2.7 ปะทะเดือด
กันสึเกะ เลือกใช้ปืน เอชเค สี่หนึ่งหก แบบปรับพานท้ายปืนและที่แนบแก้มยิงได้หกระดับ ขนาดลำกล้องสิบเอ็ดนิ้วไม่สั้นไม่ยาวเกินไปสำหรับรบในเขตเมือง ศูนย์หน้าศูนย์หลังสามารถถอดออกได้ทำให้ง่ายต่อการติดกล้องเล็ง ลักษณะโดยรวมของมันคล้ายปืนเอ็มโฟร์ที่เขาเคยใช้เพราะ เอชเค สี่หนึ่งหก ถูกพัฒนาขึ้นมาทีหลังโดยมีเอ็มสิบหกเอสี่เป็ต้นแบบ ทำให้มันเป็ปืนที่ไว้ใจได้มากขึ้นเพราะขัดลำกล้องน้อยลง และด้วยฝีมือของลีโมพ่อมดแห่งวงการปรับแต่งปืนต่างดาว ระบบไหลเวียนแก๊สของปืนกระบอกนี้ถูกปรับให้มีแรงดันสอดคล้องกับการใช้งานกระบอกเก็บเสียงมากขึ้น มันทำให้เสียงที่เกิดจากการยิงเงียบเสียจนไม่มีใครได้ยินในระยะเกินสิบห้าเมตร กันสึเกะจึงตั้งชื่อเล่นให้มันว่า คูกิ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ตะปู เพราะเสียงที่ดังออกมาจากปากกระบอกปืนนั้นแทบไม่ต่างอะไรจากเครื่องยิงตะปูเลย
“จอดตรงนั้นละ” ลีโมออกเสียงสั่งผ่านวิทยุ เมื่อเห็นภาพหลังคาสีดำของรถแฮมเมอร์เคลื่อนเข้ามาถึงทางโค้งที่มีเส้นทางเล็กๆ ลงไปยังชายหาด จอแสดงผลขนาดห้าสิบนิ้วกำลังฉายภาพจากเลนส์กล้องคุณภาพสูงติดโดรนแบบเรียลทาม มันทำให้ลีโมสามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายใต้รัศมีห้าร้อยเมตรรอบตัวกันสึเกะได้อย่างชัดเจน
ภาพจากโดรนที่ลอยนิ่งแสดงให้เห็นชายห้าคนอยู่รอบกองไฟหน้ากระท่อมมุงหญ้าหลังหนึ่งที่หันหน้าเข้าหาทะเล มันอยู่ท่ามกลางกระท่อมอีกหลายสิบหลังที่ตั้งกระจัดกระจายอยู่รอบบริเวณนั้น เรือหาปลาพื้นบ้านหลากสีสันที่ทำจากไม้จอดอยู่เรียงรายตรงรอยต่อระหว่างท้องทะเลกับผืนทรายคล้ายวาฬเกยตื้น
บนจอภาพ จุดของกันสึเกะอยู่ทางขวาของกระท่อม และจากการประเมินด้วยสายตาของลีโม เขาน่าจะอยู่ห่างจากพวกนั้นราวสองร้อยเมตร
“พวกมันห้าคนที่สิบสองนาฬิกา ห่างจากนายประมาณสองร้อยเมตร” เสียงของลีโมดังขึ้นในหูฟังไร้สายของกันสึเกะที่เชื่อมกับวิทยุ กันสึเกะปลดเซฟปืนก่อนจะยกพานท้ายขึ้นมากระชับร่องไหล่ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินลงไปตามทางดินเล็กๆ ที่พื้นดินสีแดงเต็มไปด้วยก้อนกรวด ผ่านป่ามะพร้าวที่อยู่ทางซ้ายมือ และหันปืนไปทางตำแหน่งที่มีบ้านลักษณะคล้ายกระท่อมทำมาจากดินตั้งอยู่หลายหลัง เขาเดินเข้าไปชิดไหล่ติดกับผนังหลังบ้านที่ทำมาจากดินเหนียว กลิ่นเนื้อแกะย่างลอยมาตามลมทะเลพร้อมกับเสียงคุยกันฟังไม่ได้ศัพท์ของพวกอามูน
…สแตนบาย... เสียงนี้ดังขึ้นมาอีกครั้งตอนที่เขาย่องเข้าไปหลบอยู่หลังพุ่มต้นวาสนาที่ขึ้นอยู่ข้างบ้านที่ผนังของมันทำมาจากดินเหนียว กันสึเกะเอียงหน้าโผล่พ้นกอใบสีเขียวของต้นวาสนาออกไปทางซ้ายมือพร้อมกับปืนในท่าเตรียมยิง เขาเห็นชายห้าคนนั่งรอบกองไฟห่างจากหน้าบ้านไปราวสิบห้าเมตร พวกมันกำลังนั่งล้อมวงย่างแกะและจิบเบียร์คุยกันอย่างมีความสุข ชายผิวดำกล้ามโตคนหนึ่งลุกหันหลังออกจากวงเดินลงเนินไปยืนเยี่ยวใส่เรือหาปลาขนาดยาวสี่เมตรที่คว่ำหงายท้องติดกับโขดหินโสโครกที่เต็มไปด้วยคราบสาหร่ายแห้งสีเขียว มีชายสองคนยืนอยู่ในตำแหน่งสิบเอ็ดนาฬิกาของเขา พวกมันสะพายปืนเอเคไว้ด้านขวามือ ส่วนมือซ้ายถือขวดเบียร์คนละขวด และมีชายอีกสองคนนั่งบนท่อนมะพร้าวอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังนั่งกินเนื้อแกะย่างที่อยู่ในจาน การแต่งกายของพวกมันเหมือนโจรตัวเปล่าที่วิ่งเข้าไปขโมยเสื้อผ้าในห้างตอนเกิดจลาจลและวิ่งออกมาพร้อมกับเสื้อหรือกางเกงทุกแบบเท่าที่พวกมันจะคว้าหยิบมาได้
กันสึเกะลดปืนลงหันหลังให้พวกมันโดยใช้พุ่มวาสนาเป็ที่กำบัง เขาหลับตา สูดหายใจเข้า จินตนาการว่ามีใครสักคนพูดเสียงนี้อยู่ด้านหลัง
…สแตนบาย... กันสึเกะขยับปากพูดโดยไม่ออกเสียง คำๆ นี้ทำให้ประสาทััของกันสึเกะตื่นตัวและั์ตาเบิกกว้าง สมัยอยู่โลกเขาเคยเจอเหตุการณ์ปะทะหลายครั้งแต่เกือบทุกครั้งเขาจะเป็ฝ่ายตั้งรับและมีทหารฝีมือดีคอยร่วมรบ แต่ตอนนี้เขากำลังบุกเดี่ยวเข้ามาในรังโจรโดยมีแค่โดรนจากฟ้าคอยเป็ตาหลังให้เท่านั้น
กันสึเกะจินตนาการภาพตำแหน่งและอิริยาบทของพวกมันตอนที่เขาเห็นล่าสุด ...ลูกกอล์ฟลงหลุมก่อนที่ผมจะตีมันซะอีก... เขานึกถึงคำพูดของนักกอล์ฟผู้เป็ตำนาน ใช่แล้วการยิงปืนแบบยุทธวิธีและการตีกอล์ฟไม่ต่างกัน พวกเขาจะจินตนาการถึงผลลัพธ์และจากนั้นก็จะปล่อยให้ร่างกายที่ฝึกฝนมาซ้ำๆ อย่างช่ำชองกว่าหมื่นชั่วโมง ทำงาน
...พวกมันตายั้แ่วินาทีที่ผมเห็นพวกมันแล้ว... ประโยคนี้ดังขึ้นมา
ในหัวกันสึเกะ ...ตี๊ด... เขาจินตนาการว่าได้ยินเสียงนาฬิกาจับเวลา ก่อนจะหันไปสาดะุใส่พวกมัน
..123.. 12. 1. 1. 12.. เขานับจำนวนการลั่นไกปล่อยะุสำหรับแต่ละศพ เพราะความตื่นเต้นศพแรกที่ยืนหันไหล่ขวาให้เขาจึงโดนไปสามนัด ท่อนแขน ไหล่ และหัว คนที่ยืนอยู่ข้างมันโดนไปสองนัดะุพุ่งเจาะเข้าลำตัวและลำคอ อีกสองศพถัดมานั่งอยู่ตรงข้ามสองศพแรกพวกมันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงะุที่พุ่งเข้ามาะเิสมองของตัวเองขณะที่มีเนื้อเคี้ยวอยู่เต็มปาก คนสุดท้ายที่ยืนเยี่ยวอยู่ห่างจากกลุ่มราวสิบเมตรรีบวิ่งขึ้นมาโดยที่ยังไม่ได้รูดซิปกางเกงะุนัดแรกพุ่งเข้าที่สะโพกทำให้มันคุกเข่าลง ตามติดด้วยนัดที่สองกลางกะบาล “ส๊วบ”
กันสึเกะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู …แปดวินาทีสำหรับห้าศพ... ไม่เลว... เขากระตุกยิ้ม ก่อนจะเคลื่อนตัวย่องเข้าไปตรงโขดหินที่มีเรือไม้ผุพังคว่ำอยู่
ที่ตรงนั้นเขาเหมือนมีกำแพงตามธรรมชาติเป็ที่กำบังสำหรับซุ่มยิงกลุ่มคนที่ห่างออกไป
“เหลือเชื่อเลยหวะ นายนี่มันเทพเ้าาชัดๆ” เสียงของลีโมดังเข้ามาในวิทยุ เขาเคยเห็นกันสึเกะยิงซอมบี้มาแล้วตอนที่เข้าไปช่วยมาริผ่านกล้องวงจรปิด แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับการสังหารหมู่ทหารห้าคนอย่างรวดเร็วของกันสึเกะที่เพิ่งเกิดขึ้น