“รอให้หายดีก่อนนะ ค่อยออกมา” พูดกับนกที่หลับสนิทในตะกร้าจบมือขวาก็คว้าเอาย่ามและกระเป๋าขาตั้งวาดภาพ มือซ้ายก็หิ้วตะกร้าที่นอนของเ้านกน้อยเดินขึ้นไปนั่งวาดภาพที่ริมหน้าต่างห้องนอนแทนการออกไปนั่งวาดภาพที่ริมบ่อน้ำใกล้เชิงเขาเพราะเขาคงปล่อยให้นกน้อยตัวนี้อยู่ในบ้านเพียงตัวเดียวไม่ได้แต่หากพาออกไปด้วยก็คงไม่พ้นสายตาของพรานล่านกสองคนนั้นเป็แน่ ทำงานในห้องนี้ล่ะ ปลอดภัยที่สุดแล้ว
เวลาล่วงเลยมาจนถึง่บ่าย นกน้อยก็ตื่นจากการหลับใหล ค่อย ๆลุกขึ้นและสะบัดปีกและก้าวเท้าเล็ก ๆ มามองศกุนต์ผ่านช่องว่างของตะกร้าพร้อมกับส่งเสียงร้อง จิ๊บ ๆแ่เบาราวกับกำลังเรียกร้องความสนใจให้คนที่จดจ่ออยู่กับภาพวาดรับรู้ว่ามันตื่นแล้วศกุนต์วางพู่กันลงบนแผ่นกระดานผสมสี ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งยอง ๆ ลงที่พื้นสบตากับเ้านกน้อยในตะกร้าที่วางอยู่บนเตียงของเขา
“ไง ตื่นแล้วหรอ หายเจ็บหรือยัง” เขาถามพลางสังเกตว่า เ้านกน้อยกระพือปีกได้อย่างแข็งแรงไม่ส่งเสียงร้องอย่างเ็ปเหมือนในตอนแรกแล้ว แถมยังเอียงคอไปมา ขยับจงอยปากจ้องมองเขาราวกับว่ากำลังพยายามพูดคุยกับเขาอยู่ ศกุนต์หลุบตาลง พลันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนพูดกับนกตัวน้อยอีกครั้งโดยที่ไม่รู้เลยว่า มันฟังเขาเข้าใจจริง ๆ หรือไม่
“ไม่มีใครชอบอยู่ในกรงขังหรอกเนอะ แต่ถ้าออกมาอย่าเพิ่งบินไปไหนได้มั้ย รอให้แน่ใจก่อนสักสองสามวัน ว่าหายดีแล้วพี่จะพาไปปล่อยในป่า”
ศกุนต์มักบอกอย่างนี้กับนกทุกตัวที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้แต่มันก็มีเื่ที่น่าอัศจรรย์ใจมากอยู่เื่หนึ่ง ที่นกแต่ละตัวมักจะนิ่งฟังและทำตามคำสั่งของศกุนต์อย่างว่าง่าย ยามที่เปิดกรงกลับไม่บินหนีไปไหน รอให้ศกุนต์พาไปปล่อยในป่า จึงจะบินหนีไป ซึ่งคราวนี้ก็เช่นกันเ้านกน้อยแสนสวย ผงกหัวเล็ก ๆ ของมันราวกับว่ามันเข้าใจและพร้อมทำตามที่ศกุนต์เอ่ยขอศกุนต์นิ่วหน้างุนงงเล็กน้อย ก่อนค่อย ๆ เปิดฝาตะกร้าพลาสติกออกและยื่นมือหนาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาลงไปในตะกร้าเพื่อจะช้อนตัวของเ้านกน้อยออกมาจากกรงทันทีที่มือของศกุนต์กำลังจะถึงตัวของเ้านกน้อยมันก็ะโขึ้นมาเกาะอยู่บนมือของศกุนต์ทันที พร้อมกับเอาหัวเล็ก ๆของมันถูไถไปมาบนเรียวนิ้วหัวแม่มือของศกุนต์ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ศกุนต์ระบายรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าจากความน่ารักน่าเอ็นดูของมัน
“แสนรู้ซะจริง ๆ เล่นอยู่ในห้องนี้นะ พี่ยังทำงานไม่เสร็จ” พูดจบก็วางเ้านกน้อยลงบนเตียงส่วนตัวเขาก็กลับไปนั่งลงสีภาพวาดของตัวเองต่อ จนกระทั่งถึงเวลาค่ำศกุนต์ปอกมะละกอสุกที่เก็บมาจากหลังบ้าน ฝานเป็ชิ้นเล็ก ๆ ใส่ถ้วยให้เ้านกน้อยนั่งรับประทานอาหารเป็เพื่อนเขา ก่อนจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานั่งอ่านเอกสารสำคัญที่ทนายตุลานำมาให้เขาเมื่อเช้านี้ และเข้านอนตามปกติราวสี่ทุ่ม โดยระหว่างที่เขากำลังเคลิ้มหลับนั้นเขารู้สึกว่าเ้านกน้อยได้ะโมาซุกไซ้อยู่บริเวณซอกคอของเขา จากนั้น ก็ค่อย ๆะโเกาะขึ้นมาตามชุดนอนผ้าแพรสีน้ำเงินจนมายืนนิ่งอยู่บนแผงอกของเขาครู่หนึ่งริมฝีปากหยักของคนกำลังจะล่วงเข้าสู่นิทราก็คล้ายถูกััจากริมฝีปากบางของใครคนหนึ่งซึ่งมาพร้อมกับรสหวานราวกับน้ำผึ้งป่าสายลมเย็นฉ่ำพัดเอากลิ่นหอมละมุนของดอกไม้นานาพันธุ์โชยมาแตะที่ปลายจมูกของเขา และทันทีที่ศกุนต์ลืมตาขึ้น เขาก็ต้องเบิกตาโตด้วยความใเพราะสถานที่ที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมานั้น มันไม่ใช่ห้องนอนของเขา
ผืนฟ้าสีดำสนิทดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่เคียงดาวดวงเล็กที่แข่งกันส่องแสงสุกสกาวอย่างไม่ยอมกันกระจายอยู่เต็มฟ้า ััที่เย็นเฉียบบนแผ่นหลังของเขากระตุ้นให้เขาต้องรีบลุกขึ้นมานั่งและกวาดสายตามองไปโดยรอบเพื่อหวังว่าจะเจอกับบางสิ่งบางอย่างที่สามารถบอกเขาได้ว่าที่นี่มันคือที่ไหน? แต่เขาเองก็ต้องประหลาดใจมากขึ้นไปอีกเมื่อจุดที่เขานั่งอยู่นี้ คือ โขดหินที่ยื่นเข้าไปยังบ่อน้ำซึ่งเต็มไปด้วยนางกินรีที่เขาเคยเห็นในหนังสือกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานเขาขยี้ตาเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง แต่นั่นก็ยังเป็ภาพเดิม
...อ่านหนังสือมากไปจนเก็บไปฝันเลยหรือเนี่ย...เขานึกก่อนจะสูดลมหายใจเข้าจนลึก พยายามหลับตาลงและดึงสติของตัวเองให้ตื่นขึ้นมาเพราะเขาเชื่อแน่แล้วว่า เขากำลังฝัน ทว่า จู่ ๆเขาก็ได้เสียงกระพือปีกของนกขนาดใหญ่บินมาทางด้านหลัง เขาลืมตาขึ้นและหันไปมองแต่ยังไม่ทันได้เห็นว่าสิ่งที่บินมาด้านหลังของเขานั้นคืออะไรปีกขนาดใหญ่ก็ซัดเข้าที่ใบหน้าของเขา จนร่างของเขานั้นตกลงไปในบ่อน้ำเบื้องล่างเขาพยายามว่ายน้ำเพื่อขึ้นไปบนผิวน้ำ แสงจันทร์ที่ส่องลงมาทำให้เขามองเห็นนกั์ที่กำลังกระพือปีกอยู่เบื้องบนค่อนข้างชัดเจนใจเขาเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวหวาดหวั่นว่าถ้าตัวเขาว่ายน้ำขึ้นไปจะต้องเจอกับอะไรแต่ถ้าไม่ว่ายขึ้นไปก็คงต้องจมน้ำตายอยู่ที่นี่ในระหว่างที่ความคิดภายในกำลังถกเถียงกัน ทันใดนั้นร่างของหญิงสาวนางหนึ่งก็พุ่งตัวลงมาในบ่อน้ำ ศกุนต์มองเห็นลาง ๆว่าที่่เอวของนางมีปีกอันงดงามประดับอยู่ด้วย ดวงใจของเขา พองโต ยากที่จะหาคำใดมาอธิบายสิ่งแรกในความรู้สึกนึกคิด ถ้าเป็นางอัปสรปักษีก็คงจะดีมือเรียวนุ่มจับเข้าที่ข้อมือข้างขวาของศกุนต์ก่อนจะดึงร่างที่อ่อนแรงนั้นทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำแสงจันทร์สีเหลืองนวลได้สาดแสงให้เขามองเห็นร่างของหญิงสาวที่มาช่วยชีวิตเขาได้ค่อนข้างชัดเจน
ต้องใช่แน่! นางอัปสรปักษีแห่งป่าหิมพานต์!เพราะหากเป็นางกินรีทั่วไป จะมีขาและเท้าเป็เหมือนนกแต่นางอัปสรปักษีจะมีรูปร่างไม่ต่างจากมนุษย์หญิงสาวแตกต่างเพียงมีปีกคู่งามอยู่ที่ด้านหลังเท่านั้นและความเย็นของธาราในบ่อน้ำที่เขาเพิ่งตกลงไปเมื่อครู่ ก็เป็การยืนยันความเชื่อของเขาว่าที่นี่ คือสระอโนดาต!
ศกุนต์เงยหน้าจ้องมองไปยังนางอัปสรปักษีที่กำลังกระพือปีกพาร่างของเขาพุ่งขึ้นสู่ฟ้าพยายามจะมองให้เห็นใบหน้าของนางให้ชัดเจนแต่นางก็เอาแต่เงยมองไปยังดวงจันทร์ที่อยู่เบื้องบน ไม่มีทีท่าว่าจะหันมามองเขาศกุนต์แข็งใจจะเอ่ยปากถามว่านางจะพาเขาบินไปถึงดวงจันทร์เลยหรืออย่างไรแต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงเอ่ยถามใด เสียงคำรามแหบพร่าก็ตะคอกตามมาที่ด้านหลังพร้อมกับเสียงกระพือปีกที่ใหญ่กว่านางอัปสรปักษีหลายเท่าตัว
“หยุดนะ! เ้าจะหนีข้าไปไหน!”
เสี้ยววินาที เ้าของเสียงเกรี้ยวกราดนั้นก็บินทะยานผ่านเขาขึ้นไปทันทีที่ศกุนต์มองเห็นร่างของผู้ที่ทำร้ายเขา จนตกลงไปในสระอโนดาต เขาก็โพล่งออกมาทันทีว่า อสุรวายุภักดิ์[1]และเ้านกั์ตนนั้น ก็โฉบเอาร่างของนางอัปสรปักษีไปมือของนางที่จับข้อมือของเขาเอาไว้ก็พลันหลุดออกจากกันร่างของเขาร่วงลงมาจากท้องฟ้าสายตายังจับจ้องอยู่กับนางอัปสรปักษีที่ถูกอสุรวายุภักดิ์จับตัวไปก่อนจะสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง
แต่ทว่าเขากลับรู้สึกเหมือนมีใครบางคนนอนอยู่บนเตียงกับเขาด้วย เขาค่อย ๆหันหน้าไปดูให้แน่ใจ แสงไฟหัวเตียงสีเดียวกับ แสงจันทร์ก็ทำให้เขาหัวใจเต้นแรงอีกครั้งเมื่อข้างกายเขาตอนนี้ มีหญิงสาวคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงเดียวกับเขามือเรียวบางของเธอกำลังเอื้อมมาลูบไล้แก้มของเขาอย่างแ่เบา อันที่จริงเขาควรจะหวาดกลัวและะโลงจากเตียงไปเสียในตอนนี้ แต่ทันทีที่เขาได้สบตากับเธอเขากลับรู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างขึ้นภายในจิตใจทุกอย่างที่เป็เธอสะกดเขาให้นิ่งราวกับต้องมนตรา ทั้งใบหน้าขาวผ่องรูปไข่หน้าผากกลมมน คิ้วโก่งราวกับคันธนูดวงตากลมโตเปล่งประกายราวกับอัญมณีในร้านจิวเวอรีจมูกโด่งเป็สันส่วนปลายเรียวมนดั่งหยดน้ำ ริมฝีปากบางเป็กระจับสีชมพูผมยาวสลวยราวกับแพรไหมที่ปกคลุมไหล่และแขน่บนยาวลงไปจนถึงทรวงอกอวบอิ่มที่ถูกปิดไว้ด้วยผ้าไหมคาดอกสีฟ้าอ่อนปักด้วยดิ้นทองระยิบระยับรวมทั้งส่วนที่ไร้อาภรณ์ปกปิดที่เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดของลำคองามระหงและ่ครึ่งอกส่วนบนได้อย่างชัดเจน ศกุนต์มองไล่ลงไปจนถึง่เอวบางคอดกิ่วที่มีเข็มขัดเนื้อทองคาดอยู่กับผ้าไหมสีชมพูอ่อนทอลายวิจิตรงดงามจนไปหยุดสายตาอยู่ตรงปีกสีขาวที่พาดยาวลงไปตามเรียวขา
เธอคือ นางอัปสรปักษีจริง ๆ หรือ!
นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย!?! มันจะเป็ไปได้อย่างไรกัน!
[1] ตัวเป็นกอินทรี หน้าเป็ั์อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์