บทนำ (2)
ผู้หญิงเ่าั้ที่้าขึ้นเป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของตระกูลกัว ไม่ได้รู้เลยว่าพ่อของเขาไม่ได้้านายหญิง เขา้าแค่อาณาจักรธุรกิจของเขาเท่านั้น
แต่ต่อให้เป็คนที่เก่งแค่ไหนก็ต้องแก่ตัวลง พอถึงวันนั้น ชายที่แข็งแกร่งก็ไม่พ้นต้องหาคนมารับ่ต่อดูแลธุรกิจอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง หากเขายังอยู่ในตระกูลกัวก็คงได้เป็ผู้สืบทอดคนต่อไปอย่างไม่ต้องสงสัย
ในสายตาคนอื่น เขาอาจดูโชคดีที่ได้นั่งแท่นธุรกิจั์ใหญ่อย่างมั่นคง อยู่ในจุดที่ลูกนอกสมรสมากมายอยากจะดึงเขาลงมา
แต่ว่า...
เขาไม่ได้สนใจสมบัติที่คนเ่าั้อิจฉาอยากได้เลยสักนิด
ั้แ่เล็กจนโต เขาเห็นผู้ชายคนนี้นับครั้งได้ ตอนที่แม่ยังอยู่ ก็เป็แม่ที่คอยอยู่กับเขา พอแม่ตายไป ข้างกายเขาก็มีแค่แม่บ้าน
สำหรับเขา ชายคนนั้นก็เป็แค่คนแปลกหน้า แล้วทำไมเขาจะต้องมาดูแลซุ้มขายของที่คนแปลกหน้าเหลือทิ้งไว้ด้วยล่ะ
ชายหนุ่มมองหญิงสาวบนหน้าจอด้วยความสงบนิ่ง เอ่ยว่า “ฉันตัดสินใจแล้ว”
พูดจบ เขาก็ตัดสายวิดีโอคอล แล้วปิดไฟเข้านอน
วันต่อมา ชายหนุ่มทำทุกอย่างตามปกติ ตื่นนอนอาบน้ำลงมากินมื้อเช้า แต่พอลงมาก็พบว่าบรรยากาศดูต่างออกไปจากทุกครั้ง
เขามองอาและอาสะใภ้ที่นั่งอยู่อย่างสงบนิ่ง ก่อนเดินลงไป
“น้าิ่ น้ำมะนาวของผมล่ะ” ชายหนุ่มมองไปยังแม่บ้านที่ยืนเงียบๆ อยู่ด้านข้าง
น้าิ่ได้ยินเสียงของอีกฝ่าย ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังบรรดาอาๆ ที่นั่งอยู่บนโซฟา ไม่กี่วินาทีถัดมาน้าิ่ก็หมุนตัวตรงเข้าไปในห้องครัว ยกถาดที่มีแก้วน้ำมะนาวออกมา
ชายหนุ่มคว้าน้ำมะนาวมากระดกรวดเดียวจนหมด
น้าิ่เอ่ย “ค่อยๆ ดื่มสิคะ ทำไมต้องรีบทุกครั้งเลย”
พอได้ยินน้าิ่พูด ในใจของชายหนุ่มก็อุ่นวาบ หลังจากแม่จากไป น้าิ่ก็ถูกชายคนนั้นส่งมาอยู่ข้างกายเขา และเริ่มดูแลเขามานับั้แ่นั้น น้าิ่เป็คนดี ดีกับเขามาก เธอเป็คนเดียวในบ้านที่สามารถพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง
ชายหนุ่มยิ้มเบาบาง ตอบกลับ “ไม่เป็ไรครับ”
ตอนนั้นเอง เสียง ‘ปึก’ ดังลั่น ของบางอย่างถูกโยนลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มหันไปมอง ก็เห็นว่าหญิงสาวในชุดกระโปรงสีแดงลุกขึ้นยืน โยนซองเอกสารซองหนึ่งลงบนโต๊ะ
“เป็ถึงคุณชายใหญ่ตระกูลกัวแต่กลับเที่ยวเล่นในสถานที่แบบนี้ทั้งวัน พวกเธอไม่มีคนดูแลกันเลยหรือไง พ่อของเธอให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มาตลอด แต่เธอกลับเที่ยวทำลายภาพลักษณ์ที่พ่อของตัวเองเฝ้ารักษามาอย่างยากลำบาก ถ้าพ่อของเธอรู้เื่เข้าละก็ คงโกรธมากแน่ๆ!”
หญิงสาวพูดจบ ชายที่นั่งอยู่อีกด้านของโซฟาก็เอ่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจ “คุณหมี่ ต่อให้เสี่ยวเทียนจะออกไปทำอะไรมาก็ยังถือว่าเป็เื่ภายในตระกูลกัวของพวกเรา เกี่ยวอะไรกับคนนอกอย่างคุณด้วย สั่งสอนเขาก็เป็หน้าที่ของพวกเรา คุณไม่มีสิทธิ์นี้หรอกนะ”
แม้คนในตระกูลกัวจะเ็า แต่หากมีคนนอกเข้ามาวุ่นวาย อย่างไรก็ถูกมองว่าเป็คนนอกอยู่ดี
“ฉันมีสิทธิ์นั้นไหม ไปถามพี่ใหญ่ของคุณดูก็รู้แล้วนี่” พูดจบ เธอก็ยกมือข้างขวาขึ้นมาดู บนนิ้วนางข้างขวาของเธอมีแหวนเพชรวงหนึ่ง เป็เพชรเม็ดใหญ่ที่คนมองต้องอิจฉาตาร้อนเลยทีเดียว
สายตาคนอื่นๆ ที่เห็นแหวนเพชรล้วนแฝงความนัยบางอย่าง
จากนั้นหญิงสาวก็โยนเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะ แล้วพูดต่อ “นี่คือผลตรวจดีเอ็นเอ พวกคุณคงยังไม่รู้ว่าพี่สะใภ้ที่พวกคุณคิดว่าเพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรมสวมเขาให้พี่ชายของพวกคุณยังไง ลูกชายที่เลี้ยงมาถึงยี่สิบสามปี แต่จริงๆ แล้วกลับเป็ลูกของคนอื่น”
พอได้ยินหญิงสาวพูดแบบนั้น สีหน้าอาและอาสะใภ้ของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ชายที่พูดก่อนหน้านี้ยื่นมือไปคว้าซองเอกสารมาเปิด แล้วหยิบผลยืนยันด้านในออกมา พอเห็นว่าบนนั้นเขียนไว้ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเื ชายคนนั้นก็เอ่ยขึ้น “ผมรู้ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร ดังนั้นเอกสารรายงานนี่ก็คงปลอมแปลงขึ้นมานั่นแหละ”
“ปลอมแปลงเหรอ พวกคุณจะลองไปตรวจดูก็ได้นะ อีกอย่างนี่เป็ผลการตรวจที่ออกโดยหน่วยงานที่น่าเชื่อถือที่สุด หากพวกคุณไม่เชื่อก็ไปตรวจสอบดูได้ และฉันยังรู้ด้วยว่ามีธรรมเนียมตรวจดีเอ็นเอของเด็กที่เกิดในตระกูลกัวทุกครั้ง แต่มีเพียงคุณชายใหญ่ที่ยังไม่ได้ตรวจ หรือว่าพวกคุณไม่เคยคิดสงสัยกันเลยเหรอ”
หญิงสาวมีสีหน้าได้ใจ พูดจบก็มองไปที่ชายหนุ่มอย่างยั่วยุ มุมปากยกยิ้ม
ชายหนุ่มจ้องมองผู้หญิงที่ฆ่าแม่ของเขากลับด้วยความสงบนิ่ง เพราะไม่มีหลักฐาน ผนวกกับพ่อของเขาคนนั้นก็คอยปกป้องทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ ผู้หญิงคนนี้ถึงลอยนวลมาได้ถึงทุกวันนี้
“นั่นเป็เพราะบังเอิญเกิดเื่ขึ้นกับคุณพ่อพอดี เื่นี้เลยล่าช้าออกไป” ชายคนนั้นอธิบายเหตุผลว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่มีการตรวจดีเอ็นเอคุณชายใหญ่ตระกูลกัว
“ก็เพราะอย่างนั้นไงเล่า ฉันก็เลยชดเชยให้พวกคุณ เซ่าหฺวาเองก็รู้ว่าฉันไปทำเื่ตรวจสอบนี่มา” หญิงสาวแสร้งทำเป็ยกหัวหน้าตระกูลกัวขึ้นมาพูดให้ทุกคนฟังด้วยท่าทีสบายๆ ทำเอาคนที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้เงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไรอีก