“ใช่ไหมอร น้ำส้มแม่ของน้องมะนาวคือคนเดียวกันกับน้ำส้มเพื่อนของลูกในตอนนั้นใช่ไหม?” ผู้เป็นแม่เอ่ยย้ำอีกครั้ง และนั่นยิ่งทำให้น้ำตาของเอมอรรินไหล เธอโผเข้ากอดแม่แล้วร้องไห้ ภาพของเพื่อนที่ต้องทุกข์ทรมานตอนเฝ้าหน้าโลงศพของสามี สร้างความเสียใจให้เอมอรเช่นกัน
“....แม่ อรไม่รู้จะทำยังไงดีอรสงสารน้ำส้มมากแม่รู้ไหม ฮือ” เอมอรกอดผู้เป็นแม่แน่น ความเงียบชั่วขณะทำให้แม่ของเธอรับรู้ได้ในทันที ว่าสถานะของน้ำส้มนั้นเป็นมาอย่างไร
“แม่ทำอะไรลงไปอร แม่ทำอะไรลงไป ยิ่งวันนี้แม่เห็นหน้าเด็กน้อยคนนั้น ตอนกินข้าวแม่นึกสงสัยว่ามันใช่หรือเปล่าแต่แม่ก็ไม่กล้าการันตี เพราะน้ำส้มในอดีตกับตอนนี้เหมือนคนละคนโดยสิ้นเชิง...แม่ละอายใจจริง ๆ” ความละอายต่อการกระทำ มันสร้างความเสียใจจนพวกเธอร้องไห้โฮกอดกัน แต่มันก็ไม่สามารถลบล้างหรือแก้ไขเรื่องราวที่ผ่านมาได้แล้ว
“พวกเราเห็นแก่ตัวกับน้ำส้มมาก อรแทบไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนเลยแม่ แล้วถ้าพี่รบรู้เรื่องที่เราปิดบัง พี่รบต้องเสียใจอาละวาดแน่ ๆ” เอมอรพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น เธอนึกถึงพี่ชายกับเพื่อนที่เพิ่งจะคบกันหมาด ๆ แต่แล้วเรื่องราวที่ทำพลาด อาจจะทำให้พวกเขาหมางใจกัน จนแยกทางความรักขาดสะบั้น นั่นคือสิ่งที่เอมอรหวาดกลัว “เราจะทำยังไงดีคะแม่”
“แม่กลัวไปหมดเลยอร หากเรื่องที่นักรบขับรถชนสามีของน้ำส้มตายเปิดเผย แม่ไม่อยากจะคิดสภาพของพี่ชายแกเลยว่าจะย่ำแย่แค่ไหน”
(“แม่พูดว่าไงนะ!”)
“นักรบ”
“พี่รบ”
เสียงที่สามดังขึ้น ทำให้เอมอรและแม่ต้องผละกอดจากกัน แล้วหันไปมองตามเสียงเรียกนั้น สร้างความตกใจจนหัวใจของแม่และเอมอรเต้นระส่ำ สีหน้าของนักรบที่มองมาทางพวกเธอ สร้างความหวาดหวั่นจนมือสั่นเทิ้ม
“ทั้งสองคนปิดบังอะไรกับผม แม่! ยัยอร!” ประโยคที่เขาได้ยินมันชัดเจนให้โสดของการรับฟัง แต่อยากจะฟังซ้ำให้แน่ใจว่ามันไม่ได้ผิดเพี้ยนไป เขากระแทกเสียงดังจนผู้เป็นแม่กับน้องสาวสะดุ้ง ท่าทางของนักรบดูน่ากลัว สายตากร้าวแดงก่ำจดจ้องมายังแม่และน้องสาว
“รบฟังแม่ก่อนนะ” สีหน้าของลูกชายทำให้ผู้เป็นแม่คาดเดาได้ทันทีว่าตอนนี้กำลังเดือดจัด กำมือแน่นพยายามเก็บกลั้นความโกรธที่มันลุกโชน
“ผมเป็นฆาตกรฆ่าคนตายจริงเหรอแม่ ทำไมผมถึงไม่รู้ มันไม่อยู่ในหัวสมองของผมสักนิด แม่!” นักรบดั่งคนที่กำลังเสียสติ เขาโวยวายเสียงดังด้วยความอยากรู้
“พี่รบใจเย็น ๆ นะอรกับแม่อธิบายได้” เอมอรที่เริ่มเห็นเหตุการณ์ไม่ค่อยดี เธอเดินเข้าไปจับแขนของพี่ชายปรามไว้
“อธิบายอะไรก็พูดมาเส่!” ความอยากรู้ในเรื่องราว ทำให้เขาตวาดน้องสาวเสียงดังลั่น ตอนนี้ก็เริ่มมือสั่นจนต้องกำมือให้แน่นจนเส้นเลือดขึ้นตามลำแขน
“อรเล่าเองค่ะแม่...พี่รบใจเย็น ๆ โอเคไหม” เอมอรบอกแม่ที่ตอนนี้น้ำตาไหลริน ก่อนจะหันไปลูบหลังพี่ชายแล้วพาไปนั่งยังเก้าอี้ “คือว่า...คือ...”
“อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ ไม่เล่ากูจะเผ่าแม่งให้หมดเลย” นักรบที่ไม่สามารถควบคุมสติได้ เขาเกรี้ยวกราดในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนแม่กับน้องสาวตกใจ รับรู้ได้เลยว่าเรื่องนี้กระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของเขามากแค่ไหน แต่ในเมื่อมันบานปลายมาจนถึงขนาดนี้ ก็คงไม่สามารถปิดบังได้อีกต่อไป สีหน้าที่เกรี้ยวโกรธแต่กับมีน้ำตาลูกผู้ชายเอ่อคลอในดวงตา และนั่นยิ่งสร้างความรู้สึกผิดและเสียใจให้กับแม่และน้องสาว
“นักรบตั้งสติหน่อยลูก ใจเย็น ๆ นะแม่ขอร้อง แม่รู้ว่ารบโกรธและเสียใจ แต่ช่วยฟังน้องก่อนได้ไหมลูก” เมื่อผู้เป็นแม่เห็นความดุดันของลูกชาย จนต้องพูดปรามและจับแขนรั้งไว้ เมื่อนักรบหยัดตัวลุกยืนด้วยความโมโห ทำให้เขาต้องนั่งลงด้วยข่มอารมณ์ให้สงบ ฟังสิ่งที่น้องสาวเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ สีหน้าของนักรบไม่สู้ดี เขายกสองมือยีหัวของตัวเองจนฟูฟ่อง
“ทำไมไม่มีใครบอกผมสักคำ ผมทำร้ายครอบครัวเธอ ผมมันฆาตกร!”
(นักรบ! /พี่รบ!)
เขาไม่ฟังเสียงเรียกของใคร วิ่งเข้าในบ้านแล้วหยิบกุญแจรถขับออกมาด้วยความเร็วที่ใครยากจะห้ามปราม เขารู้สึกตันความกับรู้สึกไม่รู้จะต้องทำยังไง ได้แต่เพียงคิดตื้น ๆ ด้วยการขับรถหนีออกมา เพราะว่าอยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ เรื่องราวที่รับรู้มันบีบหัวใจของนักรบจนปวดหนึบไปทั้งดวง แค่เพียงความคิดก็สามารถเรียกหยดน้ำตาลูกผู้ชายออกมาได้ ตอนนี้เขาขับรถออกมาอย่างคนไร้จุดหมาย มีเพียงความเสียใจเป็นเพื่อนร่วมเดินทางในยามค่ำคืน มันเหมือนทุกอย่างกำลังหยุดขยับ ยกเว้นหยดน้ำตาที่มันกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในดวงตา ล้วนเป็นความเสียใจที่จุกอยู่ในอก
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ...ทำไม!” ความเสียใจทำให้เขาขับรถต่อไม่ไหว จนต้องหักเลี้ยวจอดข้างถนน สองมือกำแน่นทุบพวงมาลัยรถยนต์ด้วยความรู้สึกประเดประดังเข้ามาด้วยความเจ็บร้าว เขารักน้ำส้มมากที่สุด เธอจะรับเขาได้ไหมหากรับรู้ว่าเขาคือฆาตกรที่พรากชีวิตของสามีเธอไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ มันยากสำหรับการยอมรับฆาตกรในร่วมใช้ชีวิตในอนาคต เขาหมดหนทางแล้วตอนนี้ แค่คิดก็ไร้หนทางจะรั้งเธอไว้
“ผมไม่ได้ตั้งใจน้ำส้ม ผมขอโทษ ขอโทษจริง ๆ” นักรบฟุบหน้าลงพวงมาลัย เอ่ยออกมาทั้งน้ำตาของลูกผู้ชายด้วยความเสียใจ จะทำยังไงหากเขาไม่มีน้ำส้มเคียงข้าง ทุกอย่างที่ฝันคงดับสิ้น ชีวิตที่กำลังราบรื่นและไปได้สวยเริ่มหม่นหมอง เขาแทบไม่กล้าจะสู้หน้าเธอได้เลยตั้งแต่ที่รู้ความจริงว่าเป็นมายังไง ทำไมโชคชะตาถึงได้ใจร้าย ทำให้เขาต้องพบเจอเรื่องราวเลวร้ายเช่นนี้
เสียงโทรศัพท์ดังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่นักรบก็ไม่คิดจะรับหรือให้การติดต่อใคร เขาอยากให้เวลาและอยู่กับตัวเองเงียบ จึงได้จับโทรศัพท์มือถือโยนไปเบาะหลัง ข้อความที่หลั่งไหลเข้ามาทั้งแม่และน้องสาว เขาก็ไม่คิดสนใจเปิดอ่านมัน ไม่รู้จะต้องสงบสติอารมณ์ให้คงที่ได้อย่างไร สมองล้วนคิดถึงแต่ใบหน้าของหญิงที่รัก หากเธอรู้ว่าเขาเป็นฆาตกรฆ่าสามีที่เป็นพ่อของลูก ปล่อยให้เธอต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากแบบนี้ เป็นใครก็ยอมไม่ได้ และวันนั้นคงเป็นวันที่เขาปวดใจมากที่สุด ยากจะเผชิญหากเกิดขึ้น