุบาลสิ เหอะ! ทั้งอ้วนทั้งปัญญาอ่อน แถมยังพูดไม่ได้ ถ้าข่าวหลุดออกไป เกรงว่าตระกูลฉินจะกลายเป็ตัวตลกของคนทั่วเมือง! ”
จางหานตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงอิงอิงน้อยจึงมีสีหน้าเคร่งขรึม เธอกำลังจะเดินเข้าไป แต่ถูกลู่ฉี่ิดึงแขนไว้ก่อน
“ปล่อยให้พวกเขาพูดไป ตอนนี้พวกเขากำลังพูดอย่างสนุก รอให้ถึงตอนที่เจออิงอิงน้อยก่อนเถอะ อย่างไรพวกเขาก็จะต้องเ็ปเป็พิเศษจากการถูกความจริงตบหน้า!”
ถ้าอิงอิงน้อยปัญญาอ่อน โลกนี้คงไม่มีเด็กที่สุขภาพสมบูรณ์แล้ว!
ลู่ฉีจึงเงยหน้าขึ้นถาม “พ่อครับ ปัญญาอ่อนคืออะไร?”
ลู่ฉี่ิยิ้มและอธิบายให้ลูกชายฟังอย่างอ่อนโยน
“หมายถึงผู้ที่มีพัฒนาการช้าและมีสติปัญญาต่ำกว่าคนปกติ”
ลู่ฉีได้ยินดังนั้นก็โต้กลับทันที ใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
“อิงอิงน้อยฉลาดมาก เธอไม่ได้ปัญญาอ่อน!”
ลู่ฉี่ิและจางหานต่างพากันยิ้ม
“ใช่! อิงอิงน้อยฉลาดมาก”
จางหานคุกเข่าและมองลูกชายของเธอ “ลู่ฉี อย่าไปฟังสิ่งที่คนอื่นพูด ลูกต้องสังเกตเห็นด้วยตัวเองให้มาก บางครั้งดวงตาและหูสามารถโกหกคนได้ แต่ใจทำไม่ได้นะลูก”
ลู่ฉีดูเหมือนจะเข้าใจ แต่เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้แม่เองก็โกรธมากเหมือนกัน แต่พ่อไม่อยากให้แม่เข้าไปอธิบายความจริงตอนนี้ เด็กชายจึงก้มศีรษะลง คิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงยิ้มที่มุมปาก
“คุณแม่ครับ ผมจำได้แล้ว”
จางหานยิ้ม “เด็กดี”
…
ว่ากันว่าผู้นำตระกูลฉินพาลูกสาววัยสามขวบครึ่งกลับบ้านเป็บุตรสาวบุญธรรม ทั้งอ้วนและกินเก่งสุด ๆ
ประเด็นสำคัญคือปัญญาอ่อน!
ข่าวนี้ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเพราะเป็เื่ที่เกี่ยวกับตระกูลฉิน และอีกส่วนหนึ่งเป็เพราะเกี่ยวข้องกับผู้นำตระกูลฉินโดยตรง ประเด็นนี้จึงกลายเป็หัวข้อสนทนาของคนในเมือง
เจียงหลิงที่เพิ่งกลับมาจากช็อปปิงและกำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านได้ยินข่าวนี้เข้า จึงหัวเราะออกมาด้วยความอย่างสะใจและยินดี
ดูเอาเถอะ!
ข่าวนี้ปิดไม่อยู่หรอก
แม้ว่าตระกูลเยี่ยนจะไม่อยากทะเลาะกับตระกูลฉินและไม่กล้าแพร่งพรายเื่นี้ แต่ที่ห้างสรรพสินค้าวันนั้นมีคนจำนวนมาก ไม่ว่าฉินอี้หานจะยิ่งใหญ่มากแค่ไหนก็ไม่สามารถหยุดโลกไม่ให้พูดถึงได้
พี่สาวของเธอนั่งยอง ๆ อยู่ในสถานีตำรวจและไม่สามารถหาทางออกได้ ส่วนเจียงหลิงก็โกรธเหมือนมีกองไฟสุมในใจตลอด
แม้ภายหลังจะหาทางช่วยพี่สาวของเธอออกมาได้ แต่เื่ที่พี่สาวเธอเคยอยู่ในคุกก็นับเป็เื่อัปยศอดสูอย่างมากสำหรับตระกูลเยี่ยน
เธอรอที่จะได้ยินข่าวเื่ฉินอี้หานรับเด็กผู้หญิงโง่ ๆ มาเลี้ยงมาโดยตลอด ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
เหอะ!
รอดูเถอะ รอให้เด็กโง่ตระกูลฉินออกมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนก่อน เดี๋ยวฉินอี้หานก็จะกลายเป็ตัวตลก ถึงแม้เขาจะเป็ผู้นำของตระกูลฉินก็ตาม!
เมื่อเยี่ยนเสี่ยวหรูเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาและเห็นแม่ของเธอกำลังหัวเราะกับโทรศัพท์มือถือ เธอจึงโน้มตัวเข้าไปหาด้วยความสงสัย
“คุณแม่ กำลังหัวเราะอะไรคะ?”
เจียงหลิงอุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมแขนและลูบผมนุ่ม ๆ ของเธอ
“หัวเราะคนโง่ที่ตีลูกครั้งที่แล้ว!”
“คนที่พูดไม่ได้?” เยี่ยนเสี่ยวหรูนึกถึงฉินอิงอิงอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้นกับเธอ? เธอเป็ลูกสาวของตระกูลฉินจริง ๆ เหรอ?”
เจียงหลิงยิ้ม “ใช่! แต่เป็ลูกบุญธรรม ตอนนี้ทุกคนต่างก็บอกว่าเธอเป็คนโง่ที่พูดไม่ได้!”
เยี่ยนเสี่ยวหรูตกตะลึง
“ทำไมตระกูลฉินถึงรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมที่ทั้งโง่และพูดไม่ได้คะ?”
เจียงหลิงก็ไม่เข้าใจ “ใครจะไปรู้ล่ะ”
เธอไม่เคยนึกถึงคำถามนี้มาก่อน แต่เมื่อลูกสาวของเธอถามขึ้น เจียงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะขบคิดเกี่ยวกับมัน
จะเป็ไปได้ไหมถ้าบอกว่าเป็การรับเลี้ยงบุตร แต่ที่จริงเป็บุตรนอกสมรสของพี่ชายฉินอี้หาน
ตระกูลฉินมีกฎของครอบครัวที่เข้มงวดและไม่อนุญาตให้รับบุตรนอกสมรสเข้ามาโดยเด็ดขาด หากบุตรนอกสมรสมีตัวตนอยู่จริง ลูกคนโตและลูกคนรองของตระกูลฉินจะไม่สามารถรับเขาเข้าไปได้ ฉินอี้หานลูกชายคนเล็กของตระกูลฉินยังไม่เคยแต่งงาน อาจจะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมของพี่น้องที่ถือว่าเป็สายเืตระกูลฉิน นั่นเท่ากับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวไม่ใช่หรือ
เจียงหลิงไม่กล้าคิดเช่นนั้น แต่ยิ่งคิดก็รู้สึกยิ่งรู้สึกว่ามีความเป็ไปได้มากขึ้น
ไม่ใช่อะไร แต่เด็กโง่ที่ถูกรับเป็บุตรบุญธรรมนั่น ถึงแม้อาจจะไม่ฉลาดและพูดไม่ได้แต่เธอก็หน้าตาดี
มีใบหน้างดงามหมดจดและมีผิวขาวนุ่ม
อีกทั้งยังอ้วนมาก ถ้าโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำไมถึงได้ดูอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้
ต้องตรวจสอบ!
หากสามารถจับจุดอ่อนของตระกูลฉินได้ นั่นจะเป็ประโยชน์มหาศาลอย่างแน่นอน
ในขณะนั้นเยี่ยนผิงสามีของเธอก็กลับถึงบ้านพอดี เจียงหลิงจึงให้ลูกสาวออกไปเล่นและดึงแขนเยี่ยนผิงไปที่ห้องนอน
เยี่ยนผิงไม่พอใจ “ทำอะไรของคุณ?”
เจียงหลิงไม่ได้สนใจว่าเยี่ยนผิงรู้สึกอย่างไร เธอพูดเพียงความเห็นของตนเอง อีกทั้งยังหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาให้เขาดูเื่ซุบซิบของเด็กโง่จากตระกูลฉิน
เยี่ยนผิงตกตะลึงหลังจากที่ได้อ่าน “ดูเหมือนจะมีเื่น่าสนใจจริง ๆ”
เจียงหลิงรีบเห็นด้วย “นั่นน่ะสิ! เขาเป็ประธานฉินกรุ๊ปที่ได้รับรางวัลเหรียญทองด้านความโสด แม้ว่าจะ้ารับเลี้ยงบุตรบุญธรรม ตำแหน่งประธานฉินกรุ๊ปก็ควรส่งมอบให้กับเด็กผู้ชายไม่ใช่เหรอ?”
“สิ่งที่คุณพูดอาจเป็ไปได้จริง ๆ!” เยี่ยนผิงขมวดคิ้ว “แต่ก็ไม่เคยได้ยินเื่ซุบซิบเกี่ยวกับลูกชายคนโตและคนรองของตระกูลฉินเื่ผู้หญิงมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่ลูกนอกสมรสเลย”
เจียงหลิงหัวเราะเยาะ “มีน้องชายที่มีอำนาจอย่างฉินอี้หาน แม้ว่าพี่ชายของเขาทั้งสองจะมีบุตรนอกสมรสจริง ๆ คุณคิดว่าฉินอี้หานจะไม่จัดการให้เรียบร้อยเหรอ?”
ธุรกิจของตระกูลฉินใหญ่โตและเป็ที่รู้จักไปทั่วโลก
ในบางธุรกิจที่คนอื่นไม่กล้าเข้าไปเกี่ยวข้อง ฉินอี้หานกลับไม่เคยปฏิเสธ
ด้วยความกล้าหาญ วิธีการอันโเี้และประสบการณ์ในกองทัพก่อนหน้านี้ของเขาทำให้ตระกูลฉินโดดเด่นขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ก่อนฉินอี้หานจะเข้ามารับ่ต่อบริษัท ตระกูลเยี่ยนได้รับความนิยมมากที่สุดในเมืองแท้ ๆ
แต่ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงห้าปี ฉินกรุ๊ปกลับใกล้จะแซงหน้าแบบเต็มตัวแล้ว
ถ้าหากสามารถจับจุดอ่อนของตระกูลฉินได้ เยี่ยนผิงคงจะมีความสุขมากกว่าใคร ๆ
“ผมจะส่งคนไปตรวจสอบทันที!”