เสียงสายฝนกระหน่ำสาดซัดกระทบกับบานกระจกหน้าต่างดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟากฟ้ากำลังพิโรธอย่างหนัก หยาดน้ำเม็ดโตสาดกระเซ็นกระทบกระจกใสจนพร่ามัวไปหมด พายุฝนฟ้าคะนองในค่ำคืนนี้ช่างดุดันและเกรี้ยวกราดผิดปกติ ลมกรรโชกแรงพัดเอายอดไม้ใหญ่ด้านนอกให้โอนเอนไปมาอย่างน่ากลัว ท้องฟ้าที่เคยดำมืดสนิทถูกฉาบด้วยแสงสว่างวาบของสายฟ้าแลบเป็ระยะ ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องจนตัวตึกเพนต์เฮาส์หรูหราของตระกูลมหาเศรษฐีแห่งนี้ดูเหมือนจะสั่นะเืไปถึงรากฐาน ความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ผสานเข้ากับบรรยากาศอันะเืของพายุฝนภายนอก ทำให้ค่ำคืนนี้ดูยาวนานและโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก
ภายในห้องนอนแขกที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหรา เกรซ หญิงสาวผู้เป็เ้าของบ้านและเพื่อนสนิทที่สุดของ นารา กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราอย่างแสนสุข ลมหายใจของ เกรซ เข้าออกสม่ำเสมอ ร่างกายขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่ม ไม่ได้รับรู้ถึงความปั่นป่วนของสภาพอากาศภายนอกเลยแม้แต่น้อย ทว่าในทางกลับกัน บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์อีกฝั่งของห้อง นารา กลับกำลังพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ผ้าห่มที่เคยคลุมร่างถูกเตะออกไปพ้นตัว เธอพยายามพลิกซ้ายพลิกขวาเพื่อหาจุดที่สบายที่สุด แต่ความรู้สึกว้าวุ่นในใจกลับทำให้ร่างกายของเธอตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
ดวงตากลมโตของ นารา เบิกโพลงในความมืด เธอไม่อาจข่มตาหลับลงได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ความกังวลใจมากมายถาโถมเข้ามาในหัวสมองของเธอราวกับพายุที่กำลังพัดกระหน่ำอยู่ภายนอก ภาพใบหน้าของ พีท แฟนหนุ่มที่คบหากันมาหลายปีผุดขึ้นมาในความทรงจำ พร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวลึกๆ ในอก ่หลังมานี้ พีท มักจะทำตัวหมางเมิน เ็า และอ้างว่ายุ่งกับงานจนไม่มีเวลาให้เธอ ความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นกลับกลายเป็ความจืดชืดและห่างเหินจนเธอกลัวว่ามันกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า คำพูดที่เคยอ่อนหวานเปลี่ยนเป็ความหงุดหงิดและรำคาญใจ ทุกครั้งที่เธอพยายามจะเข้าหา เขาก็มักจะสร้างกำแพงที่มองไม่เห็นขึ้นมาขวางกั้นเสมอ ความรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่าและไม่เป็ที่้ามันกัดกินหัวใจของเธออย่างช้าๆ
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องกัมปนาทจน นารา สะดุ้งสุดตัว ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว เธอเป็คนที่กลัวเสียงฟ้าร้องมาั้แ่เด็ก และในคืนที่พายุรุนแรงเช่นนี้ การต้องนอนลืมตาตื่นอยู่ท่ามกลางความมืดและความคิดที่สับสนวุ่นวาย ช่างเป็ความทรมานอย่างแสนสาหัส นารา ยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองที่เย็นเฉียบ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความตื่นตระหนก แต่เสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้นอีกระลอกพร้อมกับสายฟ้าที่แลบปลาบผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป ความมืดในห้องบวกกับเสียงคำรามของธรรมชาติมันช่างน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะนอนขดตัวอยู่บนเตียงนี้ต่อไปได้
เธอตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวน เกรซ ที่กำลังหลับสบาย ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าัักับพื้นพรมขนนุ่ม หญิงสาวเดินตรงไปที่ประตูห้อง เปิดมันออกอย่างระมัดระวัง และก้าวออกไปสู่โถงทางเดินด้านนอก ความเงียบสงัดของตัวบ้านตัดกับเสียงอึกทึกจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง
นารา อยู่ในชุดนอนผ้าแพรสีครีมบางเบา สายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋วรั้งอยู่บนลาดไหล่บอบบาง เนื้อผ้าแพรลื่นสลวยทิ้งตัวแนบลู่ไปกับทรวดทรงองค์เอวที่โค้งเว้าอย่างสมบูรณ์แบบของหญิงสาว ความบางของผ้าทำให้พอมองเห็นเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ชายกระโปรงสั้นกุดเหนือเข่าเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนละเอียด ชุดนอนตัวนี้เป็ชุดที่ เกรซ ซื้อให้เป็ของขวัญวันเกิด และเธอก็เพิ่งหยิบมาใส่เป็ครั้งแรกในคืนนี้ โดยไม่ทันคิดเลยว่ามันจะดูเย้ายวนและเปิดเผยเรือนร่างมากเพียงใด ทุกย่างก้าวที่เธอเดิน เนื้อผ้าจะเสียดสีกับิัของเธอเบาๆ สร้างความรู้สึกวาบหวิวแปลกๆ ที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ
ความตั้งใจของ นารา คือการลงไปที่ห้องครัวเพื่อหานมอุ่นๆ หรือน้ำเปล่าดื่มสักแก้ว หวังว่ามันจะช่วยให้จิตใจของเธอสงบลงและสามารถกลับมานอนหลับได้ แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟติดผนังตามทางเดินถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงความสว่างสลัวๆ บรรยากาศภายในบ้านหลังใหญ่โตแห่งนี้ช่างเงียบเชียบและวังเวง มีเพียงเสียงพายุฝนจากภายนอกที่ยังคงดังแทรกเข้ามาเป็ระยะ เงาของเธอทอดสะท้อนยาวไปตามพื้นหินอ่อนขัดมัน ราวกับเป็ภาพวาดสีน้ำที่ถูกระบายด้วยความมืดมิด
เมื่อ นารา ก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณห้องครัวสไตล์โมเดิร์นที่กว้างขวาง เธอััได้ถึงความเย็นเยียบของพื้นหินอ่อนที่ส่งผ่านฝ่าเท้าขึ้นมา แสงไฟในห้องครัวไม่ได้ถูกเปิดไว้ มีเพียงแสงสว่างจางๆ จากไฟถนนด้านนอกที่ลอดผ่านมู่ลี่หน้าต่างเข้ามา ทำให้มองเห็นเงาของเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ต่างๆ ได้ลางๆ หญิงสาวกำลังจะเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟตรงกำแพง แต่แล้วสายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับเงาร่างของใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ในมุมมืดของห้อง
นารา ชะงักกึก หัวใจเต้นแรงด้วยความใจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอเพ่งมองไปที่ร่างนั้นอย่างระมัดระวัง และเมื่อสายตาเริ่มปรับให้เข้ากับความมืดได้ เธอก็พบว่าเป็ เดวิท พ่อของ เกรซ นั่นเอง
เดวิท กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูง สวมเพียงกางเกงสแล็คสีเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสองสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้า ในมือหนาของเขาถือแก้วคริสตัลที่บรรจุของเหลวสีอำพันเอาไว้ กลิ่นหอมกรุ่นของวิสกี้ชั้นดีลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายแนววู้ดดี้ที่ลึกลับและมีเสน่ห์ ซึ่งเป็กลิ่นประจำตัวของเขา บรรยากาศรอบตัว เดวิท ดูเงียบขรึมและทรงพลังอย่างประหลาด ราวกับเขากำลังจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองท่ามกลางเสียงพายุฝน การปรากฏตัวของเขาในยามวิกาลเช่นนี้ ช่างดูมีเสน่ห์และลึกลับจน นารา ไม่สามารถละสายตาไปได้
"ลงมาทำอะไรดึกป่านนี้ล่ะ นารา?"
เสียงทุ้มต่ำและนุ่มลึกของ เดวิท ดังขึ้นทำลายความเงียบ มันเป็เสียงที่มีอำนาจและน่าเกรงขาม ทว่าแฝงไปด้วยความอบอุ่นบางอย่าง เขาหมุนตัวกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และผ่านโลกมามากจับจ้องมาที่ร่างบางของเธอในชุดนอนผ้าแพรสุดหวิว แม้ในความมืดสลัว นารา ก็ยังรับรู้ได้ถึงสายตาคู่คมที่กวาดมองเธอั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า มันไม่ใช่สายตาที่จาบจ้วงหรือหยาบคาย แต่กลับเป็สายตาที่ลุ่มลึกและแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ สายตาของเขาหยุดอยู่ที่เนินอกอิ่มของเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับเธออย่างสุภาพ
"เอ่อ... นารา นอนไม่หลับค่ะคุณลุง ฟ้ามันร้องดังมาก นารา เลยกะว่าจะลงมาหานมอุ่นๆ ดื่มสักแก้ว" เธอกระชับแขนเข้าหากันเพื่อปกปิดเรือนร่างที่สั่นสะท้านจากความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศและความรู้สึกประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งสูงขึ้นเมื่อต้องอยู่ตามลำพังกับชายหนุ่มใหญ่ทรงเสน่ห์ในยามวิกาลเช่นนี้ เธอรู้สึกถึงใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ความรู้สึกขัดเขินประดังประเดเข้ามาจนเธอทำตัวไม่ถูก
เดวิท วางแก้ววิสกี้ลงบนเคาน์เตอร์ เขาพินิจมองใบหน้าหวานละมุนที่ซีดเซียวเล็กน้อยและร่างบางที่กำลังยืนสั่นสะท้านอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอ็นดูและห่วงใย "หนาวล่ะสิ ใส่ชุดบางแค่นี้ลงมาเดินเพ่นพ่านตอนดึกๆ ได้ยังไง มานี่สิ เดี๋ยวลุงชงนมอุ่นๆ ให้"
พูดจบ เดวิท ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่กำยำของเขาก้าวเดินเข้ามาใกล้ นารา จนเธอััได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา กลิ่นน้ำหอมผสมผสานกับกลิ่นวิสกี้และกลิ่นกายบุรุษเพศที่สะอาดสะอ้าน ทำให้หัวใจของ นารา สั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้ เธอเดินตามเขาไปที่เคาน์เตอร์ครัวอย่างว่าง่าย นั่งลงบนเก้าอี้บาร์ตัวข้างๆ ขณะที่สายตาเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างของเขาที่กำลังจัดการอุ่นนมในไมโครเวฟอย่างคล่องแคล่ว ทุกท่วงท่าของเขาดูเป็ธรรมชาติและเปี่ยมไปด้วยความเป็ผู้นำ
ไม่นานนัก แก้วนมอุ่นๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นก็ถูกวางลงตรงหน้า นารา พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นจาก เดวิท "ดื่มซะสิ จะได้รู้สึกดีขึ้น ร่างกายจะได้อบอุ่น"
"ขอบคุณค่ะคุณลุง" นารา รับแก้วนมมาถือไว้ ไออุ่นจากแก้วแผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามือ ช่วยคลายความหนาวเย็นลงได้บ้าง เธอจิบนมไปอึกหนึ่ง รสชาติหอมหวานและอุ่นสบายไหลลงสู่ลำคอ ทำให้ร่างกายที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากกระเพาะอาหารไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
เดวิท กลับไปนั่งที่เดิมและยกแก้ววิสกี้ของตัวเองขึ้นจิบเบาๆ ดวงตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของ นารา อย่างเงียบๆ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่โปรยปรายอยู่ภายนอก บรรยากาศภายในห้องครัวที่เคยเงียบเหงากลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเป็กันเองอย่างน่าประหลาด ความเงียบระหว่างพวกเขากลับไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่กลับเป็ความเงียบที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ
"กังวลเื่อะไรอยู่หรือเปล่า? หรือแค่กลัวเสียงฟ้าร้องเฉยๆ?" เดวิท เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แค่มองตาก็รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้ามีเื่ปิดบังซ่อนเร้นอยู่ในใจ ริ้วรอยแห่งความกังวลที่พาดผ่านใบหน้าสวยหวานนั้นชัดเจนเกินกว่าที่เขาจะมองข้ามไปได้
คำถามที่จี้จุดของเขาทำให้ นารา ถึงกับชะงัก เธอหลุบตาลงมองแก้วนมในมือ ความรู้สึกอึดอัดใจและความเหงาที่สะสมมานานเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอไม่เคยเล่าเื่ปัญหาความรักของเธอกับ พีท ให้ใครฟังเลยแม้แต่ เกรซ เพราะไม่อยากให้เพื่อนต้องมาพลอยไม่สบายใจไปด้วย แต่ในเวลานี้ ท่ามกลางความมืดสลัวและบรรยากาศที่เป็ใจ ประกอบกับความอบอุ่นที่ได้รับจาก เดวิท ทำให้กำแพงในใจของเธอพังทลายลงอย่างง่ายดาย
"นารา... นารา แค่รู้สึกเหนื่อยน่ะค่ะคุณลุง" หญิงสาวเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดไว้มานานกำลังจะปะทุออกมา "่นี้ นารา รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวตลอดเวลา พีท เขา... เขายุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาให้ นารา เลย เราห่างกันมากขึ้นทุกวัน จน นารา ไม่แน่ใจแล้วว่าความสัมพันธ์ของเรามันยังจะไปรอดไหม เขาแทบจะไม่เคยมองตา นารา ด้วยซ้ำตอนที่เราคุยกัน บางครั้ง นารา ก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็แค่เศษอากาศในชีวิตเขา"
เดวิท นิ่งฟังอย่างตั้งใจ เขาไม่ได้พูดขัดจังหวะ ปล่อยให้เธอระบายความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจออกมาอย่างเต็มที่ สายตาของเขาที่มองเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง เขาหมุนแก้ววิสกี้ในมือเบาๆ ขณะที่สมองก็ประมวลผลคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า
"นารา พยายามทำความเข้าใจเขานะคะ พยายามเป็แฟนที่ดี ไม่จู้จี้จุกจิก แต่บางครั้งมันก็เหงา... เหงาจนจับใจ นารา แค่อยากให้เขาสนใจ นารา บ้าง แค่มีเวลาให้กันบ้าง แต่มันก็ดูเหมือนจะเป็เื่ยากเหลือเกิน" น้ำใสๆ เริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตาของ นารา เธอรีบกะพริบตาไล่มันกลับไป ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น โดยเฉพาะต่อหน้าผู้ชายที่เป็ผู้ใหญ่และน่านับถืออย่างเขา
"ความรักมันก็แบบนี้แหละเด็กโง่" เดวิท เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมา "เมื่อคนเราโตขึ้น ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบมันก็มากขึ้นตามไปด้วย บางครั้งเราอาจจะหลงลืมหรือละเลยคนที่อยู่ข้างๆ ไปบ้างโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้ารักกันจริง สุดท้ายแล้วเราก็จะหาทางกลับมาปรับความเข้าใจกันได้เอง แต่ถ้ามันทำให้เราต้องเ็ปอยู่ฝ่ายเดียว บางทีมันก็ถึงเวลาที่เราต้องทบทวนว่าความสัมพันธ์นี้มันคุ้มค่าที่จะรักษาไว้หรือเปล่า"
คำพูดที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยข้อคิดของ เดวิท ทำให้ นารา รู้สึกเหมือนได้รับการปลอบประโลมจากผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามาก มุมมองของเขาทำให้เธอเริ่มมองเห็นปัญหาในแง่มุมที่กว้างขึ้น ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาและความตั้งใจในการรับฟังปัญหาของเธอ ทำให้หัวใจของ นารา รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยััจาก พีท มานานแสนนาน คำพูดของเขาดังก้องอยู่ในใจของเธอ ราวกับสายน้ำเย็นที่ชโลมจิตใจที่แห้งผาก
"คุณลุงเคยรู้สึกเหงาบ้างไหมคะ?" นารา เผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิด ความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้เธอถามคำถามที่เป็ส่วนตัวออกไป
เดวิท ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ดูทรงเสน่ห์และลึกลับในเวลาเดียวกัน เขาจิบวิสกี้อีกอึกหนึ่งก่อนจะตอบ "ความเหงาเป็เพื่อนสนิทของคนแก่เสมอแหละ นารา ลุงอยู่คนเดียวมานานจนชินกับมันแล้วล่ะ แต่บางครั้ง... แค่มีคนมานั่งคุยด้วยแบบนี้ มันก็ช่วยคลายเหงาไปได้เยอะเลยนะ โดยเฉพาะสาวน้อยน่ารักอย่างหนู"
คำพูดของเขาทำให้ นารา รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก สายตาที่เขาประสานกับเธอในเสี้ยววินาทีนั้น มันเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งและยากจะอธิบาย เธอรีบหลบสายตาเขา ยกแก้วนมขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขินที่ก่อตัวขึ้นในใจ ความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งวนอยู่ในช่องท้อง มันเป็ความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน
เปรี้ยง!!!
จู่ๆ เสียงฟ้าร้องก็ดังกัมปนาทขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังสนั่นและรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ราวกับฟ้าจะผ่าลงมากลางหลังคาบ้าน แสงสายฟ้าสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาในห้องครัวจนเห็นทุกอย่างชัดเจนเพียงเสี้ยววินาที นารา สะดุ้งสุดตัวด้วยความใกลัวอย่างขีดสุด มือบางที่จับแก้วนมอยู่สั่นเทาอย่างรุนแรงจนแก้วเกือบจะหลุดร่วงลงพื้น
"ว้าย!" หญิงสาวร้องอุทานออกมาด้วยความใ ร่างของเธอเกือบจะร่วงลงจากเก้าอี้บาร์
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เดวิท ที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้เอื้อมมือหนาใหญ่ของเขามาประคองมือของเธอที่กำลังจับแก้วนมเอาไว้อย่างรวดเร็ว ััแรกที่มือหนาและหยาบกร้านของเขาทาบทับลงบนหลังมือที่เย็นเฉียบของเธอ มันช่างเต็มไปด้วยความอบอุ่น มั่นคง และปลอดภัยอย่างประหลาด แรงบีบเบาๆ จากมือของเขาช่วยยึดแก้วนมไว้ไม่ให้ตกลงพื้นและช่วยดึงสติของเธอให้กลับมา
นารา ชะงักงัน หัวใจที่กำลังเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวเสียงฟ้าร้อง กลับกลายเป็เต้นระรัวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างออกไป ความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของ เดวิท แผ่ซ่านทะลุผ่านิัของเธอ แล่นริ้วเข้าสู่กระแสเืและพุ่งตรงไปที่หัวใจอย่างจัง เธอััได้ถึงชีพจรของเขาที่เต้นเป็จังหวะหนักแน่นผ่านฝ่ามือที่กุมมือเธอไว้
ทั้งสองคนต่างชะงักนิ่งค้างอยู่ในท่าทางนั้น ท่ามกลางความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านนอกและเสียงพายุฝนที่ยังคงบ้าคลั่ง ั์ตาคู่สวยของ นารา ตวัดขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบของ เดวิท โดยไม่ได้ตั้งใจ
ในความมืดมิดนั้น สายตาของพวกเขาประสานกันเนิ่นนานราวกับเวลาได้หยุดนิ่งลง โลกทั้งใบดูเหมือนจะเลือนหายไป เหลือเพียงแค่เธอกับเขาในห้องครัวแห่งนี้ ั์ตาของ เดวิท ที่จ้องมองมานั้นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ยากจะต้านทาน มันมีทั้งความห่วงใย ความปรารถนา และความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องลึก ซึ่งทำให้ลมหายใจของ นารา สะดุด เธอไม่เคยเห็นสายตาแบบนี้จากผู้ชายคนไหนมาก่อน แม้แต่ พีท เองก็ไม่เคยมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำเช่นนี้
หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกมนต์สะกด เธอจมดิ่งลงไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างไม่อาจถอนตัวได้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ผสมผสานกับกลิ่นวิสกี้และกลิ่นกายเฉพาะตัวของ เดวิท ลอยอวลอยู่ใกล้ชิดจนเธอแทบจะขาดใจ ััจากมือหนาที่ประคองมือเธอไว้นั้นแน่นแฟ้นและแแ่ขึ้นทีละน้อย ราวกับเขาก็ไม่อยากจะปล่อยมือจากเธอเช่นกัน ความร้อนจากมือของเขาเริ่มทำให้ผิวของเธอรู้สึกร้อนรุ่มไปหมด
ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันเป็จังหวะเดียวท่ามกลางความมืด นารา รู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง มันเป็ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยััมาก่อน ความรู้สึกหวั่นไหว วาบหวิว และปรารถนาในสิ่งที่ไม่อาจเอื้อม สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ไม่สามารถคิดอะไรได้อีกต่อไปนอกจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนี้
แต่แล้ว สติสัมปชัญญะที่ยังหลงเหลืออยู่ก็เตือนให้เธอรู้ตัวว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้มันไม่ถูกต้อง เขาคือ เดวิท พ่อของ เกรซ เพื่อนสนิทที่สุดของเธอ และเธอก็มี พีท เป็แฟนอยู่แล้ว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีตื้นขึ้นมาในอก ทำให้ นารา ต้องรีบดึงมือของตัวเองกลับมาด้วยความเขินอายและสับสน เธอหายใจหอบถี่ราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอน
"เอ่อ... ขะ... ขอบคุณค่ะคุณลุง" เธอก้มหน้าลงต่ำ หลบสายตาอันตรายของเขา ซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุกเอาไว้ในเงามืด มือทั้งสองข้างที่สั่นเทาของเธอถูกซ่อนไว้ใต้โต๊ะ "นารา... นารา ว่า นารา ขึ้นไปนอนก่อนดีกว่าค่ะ ขอตัวนะคะ"
พูดจบ หญิงสาวก็รีบวางแก้วนมที่เพิ่งดื่มไปได้เพียงครึ่งแก้วลงบนเคาน์เตอร์ แล้วหันหลังเดินหนีออกจากห้องครัวไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองเขาอีก ทิ้งให้ เดวิท นั่งมองตามแผ่นหลังบางในชุดนอนผ้าแพรสีครีมที่ค่อยๆ กลืนหายไปในความมืดของโถงทางเดิน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายและความปรารถนาที่ลุกโชนขึ้นในใจอย่างเงียบๆ
เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มจนหมดรวดเดียว ความร้อนแรงของแอลกอฮอล์ที่ไหลบาดคอลงไป ไม่สามารถเทียบได้กับความร้อนรุ่มที่หญิงสาวตัวเล็กๆ คนนั้นทิ้งไว้ในใจของเขาเลยแม้แต่น้อย
เสียงพายุฝนภายนอกยังคงกระหน่ำสาดซัดไม่หยุดหย่อน แต่ดูเหมือนว่าพายุลูกใหญ่กว่ากำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจของคนทั้งสอง พายุแห่งความปรารถนาต้องห้ามที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างให้พังทลายลงในไม่ช้า... ค่ำคืนนี้อาจจะจบลง แต่ความรู้สึกที่เพิ่งถูกจุดประกายขึ้นมานั้น คงยากที่จะดับลงได้ง่ายๆ