ตามจริงแล้วถ้าหากว่าจ้าวฝานแนะนำให้ทุกคนรู้จักชัดเจนหน่อยว่าเธอเป็ลูกบุญธรรมของบ้านตระกูลจ้าวเท่านี้ก็คงไม่มีคำพูดไร้สาระมากมายคาดการณ์ไปต่างๆ นานาให้ได้ยินขนาดนี้
แต่จ้าวฝานไม่เคยคิดจะอธิบายเลยสักครั้งแม้กระทั่งลูกค้าก็ไม่เคยให้เธอได้ไปพบ
ฉะนั้นทั้งบริษัทนี้ไม่มีใครรู้สถานะที่แท้จริงของเธอเลยสักคนคนนอกเพียงแต่รู้ว่าบ้านตระกูลจ้าวมีลูกสาวเพียงแค่คนเดียว
เมื่ออยู่ที่บ้านมีเพียงแต่จ้าวเซี่ยหน่วนและคนรับใช้ชื่อป้าหลันที่มองเห็นว่าเธอเป็คุณหนูรองของบ้านตระกูลจ้าวนอกเหนือจากนั้นไม่มีใครเลยสักคนที่ปฏิบัติต่อเธอในฐานะคุณหนูรอง
ในเมื่อเป็ดังเช่นนี้เธอก็ไม่เคยมาเรียกร้องหาความยุติธรรมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตามจริงเธอก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆของบ้านตระกูลจ้าวอยู่แล้ว
ั้แ่เกิดมาจ้าวตงหานก็ใช้ชีวิตตามมีตามเกิดอยู่กับคุณแม่ผู้ให้กำเนิดเพียงสองคน
ในตอนนั้นเธอยังไม่ได้ชื่อว่าจ้าวตงหาน
คุณแม่เธอสวยมากสวยแบบระดับหน้าตางามสมัยนิยมอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อรู้ความเข้า เธอมักจะถามถึงคุณพ่อตัวเองอยู่เสมอเพื่อนที่โรงเรียนอนุบาลล้วนมีคุณพ่อกันหมด แล้วคุณพ่อของเธอล่ะ?
ทุกๆครั้งที่เธอถามคำถามนี้คุณแม่ก็จะนิ่งเงียบไป จึงทำให้ต่อมาเธอไม่ถามมันอีก
จนกระทั่งเพื่อนเล่นข้างบ้านพูดกับเธอว่า “เธอมันเป็ลูกนังจิ้งจอก ลูกนังจิ้งจอกมักจะไม่มีพ่ออย่างนี้แหละ!”
เธอจึงมีเื่ทะเลาะต่อยตีกับเด็กคนนั้นและวิ่งกลับบ้านไปถามคุณแม่
คุณแม่นั้นไม่พูดอะไรสักคำเดียวมีแต่เพียงกอดเธอและร้องไห้เท่านั้น
เมื่อโตขึ้นมาหน่อย ในที่สุดเธอก็เข้าใจที่แท้เธอก็เป็ลูกนอกสมรส
คำว่าลูกนอกสมรสนี่เธอก็ได้ยินมาจากละครโทรทัศน์
ก็เพราะกลัวว่าคุณแม่จะเสียใจเธอก็เลยไม่ได้ถามรายละเอียดอะไรมากนัก คุณพ่อของเธอจะเป็ใครมาจากไหนยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้หรือไม่ หรือจะเป็พวกที่แต่งงานแล้วหรืออะไรก็ตามเธอเองก็สุดจะรู้
เดิมทีก็เข้าใจว่าจะได้ใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆกับคุณแม่สองคนต่อไป นึกไม่ถึงเลยว่าคุณแม่ของตัวเองได้มีแฟนใหม่
แฟนของคุณแม่คนนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบเธอสักเท่าไหร่ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ชอบเขาเช่นกัน
เธอเคยถามคุณแม่ว่าเราใช้ชีวิตสองคนแม่ลูกกันเหมือนเดิมไม่ได้หรือ? ทำไมถึงต้องเอาผู้ชายคนนั้นเข้ามาด้วย?
คุณแม่ตอบว่าตนเองนั้นทำอะไรก็ไม่เป็สักอย่างงานก็หาไม่ได้ ไม่รู้จะเลี้ยงเธอต่อไปยังไงให้รอด
ตอนนั้นจ้าวตงหานก็สาบานกับตนเองว่าจะตั้งใจเรียนโตขึ้นจะหาเงินให้ได้เยอะๆ ให้คุณแม่ได้อยู่กินอย่างสบายๆ และไม่ต้องพึ่งพาใครอีก
แต่เสียดายความฝันของเธอนั้นมันสลายไปเสียแล้ว
ในวันหนึ่งที่อากาศร้อนอย่างไม่เคยเป็คุณแม่พูดกับเธอว่าตนเองกับแฟนจะไปทำธุรกิจที่ต่างเมือง จะไม่อยู่สองสามวันจึงพาเธอไปฝากไว้กับคุณป้าข้างบ้านพร้อมด้วยทิ้งเงินไว้ให้นิดหน่อย
ครั้งนี้คุณแม่ของเธอไปแล้วไปลับไม่กลับมาอีกเลย
คุณป้าข้างบ้านไม่รู้จะทำเช่นไรดีจึงได้แต่นำเธอไปส่งไว้ที่สถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้า
เธออาศัยอยู่ที่นั่นด้วยความยากลำบากทั้งโดนกลั่นแกล้ง จนกระทั่งได้พบกับจ้าวเซี่ยหน่วน
จ้าวเซี่ยหน่วนอายุมากกว่าเธอหนึ่งปีรูปร่างหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตาบาร์บี้
เวลานั้นด้วยว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง อีกทั้งยังป่วยบ่อยดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงพาจ้าวเซี่ยหน่วนที่อายุเจ็ดขวบมาทำบุญสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อบริจาคอาหารเครื่องนุ่งห่ม
จ้าวตงหานไม่ลืมเื่ราวที่เธอสองคนได้พบกันวันแรกในวันนี้จ้าวเซี่ยหน่วนใส่เดรสสีชมพู มี โบใหญ่สีเดียวกันผูกไว้ที่บนผมจ้าวตงหานรู้สึกว่าเธองดงามราวกับนางฟ้าน้อยที่ลงมาจาก์
และวันนั้นตอนบ่ายจ้าวตงหานที่นั่งตะลึงงันอยู่ในสวนจ้าวเซี่ยหน่วนทันใดนั้นก็ชี้มือมาที่เธอแล้วพูดด้วยเสียงอันไพเราะที่สุดในโลกว่า “คุณพ่อคะ เด็กคนนั้นน่ารักมากเลย! หนูอยากให้เธอมาเป็น้องสาวของหนูได้ไหมคะ?”
ดังนั้นเธอจึงได้เปลี่ยนชื่อนามสกุลและกลายเป็น้องสาวของจ้าวเซี่ยหน่วน
จ้าวเซี่ยหน่วนบอกว่าในเมื่อตัวเองเป็แสงแดดที่อบอุ่นในคิมหันต์ถ้าอย่างนั้นน้องสาวของเธอก็ต้องเป็น้ำแข็งที่เยือกเย็นในเหมันต์ซึ่งเป็สิ่งที่สวยงามและโดดเด่นของแต่ละฤดูเช่นกัน
การทอดทิ้งของคุณแม่และความร้ายกาจของสังคมรอบข้างทำให้จิตใจของเธอนั้นผิดหวัง หากไม่ใช่เพราะว่าได้พบกับจ้าวเซี่ยหน่วนแล้ว เธอเองก็ไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปอย่างไรไหนเลยจะมีชีวิตสุขสบายกินอิ่มนอนหลับมีเสื้อผ้าใส่แบบเธอในวันนี้!
ดังนั้นเธอเองก็พอใจแล้ว อยู่บ้านตระกูลจ้าวมีให้กินดื่มทั้งยังได้ทำงานบริษัทใหญ่ขนาดนี้แค่นี้ก็ไม่เลวแล้วที่สามารถอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้
เธอรู้ว่าเหตุผลลึกๆของจ้าวฝานที่ไม่ได้ประกาศสถานะของเธอออกไปเพราะว่าเพื่อจะปกป้องสถานะจ้าวเซี่ยหน่วนในอนาคตไม่ให้ถูกใครข่มขู่หรือมาเอาเปรียบได้
ส่วนมากก็คือกลัวว่าเธอจะแอบมีฝักมีฝ่ายของตนเองในบริษัท
ลูกเลี้ยงและลูกแท้ๆ แย่งชิงมรดกกันของพ่อแม่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีให้เห็น
ถึงแม้การแสดงออกมาของจ้าวตงหานดูเหมือนไม่ได้สนใจอะไรนั่นก็เพราะว่าเธอี้เีเก็บอะไรไปคิดมาก แกล้งโง่บ้างก็ทำให้ตัวเองมีความสุขแต่ก็ไม่ได้แปลว่าเธอโง่จริงๆ แล้วหลายๆ เื่เธอก็รู้หมดทุกอย่าง
พ่อบุญธรรมคิดมากตลอดที่พี่สาวตั้งชื่อแซ่ใหม่ให้ซึ่งเหมือนกับมอบชีวิตใหม่ให้เธอเธอเองก็ไม่เคยคิดจะแย่งชิงอะไรกับพี่สาว ขอเพียงพี่สาวไม่รังเกียจและคิดอะไรมากเธอยินยอมที่จะมอบทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตให้แก่พี่สาว
ระหว่างทางกลับบ้านเธอคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรจะคุยอย่างไรดีกับคุณพ่อเพื่อที่จะล้มเลิกแผนงานแต่งเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจนั่นเสีย
คิดไปคิดมาก็คิดไม่ออก ยากเหลือเกิน
ถ้าหากว่ามีแผนการที่ดีกว่านี้ตอนนั้นเธอคงไม่เอาตัวเองเสี่ยงไปหาเื่มู่อี้เฉินแบบนั้นหรอก
เมื่อนึกถึงมู่อี้เฉินขึ้นมาก็นึกถึงใบหน้าเ็าที่มีเสน่ห์นั่นยังมีคำพูดที่เขาพูดในห้องใต้บันไดนั่นอีกยิ่งรบกวนจิตใจของเธอให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็รู้สึกว่าบรรยากาศดูแปลกๆ
พี่สาวไม่ได้ออกมารับเธอเหมือนเดิม ส่วนจ้าวฝานกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่โซฟาและมีคุณนายจ้าวนั่งปลอบอยู่ข้างๆ
“อย่าโกรธไปเลยค่ะ”
“คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ทานข้าวเย็นกันหรือยังคะ?”
“เหอะ! กินข้าวอะไรล่ะ โกรธจะตายอยู่แล้วเนี่ย! ฉันอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว ไม่ว่าใครก็อย่ามารบกวนฉัน!”
จ้าวฝานลุกขึ้นทันใดเดินสะบัดมือกลับห้องทำงานไป
“คุณแม่คะ เป็อะไรไปคะ? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
“โอ๊ย อย่าไปพูดถึงเลย”
คุณนายจ้าวถอนหายใจ “ทีแรกก็ไปด้วยดีอยู่หรอก นายน้อยมู่ที่บอกว่าไม่รีบร้อนเื่งานหมั้นใช่ไหมล่ะ? พอตอนแกเดินออกไป เขาออกไปเหมือนกันพอกลับมาเขาก็กลับคำพูดว่าวันที่สิบห้าเดือนหน้าเป็วันดีเขาตกลงจะหมั้นกับเซี่ยหน่วนในวันนั้น”
“งั้นก็ดีสิคะ! ทำไมคุณพ่อถึงโกรธขนาดนั้นล่ะคะ?”
ไม่ ไม่ดีเลยแม้แต่น้อยพี่สาวไม่ได้อยากแต่งเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าเธอเองไม่กล้าพูดต่างหากละ
ถ้าหากว่าเธอหลุดเื่ความจริงที่พี่สาวคิดอะไรออกไปน่ากลัวว่าคุณพ่อคุณแม่จะวกกลับไปคิดเื่ของอู๋เหยียนอีกไม่แน่อาจจะเป็การทำร้ายพี่สาวเลยก็ว่าได้
น่าแปลก อีตามู่อี้เฉินไม่ใช่บอกว่าเื่งานหมั้นไม่รีบร้อนไม่ใช่หรือจะรออีกสักหน่อย? ทำไมอยู่ๆ คิดเปลี่ยนใจเสียได้?
ผู้ชายคนนี้ใจโลเลขนาดนั้นเลยหรือไง?
เขาอาจจะเป็เหมือนผู้ชายคนอื่นก็ได้เห็นพี่สาวก็ถูกใจั้แ่แรกพบ แต่ทำเป็เล่นตัวไว้ก่อนทีแรกก็บอกว่าจะขอเลื่อนออกไปหน่อย ใจจริงก็คงอยากจะแต่งงานกับพี่สาวจนใจจะขาดละสิไม่ว่า?
ก็อย่างที่เธอบอกแล้วไงพี่สาวเป็คนสวยสมบูรณ์แบบขนาดนั้น ไม่ว่าผู้ชายคนไหนเจอใครๆ ก็ชอบก็หลง!
“ทีแรกก็ดีอยู่หรอกแต่ใครจะไปรู้ว่าเสี่ยวหน่วนไปโดนใครวางยามา พอได้ยินว่าจะหมั้นเดือนหน้าก็ลุกขึ้นบอกกับนายท่านมู่ว่าเื่งานหมั้นให้พวกเขาคิดดูดีๆก่อนค่อยว่ากัน”
“หะ? แล้วเป็อย่างไรต่อคะ? พวกเขาตกลงด้วยไหม?”
จ้าวตงหานรู้สึกเหนือความคาดหมายเป็อย่างมากพี่สาวผู้อ่อนแอขี้กลัวปฏิเสธแผนการของคุณพ่อ หรืออาจจะเป็ว่าเื่งานหมั้นกับมู่อี้เฉินทำให้เธอปวดหัวคิดหนักไม่อย่างนั้นคงไม่ทำอะไรผลีผลามขนาดนี้
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์#เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwriteด้วยน้า