นิยายเื่ สัตว์ซาตาน ดำเนินเนื้อเื่อยู่ใน่ระยะเวลาหลายร้อยปีก่อนพุทธกาล มีการพบเห็นสัตว์ป่าขนาดใหญ่ในเขตป่าลึก ที่ภายหลังผู้คนเรียกขานผืนป่าแห่งนี้ว่าป่ามรกต การพบเจอกับสัตว์ปริศนาในครั้งนี้ มีผู้คนมากมายนำเื่ราวข่าวสารไปบอกกล่าวเล่าต่อ และคำร่ำลือที่ว่านี้ก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วทุกสารทิศ
ผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจกับการพบเห็นสัตว์ป่าที่น่าพิศวง โดยว่ากันว่า มีกลุ่มนายพรานอยู่หลายกลุ่มแล้ว ที่เคยได้เผชิญหน้ากับพวกมันและพวกเขาเองก็เคยพยายามจะจับตัวสัตว์เหล่าอีกด้วย แต่ทว่า! พวกเขาหาทำเช่นนั้นได้ไม่ อย่างว่าแต่จะจับตัวพวกมันเลย แม้แต่จะเข้าไปไกลยังเป็ไปได้ยาก ก่อนที่จะได้เนื้อของพวกมันมาแล่ เกรงว่าตนจะตกเป็เหยื่อของมันเสียก่อน
แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าผู้คนจะพากันเรียกขานพวกมันว่าสัตว์ปีศาจ แต่ลักษณะทางกายภาพของสัตว์จำพวกนี้ ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากเหล่าสรรพสัตว์ทั่วๆ ไปเลย พวกมันล้วนมีอวัยวะทุกๆ อย่างที่เหมือนกัน ไม่ได้มีลักษณะพิเศษที่ดูพิลึกพิลั่น ไม่ได้มีอวัยวะพิเศษใดๆ งอกเงยออกมาตามร่างกาย ไม่ได้มีปีกงอกออกมาจากแผ่นหลัง ไม่ได้มีหัวงอกเงยออกมาสามสี่หัว และสัตว์ที่ว่านี้พวกมันก็ไม่อาจจะสามารถพ่นไฟได้ เหล่าสัตว์ปีศาจที่ผู้คนพากันเรียกขานกันนี้นั้น พวกมันหาได้เป็เช่นนั้นไม่
สิ่งเดียวที่พวกมันแตกต่างออกไปจากสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวกันตัวอื่นๆ นั้นก็คือ ร่างกายที่ใหญ่โต พวกมันมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตเกินธรรมชาติ จะกล่าวให้เห็นภาพออกมาได้ดังนี้ ถ้าหากเป็ลิงก็จะสังเกตเห็นได้เลยว่าลิงตัวนั้นเป็ลิงั์ ถ้าหากเป็สิงโตก็จะสังเกตเห็นได้เลย ว่าสิงโตตัวนั้นคือสิงโตั์ ถ้าเป็ม้าก็จะเห็นว่ามันเป็ม้าั์ หรือไม่ว่าจะเป็แมวที่เป็สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก แต่ก็สามารถเห็นพวกมันกลายเป็แมวั์ได้ด้วยเช่นเดียวกัน
เสียงร่ำลือแซ่ซ้อนถึงสัตว์ปริศนาเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ มีเหล่าผู้คนจำนวนมากที่อยากจะเผชิญหน้ากับพวกมัน พวกเขาไม่ได้หวั่นเกรงกับคำเล่าอ้างว่าสัตว์เหล่านี้จะมีพละกำลังมหาศาลหรือจะมีภัยอันตรายมากแค่ไหน คนเหล่านี้สนใจเพียงแค่ว่าพวกเขา้าจะออกล่าพวกมัน
การออกล่าสัตว์ปีศาจของเหล่าผู้กล้าทั้งหลาย เป็ไปอย่างต่อเนื่อง กินระยะเวลาอยู่นานหลายเดือน แต่ทว่า! ก็ไม่เห็นจะมีเหล่าผู้กล้าคนไหน ที่สามารถลากตัวเ้าสัตว์ป่าตัวใหญ่มหึมาพวกนั้นออกมาจากป่ามรกตได้เลยสักตัว
จนกระทั่งมีชายคนหนึ่ง ที่เขาสามารถกำราบสัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่ทุกคนเรียกกันว่าสัตว์ปีศาจลงได้สำเร็จ และต่อมาไม่นาน ก็มีบุคคลคนอื่นๆ เริ่มทำในแบบเดียวกันกับเขาได้ คือการสยบสัตว์ป่าร่างั์ และนับจากนั้นผู้คนและสัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่ถือกำเนิดขึ้นอย่างปริศนาที่ไม่มีใครล่วงรู้ถึงสาเหตุนี้ ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ
กาลเวลาล่วงเลยผ่าน นับั้แ่ตอนนั้นก็ผ่านมาแล้วมากกว่าหนึ่งศตวรรษ หนึ่งร้อยปีที่มนุษย์ค้นพบสัตว์ป่าที่มีขนาดใหญ่โตผิดธรรมชาติ ที่ภายหลังพวกเขาเรียกขานพวกมันว่าสัตว์ซาตาน กาลเวลาผันเปลี่ยนวิถีชีวิตการอยู่รวมกันของมนุษย์และสัตว์ซาตานก็เปลี่ยนแปลงไป จากที่เมื่อก่อนผู้คนเลี้ยงดูพวกมันเป็สัตว์เลี้ยง เอาไว้ค่อยช่วยเหลือในการทำงาน ว่าด้วยเื่ของการ แบก หาม หว่าน ไถ ในตอนนั้นมนุษย์และสัตว์ซาตานต่างก็คอยช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
จนมาถึงในยุคปัจจุบัน มนุษย์ปรับเปลี่ยนวิธีใช้พละกำลังอันมหาศาลของสัตว์เหล่านี้ มาเป็ในเชิงกำลังรบให้แก่ตน จากสัตว์เลี้ยงเชื่องช้าไม่มีพิษไม่มีภัยที่ค่อยช่วยเหลือในเื่การเื่งาน เปลี่ยนไปเป็สัตว์ดุร้ายก้าวร้าวที่พร้อมจะจู่โจมเข้าใส่ผู้คนอย่างไม่เว้นหน้าตามความ้าของผู้เป็เ้านาย
มนุษย์ใช้พลังกำลังอันมหาศาลของสัตว์ซาตานมาเป็เครื่องมือป่าวประกาศความแข็งแกร่งของตน เพื่อที่จะได้มาในทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขา้า ความขัดแย้งต่างๆ ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเองเริ่มทวีคูณความรุนแรงสูงขึ้น การแก่งแย่ง ห้ำหั่น คานอำนาจซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดเป็าและความบาดหมางไม่รู้จบ มนุษย์เปิดฉากไล่ล่าฆ่าฟันกันเองโดยมีสัตว์ซาตานเป็ศูนย์กลาง โลกดำเนินมาอยู่ในยุคของผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด
ท่ามกลางยุคสมัยที่สุดแสนโกลาหล ท่ามกลางความขัดแย้งที่เหล่ามนุษย์สร้างขึ้นมาเอง ก็มีเด็กชายคนหนึ่งปรากฏกายขึ้นมา ท่ามกลางพายุม้วนใหญ่มหึมาที่กำลังซัดสาด เด็กชายที่มีโชคชะตาที่เกี่ยวพันกับเื่ราวของสัตว์ซาตานโดยตรง โชคชะตาที่เขาเป็คนกำหนดมันขึ้นมาเอง และชื่อของเด็กชายคนนี้ก็คือ “วารุต” ด้วยลิขิตของ์มันจะพาวารุตไปพบเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ตั้งใจ มันเป็สิ่งที่เขาต้องเผชิญ มันเป็เหตุการณ์ที่เขาไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ในยุคสมัยที่โลกใบนี้กำลังเหลวแหลกและบิดเบี้ยวสุดขีด