ตอนที่ 1
กัญนิภาเป็ผู้หญิงเท่ห์ ที่บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเธอเป็สาวทอม พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ ทำให้เธอได้เข้าไปอยู่ในบ้านของคุณย่า เธอเติบโตมาพร้อมกับจักรพงศ์ จรินพร และภัทรพงศ์ แต่เพราะเธอไม่มีพ่อแม่แล้ว ทำให้เธอกลายเป็เด็กขาดความอบอุ่น นิสัยของกัญนิภาเปลี่ยนเป็คนเห็นแก่ตัว ไม่สนใจใคร และกลายเป็คนเ็า
แม้ว่าจักรพงศ์และจรินพรจะดีกับกัญนิภาแค่ไหน แต่เธอก็ไม่สนใจ เพราะเธออิจฉาพวกเขา แต่ที่น่าแปลกก็คือ เธอยิ่งอิจฉาภัทรพงศ์มาก อาจเป็เพราะถึงเขาจะเป็เด็กกำพร้า แต่เขาก็ยังเป็ที่รักใคร่ของคุณย่าและคุณลุง ที่สำคัญภัทรพงศ์ทำตัวดีไม่เคยเกเรแถมตั้งใจเรียนอีก
ถึงกัญนิภาจะนิสัยไม่ค่อยดี แต่เธอก็วางแผนชีวิตไว้ดีมาก เธอเป็คนมองการณ์ไกล ในสมัยมัธยมเธอได้เป็นักกีฬาเทควันโด้ของโรงเรียน เธอชนะได้เหรียญทอง นั่นจึงทำให้เธอได้ทุนไปเรียนต่อประเทศญี่ปุ่น
กัญนิภาเป็ผู้หญิงที่หน้าตาดี ยิ่งทำตัวเท่ห์ คนอื่นก็ยิ่งเข้าใจว่าเธอเป็ทอมหล่อ ดังนั้นโสภิศนภา ผู้หญิงที่ชอบทอม (สาวดี้) เลยแอบปลื้ม ชอบนำของขวัญมาให้กัญนิภาบ่อยๆ
“ฉันบอกเธอหลายครั้งแล้วนะ ว่าฉันไม่ใช่ทอม เธอเลิกยุ่งกับฉันเถอะ” กัญนิภาไม่อยากหลอกลวงโสภิศนภา
“ฉันก็แค่แอบปลื้มเธอในฐานะนักกีฬาเท่านั้นเอง ไม่ได้จะให้เป็แฟนฉันเสียหน่อย” โสภิศนภากล่าว
“ตามใจก็แล้วกันอย่าหาว่าไม่บอกล่ะ” กัญนิภากล่าว
กัญนิภาจบม. 6 ได้รับทุนไปเรียนโปรแกรมเมอร์ที่ประเทศญี่ปุ่น เธอจัดเก็บข้าวของสัมภาระเตรียมไปสนามบิน ถึงแม้ครอบครัวคุณย่าจะพากันไม่ชอบหน้าเธอ แต่คุณย่าและคุณลุงก็ไปส่งเธอที่สนามบิน
ระหว่างที่เธอนั่งอยู่บนรถเพื่อเดินทางไปสนามบิน อยู่ดีๆ โสภิศนภาก็โทรมาหาเธอ
“ว่าไงนภา” กัญรับโทรศัพท์
“รอฉันด้วยนะ ฉันจะไปส่งเธอที่สนามบินด้วย และฉันมีของจะให้เธอ” โสภิศนภากล่าว
“อื้อ มาให้ทันก็แล้วกัน ไม่เกินสี่โมงเย็นล่ะ” กัญกล่าว
“จ้า คุณกัญ” โสภิศนภา
ถึงกัญจะไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับเธอมากนัก แต่โสภิศนภาเป็ผู้หญิงคนเดียวที่ยอมคบเธอเป็เพื่อน
**************************************
ณ สนามบิน
“หลานยังรออะไรอีก มันสี่โมงเย็นแล้วนะ เดี๋ยวก็ได้ตกเครื่องหรอก” คุณลุงทัก
“แต่เพื่อนบอกว่าจะมาส่งนี่ค่ะ” กัญอยากรอโสภิศนภา
“ไปเถอะหลาน เขาคงมาไม่ทันหรอก รถมันติดมากเลย่นี้” คุณลุงกล่าว
“ค่ะ งั้นหลานลานะคะ” กัญยอมตัดใจไม่รอ
ย่ากอดกัญนิภา และเธอก็หันกลับไปไหว้คุณลุง และแล้วกัญก็ไปประเทศญี่ปุ่นโดยที่ไม่ได้เจอหน้าโสภิศนภาอีกเลย แม้เธอจะแอบห่วงเพื่อน แต่เธอก็เลิกสนใจจนลืมเพื่อนคนนี้เลยตลอดสี่ปีที่เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น
ผ่านไปสี่ปี กัญนิภากลับมาประเทศไทย แต่ในวันที่เธอกลับมาไม่มีใครมารับเธอที่สนามบินเลย เหตุเพราะคุณย่าเสียชีวิตแล้ว ส่วนคุณลุงมีสภาพขาพิการจากอุบัติเหตุ แต่โชคดีที่คุณลุงมีภรรยาใหม่มาดูแล เธอชื่อสินิทรา แต่ทว่าสินิทรามีอายุน้อยกว่ากัญสองปี นับว่าคุณลุงมีภรรยาเด็กมาก แต่คุณลุงก็ไม่ได้ยกย่องโดยการแต่งงานและจดทะเบียนใดๆทั้งสิ้น
เมื่อกัญนิภากลับมาที่บ้าน เธอเลยรีบไปไหว้คุณลุงที่นั่งรถเข็น ตอนนี้กัญยังคงมีบุคลิกเป็สาวทอมตัดผมสั้น
“ไม่ได้เจอกันนานนะหลาน โตเป็สาวแล้ว ไม่น่าเป็ทอมเลย ลุงเสียดายจริงๆ” คุณลุงทัก
“มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณลุงคะ ทำไมถึง” กัญรีบเปลี่ยนเื่
“อ๋อ ลุงเกิดอุบัติเหตุ ขาเลยพิการอย่างที่เห็น แต่ยังดีที่สินิทรา ภรรยาใหม่ลุง มาคอยดูแลลุงอย่างดี” ลุงตั้งใจแนะนำสินิทรา
กัญนิภาพยักหน้าให้สินิทรา เพราะสินิทราอายุน้อยกว่าเธอเสียอีก”
หลังจากนั้นกัญนิภาก็เข้าไปในห้องพระ เพื่อไปไหว้อัฐิของย่า
“กัญขอโทษค่ะที่ไม่ได้ร่วมงานศพของคุณย่า ไม่มีใครส่งข่าวให้กัญรู้เลยค่ะคุณย่า ขอให้คุณย่าไปสู่สุคตินะคะ” กัญกล่าว
กัญออกจากห้องพระ แต่ต้องเจอกับจักรพงศ์ ซึ่งตอนนี้เขาสวมสูทเท่ห์ ดูภูมิฐานมาก
“กลับมาแล้วหรอกัญ ไม่เจอกันนานเลยนะ เห็นว่าจบโปรแกรมเมอร์ มาทำงานที่บริษัทฉันมั้ยล่ะ” จักรพงศ์ชวนทำงานด้วย
“มีตำแหน่งว่างงั้นหรอ” กัญสนใจ
“ว่างพอดี หากสนใจก็ให้ติดต่อฝ่ายบุคคลได้เลยนะ อื้อตอนนี้ฉันเหนียวตัวมากเลย ขอตัวก่อนก็แล้วกัน” จักรพงศ์กล่าว
“ยังไงก็ขอบคุณมาก” กัญกล่าว
**************************************
จรินพรทำงานเป็ครูสอนเด็กประถม เธอเดินเข้ามาก็เห็นกัญ
“อ้าวกลับมาแล้วหรอ โทษทีนะที่ไม่ได้ไปรับที่สนามบิน ติดสอนเด็กน่ะ” จรินพรกล่าว
“อื้อ ไม่เป็ไร” กัญกล่าว
“นี่ตอนแรกพวกเราจะยกห้องเธอให้แม่ใหม่แล้ว แต่คุณลุงห้ามไว้ ถือว่าเธอโชคดีนะ ไม่งั้นเธอคงต้องไปอยู่ที่อื่นแล้วล่ะ ฉันขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน จะไปออกกำลังกาย ไปด้วยกันมั้ยล่ะ” จรินพรกล่าว
“ไม่ล่ะ เพิ่งเดินทางกลับมา ฉันเหนื่อยมากเลยวันนี้” กัญกล่าว
“ตามใจก็แล้วกัน” จรินพรกล่าว
**************************************
กัญนิภาออกไปเดินเล่นที่สวน เธอก็ได้ไปเจอภัทรพงศ์ที่เพิ่งกลับมาบ้าน
“กลับมาแล้วหรอ กัญ” ภัทรพงศ์ทัก
“อื้อ นายไปทำงานที่บริษัทของจักรพงศ์งั้นหรอ” กัญถาม
“ฉันทำงานเป็รองประธาน ส่วนจักรพงศ์เขาเป็ประธานบริษัทน่ะ” ภัทรพงศ์กล่าว
“โห มีตำแหน่งใหญ่โตกันจริงๆ” กัญกล่าว
“เธอเพิ่งเรียนจบมา ก็มาทำงานที่บริษัทของจักรพงศ์สิ” ภัทรพงศ์กล่าว
“ท่านประธานกับท่านรองฯพูดเหมือนกันเลยนะ” กัญแซว
“อื้อ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ ค่อยเจอกันใหม่ตอนทานอาหารเย็นก็แล้วกัน” ภัทรพงศ์ตัดบท
**************************************
กัญชักเริ่มอยากไปอยู่คอนโดส่วนตัวบ้างแล้ว แต่ตอนนี้เธอยังหางานไม่ได้เลยหยุดความคิดนี้ไว้ก่อน
กัญเบื่อมาก เลยปีนต้นไม้ นั่งเล่นมือถือ สักพักเพื่อนสมัยมัธยมก็ส่งคลิปวีดีโอมาให้เธอ พร้อมกับบอกในข้อความว่า
“เฮ้ย กัญ เธอจำโสภิศนภาได้มั้ย ตอนแรกพวกเราก็นึกว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็ดี้ที่ชอบเธอเสียอีก ที่แท้ก็เป็ผู้หญิงเต็มตัว แต่แบบว่า เธอดูเองก็แล้วกัน ฉันไม่อยากพูด”
กัญสงสัยเลยเปิดคลิปขึ้นมาดู เธอถึงขั้นใมาก เพราะโสภิศนภามีอะไรกับผู้ชายพร้อมกัน 4 คน
“เฮ้ยมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมนภาถึงถูกรุมโทรมแบบนี้” กัญส่งข้อความไปถาม
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่คลิปของเธอแพร่กระจายไปทั่ว และเมื่อปีที่แล้วนี่เองที่นภาเขาฆ่าตัวตายน่ะ” เพื่อนส่งข้อความตอบกลับ
กัญนึกไม่ถึงเลยว่านภาจะประสบเคราะห์เช่นนี้ แต่พอเธอจ้องไปที่คลิป เธอกลับได้ยินเสียงแว่วๆ
“ช่วยฉันด้วยกัญ ช่วยด้วย ฮือ ฮือ” เสียงที่กัญได้ยินมันเป็เสียงของโสภิศนภา
กัญใมากเลยเลิกดูคลิปทันที สักพัก เธอก็ได้ยินเสียงคนทักเธอ
“เฮ้ยกัญ ไปทานข้าวได้แล้ว ทุกคนรอเธอคนเดียวเลยนะ” ภัทรพงศ์เรียกกัญ
กัญใกลัวทำให้เธอตั้งสติไม่ทัน เลยก้าวพลาด ทำให้ตกจากต้นไม้ แต่ภัทรพงศ์รีบวิ่งมารับเธอไว้
กัญล้มไปทับภัทรพงศ์ เขาจ้องกัญอย่างไม่ละสายตา กัญกำลังจะลุกออกจากตัวของเขา แต่ทว่า เธอก็ได้ยินเสียงแว่วอีกแล้ว “ฉันคิดถึงเธอจัง กัญ เธอยังสวยเหมือนเดิมเลยนะ” มันเป็เสียงของภัทรพงศ์ก็จริง แต่มันเป็ถ้อยคำที่เขาไม่น่าจะพูดกับเธอได้
กัญรีบลุกออกจากตัวเขา แล้วดึงเขาลุกขึ้น
“ฉันขอโทษ เลยทำให้นายเจ็บตัวเลย” กัญกล่าว
“ฉันไม่เป็ไร พวกเราไปทานข้าวกันเถอะ ให้ผู้ใหญ่รอมันไม่ดี” ภัทรพงศ์กล่าว
**************************************
เมื่อกัญมานั่งรับประทานอาหารเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากัน เธอก็นั่งทานอย่างสงบเสงี่ยม ทุกคนนั่งทานอย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครคุยกัน แต่ทว่าเวลาที่กัญมองใคร เธอก็เริ่มหูแว่วขึ้นมาอีก
เมื่อกัญมองไปที่สินิทรา “คุณพ่อจักรพัฒน์คะ หนูจะปกป้องพ่อเองค่ะ”
พอมองไปที่นายจักรพงศ์ “ฉันจะไม่ยอมให้นายมาแย่งบริษัทฉันไป นายภัทรพงศ์”
กัญพยายามหลบสายตาเลยหันไปเจอจรินพร “วันนี้ฉันไปดูหมอดูแล้ว ฉันได้เป็เนื้อคู่ของพี่พิชญะด้วยล่ะ ปลื้มใจจริงๆ”
กัญหันหน้าไปทางคุณลุง “จักรพงศ์เ้าลูกอกตัญญู ฉันจะปกป้องบริษัทให้ได้”
สิ่งที่กัญได้ยินทั้งหมดนี้คือเธอหูแว่วทั้งสิ้น เธอคิดว่ามันต้องเป็ความผิดปกติแน่ๆ กะว่าในวันพรุ่งนี้เธอไปสมัครงานที่บริษัทพี่จักรพงศ์ก่อน แล้วค่อยไปพบจิตแพทย์ เพราะสิ่งที่ได้ยินมันเป็เื่ไม่น่าเชื่อทั้งสิ้น
**************************************
วันถัดมา กัญแต่งตัวเต็มยศไปสมัครงานตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ ซึ่งเขาก็รับเธอเข้าทำงานทันที เพราะท่านประธานฝากเธอด้วยตัวเอง แต่ให้เธอเริ่มงานได้ในวันพรุ่งนี้
ตกเย็น กัญเลยไปโรงพยาบาลเพื่อพบจิตแพทย์ แต่เมื่อมาถึงเธอก็ไม่มีอาการหูแว่วเลย หรือว่าหูเธอจะฝาดไปกันแน่
แต่พอกัญไปคุยกับจิตแพทย์ เขาก็บอกว่าเธอปกติดี แต่กัญยังไม่เปิดเผยเื่ที่เธอหูแว่ว
**************************************
กัญเข้าใจว่าตัวเองหายแล้ว แต่ทว่า อาการหูแว่วก็กลับมาเหมือนเดิมเมื่อเธอกลับมาถึงบ้านคุณลุง
จรินพร พิมประภาและสานิษ ได้เชิญหมอดูมาดูดวงที่บ้าน
กัญเดินผ่านโดยบังเอิญ เมื่อเธอมองไปที่หมอดู “ฉันต้องหลอกเอาเงินพวกเธอให้ได้คอยดู”
จรินพรเห็นกัญก็เลยชวนมานั่งฟังด้วยกัน กัญเองก็รู้สึกเบื่อๆ เลยยอมมานั่งฟังด้วย
คนแรกที่หมอดู ดูให้ก็คือ พิมประภา “จะมีผู้ชายสองคนแข่งกันจีบเธอ แต่เนื้อคู่ที่แท้จริงนั้นเป็ถึงประธานบริษัทเลยนะ”
“ที่แท้ก็เป็พี่จักรพงศ์นี่เอง” จรินพรกล่าว
“งั้นภัทรพงศ์ก็หมดสิทธิ์ล่ะสิ” สานิษกล่าว
แต่พอกัญหันไปมองหน้าพิมประภา เธอกลับได้ยินว่า “แต่ฉันรักพี่ภัทรพงศ์นี่ รักมานานแล้วด้วย”
คราวนี้หมอดูดูให้สานิษบ้าง “่นี้เธอกำลังจะมีเคราะห์ อาจเืตกยางออกได้ อาจจะแก้เคล็ดโดยไปบริจาคเื ไปทำบุญโลงศพ หรือปล่อยนกปล่อยปลาก็ดีนะ”
“จริงหรอคะคุณหมอ น่าจะเป็ไปได้เพราะ่นี้ฉันก็อายุครบเบญจเพสพอดี” สานิษกล่าว
ส่วนจรินพรที่เพิ่งดูไป ก็ไม่สามารถดูได้อีกใน่นี้ ต้องทิ้ง่ไปอีกสักสามเดือน
“อ้าวกัญจะดูมั้ยล่ะ” จรินพรกล่าว
“งั้นลองดูก็ได้” กัญกล่าว
“คุณจะได้แฟนเป็ผู้หญิง เธอสวยมากเลยนะ สองสามวันคุณก็จะได้เจอเธอสมใจ” หมอดูกล่าว
กัญคิดในใจว่า ในเมื่อเธอไม่ใช่ทอม เธอจะมีแฟนเป็ผู้หญิงได้ยังไง
สักพักกัญก็ได้ยินเสียงแว่วอีกแล้ว “ทอมคนนี้คงจะหลอกง่ายหน่อย เธอคงอยากมีแฟนเป็ผู้หญิงมากสินะ”
ทั้งสามสาวเลยต้องจ่ายค่าบูชาครูไป แล้วหมอดูก็กลับบ้านของเธอ
กัญกังวลที่ตอนนี้เธอกลับมาหูแว่วอีกแล้ว เธอต้องมีอาการประสาทหูหลอนแน่ๆ แล้วจะมีชีวิตปกติอย่างคนอื่นเขาได้ยังไงกันล่ะเนี่ย
กัญเคยฟังเื่เล่าจากพ่อแท้ๆของเธอ ว่าหากไปที่เรือนกาญจนาแล้วขอพร เธอจะสามารถขอพรอะไรก็ได้ ดังนั้นกัญจึงอยากเสี่ยงดู เธอจะขอพรให้เธอกลับมาเป็ปกติให้ได้ ดังนั้นกัญจึงเดินทางไปป่าแห่งนั้น และแล้วเธอก็สามารถเดินทางไปพบเรือนสีทองอย่างสมใจ
*****************************************************************************************************
ตอนที่ 2
“ฉันรอคุณมานานมากแล้วค่ะ คุณกัญนิภา” อุไรกล่าว
“คุณเป็ใครคะ ทำไมถึงรู้จักฉันด้วย” กัญนิภาสงสัย
“ฉันชื่อ อุไร เป็ผู้ดูแลเรือนกาญจนาหลังนี้” อุไรกล่าว
“เรือนกาญจนามีจริงๆด้วย ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ” กัญนิภาตื่นเต้น
“แต่คุณไม่สามารถขอพรได้แล้วค่ะ” อุไรกล่าว
“อ้าว ทำไมล่ะคะ ก็ตามคำเล่าลือนั้นสามารถขอพรได้นี่” กัญนิภากล่าว
“เพราะมีคนขอพรได้แล้ว ซึ่งพรนั้นมันเกี่ยวข้องกับคุณโดยตรง หากพรนั้นเกี่ยวข้องกับใคร บุคคลนั้นจะไม่สามารถขอพรได้ค่ะ” อุไรกล่าว
“งั้นฉันก็มาเก้อสิคะ” กัญนิภากล่าว
“ฉันรู้ค่ะ ว่าคุณได้ยินความในใจคนอื่นได้” อุไรกล่าว
“สรุปว่ามันคือความในใจ ฉันไม่ได้ประสาทหลอนใช่มั้ยคะ” กัญนิภากล่าว
“มันคือความในใจของบุคคลนั้นจริงๆค่ะ คุณไม่ได้หลอนหรอกนะคะ แต่ที่คุณเป็อย่างนั้นมันมีต้นสายปลายเหตุค่ะ” อุไรกล่าว
“มีใครทำให้ฉันเป็อย่างนี้หรอคะ” กัญนิภากล่าว
“ใช่ค่ะ มันเป็พรที่คนคนหนึ่งได้ขอไว้ เลยทำให้คุณเป็อย่างนี้” อุไรกล่าว
“มันมีวิธีแก้มั้ยคะ” กัญนิภากล่าว
“อาจมี หรืออาจไม่มีค่ะ ทุกอย่างมันขึ้นกับคุณเท่านั้น” อุไรกล่าว
“แล้วฉันมีสิทธิ์รู้ต้นสายปลายเหตุนั้นมั้ยคะ” กัญนิภากล่าว
“เข้ามาในเรือน แล้วฉันจะบอกคุณ แต่มีข้อแม้ คุณห้ามเปิดเผยเื่ราวที่คุณประสบ และห้ามบอกเื่เกี่ยวกับเรือนหลังนี้กับใครเด็ดขาด” อุไรกล่าว
“ได้ค่ะ ฉันยอมรับปาก” กัญนิภากล่าว
“งั้นตามฉันมาค่ะ” อุไรถือตะเกียงเดินนำเข้าไปในบ้าน
กัญนิภาเดินตามเข้าไป ก็พบว่าภายในเรือนเป็เหมือนโรงหนังโรงใหญ่ และมีเก้าอี้ตั้งอยู่กลางโรงหนัง กัญนิภาเข้าไปนั่งประจำที่
“บุคคลนี้คือ ญินดา เป็แม่บ้านของที่นี่ค่ะ หากมีข้อสงสัยอะไร คุณสามารถถามเธอได้ค่ะ ฉันขอตัวนะคะ” อุไรหายวับไปกับตา
“งั้นคุณดูภาพยนตร์ได้เลยค่ะ” ญินดากล่าว
*************************************************
“ว่าไงนภา” กัญรับโทรศัพท์
“รอฉันด้วยนะ ฉันจะไปส่งเธอที่สนามบินด้วย และฉันมีของจะให้เธอ” โสภิศนภากล่าว
“อื้อ มาให้ทันก็แล้วกัน ไม่เกินสี่โมงเย็นล่ะ” กัญกล่าว
“จ้า คุณกัญ” โสภิศนภา
โสภิศนภา กำลังเดินออกไปเรียกรถแท็กซี่
“เฮ้ย พวกเรา ดูซิเราเจอใครด้วย แฟนเ้ากัญไง เป็สาวดี้ที่น่ารักจริงๆ” นักเลงประจำโรงเรียนกล่าว
“ถอยไปนะ ฉันมีธุระต้องรีบไป” โสภิศนภากล่าวเสียงแข็ง
“ไม่เอาน่า เล่นสนุกกับพวกเราก่อนสิ รับรองเธอต้องลืมสาวทอมนั่นได้แน่” นักเลงกล่าว
“ไม่ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย อื้อ...” โสภิศนภาถูกปิดปากและถูกนักเลงประจำโรงเรียนจับตัวไป
และแล้วพวกมันก็กระทำกับโสภิศนภาเหมือนกับที่ทำในคลิปไม่มีผิดเพี้ยน
พวกมันรุมข่มขืนหญิงสาวอย่างไร้ความปราณี มีบาง่ที่โสภิศนภาเรียกชื่อเธอ “ฮือ ฮือ กัญ ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
กัญนิภากำหมัดแน่น ที่เห็นพวกมันรังแกผู้หญิงไร้ทางสู้ แถมยังถ่ายวีดีโอบ้าๆนั่นอีก และพอเสร็จกิจ พวกมันก็ปล่อยโสภิศนภาไว้ข้างทาง โสภิศนภาเดินสะโหลสะเหลกลับบ้าน แม่ของเธอมาเห็นเข้าก็รู้ทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว รีบให้ลูกทานยาคุมฉุกเฉินทันที พร้อมกับพาไปแจ้งตำรวจ แม้ว่าจะจับพวกมันได้ แต่พวกมันได้แอบปล่อยคลิปขายไปแล้ว ทำให้คลิปของโสภิศนภาแพร่กระจายไปทั่ว
โสภิศนภาไม่อาจเรียนต่อมหา’ลัยได้ เพราะเธอเกรงกลัวกับสายตาคนทั่วไปที่มองเธออย่างดูถูกดูแคลน ทั้งๆที่เธอเป็แค่เหยื่อ เธอกลายเป็โรคซึมเศร้า ต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความกลัว และที่โชคร้ายมากที่สุดในชีวิต ก็คือ เธอติดโรคติดเชื้อร้ายแรงอีก จากที่โสภิศนภาเป็คนสดใส ร่าเริง มองโลกในแง่ดี กลับกลายเป็คนจมกับกองทุกข์ เฝ้ารังเกียจตัวเองตลอดเวลา
โสภิศนภาตรอมใจจนผ่ายผอม ในระยะเวลาที่เธอใกล้ตาย เธอมีจิตใจแรงกล้าที่จะขอพรจากเรือนกาญจนา แม้จะไม่มีแรงเดินทางไปที่เรือน แต่ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า อุไรจึงไปพบกับโสภิศนภา
ด้วยชีวิตที่น่าสงสารของเธอ อุไรจึงยอมให้โสภิศนภาของพรก่อนตาย
“ว่ามาสิคะ ว่าคุณอยากขอพรอะไร” อุไรถาม
“ณ ตอนที่ฉันเกิดภัย ฉันอยากให้กัญได้ยินเสียงของฉันมากที่สุด และรีบเข้ามาช่วยเหลือฉันได้ทันท่วงที และแล้วมันก็ไม่มีวันเป็ไปได้ ดังนั้นฉันจึงอยากขอพรให้ กัญนิภาได้ยินเสียงความในใจของผู้อื่น กัญนิภาต้องให้ความช่วยเหลือพวกเขาเท่านั้น เธอถึงจะหายและไม่ได้ยินเสียงเ่าั้อีก” โสภิศนภาขออย่างมุ่งมั่น
“ทำไมคุณถึงขอพรนี้ล่ะคะ” อุไรสงสัย
“ฉันไม่อยากให้กัญนิภากลายเป็คนแล้งน้ำใจ สมัยก่อนเธอมีนิสัยดี พวกเราเคยเป็เพื่อนกันมาก่อน แต่กัญลืมฉันไปแล้ว ั้แ่เธอสูญเสียพ่อแม่ไป เธอก็กลายเป็คนเห็นแก่ตัว แล้งน้ำใจ ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว ที่ฉันพยายามตามตื๊อเธอ ฉันก็หวังว่ากัญจะจำฉันได้บ้าง แต่เธอกลับเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็ดี้จะไปจีบเขา” โสภิศนภากล่าว
“และนี่ ไดอารี่ของฉัน ฝากคุณเอาไปให้กัญนิภาด้วย ฉันตั้งใจจะมอบให้เธอตอนเธอเดินทางไปญี่ปุ่น ตอนนี้ฉันไม่มีโอกาสเอาให้เธอ จึงขอรบกวนคุณนำมันไปให้เธอด้วย”
อุไรรับไดอารี่มา พร้อมกับร่ายมนตร์ “ขอให้พรของคุณ สมปรารถนาในบัดดล”
และแล้วภาพยนตร์ก็จบลง
*************************************************
“ฉันรู้นะคะว่าโสภิศนภามีชีวิตที่น่าสงสาร แต่ฉันผิดหรอที่ฉันเป็คนแล้งน้ำใจ และทำทุกอย่างเพื่อตนเองน่ะ” กัญนิภากล่าว
“คุณไม่ผิดหรอกกัญ แต่โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวบนโลก การอยู่ร่วมกันจำเป็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โลกนี้ถึงอยู่ได้อย่างสันติ” ญินดากล่าว
“แต่ฉันก็แค่มีอุเบกขาวางเฉยไงคะ” กัญนิภากล่าว
“คุณเข้าใจคำว่าอุเบกขาผิดแล้วล่ะค่ะ คำว่าอุเบกขาจะใช้ในกรณี ที่บุคคลนั้นอยากจะช่วยเหลืออีกคนหนึ่ง แต่มันเกินความสามารถจริงๆ ไม่อาจช่วยได้จริงๆถึงจะวางอุเบกขา โดยการปล่อยวางและวางเฉย แต่สำหรับคุณ กัญนิภา คุณเป็คนฉลาดและมีความสามารถหลากหลายพร้อมที่จะปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าได้ แต่คุณเลือกที่จะไม่ช่วยใครเลย มันเลยทำให้คุณกลายเป็คนไร้ใจหรือแล้งน้ำใจอย่างที่โสภิศนภากล่าว” ญินดากล่าว
“แล้วทำไมนภาต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วยคะ” กัญนิภายังนึกถึงแต่ตัวเอง
“ที่เธอทำเพราะเธอเห็นคุณเป็เหมือนเพื่อนรักของเธอ เธอไม่อยากให้คุณกลายเป็คนไร้ใจก็เท่านั้น การขอของเธอนั้นมันคือการให้ค่ะ พรที่เธอได้ มันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับตัวนภาเลย มันเกิดประโยชน์ต่อคุณคนเดียว มันเป็การดัดนิสัยของคุณให้กลับมาเป็คนเดิมค่ะ” ญินดากล่าว
“เลิกเถียงเถอะนะ พรนั้นแก้ไม่ได้หรอกค่ะ เว้นแต่คุณยอมช่วยเหลือคนอื่นเท่านั้น คุณถึงจะไม่ได้ยินเสียงความในใจใครอีก อะนี่ค่ะ ไดอารี่ คุณลองอ่านดูนะคะ เผื่อคุณจะเข้าใจนภาบ้าง” อุไรกล่าว
กัญนิภารับไดอารี่มา
“เชิญค่ะ คุณกลับได้แล้ว และอย่าลืมนะคะ ห้ามบอกใคร มิฉะนั้นคุณจะประสบเคราะห์อาจถึงตายได้” อุไรกล่าว
กัญนิภาเดินตามอุไรออกไปจากบ้าน แต่เนื่องจากเธออยู่ที่เรือนนี้แค่วันเดียว มันเลยพอดีกับที่เธอนอนอยู่ในห้องเพียงหนึ่งคืน เท่ากับว่าเธอนอนไปได้ 5 ชั่วโมงเอง
กัญนิภาใตื่นกลางดึก แต่เธอได้ถือไดอารี่อยู่ในมือด้วย
******************************************************************************************
ตอนที่ 3
สมัยก่อนครอบครัวกัญนิภาอยู่ประจวบคีรีขันธ์ กัญนิภาเรียนโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง เธอมีเพื่อนสนิทชื่อว่า โสภิศ ทั้งสองสนิทกันมาก ชอบช่วยเหลือซึ่งกันและกัน กัญนิภาเป็เด็กที่เก่งด้านกีฬา ในขณะที่โสภิศจะเก่งเื่เรียน ทำให้ทั้งสองต่างช่วยเหลือกันในเื่เรียน
แต่แล้วครั้งที่พ่อและแม่ของกัญเกิดอุบัติเหตุ ทำให้กัญนิภาแทบช็อค คุณลุงและคุณย่ามาร่วมงานศพพร้อมกับมารับตัวกัญนิภาไปอยู่ที่กรุงเทพฯด้วยกัน การย้ายโรงเรียนอย่างกะทันหัน ทำให้กัญและโสภิศไม่ได้ล่ำลากันเลย
หลังจากที่กัญย้ายไปแล้ว กัญรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก แม้ว่าจะได้อยู่กับญาติ มันก็ไม่เหมือนกับการได้อยู่กับพ่อแม่ของตัวเอง เมื่อเธอขาดอบอุ่น เธอก็ต้องรักตัวเองให้มากๆ และอยู่เพื่อตัวเองมาโดยตลอด กัญเลยลืมโสภิศเพื่อนสนิทวัยประถมเสียสนิท
และแล้วทั้งสองก็ได้พบกันอีกครั้ง เมื่อกัญเข้าสู่มัธยมศึกษาปีที่ 4 โสภิศได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็โสภิศนภา เธอกับกัญได้อยู่คนละห้อง ใน่นั้นกัญนิภาเป็นักกีฬาเทควันโด้ชื่อดัง เธอมีมาดที่เท่ห์คล้ายสาวทอม ทำให้สาวดี้พากันจีบเธอเป็แถวๆ
หลังจากที่กัญนิภาได้ตื่นขึ้นมากลางดึก เธอเลยเปิดอ่านสมุดไดอารี่ของโสภิศนภา
“เราคือโสภิศ เพื่อนวัยประถมไง เราแค่เปลี่ยนชื่อเป็โสภิศนภาเอง กัญกลับจำเราไม่ได้เลย มันน่าน้อยใจจริงๆ”
- วันแรก เราดีใจจังเลย เราได้เจอกัญเพื่อนรักด้วย เธอมีเค้าโครงหน้าเหมือนเดิม แต่น่าเสียดาย กัญกลับจำเราไม่ได้เลยน่ะ
- วันที่สอง วันนี้เราได้เผชิญหน้ากับกัญด้วย เราถือสมุดการบ้านเต็มมือ แต่กลับซุ่มซ่ามเผลอไปชนกัญเข้า เราก็ดีใจอยู่หรอกนะที่ได้เจอกัญอีก แต่ทำไมกัญถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ กัญไม่ยอมช่วยเรา แถมโดนกัญด่าอีกว่าเป็ยัยจอมซุ่มซ่ามอะไรทำนองนี้
- หนึ่งเดือนต่อมา วันกีฬาสี ดีใจจัง เราได้อยู่สีเดียวกันกับกัญด้วย เราได้เป็กองเชียร์ เราเชียร์กัญเต็มที่เลยนะ กัญเก่งจัง ได้เหรียญทองด้วย เท่ห์จริงๆเพื่อนเรา
- วันนี้แหละ เราจะทำให้กัญจำเราให้ได้ แต่ หว้า! กัญจำเราไม่ได้แถมหาว่าเป็ดี้อีก คนอื่นเลยมองว่าเราเป็สาวดี้ที่ชอบทอมเลยน่ะ อะ ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลยก็แล้วกัน
- วันนี้เราไปหากัญอีก แต่ทว่ากัญกลับรังเกียจเรา หาว่าเราเป็ดี้ และกัญก็บอกว่าตัวเองไม่ใช่ทอม ให้ตัดใจซะ เราอยากบอกเธอจากใจเลยนะ เรารู้แล้วว่ากัญไม่ใช่ทอม แต่ไม่มีโอกาสได้คุยกับกัญเลยนะ เพราะกัญคอยหลบหน้าเรา
- เราไม่ละความพยายามก็แล้วกัน เราไปขอกัญเป็เพื่อน แต่ดูกัญจะเข้าใจผิดคิดว่าเราปล่อยวางแล้ว เมื่อคบเป็แฟนไม่ได้เลยยอมเป็เพื่อน เราก็เลยปล่อยเลยตามเลยเหมือนเดิม ถึงกัญเข้าใจผิด แต่พวกเราก็ได้กลับมาเป็เพื่อนกันอีกนะ
- หว้า! ทำไมความเป็เพื่อนของพวกเรามันไม่เหมือนเดิมเลยล่ะ กัญสร้างกำแพงไม่ให้ใครเข้าไปในใจของเธอได้เลย กัญทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง ไม่คิดถึงความรู้สึกของผู้อื่น อะไรทำให้กัญเปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้นะ
- เราก็อยากให้กัญกลับมาเหมือนเดิม แต่มันคงสายเกินไปแล้ว เพราะกัญจะย้ายไปเรียนที่ญี่ปุ่นแล้ว งั้นนี้คงเป็โอกาสสุดท้ายแล้วสินะ เราจะมอบไดอารี่ให้กัญ กัญจะได้จำเราได้ซะที
สุดท้ายนี้ หากกัญได้อ่านไดอารี่ของโสภิศ เราอยากจะเตือนกัญในฐานะเพื่อนรัก แม้ว่า่หนึ่งกัญรู้สึกว่ากัญไม่มีใครเลยในโลกใบนี้ จนทำให้กัญกลายเป็คนแบบนี้ แต่เราขอบอกตรงนี้เลยว่า กัญยังมีเราอยู่เคียงข้างเสมอ กลับมาเหมือนเดิมเถอะเพื่อนรัก เพราะมันจะทำให้กัญไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวในโลกใบนี้ กัญยังสามารถสร้างเพื่อนใหม่ๆได้เรื่อยๆ ไม่ว่าเขาจะจริงใจกับกัญหรือไม่ นั่นก็คือสิ่งที่กัญต้องเรียนรู้และปรับตัว คนไม่ดีเราก็ออกห่าง คนจริงใจเราก็เข้าใกล้ มันก็เท่านี้เอง ในเมื่อกัญเป็นักต่อสู้ ทำไมเื่แค่นี้กัญถึงสู้กับมันไม่ได้ กัญจงยอมรับและช่วยเหลือผู้อื่นตามแต่กำลังเถอะนะ เราขออวยพรให้กัญมีเพื่อนมากมายไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนที่กัญเป็อยู่ในขณะนี้ ลาก่อน เพื่อนรัก
โสภิศนภา (โสภิศ เพื่อนวัยประถม ที่ประจวบฯ)
กัญนิภาจดจำโสภิศได้แล้ว เธอน้ำตาไหลเพราะโสภิศเป็เพื่อนคนเดียวที่เธอยอมเปิดใจให้ กัญและโสภิศเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขในฐานะเพื่อน นอกจากพ่อแม่เธอแล้ว โสภิศเป็คนเดียวที่ทำให้กัญไม่รู้สึกโดดเดี่ยวบนโลกใบนี้
“เราขอโทษโสภิศที่จดจำเธอไม่ได้ แถมเรายังดูถูกในความปรารถนาดีของเธออีก เพราะคิดว่าเธอเป็ดี้คอยจีบเรา ขอบคุณนะเพื่อนรัก แต่เรากลับรู้เมื่อสายเกินไปแล้ว เพราะเราได้สูญเสียเธอไปตลอดกาล หากเรารู้เร็วกว่านี้ เราอาจไม่เดินทางไปญี่ปุ่น และปกป้องไม่ให้เธอเกิดเคราะห์กรรมแบบนี้ เรา ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ โสภิศ” กัญนิภาน้ำตาไหลพราก และกล่าวอีกว่า “เราเข้าใจเธอแล้ว โสภิศ เราจะกลับมาเป็คนเดิมให้ได้ เราจะเป็เพื่อนที่ดีของเธอให้ได้ โสภิศ ไปสู่สุคติเถอะเพื่อนรัก…” กัญนิภาปล่อยโฮร้องไห้ สะอึกสะอื้น เพราะเธอมักคิดว่าเธอไม่เหลือใคร โดยแท้จริงแล้วกัญยังมีโสภิศอยู่เคียงข้างตลอดที่เรียนอยู่มัธยมปลายด้วยกัน
เมื่อกัญกลับมาคิดถึงััพิเศษ ที่เธอสามารถได้ยินความในใจของผู้อื่น เธอก็สงสัยว่าในสิ่งที่กัญได้ยินความในใจของแต่ละคนมันหมายความว่ายังไงกัน ทำไมสิ่งที่ได้ยินมันเป็เื่ที่ไม่น่าจะเป็ไปได้เลย ดังนั้นการกระทำใดๆก็ตาม เพื่อช่วยเหลือพวกเขาจะต้องไตร่ตรองอย่างระมัดระวังจริงๆ
************************************************************************************************
ตอนที่ 4
กัญทำงานเป็โปรแกรมเมอร์ที่บริษัทของจักรพงศ์ได้หนึ่งสัปดาห์พอดี หัวหน้าแผนกให้กัญเข้าร่วมประชุมแทน วันนี้มีประชุมหัวหน้าทุกฝ่าย ทั้งประธาน รองประธาน ผู้ร่วมหุ้นทุกคน และบริษัทคู่ค้า ซึ่งเป็เื่ที่ด่วนมาก ทุกคนไม่อาจคาดการณ์ได้เลยว่าท่านประธาน้าประชุมด้วยเื่อะไร
ในห้องประชุมมีผู้คนเกือบเต็มห้อง กัญยังคงนั่งรอในห้องประชุม เพราะที่ประชุมยังคงต้องรอลูกสาวของท่านประธานของบริษัทคู่ค้า ซึ่งก็คือ พิมประภานั่นเอง
เวลาประชุมสายไป 10 นาที เนื่องจากพิมประภาต้องเดินทางมาไกลพอสมควรและรถก็ติดมากเสียด้วย
เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้า ประธานก็ได้เชิญเ้าหน้าที่ตรวจสอบเข้ามาในประชุม พร้อมกับประกาศบอกว่า ท่านรองประธานโกงบริษัท ทั้งนี้มีหลักฐานพร้อม
ภัทรพงศ์ ยืนขึ้นและตอบอย่างมุ่งมั่นว่า “ฉันไม่ได้โกงบริษัท นายปรักปรำฉัน จักรพงศ์”
“ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อหรอกนะว่านายจะทำ แต่หลักฐานมันพร้อมเสียขนาดนี้” จักรพงศ์กล่าว
พิมประภาก็ไม่อยากเชื่อ ว่าชายที่เธอหมายปองจะทำเื่ชั่วช้าแบบนี้ แต่เมื่อเธอดูหลักฐานแล้ว เธอจำเป็ต้องเชื่อจริงๆ และมองภัทรพงศ์ด้วยความผิดหวัง
ทุกคนในบริษัทมองภัทรพงศ์ด้วยสายตารังเกียจ เห็นเขาเป็บ่อนทำลายบริษัท
กัญรู้สึกงงไปหมด แต่ทุกอย่างมันจำนนด้วยหลักฐานจริงๆ เธอมองไปที่ภัทรพงศ์ เธอกลับได้ยินเสียงแปลกๆ “แม้คนทั้งโลกจะไม่ยอมเชื่อผม แต่ผมอยากให้กัญเชื่อผมมากที่สุดว่าผมบริสุทธิ์ ผมถูกนายจักรพงศ์ปรักปรำ” กัญไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่เธอได้ยิน เพราะภัทรพงศ์กับเธอไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น อีกทั้งทุกครั้งที่เจอหน้า ภัทรพงศ์ก็แสดงสีหน้าเ็าต่อเธอ
รองประธานขอไปคุยกับจักรพงศ์เป็การส่วนตัวทันที
*************************************************
ณ ห้องทำงานส่วนตัวของจักรพงศ์
“นายกล้าสร้างหลักฐานปลอมได้ยังไง หากฉันจ้างคนมาตรวจสอบ รับรองฉันฟ้องนายกลับแน่” ภัทรพงศ์กล่าว
“ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครเชื่อนายนี่ นายยอมลาออกเองดีกว่า ยังไงทุกคนในบริษัทก็ไม่มีใครเข้าข้างนายสักคน” จักรพงศ์กล่าว
ภัทรพงศ์กำหมัดแน่น “แล้วถ้าฉันลาออกแล้ว ทุกอย่างมันจะจบงั้นหรอ”
“ถ้านายลาออกและออกไปจากบ้านแสงสานุรัตน์ ฉันจะไม่เอาเื่นาย ถึงมันจะปลอมขึ้นมา แต่นายไม่สามารถแก้ตัวหรือหาหลักฐานมาหักล้างได้หรอก คิดดีๆก็แล้วกัน” จักรพงศ์กล่าว
“ได้ ฉันจะลาออก และออกไปจากบ้านหลังนั้นทันที” ภัทรพงศ์ตัดสินใจ
จักรพงศ์ยิ้มอย่างสมใจ เขาเดินกลับไปในที่ประชุม พร้อมกับกล่าวด้วยเสียงเศร้าว่า “ถึงภัทรพงศ์จะโกงบริษัท แต่ยังไงเขาก็เป็ลูกพี่ลูกน้องที่คุณย่าของผมรักมาก ผมเอาเขาเข้าคุกไม่ลงหรอกครับ แต่ภัทรพงศ์จะรับผิดชอบด้วยการลาออก พร้อมกับคืนทุกอย่างให้บริษัท อย่างไรก็ตามผมกับภัทรพงศ์ได้ตัดขาดจากกันแล้ว ผมให้เขาออกจากบ้านของผมครับ”
ทุกคนต่างพากันซุบซิบนินทา มีทั้งเชื่อและไม่เชื่อ แต่สำหรับพิมประภานั้น เธอรู้สึกผิดหวังในตัวภัทรพงศ์อย่างมาก
กัญมองไปที่จักรพงศ์ สีหน้าของเขาดูเศร้าเหมือนเห็นใจน้องชาย แต่เสียงที่เธอได้ยินกลับเป็ “555 ในที่สุดฉันก็สามารถกำจัดตัวมารขัดขวางชีวิตไปได้หนึ่งคนแล้ว และพิมประภา ยังไงเธอก็ต้องเป็ของฉัน”
ในใจกัญคิดว่า ถ้าหากเธอไม่ได้ไปเรือนกาญจนานั่น เธอคงไม่ยอมเชื่อความในใจที่เธอได้ยินเด็ดขาด เพราะสีหน้ากับจิตใจช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว กัญเริ่มรู้สึกปวดหัวเลยขอลางานจากหัวหน้าแผนก หลังจากที่ได้แจ้งเื่ที่ประชุมให้หัวหน้าทราบแล้ว
*************************************************
ณ บ้านแสงสานุรัตน์
เมื่อกัญมาถึงบ้าน เธอจึงรีบไปหาภัทรพงศ์ด้วยความเป็ห่วง เธอกำลังเดินไปปลอบเขา แต่ทว่าเธอเห็นคุณลุงนั่งรถเข็น เลื่อนล้อมาหาหลานชายด้วยตนเอง
“ทำไมหลานจะทิ้งลุงไปล่ะ แล้วใครจะคอยช่วยลุงปกป้องสินิทรา” ลุงจักรพัฒน์กล่าว
“ผมขอโทษครับคุณลุง ผมดันตกหลุมพรางของนายจักรพงศ์เข้า เขาทำหลักฐานปลอมมาเอาผิดผมฐานโกงบริษัท ผมไม่ไปไม่ได้ เพราะเขาจะเอาผมเข้าคุก ถ้าเป็แบบนั้นผมยิ่งช่วยคุณลุงไม่ได้เลยครับ” ภัทรพงศ์อธิบาย
“ฉันผิดเองที่เลี้ยงลูกได้ไม่ดี มันถึงได้เลวขนาดนี้ ทำร้ายได้แม้กระทั่งพ่อและญาติพี่น้อง ช่างอกตัญญูโดยแท้” ลุงจักรพัฒน์กล่าว
“หากผมออกไปแล้ว ผมจะส่งคนของผมแอบเข้ามาช่วยปกป้องสินิทราครับ” ภัทรพงศ์กล่าว
“ขอบใจหลานมากๆเลย ลุงไม่รู้จะไปหวังพึ่งใครจริงๆ กัญเองก็คงจะไม่เชื่อแน่ว่านายจักรพงศ์จะเป็คนแบบนี้ ลุงอุตส่าห์ดีใจที่สามารถตามหาลูกสาวที่หายไปจากบ้านเจอซึ่งก็คือ สินิทรา แต่พอจักรพงศ์แอบขโมยอ่านพินัยกรรมของลุงว่าจะยกบริษัทให้กับลูกสาวที่หายไปเพื่อชดเชยที่ลุงไม่ได้เลี้ยงเธอ ั้แ่นั้นมาธาตุแท้ของจักรพงศ์ก็เผยออกมา จ้างคนมาทำร้ายลุงจนพิการ เพื่อตนจะได้ขึ้นเป็ประธานบริษัทแทน และเที่ยวออกตามหาลูกสาวคนนั้นจนทั่ว จนลุงจำเป็ต้องให้สินิทราแสดงบทบาทเป็ภรรยาใหม่ของลุง ลุงสงสารลูกสาวจริงๆ ลุงทำให้เธอรู้สึกต่ำต้อยและต้องทนต่อการดูถูกดูแคลน ลุงไม่คิดจริงๆว่าชีวิตของลุงจะเป็แบบนี้” ลุงจักรพัฒน์พูดความในใจ
“คุณลุงครับอย่าเพิ่งท้อชีวิตนะครับ ผมสัญญา ผมจะปกป้องสินิทราไม่ให้นายจักรพงศ์มันมาทำร้ายเธอได้ครับ” ภัทรพงศ์กล่าว
“ขอบใจหลานจริงๆ เดินทางปลอดภัยนะหลาน” ลุงจักรพัฒน์กล่าว
“หากผมจัดการตัวเองได้แล้ว ผมจะรีบติดต่อคุณลุงนะครับ” ภัทรพงศ์กล่าวพร้อมกับยกสัมภาระเข้าไปในรถ
“อื้อ โชคดีหลานรัก” ลุงจักรพัฒน์กล่าว
กัญซึ่งแอบอยู่ก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างลุงกับภัทรพงศ์ทั้งหมด นั่นเป็การยืนยันว่า เธอสามารถได้ยินความในใจของคนอื่นได้จริงๆ และมันทำให้เธอรู้ความเป็มาเป็ไปของบ้านหลังนี้ แต่ตอนนี้เธอไม่อาจช่วยอะไรใครได้ ค่อยคิดแผนและหาวิธีต่อไป
เมื่อทุกคนกลับมายังบ้านหลังนี้ ก็พากันมาร่วมรับประทานอาหารเย็น จักรพงศ์ได้ประกาศอย่างเป็ทางการเกี่ยวกับเื่ของนายภัทรพงศ์ที่โกงบริษัท และเขารับผิดชอบลาออกจากบริษัทพร้อมกับย้ายออกจากบ้านหลังนี้
คุณลุงทำได้แต่นิ่งเฉยไม่พูดอะไร ทำให้บนโต๊ะอาหารได้ยินแต่เสียงของจรินพร “ในที่สุด พิมประภาก็ได้เห็นธาตุแท้ของภัทรพงศ์เสียทีนะคะ เธอจะได้ตัดสินใจเลือกพี่แทนที่จะเป็นายขี้โกงนั่น”
“เลิกพูดเถอะ จรินพร ยังไงภัทรพงศ์ก็ยังคงเป็หลานรักของคุณพ่ออยู่นะ แค่นี้ท่านก็เสียใจจะแย่อยู่แล้ว” จักรพงศ์กล่าว
“ขอโทษค่ะคุณพ่อ หนูหลุดปากไปหน่อย แต่ก็ยังดีนะคะที่พี่จักรจับได้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นบริษัทได้ล่มจมแน่” จรินพรกล่าว
หลังจากนั้นทุกคนก็ทานอาหารอย่างเงียบๆ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีประกาศการหมั้นระหว่างพิมประภากับจักรพงศ์ จรินพรถึงขั้นอวดหมอดูว่าคนนี้แม่นจริงๆ ว่าพิมประภามีเนื้อคู่เป็ประธานบริษัท กัญได้ฟังก็นึกห่วงพิมประภาเพราะเธอรู้ดีว่าพิมประภารักนายภัทรพงศ์นั่นอยู่
*************************************************
กัญสืบจนรู้ที่อยู่ของภัทรพงศ์ ว่าเขาอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งและได้เข้าไปทำงานในบริษัทอีกแห่ง ซึ่งน่าแปลกมาก ขนาดภัทรพงศ์ประวัติไม่ดี แต่เขาก็ได้เข้าไปทำงานเป็ฝ่ายบริหาร กัญกำลังจะเข้าไปหาภัทรพงศ์ แต่ทว่าอยู่ดีๆเธอก็เห็นคุณพิมประภาวิ่งตัดหน้าเธอแล้วเข้าในคอนโด กัญเลยรีบแอบตามไป
เนื่องจากคอนโดเป็สถานที่ส่วนบุคคล พิมประภาเลยต้องติดต่อผู้ดูแลเพื่อต่อสายให้ภัทรพงศ์ลงมาด้านล่าง
กัญเลยได้แอบฟังทั้งสองคุยกัน
“คุณมาหาผมทำไมครับ พิมประภา” ภัทรพงศ์กล่าว
“คุณไม่ได้โกงบริษัทใช่มั้ยคะ ไม่เช่นนั้นคุณเฉินจะยอมรับคุณเข้าทำงานด้วยได้ยังไง” พิมประภากล่าว
“ผมไม่ได้โกงก็จริง แต่ผมไม่สามารถหาหลักฐานไปหักล้างได้ครับ” ภัทรพงศ์กล่าวตามจริง
“ทำไมคุณไม่บอกฉันบ้างคะ ฉันจะได้ช่วยเหลือคุณไง” พิมประภากล่าว
“ขอบคุณมากครับ แต่มันคงสายเกินไปแล้ว ผมขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณจะแต่งงานกับจักรพงศ์” ภัทรพงศ์เปลี่ยนเื่
“แต่ฉันไม่ได้รักเขานะคะ ฉันรักคุณค่ะ” พิมประภาสารภาพรัก
“ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่คุณมีให้ผม แต่ผมไม่ได้ชอบผู้หญิงครับ” ภัทรพงศ์สารภาพความจริง
“อะไรนะคะ คุณไม่ได้หลอกฉันใช่มั้ย” พิมประภาใ
“ครับ ผมไม่ได้หลอกคุณ” ภัทรพงศ์กล่าว
“งั้น ฉันขอตัวก่อนนะคะ” พิมประภาทนอยู่ต่อไม่ได้เพราะช็อค
กัญได้ฟังก็ผิดคาดอย่างมาก นึกไม่ถึงว่าภัทรพงศ์จะเป็เกย์ เธออยากจะเข้าไปคุยกับภัทรพงศ์ แต่เธอมองเห็นพิมประภาเดินอย่างเหม่อลอย เลยแอบเป็ห่วง
อยู่ดีๆพิมประภาก็เดินข้ามถนนไม่ระวัง ทำให้กัญต้องวิ่งไปดึงตัวพิมประภาเข้ามากอดไว้
“เกือบโดนชนแล้วนะคะ ตั้งสติหน่อยสิคะ” กัญรีบเตือน
“คุณกัญนี่เอง ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉัน” พิมประภากล่าว
“ฉันรู้นะคะว่าคุณอกหัก แต่คุณต้องสติ ความผิดหวังจากผู้ชายคนเดียว มันไม่ใช่ความผิดหวังทั้งชีวิตของคุณนะคะ คุณยังมีโอกาสเจอผู้ชายดีๆได้อีกเยอะ” กัญกล่าว
“แต่ฉันถูกบังคับให้แต่งงานกับจักรพงศ์ ฉันไม่ได้รักเขาค่ะ แต่เขาคงเป็เนื้อคู่ฉันจริงๆตามที่หมอดูว่า ฉันจึงหนีเขาไม่พ้น” พิมประภากล่าว
“ดวงชะตาที่หมอดูบอกคุณ มันไม่ใช่ตัวกำหนดชีวิตคุณนะคะ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเอง หากคุณไม่แต่งซะอย่าง เขาก็ไม่สามารถเป็สามีของคุณได้ คุณอย่าเชื่อดวงเลยนะคะ คุณจงเชื่อตัวเอง ถ้าคุณบอกกับพ่อของคุณว่าจะไม่แต่ง พ่อของคุณต้องฟังคุณค่ะ” กัญกล่าว
“แต่มันมีผลประโยชน์ทางธุรกิจด้วยสิคะ ฉันเลยปฏิเสธพ่อไม่ได้” พิมประภากล่าว
“งั้นคุณก็ให้พ่อของคุณเลือกระหว่างความสุขของคุณกับผลประโยชน์นั่นสิค่ะ” กัญกล่าว
“ทั้งๆที่จักรพงศ์ก็เป็ลูกพี่ลูกน้องของคุณ ทำไมคุณไม่สนับสนุนเขาล่ะคะ” พิมประภาแปลกใจ
“ฉันแค่เห็นว่าคุณถูกบังคับให้แต่งงานกับคนไม่ได้รักเท่านั้นเอง ฉันก็เลยอยากให้คุณลองเปิดใจคุยกับพ่อของคุณ คุณลองตัดสินใจโดยที่ไม่ต้องเอาคำดูดวงนั่นมาทำให้คุณไขว้เขว ชีวิตของคุณ คุณต้องเลือกเองค่ะ” กัญกล่าว
“แล้วทำไมคุณไม่เชื่อเื่ดวงล่ะคะ ตอนนั้นคุณก็ดูเหมือนกัน มันไม่แม่นหรอคะ” พิมประภาสงสัย
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ฉันไม่ใช่ทอม ดังนั้นฉันไม่มีทางมีแฟนเป็ผู้หญิง” กัญกล่าว
“อย่างนี้นี่เอง คุณเลยไม่สนับสนุนให้ฉันเชื่อเื่ดวง ขอบคุณนะคะ ฉันเริ่มมั่นใจในตัวเองมากขึ้นแล้ว ฉันจะไปคุยกับพ่อค่ะ” พิมประภากล่าว
“เดินดีๆด้วยนะคะ ตั้งสติด้วยค่ะ เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุได้” กัญย้ำ
“ขอบคุณที่เรียกสติให้นะคะ ไปก่อนค่ะ” พิมประภากล่าว
และแล้วกัญก็สามารถเคลียร์ปัญหาของพิมประภาได้ ถึงพิมจะผิดหวังในความรัก แต่ก็ไม่จำเป็ต้องประชดชีวิตด้วยการแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก
*****************************************************************************************************************
ตอนที่ 5
พิมประภาประกาศยกเลิกการหมั้นและขอเดินทางไปเรียนต่อโทที่ต่างประเทศ ข่าวนี้ทำให้จักรพงศ์เจ็บใจมาก จักรพงศ์ทำอะไรไม่ได้เพราะพ่อของพิมประภาตามใจลูกสาว ตกดึกเขาจึงดื่มเหล้าเมามายอยู่คนเดียว
สินิทราลงมาดื่มน้ำ เธอจึงพบกับจักรพงศ์นั่งดื่มเหล้าที่โซฟาภายในห้องรับแขก เธอทำเป็ไม่สนใจ เข้าไปในห้องครัวเพื่อเปิดตู้เย็นและหยิบขวดน้ำดื่ม แต่อยู่ดีๆก็มีคนกอดเธอจากด้านหลัง พร้อมกับเอามือปิดปากเธอไว้ เธอใมากและได้กลิ่นเหล้าด้วยเลยคาดว่าน่าจะเป็นายจักรพงศ์
สินิทราไม่สามารถร้องให้ใครช่วยได้เลย เธอทั้งกลัวทั้งร้องไห้เพราะโดนจักรพงศ์ลวนลามและกำลังพาเธอไปที่โซฟา เขาเอาเทปมาปิดปากและเอาเชือกมามัดเธอไว้
เธอพยายามดิ้นสุดฤทธิ์ แต่ต้องมาได้ยินเสียงอันน่าขยะแขยงว่า
“ไม่เอาน่าสินิทรา พ่อฉันแก่แล้ว ยังไงเื่อย่าว่ามันสู้คนหนุ่มไม่ได้หรอก พวกเรามามีความสุขกันเถอะนะ” จักรพงศ์คร่อมตัวหญิงสาวที่เขาไม่รู้เลยว่าเธอคือน้องสาวแท้ๆของตัวเอง ด้วยสติที่ไม่ครบอันเนื่องมาจากการดื่มเหล้า เขารีบไซร้ซอกคอจูบพรมไปทั่วตัวของสินิทรา
ในขณะที่สินิทราเอง เธอไม่เคยรู้สึกขยะแขยงอะไรเท่านี้มาก่อนเลย ในใจของเธอได้แต่ร้องเรียกใครซักคนให้มาช่วยเธอ
โชคดีมากที่กัญทำโอทีดึกเลยกลับมาในเวลานี้พอดี เธอไม่เห็นอะไรผิดปกติ แต่เธอกลับได้ยินเสียงซึ่งมันไม่ใช่เสียงพูด แต่มันเป็เสียงจากความในใจของผู้หญิงสักคน “ช่วยด้วย ช่วยด้วย พี่ชายฉันกำลังจะข่มขืนฉันที่ห้องรับแขก ใครสักคนได้โปรดช่วยฉันที ฉันจะไม่ไหวแล้ว”
กัญรีบวิ่งเข้าไปในห้องรีบแขกพร้อมกับดึงตัวนายจักรพงศ์ออกจากตัวสินิทรา เธอใช้วิชาเทควันโด้ทุ่มตัวจักรพงศ์จนเขาแทบจุก กัญเห็นสินิทราร้องไห้น้ำตานองหน้าแต่ร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้เพราะปากถูกปิดด้วยเทป กัญรีบแก้มัด แกะเทป และเอาเสื้อกันหนาวคลุมตัวสินิทราทันที
สินิทราเข้าไปกอดกัญด้วยความกลัวสุดขีด
จักรพงศ์โกรธมาก เขาลุกขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า “นี่นังทอม เธอกล้าทำร้ายร่างกายฉันได้ยังไง ฉันจะเอาเื่เธอให้ถึงที่สุด”
“พี่จักรต่างหากที่ทำความผิด นี่พี่กำลังจะข่มขืนแม่เลี้ยงตัวเองอยู่นะคะ” กัญกล่าว
“สินิทรายั่วฉันเองต่างหาก ฉันจะบอกให้นะ จริงๆสินิทราเขามีอารมณ์เปลี่ยวเพราะต้องอยู่กับพ่อที่ขาพิการ เลยแอบมาหาความสุขกับพี่ต่างหาก” จักรพงศ์ใส่ความ
“พี่นี่ ช่างมีความคิดชั่วๆแบบนี้ได้ยังไงคะ เป็ถึงประธานบริษัทแท้ๆ” กัญกล่าว
“นี่นังทอม กล้าว่าฉันได้ยังไง ยังไงฉันก็เป็ถึงประธานบริษัทและเป็เ้าของบ้าน เธออยากระเห็จเร่ร่อนเหมือนกับนายภัทรพงศ์นั่นหรืออย่างไร” จักรพงศ์ขู่
กัญไม่อยากจะคุยกับคนเมา เธอเลยรีบพาตัวสินิทราไปส่งที่ห้องนอนของเธอ พร้อมกับถามว่า “เธอเป็อะไรมั้ย”
“ไม่เป็ไรแล้ว ขอบคุณมากนะกัญ” สินิทรากล่าว
“อื้อรีบพักผ่อนเถอะ ล็อคห้องดีๆนะ ใครมาเคาะดึกๆก็ห้ามเปิด มันไม่ปลอดภัย” กัญเตือน
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณอีกครั้งนะ” สินิทรากล่าว
กัญรอให้สินิทราปิดประตูพร้อมกับล็อค เธอถึงจะเดินเข้าไปห้องนอนของตัวเอง เธอเหลือบไปมองจักรพงศ์ แทนที่เขาจะรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง เขากลับนั่งดื่มเหล้าต่ออย่างหน้าตาเฉย กัญเห็นแล้วก็รู้สึกดีใจที่คุณพิมประภาติดสินใจถูกแล้วที่ยกเลิกการหมั้นกับจักรพงศ์ หากเธอเชื่อดวงจากคำพูดของหมอดูกำมะลอ มีหวังพิมประภาได้ทุกข์ใจจนตายแน่
*************************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น เหตุการณ์กลับตาลปัตร นายจักรพงศ์กลับเป่าประกาศกับคนทั้งบ้านว่า สินิทราเป็ชู้กับสาวทอมอย่างกัญ ทำให้กัญโกรธจนหน้าถอดสี เธออยากจะต่อยผู้ชายคนนี้เสียจริงๆ ที่เขาสามารถกลับลำทำให้ตนเป็ฝ่ายถูก ส่วนกัญกับสินิทรากลายเป็ผู้ลักลอบสวมเขาให้กับคุณลุง
คนทั้งบ้านมองกัญกับสินิทราอย่างรังเกียจเดียดฉันท์
จรินพรรีบพูดทันที “เห็นมั้ยหมอดูแม่นมากเลย เขาบอกว่ากัญจะได้แฟนเป็ผู้หญิงสวยจริงๆ แต่นึกไม่ถึงจะเป็แม่เลี้ยงไปได้ เธอนี่กล้าเป็ชู้กับภรรยาของลุงตัวเองได้ยังไง ช่างไม่ละอายใจเลยนะ”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ เื่เมื่อ…” สินิทราพูดไม่จบเพราะจักรพงศ์พูดแทรก
“โถ่แม่เลี้ยง ผมเห็นกับตาเลยนะครับ เลิกแก้ตัวเถอะ” จักรพงศ์กล่าว
กัญเข้าไปกระซิบกับจักรพงศ์ทันที “หากนายไม่เลิกปากพร่อยอีก ฉันจะเอาคลิปที่ถ่ายเมื่อคืนให้คนทั้งบ้านดู อยากรู้นักว่าใครจะนับถือนายอีก นายเลือกเองก็แล้วกันนะ”
“นี่เธอ” จักรพงศ์ในึกไม่ถึงว่ากัญจะกล้าอัดคลิป
กัญยิ้มอย่างมีชัย เธอหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาแล้วกำลังจะกดปุ่ม
จักรพงศ์เลยรีบพูดขึ้นมาทันที “อ้อ ผมต้องขอโทษจริงๆครับ เมื่อคืนเป็การเข้าใจผิด กัญบอกกับผมแล้วว่า เื่เมื่อคืนเป็เพราะสินิทราล้ม แล้วกัญเข้าไปรับตัวไว้ ซึ่งผมได้เห็นฉากนั้นพอดีเลยทำให้เข้าใจผิด ผมต้องขอโทษด้วยนะครับกัญ คุณแม่”
กัญเลยรีบเก็บมือถือ แต่โดยความจริงแล้ว เมื่อคืนเธอไม่ทันอัดคลิป แต่เธออาศัยหลักจิตวิทยา แกล้งบอกกับจักรพงศ์ไปอย่างนั้นเอง โชคดีมากที่จักรพงศ์ยอมเชื่อเธอ
และแล้วทุกคนก็พากันแยกย้าย พากันอารมณ์เสียเพราะต้องมาเสียเวลากับเื่ไม่เป็เื่
กัญได้แต่พยักหน้าให้สินิทราแล้วเธอก็รีบเดินหนีจักรพงศ์ไป เพราะี้เีต้องมาคุยกับคนแบบนี้
*************************************************
แทนที่จักรพงศ์จะตามกัญไปเอาเื่เื่คลิปวีดีโอ แต่เขากลับเลือกที่จะตามสินิทราไป เพราะเธอได้เข็นคุณพ่อของเขาไปที่ห้องนอนของคุณพ่อ เขารีบแอบฟังทันทีเพราะอยากรู้ว่าสินิทราจะพูดอะไรกับพ่อกันแน่
“มันเกิดอะไรขึ้นหรอลูก เื่ลูกกับกัญมันยังไงกันแน่” จักรพัฒน์รีบถามลูกสาว
“มันไม่เป็ความจริงค่ะคุณพ่อ เมื่อคืนหนูลงไปดื่มน้ำในห้องครัวค่ะ ลงไปเห็นพี่จักรเมาไม่ได้สติ หนูเปิดตู้เย็นอยู่ แต่พี่จักรกลับลากตัวหนูไปที่โซฟา ทั้งมัดมือมัดเท้าใช้เทปปิดปาก หวังจะข่มขืนหนูค่ะ โชคดีที่พี่กัญเข้ามาช่วยทัน ไม่งั้นจะเกิดอะไรกับหนูก็ไม่รู้ค่ะคุณพ่อ” สินิทราร้องไห้ด้วยความกลัว
“ไอ้ลูกเลว ข่มขืนได้แม้กระทั่งผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็แม่เลี้ยง ต้องขอบคุณกัญเขาจริงๆที่เข้ามาช่วยลูกทัน” จักรพัฒน์โมโห
“แต่ที่ลูกนึกไม่ถึงก็คือ พี่จักรเขากลับใส่ความหนูกับพี่กัญว่าคบชู้กันค่ะคุณพ่อ หนูไม่รู้ว่าพี่กัญพูดอะไรกับพี่จักร ยังดีที่พี่จักรเป็ฝ่ายล่าถอย ไม่งั้นหนูต้องกลายเป็ต้นเหตุทำให้พี่กัญเขาเสียหายเพราะหนูแน่ๆเลยค่ะ” สินิทรากล่าว
“เื่นี้เดี๋ยวพ่อจะไปคุยกับกัญเขาเองนะลูก ลูกต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้วล่ะ” จักรพัฒน์เตือน
“ค่ะคุณพ่อ” สินิทรารับคำ
จักรพงศ์ที่แอบฟังอยู่ เขารีบกลับเข้าห้องตัวเองทันที “ที่แท้น้องสาวฉันก็อยู่ใกล้แค่นี้นี่เอง เ้าเล่ห์มากเลยนะครับคุณพ่อ ถึงว่าผมไม่สามารถหาตัวน้องสาวเจอเสียที เพราะอย่างนี้นี่เอง แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
*************************************************
กัญโมโหลมออกหู เพราะนึกไม่ถึงว่าผู้ชายอย่างจักรพงศ์จะมีนิสัยแย่ขนาดนี้ กัญเดินออกจากบ้านไปร้านกาแฟเพื่อนั่งปรับอารมณ์ แล้วเธอก็เจอกับภัทรพงศ์โดยบังเอิญ กัญกำลังจะเข้าไปทัก แต่ก็มีผู้ชายคนหนึ่งตัดหน้าเธออีกแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้มีร่างกายบึกบึน รูปร่างกำยำมาก เธอเลยคาดว่าผู้ชายคนนี้อาจจะเป็แฟนของภัทรพงศ์ก็เป็ได้ เธอเลยไม่อยากรบกวนคู่รักคู่นี้
กัญเลยมองไปทางอื่น ก็เห็นหมอดูที่เคยดูดวงให้เธอเข้ามาในร้านพร้อมกับลูกค้าท่านหนึ่ง
หมอดูดูดวงให้ลูกค้าคนนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมง ลูกค้าคนนั้นก็กลับไป สักพักก็มีชายฉกรรจ์ 2 คนเดินเข้ามาในร้านเช่นกัน แล้วรีบเดินเข้าไปหาหมอดูทันที แม้ว่ากัญจะอยู่ไกลจากหมอดูมาก แต่เธอกลับได้ยินความในใจอีกแล้ว
“ฉันจะจ้างพวกมันไปทำร้ายร่างกายสานิษ เธอจะได้เชื่อฉันหมดใจ และหลอกลวงสานิษให้เธอจ่ายค่าครูเพื่อสะเดาะเคราะห์ได้” กัญใกับความในใจที่เธอได้ยิน สักพักพวกชายฉกรรจ์ก็รีบออกไปนอกร้านทันที หลังจากที่หมอดูคนนั้นยื่นเช็คเงินให้แล้ว
กัญทำตัวไม่ถูกจริงๆ เธอเลยรีบเดินไปหาภัทรพงศ์ทันที กัญรีบลากตัวภัทรพงศ์ทันที
“เฮ้ย มีอะไรกัญ จะพาฉันไปไหนน่ะ” ภัทรพงศ์ใ
“นายรีบตามฉันมาเร็วเข้า ชวนแฟนนายไปด้วย พวกเราต้องไปช่วยสานิษ เธอตกอยู่ในอันตราย หมอดูจ้างชายฉกรรจ์ไปทำร้ายเธอ เพื่อหวังจะให้สานิษเชื่อว่าเธอมีเคราะห์จริงๆ”
ภัทรพงศ์ใที่กัญคิดว่าเขาเป็แฟนกับผู้ชายที่เขาคุยด้วย แต่คิดว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาอธิบายเลยปล่อยเลยตามเลย เนื่องจากร้านกาแฟนี้มันใกล้บ้านของจักรพงศ์ คิดว่ากัญต้องเดินมาที่ร้านนี้ชัวร์ เลยถามว่า “แล้วกัญมีรถงั้นหรอ แล้วจะไปตามพวกมันทันได้ยังไง”
กัญเพิ่งตั้งสติได้ว่าเธอไม่มีรถจริงๆด้วย เลยว่า “แล้วนายมีรถมั้ยล่ะ”
“ฉันกับมาร์คมีบิ๊กไบค์คนละคัน งั้นเธอก็ซ้อนฉันก็แล้วกัน”
กัญคิดในใจว่า “เกย์อะไรทำตัวเท่ห์จัง ถึงขั้นขี่บิ๊กไบค์” แต่ด้วยความรีบ เธอต้องรีบรับหมวกกันน็อคแล้วนั่งซ้อนภัทรพงศ์ทันที
“รถมันแรงมากเลยนะ กอดฉันแน่นๆหน่อยล่ะ” ภัทรพงศ์กล่าว
“อื้อรู้แล้ว” กัญรู้สึกแปลกๆ เธอไม่เคยกอดผู้ชายแบบนี้ แต่ในเมื่อภัทรพงศ์เป็เกย์ เธอเลยไม่ได้คิดอะไรมาก
และแล้วทั้งสามคนก็มาทันที่คนร้ายกำลังจะเข้าไปทำร้ายร่างกายสานิษพอดี
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย อย่าทำร้ายฉันเลย พวกนายอยากได้อะไรก็เอาไปเลยนะ” สานิษกล่าว
“เฮ้ยหยุดนะ” ภัทรพงศ์ะโบอก
กัญกำลังจะเข้าไปต่อสู้กับพวกคนร้าย แต่เธอถูกภัทรพงศ์ดึงตัวไว้
“ปล่อยนายมาร์คจัดการเถอะ” ภัทรพงศ์กล่าว
นายมาร์คสามารถจัดการพวกชายฉกรรจ์เสียอยู่หมัด พวกมันหมอบราบคาบ
กัญอึ้งและทึ่งในความสามารถของนายมาร์ค เขาอย่างกับบอดี้การ์ดมืออาชีพเลย เลยว่า “แฟนนายเท่ห์จังเลยนะ ภัทรพงศ์ ถึงว่านายถึงไม่สนใจผู้หญิง”
“นี่กัญ…” ภัทรพงศ์พูดไม่จบเพราะสานิษวิ่งเข้ามาหากัญพอดี
“ขอบคุณมากจริงๆค่ะ ที่มาช่วยสานิษ” สานิษกล่าว
แต่ทว่านายมาร์คเผลอ พวกมันเลยอาศัยโอกาสนี้ชิงหลบหนี และนายมาร์คก็วิ่งตามไม่ทัน เพราะพวกมันขึ้นรถแท็กซี่และรถก็แล่นหนีไปทันที เลยไม่สามารถจับคนร้ายเพื่อซัดทอดหาหมอดูคนนั้นได้
“เสียดายที่จับคนร้ายไม่ได้ ไม่งั้นก็จับหมอดูคนนั้นได้แล้วแท้” กัญบ่น
“หมอดูเกี่ยวอะไรด้วย” สานิษกล่าว
“ก็เขาจ้างคนมาทำร้ายเธอไง สานิษ” กัญกล่าว
“ฉันไม่เชื่อหรอก ว่าหมอดูท่านจะทำอย่างนั้น เธอใส่ร้ายเขาล่ะสิ” สานิษศรัทธาในตัวหมอดูมาก
“แต่เธอก็เห็นนี่ว่าคนร้ายเข้ามาทำร้ายร่างกายเธอจริงๆน่ะ” กัญกล่าว
“มันอาจเป็โจรกระจอกธรรมดาก็ได้ อีกอย่างในเมื่อจับคนร้ายไม่ได้ ก็ไม่อาจไปใส่ร้ายหมอดูนะกัญ” สานิษกล่าว
กัญถึงกับถอนหายใจและส่ายหน้ากับความศรัทธาของสานิษจริงๆ และเธอก็คงต้องปล่อยไป ทำไงได้ในเมื่อสานิษไม่ยอมเชื่อเธอ
*******************************************************************************************************
ตอนจบ
วันถัดมา สานิษผู้ซึ่งเป็แม่สื่อให้ระหว่างพี่พิชญะกับจรินพร วันนี้เป็วันจันทร์ จรินพรมีสอนที่โรงเรียน สานิษเลยนัดให้จรินพรพบกับพี่พิชญะเพื่อสารภาพรักที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
สานิษกับจรินพรถึงร้านอาหารแล้วเรียบร้อย พวกเธอสั่งอาหารรอแล้วค่อยทานพร้อมกับพี่พิชญะ
“นั่นไงเขามาแล้ว” สานิษกล่าว
จรินพรกำลังจะลุกทักทาย แต่แล้วพิชญะกลับคุกเข่าต่อหน้าสานิษ ยื่นแหวนแต่งงานพร้อมกับบอกสานิษว่า “แต่งงานกับพี่นะ สานิษ พี่รักเธอ” พิชญะกล่าว
สานิษยืนอึ้งกับเหตุการณ์กลับตาลปัตรเช่นนี้ แต่เธอยังไม่ทันตอบตกลง จรินพรได้ฟัง เธอเสียใจมากเพราะทั้งผิดหวังในความรักและทั้งถูกเพื่อนทรยศ จรินพรจึงรีบวิ่งออกไปนอกร้านทันที
สานิษรู้ดีว่าจรินพรโกรธตนมาก เลยรีบวิ่งตามไป แต่แล้วจรินพรถูกรถแท็กซี่ชนอย่างจังได้รับาเ็สาหัส
พิชญะกับสานิษรีบพาตัวจรินพรส่งโรงพยาบาล ขณะนี้เธออยู่ห้อง ICU สานิษรีบโทรแจ้งไปที่บ้านของจรินพร ก็พบว่ามีเพียงกัญเท่านั้นที่อยู่บ้าน ส่วนคนอื่นๆไปไหนกันหมดก็ไม่รู้
กัญเลยรีบไปที่โรงพยาบาลทันที
สานิษได้แต่นั่งโทษตัวเองที่เป็สาเหตุที่ทำให้จรินพรเกิดอุบัติเหตุ และนึกไม่ถึงว่าพี่พิชญะจะชอบตน
พิชญะรีบดึงตัวสานิษเข้ามากอดเพื่อปลอบ “อย่าโทษตัวเองนะครับ ความรักมันเป็เื่ที่บังคับกันไม่ได้จริงๆ พี่รักสานิษมากนะ และคงเปลี่ยนใจไปรักใครไม่ได้อีก”
“แต่ดวงของพี่เป็เนื้อคู่กับจรินพรนี่คะ” สานิษยังเชื่อเื่ดวง
“เื่ดวงกับเื่ของความรัก มันคนละเื่กันนะครับ ดวงชะตาเป็แค่ส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ไม่ใช่ตัวกำหนดทุกอย่างของชีวิตนะครับ เื่ของดวง เราอาจจะเชื่อได้บ้าง แต่ผลสุดท้ายตัวเราเองนั่นแหละที่เป็ตัวกำหนดชะตาของตัวเอง” พิชญะกล่าว
แม้สานิษจะยอมฟังอยู่บ้าง แต่ความศรัทธาในตัวหมอดูก็มีอยู่มากเสียเหลือเกิน ดังนั้นสานิษจึงเข้าใจว่าบางทีหมอดูอาจจะดูสลับดวงกันก็เป็ได้ จริงๆสานิษเป็เนื้อคู่ของพี่พิชญะ ส่วนจรินพรมีเคราะห์ร้าย
เมื่อกัญมาถึง หมอก็เดินออกมาพอดี
“คุณจรินพรพ้นขีดอันตรายแล้วครับ วันพรุ่งนี้ถึงอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้” หมอกล่าว
ทั้งสามคนหมดห่วง สานิษจึงขอตัวไปทำธุระทันที และก่อนที่สานิษจะไป เธอได้แวะเข้าห้องน้ำ เช่นเดียวกันกับกัญ เมื่อกัญเผชิญหน้ากับสานิษ แม้สานิษจะพยายามหลบหน้าเพราะกลัวกัญจะถามว่าทำไมจรินพรถึงเกิดอุบัติเหตุ
แต่กัญกลับได้ยินเสียงในใจของสานิษ “ฉันจะไปถามหมอดูให้รู้เื่ ว่าหมอดูดวงสลับกันหรือเปล่า”
สานิษออกมาจากห้องน้ำแล้วรีบออกไปทันที
กัญรู้สึกเป็ห่วงสานิษ เพราะกลัวว่าอันธพาลเ่าั้อาจจะอยู่กับหมอดูและทำร้ายเธอได้
กัญเดินออกไปแล้วเจอกับพิชญะพอดี
“คุณรู้จักบ้านของหมอดูมั้ยคะ” กัญรีบถาม
“รู้จักครับ สานิษชอบพาผมไปดูบ่อยๆ” พิชญะกล่าว
“คุณช่วยพาฉันไปตอนนี้ได้มั้ยคะ สานิษเธอจะไปบ้านหมอดูกำมะลอนั่น หมอดูมีลูกน้องที่เป็อันธพาลด้วย สานิษอาจเกิดอันตรายได้นะคะ” กัญรีบอธิบาย
“แสดงว่าหมอดูเป็นักต้มตุ๋นใช่มั้ยครับ พวกเรารีบไปกันเถอะ” พิชญะกล่าว
กัญเลยนั่งรถของพิชญะ เพื่อรีบตามสานิษไป
เมื่อมาถึงบ้านหมอดู สานิษลงมาจากรถ เธอกำลังจะเดินเข้าไปอยู่แล้ว เผอิญว่าเธอเห็นคนร้ายสองคนที่ทำร้ายเธอในตอนนั้น สานิษเลยย่องไปแอบดูทันที
“พวกนายไม่น่าทำงานพลาดเลย ทำไมไม่ได้เื่อย่างนี้นะ ฉันอุตส่าห์ให้เงินพวกนายไปตั้งเยอะ” หมอดูกล่าว
“ขอโทษครับนาย มีคนมาช่วยสานิษครับ” ลูกน้องรายงาน
“ดีที่พวกมันจับพวกนายไม่ได้ มีหวังฉันได้เข้าคุกพร้อมกับพวกนายแน่” หมอดูกล่าว
“เฮ้ย นั่นใครอยู่ตรงนั้นน่ะ” ลูกน้องคนหนึ่งเห็นเข้าพอดี
สานิษใมาก เธอรีบวิ่งหนีคนร้ายทันที แต่พวกมันก็จับเธอได้อยู่ดี
“คุณสานิษนี่เอง ได้ยินความลับแล้วสินะ ฉันคงปล่อยคุณไว้ไม่ได้” หมอดูกล่าว “พวกนาย เอาตัวมันไป”
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย อื้อ” สานิษถูกคนร้ายปิดปาก ในใจเธอคิดว่า “ฉันน่าจะฟังกัญั้แ่แรก ไม่น่าหลงเชื่อคนผิดเลย”
แต่แล้วตำรวจก็รีบบุกเข้าล้อมจับกุมหมอดูและพรรคพวกทันที
คนร้ายยอมมอบตัวแต่โดยดี
สานิษถูกปล่อยตัว เธอเห็นพิชญะ เลยรีบวิ่งเข้าไปกอดด้วยความกลัว
“ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี พี่อยู่ตรงนี้แล้ว” พิชญะกอดและลูบหัว
“สานิษขอโทษค่ะ ไม่น่าหลงเชื่อหมอดูต้มตุ๋นเลย” สานิษกล่าว
“ไว้เป็บทเรียนนะครับ” พิชญะกล่าว
กัญเห็นสานิษปลอดภัย เธอก็โล่งใจ กัญเลยอาสาขับรถของสานิษไปส่งเธอที่บ้าน โดยมีพิชญะขับรถตามได้ด้วย เพื่อรอรับกัญ แล้วพาไปส่งกัญที่โรงพยาบาลเพื่อไปเอารถของกัญเอง
ในระหว่างที่กัญอยู่ในรถของสานิษ
“รู้สึกดีขึ้นหรือยังคะคุณสานิษ” กัญกล่าว
“ขอบคุณนะคะ ฉันน่าจะเชื่อคุณั้แ่แรก ไม่น่ามาเป็เหยื่อของหมอดูต้มตุ๋นเลย” สานิษกล่าว
“ไว้เป็บทเรียนตามที่แฟนคุณว่านะคะ อย่างที่บอกพวกเราสามารถดูดวงได้ เพราะนำมาประกอบการตัดสินใจ แต่ผลสุดท้ายมันจะเป็ไปตามดวงหรือไม่ มันก็ขึ้นกับตัวของเราเองทั้งนั้นค่ะ” กัญกล่าว
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ แต่ตอนนี้ฉันกลับเป็ต้นเหตุให้จรินพรเกิดอุบัติเหตุนี่สิคะ” สานิษรู้สึกผิด
“เื่ราวมันเป็ยังไงหรอคะ” กัญถาม
“คือฉันทำหน้าที่เป็แม่สื่อให้จรินพรกับพี่พิชญะ เพราะครอบครัวฉันกับพี่พิชญะสนิทกันมาก ไปมาหาสู่กันตลอด ฉันนึกไม่ถึงว่าพี่พิชญะกลับชอบฉันแทน และฉันเองก็ดันแอบมีใจให้พี่เขานานแล้วเหมือนกัน ยิ่งตอนที่ดูดวง หมอดูบอกว่า เพื่อนสาวเป็เนื้อคู่ของพี่พิชญะ ฉันก็เลยรีบตัดใจจากพี่เขา และส่งเสริมทั้งคู่แทน” สานิษกล่าว
“ก็อย่างว่านะคะ เื่ความรักเป็เื่บังคับกันไม่ได้ และเราไม่อาจใช้ดวงตัดสินเื่ความรักได้ ความรักของคนสองคนจะยืนยาวนานไม่ใช่เื่ดวง แต่มันเป็เื่ของคนสองคนเท่านั้นว่าประคองความรักได้ดีแค่ไหน” กัญกล่าว
“ค่ะ ฉันเข็ดแล้วล่ะคะ คงต้องเลิกดูดวงเสียที” สานิษกล่าว
“ถึงบ้านของคุณพอดี ฉันว่าคุณควรไปตอบรับรักคุณพิชญะได้แล้วนะคะ เื่นี้มันไม่ใช่เื่ทรยศเพื่อนหรอกค่ะ ในเมื่อคุณพิชญะเขารักคุณไม่ใช่จรินพร” กัญกล่าว
สานิษจึงเดินไปหาพิชญะ เธอยอมรับแหวนและตกลงแต่งงานกับพิชญะทันที พิชญะดีใจมากเข้าอุ้มเธอหมุนไปด้วยกัน คำตอบนี้ทำให้เขามีความสุขมาก
หลังจากนั้นพิชญะจึงมาส่งกัญที่โรงพยาบาล
กัญรู้สึกเป็ห่วงจรินพร เพราะจรินพรคาดหวังกับความรักครั้งนี้ไว้มาก ยิ่งหมอดูคนนั้นดูว่าเธอจะเป็เนื้อคู่ของพิชญะด้วยแล้ว ยิ่งส่งเสริมให้เธอคาดหวังไว้สูงมาก ดังนั้นเมื่อผิดหวังเธอจึงแทบช็อคและทนยอมรับความผิดหวังนี้ไม่ได้ กัญเลยคิดว่าจะเล่าเื่นี้ให้คุณลุงฟัง เพื่อให้คุณลุงช่วยปลอบเธอ มันคงจะดีกว่าให้ตัวเธอไปพูด เพราะกัญกับจรินพรไม่ถูกกัน ถ้ากัญพูด จะกลายเป็ว่าเป็การเยาะเย้ยเสียมากกว่า
ั้แ่กัญอ่านไดอารี่ของโสภิศนภา เธอเลยกลายเป็คนรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้น ซึ่งถ้าเป็กัญในสมัยก่อน เธอคงเข้าไปพูดกับจรินพรโดยไม่นึกถึงจิตใจของจรินพรอย่างแน่นอน
เมื่อกัญกลับถึงบ้าน บ้านหลังนี้เงียบผิดปกติ เพราะไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย ไปไหนกันหมดก็ไม่รู้
กัญเดินไปใกล้ๆห้องคุณลุง เธอได้ยินเสียงความในใจของใครสักคน “ใครก็ได้ช่วยลูกสาวของลุงด้วย ได้โปรด นายจักรพงศ์จับตัวเธอไปแล้ว”
กัญรีบใช้กุญแจผีเปิดประตูห้องคุณลุงทันที เธอเห็นคุณลุงจับมัดมือมัดเท้าและใช้ผ้ารัดปากไว้ไม่ให้พูดอะไรได้
กัญรีบแก้เชือกและแกะผ้ารัดปากออก “คุณลุงคะมันเกิดอะไรขึ้นคะ”
“หลานรู้ได้ยังไงว่าลุงถูกมัดอยู่ในห้องนอนนี้” จักรพัฒน์แปลกใจในตัวหลานสาว
“เื่นั้นเอาไว้ก่อนค่ะ คุณลุงรีบตอบมาเถอะนะคะ” กัญรีบเปลี่ยนเื่
“จักรพงศ์รู้แล้วว่าสินิทราเป็ลูกสาวของลุง เขาเลยจับตัวน้องสาวไป หวังจะทำร้ายเธอ เพื่อไม่ให้เธอได้เป็เ้าของบริษัทตามพินัยกรรมของลุง” จักรพัฒน์ยอมเผย
“แล้วพวกมันจับเธอไปไว้ที่ไหน คุณลุงพอจะทราบมั้ยคะ” กัญถาม
“ลุงก็ไม่รู้เหมือนกัน” จักรพัฒน์กล่าว
“งั้นกัญขอติดต่อภัทรพงศ์ก่อนนะคะ เผื่อเขาช่วยได้” กัญกล่าว
“นั่นสิ เขาน่าจะช่วยได้จริงๆ” จักรพัฒน์เห็นด้วย
*************************************************
“ว่าไงกัญ โทรหาผมมีธุระอะไรครับ” ภัทรพงศ์กล่าว
“คุณสินิทราถูกพี่จักรพงศ์จับตัวไปค่ะ” กัญกล่าว
“ผมทราบแล้วครับ นายมาร์คล่วงหน้าไปช่วยเธอแล้ว ผมกำลังจะตามไปพร้อมกับตำรวจครับ” ภัทรพงศ์กล่าว
“ที่แท้คุณก็รู้แผนชั่วของพี่จักรแล้ว” กัญกล่าว
“เปล่าหรอกครับ ผมจ้างให้นายมาร์คคอยติดตามสินิทราเพื่อคุ้มครองเธอครับ เอ้อผมถึงที่เกิดเหตุพอดี แค่นี้ก่อนนะครับ” ภัทรพงศ์กล่าว
*************************************************
กัญเดินมาหาคุณลุงทันที
“ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะคุณลุง ภัทรพงศ์กับนายมาร์คกำลังจะไปช่วยสินิทราค่ะ” กัญกล่าว
“ขอบใจมากๆหลาน ลุงโชคดีมากเลยที่มีกัญและภัทรพงศ์เป็หลานที่ดี แต่ลุงกลับโชคไม่ดีที่มีลูกชายเลว” จักรพัฒน์กล่าว
“อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะคะคุณลุง พี่จักรพงศ์ต้องกลับเนื้อกลับตัวได้อย่างแน่นอนค่ะ” กัญปลอบใจ
แต่แล้ว สินิทรากลับมาพร้อมกับภัทรพงศ์และนายมาร์ค พวกเขากลับมาพร้อมกับข่าวร้าย
จักรพงศ์ถูกฆ่าปิดปาก เพราะเขาร่วมมือกับมาเฟียข้ามชาติลอบค้าอาวุธเถื่อน แต่จักรพงศ์คงเรียกร้องผลประโยชน์จากพวกนั้นมากเกินไป จึงทำให้เกิดการเขม่นกันขึ้น ดังนั้นเมื่อจักรพงศ์ถูกตำรวจจับอยู่ เขาก็ถูกสไนเปอร์ลอบยิงมาที่ศีรษะของจักรพงศ์ ทำให้เขาตายคาที่
“ผมเสียใจด้วยครับคุณลุง จักรพงศ์ถูกฆ่าปิดปาก เสียชีวิตคาที่ครับ” ภัทรพงศ์กล่าว
คุณลุงแทบช็อค เพราะถึงแม้ลูกชายจะเลวแค่ไหน แต่ก็ยังเป็ลูกชายอยู่ดี
*************************************************
จักรพัฒน์นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะต้องเป็คนจัดงานศพให้กับลูกชายของตัวเอง สินิทราได้แต่ปลอบพ่อ และบอกกับพ่อว่าเธอจะดูแลพ่อเอง
จรินพรมารู้ภายหลัง เธอรู้สึกผิดที่ตนพูดจาดูถูกดูแคลนพี่สาวของตัวเอง
“ฉันขอโทษนะพี่” จรินพรกล่าว
“พี่ไม่ถือสาหรอก แล้วเื่อกหักล่ะดีขึ้นแล้วหรือยัง” สินิทรากล่าว
“ฉันเข้าใจแล้วว่า เื่ความรักเป็เื่ที่บังคับกันไม่ได้ อีกอย่างฉันควรจะมีน้ำใจเป็นักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะใช่มั้ยพี่” จรินพรกล่าว
“น้องของพี่เก่งจริงๆ พี่ขออวยพรให้น้องพี่เจอคนที่ใช่ในเร็ววันนะ” สินิทราอวยพร
“น้องเจอแล้วค่ะ” จรินพรกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ห๊า เร็วขนาดนั้นเชียว” สินิทราใ
“มันเป็รักแรกพบค่ะ และนายมาร์คที่เคยคุ้มครองพี่ ก็ชอบฉันตอบด้วย” จรินพรกล่าว
“รักแรกพบจริงๆ เขาแค่ติดตามพี่ไปเยี่ยมน้องที่โรงพยาบาล เขาก็บอกพี่ว่าเขาเจอนางในฝันแล้วจริงๆ” สินิทรากล่าว
กัญผู้เดินมาสมทบภายหลัง เธอก็งงเหมือนกัน ในเมื่อนายมาร์คเป็แฟนกับภัทรพงศ์อยู่ หรือว่านายมาร์คกลับใจเป็ชายทั้งแท่งแล้ว
กัญมองสองพี่น้องสุดสวยเดินพาคุณลุงไปไหว้ศพและเข็นไปที่โซฟา เพื่อเตรียมตัวเป็เ้าภาพงานศพ
ส่วนกัญก็คอยต้อนรับแเื่ที่มาร่วมงานพร้อมกับช่วยรับซอง และเชิญแขกมานั่งประจำที่
สักพักกัญก็เห็นนายมาร์ค กัญรับซองจากนายมาร์ค ก็เห็นเขามองหาใครสักคน เลยเดาทันที เพราะเดี๋ยวนี้เธอไม่ได้ยินเสียงความในใจของใครอีกแล้ว
“ถ้ามองหาจรินพร เธอนั่งข้างพ่อของเขาที่โซฟานั่นค่ะ คุณมาร์ค” กัญกล่าวโดยใช้การคาดเดา
“ขอบคุณมากครับคุณกัญ” มาร์คกล่าวเพราะกัญตอบตรงใจ
มาร์ครีบเดินไปหาจรินพรทันที แล้วไปนั่งข้างเธอ นับว่าจรินพรรักษาใจได้รวดเร็วมาก และเธอก็เลิกโกรธสานิษกับพิชญะแล้ว ทำให้กลายเป็ว่าคู่ของจรินพรกับมาร์คหวานกว่าคู่ของเพื่อนเสียอีก ดังนั้นสานิษกับแฟนจึงมางานศพโดยที่ไม่ต้องห่วงความรู้สึกของจรินพรอีก
พระท่านเริ่มสวดไปได้สักพักหนึ่ง ภัทรพงศ์ก็เดินเข้ามายื่นซองงานศพให้กัญ กัญเป็ห่วงความรู้สึกของภัทรพงศ์ เพราะตอนนี้เท่ากับว่าเขากำลังอกหักจากนายมาร์คนั่นอยู่แน่ๆ
“คุณแน่ใจนะคะ ว่าคุณไม่เป็อะไร คุณไม่เ็ปหรอคะ เมื่อเห็นนายมาร์คกับจรินพรเขาสวีทกัน” กัญถามตรงๆ
“ผม เอ่อ” ภัทรพงศ์ยังไม่ทันตอบ
สินิทรารีบเดินมารับภัทรพงศ์ทันที เพราะคุณลุงอยากให้หลานชายมาร่วมเป็เ้าภาพงานศพด้วยกัน “ขอโทษที่ขัดจังหวะค่ะ คุณพ่ออยากให้พี่ภัทร เป็เ้าภาพงานศพร่วมกันค่ะ”
“ได้สิครับ” ภัทรพงศ์กล่าว
กัญรู้สึกเห็นใจภัทรพงศ์ เพราะเขาต้องนั่งใกล้กับคู่ของนายมาร์คนั่น
หลังจากพระท่านสวดศพเสร็จ ญาติสนิทมิตรสหายพากับกลับบ้านเรียบร้อย กัญซึ่งมาพร้อมกับสินิทรา กัญเลยขออาสาขับรถของภัทรพงศ์เพื่อไปส่งเขา เพราะเข้าใจว่าเขากำลังอกหัก อาจไม่ปลอดภัยเวลาขับรถได้
“ทำไมถึงต้องอาสาขับรถให้ผมด้วยครับ” ภัทรพงศ์ถาม
“ฉันเห็นคุณทำงานมาเหนื่อยๆ แล้วรีบขับรถตรงมางานศพเลยค่ะ กลัวคุณหลับใน ให้ฉันขับไปส่งเถอะนะคะ คุณลุงจะได้ไม่ต้องห่วงคุณด้วย” กัญกล่าว
ทั้งคู่เลยนั่งรถมาด้วยกัน แต่ก็พากันเงียบ กัญเลยเปิดคลื่นวิทยุ แต่เพลงที่ดีเจเปิดก็มีแต่เพลงอกหักทั้งสิ้น เธอเลยรีบปิดวิทยุทันที เพราะไม่อยากให้ภัทรพงศ์ะเืใจเพราะอกหัก
“ถึงแล้วนะคะ เดี๋ยวฉันขอตัวกลับก่อนค่ะ” กัญกำลังเปิดประตูออกจากรถ
“คุณจะกลับยังไงครับ กัญ มันดึกมากแล้วด้วย รถแท็กซี่ก็น่ากลัว ถึงคุณจะเป็ทอมก็เถอะ” ภัทรพงศ์เป็ห่วง
“ฉันกลับได้ค่ะ” กัญกล่าว
“งั้นเอาอย่างนี้ครับ ไปทานกาแฟก่อน แล้วผมจะให้คุณขับรถผมกลับบ้าน” ภัทรพงศ์กล่าว
กัญรู้สึกง่วงจริงๆ เธอก็อยากดื่มกาแฟเหมือนกัน เลยตามเขาขึ้นไป
ภัทรพงศ์เลยให้กัญรอที่ห้องรับแขก
“ขอโทษนะคะ คุณกับนายมาร์คคบกันนานหรือยัง ทำไมนายมาร์คถึงกลับใจไปคบจรินพรแทน” กัญเลือกที่จะถามตามตรง
“ผมกับนายมาร์คไม่ได้เป็อะไรกับครับ อีกอย่างผมไม่ได้เป็เกย์ด้วย” ภัทรพงศ์กล่าว
“อ้าว แต่คุณบอกคุณพิมประภาว่าคุณไม่ได้ชอบผู้หญิงนี่คะ” กัญเผลอพูด
“แสดงว่าคุณแอบฟังน่ะสิ” ภัทรพงศ์กล่าว
“เอ่อ บังเอิญได้ยินต่างหากค่ะ” กัญกล่าว
“ใช่ ผมไม่ได้ชอบผู้หญิงและไม่ได้เป็เกย์ครับ” ภัทรพงศ์กล่าว
“แล้วคุณเป็อะไรคะเนี่ย” กัญงง
ภัทรพงศ์วางกาแฟลงบนโต๊ะ แล้วเขาก็ดึงตัวกัญเข้ามาจูบแบบที่กัญไม่ทันตั้งตัว กัญอึ้งมากไปหน่อย เธอเลยไม่ได้ขืนตัว พอรู้สึกตัวเธอเลยรีบทุบหลังเขาทันที จนภัทรพงศ์เป็ฝ่ายผละออกเสียเอง
“ผมเป็แบบนี้ คุณจะเรียกผมว่าอะไรล่ะครับ ใช่เกย์มั้ย” ภัทรพงศ์กล่าว
“นี่คุณ แล้วคุณมาจูบฉันทำไม” กัญถามอย่างเขินๆ
“ผมชอบคุณครับกัญ ชอบมาั้แ่เด็กๆแล้วด้วย และผมก็รักที่ตัวคุณไม่ว่าคุณจะเป็ทอมหรือผู้หญิงจริงๆ ผมก็เลยบอกพิมประภาไปอย่างนั้น ว่าไม่ได้ชอบผู้หญิง เพราะหลงรักสาวทอมอย่างคุณ” ภัทรพงศ์เผยความในใจ
กัญเขินมากเธอจะหันกลับไปเพื่อรีบออกจากห้องของเขา แต่ภัทรพงศ์กอดเธอจากด้านหลัง และพูดว่า “ผมเป็ลูกบุญธรรมของนายเฉินครับ ผมเลยได้ทำงานเป็ฝ่ายบริหารให้บริษัทของเขา พร้อมกับเปลี่ยนนามสกุลแล้ว ดังนั้นนามสกุลผมกับคุณไม่เหมือนกันอยู่แล้ว สามารถแต่งงานกันได้ครับ”
“นี่คุณขอฉันแต่งงานแล้วหรอคะ ทำไมพูดเองเออเองแบบนี้ล่ะคะ” กัญเขิน
“ผมขอคุณจากคุณลุงแล้ว ซึ่งท่านก็อนุญาตครับ” ภัทรพงศ์มัดมือชก
“แล้วฉันล่ะคะ คุณจะไม่ถามเลยหรอ” กัญกล่าว
“นี่ไงครับ ผมกำลังจะถามคุณอยู่นี่ไงครับ แต่งงานกับผมนะครับกัญ” ภัทรพงศ์กล่าว
“ฉัน เอ่อ” กัญพูดตะกุกตะกัก
กัญถูกดึงให้หันไปหาภัทรพงศ์และเขาก็ดึงเธอเข้าไปจูบอีกครั้ง แต่น่าแปลกก็คือ กัญกลับยินยอมแต่โดยดี กลายเป็ว่านี่คือคำตอบของเธอว่า ยินยอมแต่งงานกับภัทรพงศ์
คืนนี้กัญค้างที่คอนโดของภัทรพงศ์ แต่ไม่ได้มีอะไรกัน เพียงแค่นอนกอดกันเฉยๆ ทั้งสองมีความสุขอย่างประหลาด เพราะตลอดเวลาที่กัญอยู่บ้านคุณย่าด้วยกันกับภัทรพงศ์ แม้เธอจะไม่ชอบหน้าเขา แต่เธอก็มีแค่เขาเท่านั้นที่เข้าใจความรู้สึกของเธอ และบัดนี้เองที่เธอได้เข้าใจแล้วว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกอีกแล้ว เพราะเธอจะมีภัทรพงศ์คอยร่วมทุกข์ร่วมสุขและสร้างชีวิตครอบครัวด้วยกัน
*************************************************
จบบทที่ 10
.