"จงฮวาและหนานซื่อ พวกเ้าฝึกกระบี่ เ้าเข้าสำนักหยวนั หรืออารามไตรวิหค น่าจะเป็ทางแห่งรากฐานที่ดีของพวกเ้า"
"ส่วนเ้าหนิงเซียน"
ลู่ซือในวัยสิบปีกว่า ให้คำแนะนำผู้อื่นหลายคนรอบข้าง แม้จะดูเป็เื่แปลกที่เด็กแนะนำให้คนสูงอายุกว่า หากแต่ในสำนักเทพ์ พวกเขารู้และเชืี่อในความรู้ความสามารถของลู่ซือมาตลอด
เช่นเดียวกับครั้งนี้ ลู่ซือก็แนะนำจงฮวาและหนานซื่อให้เข้าอารามไตรวิหค หรือจะเป็สำนักหยวนัก็ได้เช่นกัน และก็รวมถึงหนิงเซียน จงหมาน จงซื่อด้วยเช่นกัน
"ท้ายที่สุดพวกเ้าต้องตัดสินใจเอง ข้าให้คำแนะนำได้เพียงเท่านี้ แต่ไม่รับประกันความสำเร็จของพวกเ้า"
"อีกอย่าง ..."
"หากพวกเ้า้าฝึกวิชาประเภทขุมพลังจิต พวกเ้าจะต้องไปสำนักอสุนีหิมะ ข้าแนะนำเท่านี้"
ทั้งหมดที่แนะนำ ก็ได้จากการคิดไตร่ตรองหลายรอบ โดยใช้ข้อมูลที่ได้มาที่ว่า ทั้งสองสำนัก มีความเก่งด้านดาบและกระบี่เช่นกัน จะเลือกสำนักใดก็ได้
สามวันต่อมา วันที่รอคอยก็มาถึง เสียงไก่ยังขับขานให้ผู้คนตื่นนอนเหมือนที่อื่น ๆ ไม่ผิดเพี้ยน ศิษย์จากสำนักต่าง ๆ เดินทางไปรับการทดสอบมากมาย รวมทั้งลู่ซือและพวก ในครั้งนี้ ทั้งสามสำนักในซีแดน เปิดให้รับการทดสอบพร้อมกัน โดยให้เวลาสามวันในการทดสอบ
สาเหตุที่พวกเขารับไว้ ประการหนึ่ง คือ เพิ่มกำลังคนให้สำนักตนเองมีความเข้มแข็งขึ้น และยังสามารถส่งคนในสำนักไปปฏิบัติภาระกิจ สร้างรายได้ให้กลับสู่สำนักได้มหาศาลเช่นกัน
ในส่วนของหนิงเซียน จงฮวา จงหมาน จงซื่อ และหนานซื่อ ทั้งห้าค รวมถึงศิษย์อีกราวสิบคนมุ่งไปที่สำนักไตรวิหค เพราะ้าฝึกดาบและกระบี่ที่ชื่นชอบและทำได้ดีอยู่แล้ว
ในส่วนของเล่าหานและศิษย์คนอื่นมุ่งไปที่สำนักหยวนั ที่มีทั้งฝึกกระบี่ พลอง และดาบ แต่้าเน้นพละกำลังพลังหยวน จึงพากันมาที่สำนักแห่งนี้
ทว่าในกลุ่มศิษย์จากสำนักเทพ์ ไม่มีใครไปที่สำนักอสุนีหิมะ สาเหตุหลักก็เพราะหวั่นใจเื่การฝึกพลังแห่งขุมพลังจิต
ที่สำนักหยวนั มีผู้เข้ารับการทดสอบทั้งชายและหญิง บุคคลที่โดดเด่นและมีชื่อคือศิษย์เอกจากสำนักดาบอัคคีเพลิง หยงจ้าน และศิษย์เอกจากสำนักเฉิงฉาน เอี้ยวซือ ทั้งสองเป็ศิษย์ทีีมีความโดดเด่น และต่างก็ชิงดีชิงเด่นในเื่ความสามารถและเื่ผู้หญิงที่หมายปอง
ในส่วนของการทดสอบ สำนักหยวนั เปิดให้ศิษย์จากสำนักอื่น ขึ้นไปบนเขาหินสูง จากนั้นให้นำหินก้อนขนาดไม่น้อยกว่าความสูงของตนเองลงมาในสภาพที่ดีที่สุด ภายในเวลาหนึ่งก้านธูปเท่านั้น นั่นคือขั้นแรก
ในส่วนนี้ เป้าประสงค์สำคัญของสำนักหยวนั คือ เพื่อ้าทดสอบพละกำลังหยวนของแต่ละคน ว่ามีความแข็งแกร่ง อึด และทนเพียงใด หินแต่ละก้อนที่ไปยกมา จะต้องใช้พลังในการตัดและยกมา ไม่ใช่เื่ที่ทำกันง่าย จะใช้พลองทำให้แตก ใช้กระบี่ หรือใช้ดาบ ทำอย่างไร ให้หินไม่แตกออกเป็เสี่ยง ถือเป็ความยากทีเดียว
สำหรับหยงจ้าน เอี้ยวซือ เล่าหาน ถือว่าเป็เื่ไม่ยากเกินไป ทั้งสามคนเป็ศิษย์เอกลำดับต้นของสำนัก ย่อมมิใช่เื่ยากเกินไปที่จะทำ แม้ว่าจะใช้เวลาร่วมค่อนก้านธูป ทั้งสามคน ต่างกลับมาในเวลาไล่เรี่ยกัน เล่าหานกลับมาเป็ลำดับที่สาม หากจะกล่าวตามจริง ต้องกล่าวว่า มีลำดับที่หนึ่งสองคนที่มาพร้อมกัน นั่นคือ หยงจ้านและเอี้ยวซือ และอันดับที่สอง คือ เล่าหาน
เมื่อครบเวลาหนึ่งก้านธูป มีศิษย์กลับมาในเงื่อนไขที่กำหนดได้ร่วมร้อยคน ส่วนอีกราวห้าสิบคนไม่ผ่านการทดสอบ สิ่งที่ทำได้คือ ต้องมาสอบใหม่ หรือไปสอบที่สำนักอื่นหาก้า
เมื่อการทดสอบครั้งที่หนึ่งหมดเวลา การทดสอบการต่อสู้บนลานประลอง เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
"ผู้เข้าทดสอบสามารถเลือกอาวุธได้ตาม้า ที่สำคัญ ห้ามทำร้ายถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต"
"การทดสอบลำดับที่สามสิบเป็ต้นไปจะทดสอบก่อน พวกเ้าดูศิลาของเ้า ว่าจะถูกสุ่มออกมาสู้กับผู้ใด" ผู้เฒ่าสำนักหยวนักล่าว
ในที่สุด ผู้รับการทดสอบหลายคู่ผ่านไป แต่ละคนไม่มีโอกาสรู้เลยว่าใครจะต้องประลองกับใคร ทุกคนต้องรอและลุ้นตลอดเวลา การทดสอบใช้เวลาไม่นาน เพียงร้อยยี่สิบคน หรือหกสิบคู่ก็จบลง ผู้ที่ผ่านสามารถเข้าเป็ศิษย์นอกได้ทันที และคนที่ไม่ผ่านก็เป็ศิษย์งานได้ทันที หากไม่พอใจก็ทดสอบใหม่ได้
ศิษย์งาน และศิษย์นอก ต่างกันที่ศิษย์งาน จะต้องช่วยทำงานต่าง ๆ ให้ศิษย์นอก ศิษย์ใน และศิษย์เอก รวมถึงเ้าสำนัก ผู้าุโสำนัก ถือเป็ศิษย์ระดับแรงงาน ข้อดีคือ มีที่อยู่ ที่อาศัย มีที่กิน และได้ฝึกวิชาในระดับหนึ่ง แต่ต้องทำงานตามสำนักกำหนดให้
สำหรับศิษย์นอก ก็เช่นกัน คล้าย ๆ กับศิษย์งาน เพียงแต่งานจะดูแลศิษย์เอกขึ้นไปถึงเ้าสำนัก และมีวิชาที่ฝึกฝนได้มากกว่า ทำงานน้อยกว่า และได้รับเบี้ยเลี้ยงส่วนหนึ่งด้วย
เวลาผ่านไปสามชั่วยาม การทดสอบเสร็จสิ้น มีผู้ผ่านการทดสอบเป็ศิษย์ในแบบต่าง ๆ คละกันไป สำหรับสิบคนแรก ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็ศิษย์สายใน ทว่าในการทดสอบในครั้งล่าสุด ทำให้สามคนมีความบาดหมางเกิดมากขึ้น เพราะเมื่อใกล้หมดเวลาปะทะกันใน่หนึ่งก้านธูปทั้งหยงจ้านและเอี้ยวซือ ก็ไม่ยอมหยุดมือ ต่างพยายามจะทำให้อีกฝ่ายาเ็สาหัส สุดท้ายหมดเวลา ต่างฝ่ายต่างาเ็สาหัสทั้งคู่ แต่ไม่มีใครเด่นกว่าใคร
ในส่วนของเล่าหาน ก็ถูกลำดับที่ต่อท้าย ท้าขึ้นมาปะทะอย่างต่อเนื่อง หลายคนสามารถเลือกปะทะผู้ที่อยู่ลำดับสูงกว่าได้ ทำให้เล่าหานถูกท้าหลายครั้ง ทั้งนี้ก็เพราะพวกเขาเ่าั้ ไม่กล้าปะทะกับหยงจ้านและเอี้ยวซือโดยตรงนั่นเอง ทำให้เล่าหานโกรธที่ตนเองต้องมารับสภาพนี้ เพราะความสามารถยังเป็รองทั้งสองคน
กลับมาที่อารามไตรวิหค ...
ที่อารามมีการทดสอบคล้ายกันกับสำนักหยวนั หากแต่การทดสอบขั้นต้น คือ การทดสอบความแม่นยำและพละกำลังในการทำลายทั้งเป้านิ่งและเป้าบิน ระยะที่เป็เป้านิ่งก็อยู่ไกล ผู้มีพลังหยวนต่ำย่อมมีโอกาสพลาดเป้าที่จะส่งกำลังอาวุธหรือปราณอาวุธเข้าไปทำลายเป้าหมาย ส่วนเป้าบินยิ่งยากขึ้นเป็เท่าตัว เพราะไม่หยุดนิ่ง คาดเดาไม่ได้ เพราะเป้านิ่งเคลื่อนโดยพลังค่ายกลที่ส่งสลับไปมา ทำให้เป้าขึ้นลงและเคลื่อนตัวช้าเร็วไม่แน่นอน
ในส่วนของเสี่ยวอี้จากสำนักทวนจื่อหยาง หนึ่งในห้าสำนักใหญ่ เข้าทดสอบด้วยเช่นกัน ในฐานะที่เป็ศิษย์เอก ผลการทดสอบที่ได้ดีเยี่ยม ไม่มีพลาดแม้แต่เป้าเดียว ส่วนจงฮวา หนิงเซียน หนานซื่อ จงหมาน จงซื่อ การทดสอบผ่านไปด้วยดี จะมีเพียงจงซื่อที่พลาดเป้าโดยไม่โดนไปบางส่วน ส่วนคนอื่นไม่พลาดเป้า แต่ความแม่นยำของเป้ายังถือว่าต่ำกว่าเสี่ยวอี้ที่สามารถทำลายได้กลางเป้าทุกครั้ง
จงฮวาและหนิงเซียน แสดงความหงุดหงิดออกมาในผลลัพธ์ที่ทำได้ไม่ดีเท่าเสี่ยวอี้ แม้พลังดาบและพลังกระบี่จะทำลายเป้า แต่ไม่ใช่กลางเป้าหมาย ทำให้เสียคะแนนบางส่วนไป
ผลการทดสอบในรอบแรก ลำดับที่หนึ่งเสี่ยวอี้จากสำนักทวนจื่อหยาง ลำดับสองหยางคุนจากอารามวัดไต้หยวน ลำดับสามเป็หนานซื่อ ลำดับสี่เป็หนิงเซียน ลำดับห้าเป็จงฮวา ลำดับสิบเอ็ดและสิบสี่เป็ของจงหมานและจงซื่อ ลำดับที่เจ็ดถึงสิบกลับเป็ของคนในดินแดนซีแดน
การทดสอบครั้งถัดมา จะเป็การทดสอบการต่อสู้ ทุกคนสามารถต่อสู้หรือจะท้าประลองลำดับกันเองได้ เพื่อเลื่อนตำแหน่ง ถ้าชนะก็จะได้สลับตำแหน่งขึ้นมา แต่จะมีเพียงสิบตำแหน่งแรกเท่านั้นที่จะได้เป็ศิษย์สายนอก ส่วนที่เหลือห้าสิบคนจะได้เป็ศิษย์งาน ถ้าเกินกว่านี้จะถือว่าสอบไม่ผ่าน
งานหนักตกที่จงหมานและจงซื่อทันทีที่รู้ผล ทั้งสอง้าจะเข้าเป็ศิษย์นอกพร้อมหนิงเซียน เพราะนอกจากจะได้ทรัพยากรและโอกาสที่ดีกว่าศิษย์งานแล้ว ยังได้อยู่ใกล้ชิดกับหนิงเซียนอีกด้วย
ส่วนจงฮวาและหนิงเซียน เมื่อรู้ผลลัพธ์แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลใด ๆ หากมีใครมาท้าทาย ก็รักษาตำแหน่ง รั้งตำแหน่งให้อยู่เหมือนเดิมก็เพียงพอที่จะเป็ศิษย์นอก
ทว่า ...
"ข้าขอท้าทายพวกเ้าทั้งสองคน หากเ้าชนะข้าได้ ข้ายินดียกลำดับของข้าให้เ้า" เสียงหนึ่งดังขึ้นมา เมื่อหันไปดู ก็พบว่าเป็เสี่ยวอี้จากสำนักทวนจื่อหยาง
"เ้าจะมาท้าทายพวกข้าทำไม เ้าอยู่ลำดับหนึ่งอยู่แล้ว" หนิงเซียนกล่าวออกไปด้วยความหงุดหงิด
"ข้าเข้าใจ แต่เ้าต้องดูกฏด้วยว่า ไม่สำคัญว่าใครลำดับใด หากมีผู้ท้าทาย ผู้ถูกท้าทายจะต้องรับคำท้า หากมิยอม จะถูกตัดลำดับทันที"
"จริงหรือไม่ท่านผู้เฒ่า" เสี่ยวอี้จากสำนักทวนจื่อหยางหันไปถามผู้ดูแลลานประลอง
"อืม ... ถูกต้อง อาจจะดูแปลก แต่เป็เช่นนั้นจริง"
"ดังนั้น หากเ้าท้าทายใครจริง ผู้นั้นจำเป็ต้องรับคำท้าทาย หาไม่จะต้องออกจากลำดับ แต่หากคนนั้นอยู่ลำดับที่ต่ำกว่าอยู่แล้ว หากแพ้ ก็ยังคงอยู่ลำดับเดิม" าุโเฒ่ากล่าวอธิบาย
"ข้าของท้าทายลำดับที่สี่ หนิงเซียน จากสำนักเทพ์" เสี่ยวอี้จากสำนักทวนจื่อหยางประกาศบนลานประลอง