รายการอาหารที่เห็นมีประมาณยี่สิบอย่าง “ทุกคนเลือกได้เลยว่าอยากทานอันใด”
เห็นพลเงาทั้งสี่นั่งนิ่ง นางเข้าใจว่าสมัยนี้บ่าวกับนายมีฐานะแตกต่างกัน แทบไม่มีบ้านใดนั่งทานข้าวกับบ่าว แต่นางมองว่าคนพวกนี้มิใช่บ่าว พวกเขาคือองครักษ์ที่พร้อมปกป้องพวกตน
เสี่ยวเอ้อกระพริบตามองลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สั่งเพียงแค่บะหมี่น้ำคนละชาม
“พวกท่านมิลองชิมอย่างอื่นหน่อยหรือขอรับ เช่น อุ้งตีนหมีตุ๋นผัดเผ็ดเนื้อกระต่าย เราเพิ่งได้อุ้งตีนหมีสดใหม่จากนายพรานเลยนะขอรับ”
พยายามโน้มน้าวลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดในระยะสองเดือนด้วยใบหน้าราวกับจะร้องไห้
จ้าวลู่ชิงเห็นหน้าเสี่ยวเอ้ออ้อนวอนให้สั่งอีกจึงสั่งซาลาเปาเพิ่ม จากนั้นก็ถามในสิ่งที่สงสัย
“ภัตตาคารพวกท่านมิใช้หมูทำอาหารสักอย่างเลยรึ”
“กูเหนียงพูดอันใดขอรับ ภัตตาคารใหญ่ที่สุดในอำเภอชิงเหอมิใช้ของสกปรกเยี่ยงนั้นมาทำอาหารหรอกขอรับ”
เสี่ยวเอ้อมองกูเหนียงน้อยด้วยใบหน้าราวกับเห็นคนแปลกประหลาด
“น้องสาว เ้าถามหาเนื้อหมูสกปรกพวกนั้นทำไมกัน”
จ้าวลู่เสียนกับบ่าวทุกคนต่างมองจ้าวลู่ชิงเช่นเดียวกับเสี่ยวเอ้อ ถึงครอบครัวพวกตนจะอดอยากเพียงใดเขาจะไม่ยอมให้น้องสาวต้องทานเนื้อหมูสกปรกเป็อันขาด
“เนื้อหมูอร่อยมากนะเ้าคะ”
นางค้นความทรงจำจึงรู้ว่าสมัยนี้เนื้อหมูถือว่าเป็ของสกปรกแถมยังเป็ที่น่ารังเกียจของพวกคหบดีไปจนถึงชนชั้นสูง มีแค่เพียงคนยากจนที่รับประทานเนื้อหมูสำหรับประทังชีวิต
จ้าวลู่เสียนไม่เอื้อนเอ่ยวาจาก้มหน้าลงรู้สึกผิดที่ตนเป็บุคคลไร้ความสามารถ เพียงแค่น้องสาวคนเดียวก็ไม่สามารถทำให้กินอิ่มท้องได้ต้องปล่อยให้อดยากจนถึงขั้นอยากนำเนื้อหมูสกปรกมาประกอบอาหาร
เช่นเดียวกับบ่าวทุกคนคิดว่าคุณหนูต้องกังวลกับการหาเลี้ยงพวกตนถึงขั้นคิดอยากทานเนื้อหมูเพื่อประหยัดเงิน
จ้าวลู่ชิงไม่รู้ความคิดของพี่ชายและบ่าว นั่งเงี่ยหูฟังบุรุษอีกโต๊ะที่เข้ามาใช้บริการ
“พวกเ้าคิดว่าเซียนพนันไป๋ลู่มาหรือยัง”
“อีกประมาณหนึ่งชั่วยาม พวกเรารีบทานรีบไปที่บ่อนกันเถอะ”
“เป็ครั้งแรกเลยนะที่เซียนพนันไป๋ลู่มาเยือนอำเภอชิงเหอ”
“หากมีวาสนาข้าอยากกราบท่านเซียนพนันไป๋ลู่เป็อาจารย์”
“เ้าอย่าเพ้อฝันไปหน่อยเลย ท่านเซียนพนันไป๋ลู่มิมองคนอย่างพวกเราหรอก ข้าได้ข่าวว่าเมื่อเดือนที่แล้วท่านเซียนไป๋ลู่ไปเยือนเมืองจิงโจว เขย่าลูกเต๋าออกต่ำสิบตาติดกัน”
การพนันมีแทงสูงแทงต่ำผู้ใดจะเขย่าออกต่ำได้ถึงสิบตาติดกัน นั่นเขาเรียกผู้มีพร์อย่างแท้จริง
จ้าวลู่ชิงหูกระดิก
“เซียนพนันไป๋ลู่”
นางมีความคิดดี ๆ หาเงินเข้าเหอเปาน้อย
ระหว่างที่กำลังคิดวิธี บะหมี่กับซาลาเปาก็ถูกน้ำมาเสิร์ฟ บะหมี่คนละถ้วย ซาลาเปาบุรุษคนละสี่ลูก สตรีคนละสองลูก เท่านี้ก็เพียงพอกลับไปนางจะทำมื้อค่ำรสเด็ดให้ลิ้มลองเอง
“พวกเ้ามีใครสามารถฟังเสียงลูกเต๋าได้หรือไม่”
กระซิบกระซาบถามเสียงแ่เบา คนพวกนี้เป็พวกวรยุทธ์แกร่งกล้าอาจมีผู้ที่มีความ สามารถพิเศษก็เป็ได้
พลเงาทั้งสี่หันมองหน้ากัน เมื่อสักครู่พวกเขาได้ยินบุรุษสามคนพูดคุยเื่เซียนพนันไป๋ลู่อย่างชัดเจน เพียงแค่ทำเป็ไม่สนใจเท่านั้น อย่าบอกนะว่าคุณหนู้าเข้าบ่อนการพนัน
หลังจากเงียบไปสักพักก็มีพลเงาคนหนึ่งตอบคำถาม
“ข้าน้อยฟังเสียงลูกเต๋าได้ขอรับ”
แต่ก่อนเขาเคยเป็เด็กทำงานในบ่อนมิมีครอบครัว อาศัยกินนอนอยู่ในบ่อนแห่งนั้น
วันหนึ่งเขาเกิดไปมีเื่ทะเลาะกับคุณชายตระกูลใหญ่จึงถูกทำร้ายแล้วนำร่างไปทิ้งไว้ในป่าเพื่อให้สัตว์ป่ากัดกิน
ทว่าชีวิตของเด็กชายอายุแค่เพียงสิบขวบคงยังไม่ถึงคราวตายจึงถูกนายท่านจ้าวเฉิงที่เข้ามาล่าสัตว์ในป่าช่วยเอาไว้ หลังหายจากอาการาเ็ก็ยินดีติดตามรับใช้จนถึงทุกวันนี้ก็ร่วมสิบปีแล้ว
“ดี! ถ้ามีความสามารถพิเศษเก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ นำออกมาใช้หาเงินจะดีกว่า”
“แต่ว่าข้าน้อยเคยให้สัญญากับนายท่านเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันอีกเด็ดขาดขอรับ”
จ้าวลู่ชิงรู้ว่าบุรุษสมัยนี้รักษาคำสัตย์ยิ่งชีพ แต่นางก็มิยอมแพ้คิดหาวิธีจนได้
“เ้ามิต้องเล่น ข้าและคนอื่น ๆ จะเป็คนเล่นเอง เ้าแค่ยืนฟังแล้วเหลือบตาไปในทิศทางที่ลูกเต๋าจะออก” เพียงเท่านี้ก็มิผิดสัญญาแล้ว
“คุณหนูจะเข้าบ่อนจริงหรือเ้าคะ” ซูเจินมิอยากเชื่อว่าคุณหนูจะเข้าบ่อนเล่นการพนัน
“จริงแท้”
“คุณชายช่วยห้ามคุณหนูหน่อยเถิด”
คุณหนูนางเป็สตรีจะเข้าบ่อนได้เยี่ยงไร จึงหันไปหาคุณชายที่เป็ถึงบัณฑิตจวี่เหรินผู้มีคุณธรรมให้ช่วยหยุดยั้ง
“ข้าตามใจน้องสาว”
“คุณชาย!”
ซูเจินยกมือขึ้นปิดหน้า ถ้าอี้หมัวมัวมาด้วยคงดีกว่านี้ คุณชายก็ตามใจคุณหนูเกินไป หันไปมองซูเซียงที่นั่งยิ้มพยักหน้าเห็นด้วยกับคุณหนูนางแทบลมจับ
หลงจู๊ภัตตาคารหย่งเล่อรับเงินค่าอาหาร แววตาเหมือนมีเื่อยากจะกล่าวทำให้คิ้วของจ้าวลู่ชิงขมวด
“หลงจู๊มีอันใดอยากจะกล่าวกับข้าใช่หรือไม่”
“กูเหนียงจะเข้าไปในบ่อนหรือขอรับ”
แววตาล้ำลึกของจ้าวลู่ชิงพยายามค้นหาว่าเพราะเหตุใดหลงจู๊ผู้นี้ถึงรู้ว่าพวกตนจะเข้าไปเล่นการพนันที่บ่อน
“ข้าเพียงอยากบอกว่าพวกเรามีอาภรณ์สำหรับปลอมตัวขาย” เผยยิ้มประจบ
“กูเหนียงแต่งตัวเป็สตรีเข้าไปในบ่อนคงไม่เหมาะเท่าใดนัก”
“ร้านท่านขายอาภรณ์ด้วยหรือ”
นางกำลังคิดว่าจะไปซื้อชุดสำหรับปลอมตัวเป็บุรุษทว่าหลงจู๊ตรงหน้าเสนอขึ้นมาก่อน
“ขายขอรับ ร้านพวกเราไม่ค่อยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ จึงคิดวิธีหาเงินโดยการขายอาภรณ์เพิ่มเข้ามาด้วย”
“หลงจู๊รู้ได้อย่างไรว่าข้าจะเข้าไปในบ่อน” ระแวดระวังบุรุษผู้นี้
“ข้าสังเกตเห็นกูเหนียงสนใจคำพูดของลูกค้าที่เพิ่งออกจากร้านไปขอรับ”
“ไหนล่ะ อาภรณ์ที่ท่านจะขาย”
“เชิญด้านนี้เลยขอรับ” หลงจู๊รีบนำทางทั้งสามไปยังห้องที่ตั้งอยู่ด้านหลังร้าน
ใช้เวลาประมาณไม่นานจ้าวลู่ชิงกับสาวใช้ทั้งสองก็กลับออกมา
“ท่านพี่ พวกเราไปกันเถิด”
จ้าวลู่เสียนจ้องน้องสาวที่อยู่ในชุดบุรุษ ผิวขาวราวกับหิมะถูกพอกด้วยสีหม่นปกปิดสีผิวเดิม บนศีรษะมีหมวกสวมเหมือนบุรุษ
“พวกเราหมดเงินไปห้าก้วนสำหรับการปลอมตัว”
นางเ็ปใจที่ต้องเสียเงินห้าก้วนไปกับการปลอมตัวครั้งนี้ แต่ไม่เป็ไรนางกำลังจะได้คืนมา คาดหวังกับความสามารถพิเศษของผู้ดูแลที่ท่านปู่ให้ติดตามพวกนางมาด้วย
ยื่นหน้ากากหนังให้พี่ชายสวมใส่เพื่อปิดบังใบหน้า พี่ชายนางเป็ถึงบัณฑิตจวี่เหรินจะให้เข้ามาข้องแวะกับการพนันได้อย่างไรหากท่านปู่ท่านพ่อรู้เข้ากฎของตระกูลรอพวกนางอยู่