นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 76 เหลือเชื่อ !

    ตอนที่ 76 เหลือเชื่อ !

     

    นางหลิวพบว่าความเร็วในการถอนขนของลูกสาวนางไม่ได้ช้าไปกว่านางเลยความจริงแล้วนางประหลาดใจเสียด้วยซ้ำ ลูกสาวของนางถอนขนได้เกลี้ยงสะอาดกว่านางเสียอีก

     

    เสี่ยวเฉาต้องเก่งเรื่องนี้อยู่แล้ว ก็ดูสิ่งที่นางทำเมื่อชาติที่แล้วสิร้านอาหารตุ๋นของนางมีเมนูไก่ด้วย ทุกวันนางจะต้องฆ่าไก่ประมาณ 30 - 40 ตัว ถ้านางไม่คล่องแคล่วนั่นสิถึงจะแปลก

     

    เสี่ยวเฉามองไปรอบ ๆ ห้องแล้วยิ้ม “ข้ามิต้องการเงินหรอกเจ้าค่ะท่านป้าโจว แค่เอาเครื่องในไก่จากไก่ 40 ตัวนี้ให้ข้าก็พอแล้วเจ้าค่ะ”

     

    “จะเอาเครื่องในไก่ไปทำอะไรรึ ? เจ้าคงมิเอากลับไปกินจริงๆ หรอกใช่หรือไม่ ?...เฉาเอ้อร์ แม่รู้ว่าสถานการณ์ที่บ้านเราแย่เอาเสียมาก ๆแล้วพวกเราก็มิได้กินเนื้อกันแทบทั้งปี แต่เราก็กินของสกปรกพวกนี้มิได้หรอก ! เอาเยี่ยงนี้ หากคราหน้าที่แม่ไปขายงานเย็บผ้าของแม่ แม่จะซื้อเนื้อมาให้เจ้า1 ชั่งเลย...” รอยยิ้มบนใบหน้าของนางหลิวค่อย ๆ หม่นลงดวงตาทอแววละอายใจและรู้สึกผิดออกมา

     

    “ท่านแม่ มิต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ ข้ามีวิธีทำความสะอาดเครื่องในไก่พวกนี้จริงๆ ” เสี่ยวเฉารู้สึกแปลกใจและตกใจเป็นอย่างมาก ก็ในหนังสือกล่าวกันว่าคนในยุคโบราณกินพวกเครื่องในด้วยมิใช่รึ? หรือมันเป็นเพียงแค่ข่าวลือผิด ๆ เยี่ยงนั้นรึ ?

     

    นางฟางยิ้มและพยายามแก้ไขสถานการณ์“พอเด็ก ๆ โตขึ้น พวกเขาก็เริ่มมีความคิดเป็นของตนเอง น้องมู่หยุนปล่อยให้นางลองเถอะเสี่ยวเฉาป้าให้เลือดไก่กับเครื่องในไก่เจ้าทั้งหมดเลย ! แล้วป้าจะให้เงินที่เจ้ามาช่วยป้าอีกด้วย”

     

    เสี่ยวเฉาส่ายหน้าและตอบกลับไปว่า “ท่านป้าโจวเจ้าคะข้ารับเงินจากท่านป้ามิได้จริง ๆ   ตอนที่เราย้ายเข้ามาและจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นบ้านใหม่ท่านป้ากับท่านพี่หลิงหลงก็มาช่วยเราทั้งวันจนมิได้พักกินมื้อกลางวันเลยด้วยซ้ำ ข้าแค่ช่วยนิดๆ หน่อย ๆ ถ้าหากข้ายังรับเงินจากท่านป้าอีกเยี่ยงนั้นมันจะมิเกินไปหน่อยรึเจ้าคะญาติไกลมิสู้เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ เพื่อนบ้านกันช่วยเหลือกันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วนี่เจ้าคะ”

     

    นางหลิวเห็นด้วย  “เฉาเอ้อร์กล่าวถูกแล้ว ถ้ายังเอ่ยถึงเรื่องเงินกับพวกเราอีกข้าจะกลับบ้าน... ! ”

     

    เมื่อเห็นว่าสองแม่ลูกยืนกรานปฏิเสธนางฟางก็ไม่ได้เอ่ยเรื่องจะจ่ายเงินให้พวกเขาอีก ผู้ใหญ่ 2 คนกับเด็ก 3 คนใช้เวลาฆ่าไก่และทำความสะอาดไก่เพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้นความเร็วและความสามารถของหยูเสี่ยวเฉานั้นดีกว่าแม่ของนางเสียอีกและถึงกับสามารถเปรียบเทียบกับผู้มีประสบการณ์อย่างนางฟางได้อีกด้วยนางฟางชมนางไม่หยุดเลยทีเดียว...

     

    หลังจากนั้นนางฟางก็เข้าไปในห้องและเอาขนมที่ซื้อในเมืองเมื่อเช้าออกมานางยัดใส่มือเสี่ยวเฉาแล้วยืนกรานให้เอากลับบ้านไปด้วย ครอบครัวโจวขายไก่กับไข่ตอนนอกฤดูเพาะปลูก สามีของนางจะเร่ขายของพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวในหมู่บ้านที่สามารถซื้อขนมมาให้ลูก ๆ กินได้เป็นครั้งคราว

     

    นางหลิวถืออ่างไม้ที่ใส่เครื่องในไก่จนเต็มนางมองดูลูกสาวถือถังเลือดไก่และขนมด้วยมือทั้งสองข้างอย่างพะรุงพะรังแล้วขมวดคิ้วพร้อมกับเอ่ยว่า“เจ้ารู้วิธีทำเลือดไก่จริง ๆ รึ ? อย่าได้เอ่ยออกมาเสียใหญ่โตแล้วทำมิได้นะ เยี่ยงนั้นท่านป้าโจวกับลูกสาวของเขาได้หัวเราะเยาะเอาเป็นแน่! ”

     

    “ท่านแม่ เลิกกังวลเถิดเจ้าค่ะ ข้าเคยเอ่ยแล้วทำมิได้ด้วยเยี่ยงนั้นรึ? ” เสี่ยวเฉาถือเลือดไก่ด้วยมือข้างเดียวอย่างลำบาก นางจึงเอาเชือกที่ผูกห่อขนมคาบไว้ในปากแล้วเอามือข้างที่ว่างมาช่วยยกถังเลือด จากนั้นก็ก้าวต่อไปอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อถึงบ้านเสี่ยวเหลียนก็ทำอาหารเสร็จแล้วและกำลังรอพวกเขาอยู่เสี่ยวเฉาแกว่งถังในมืออย่างภูมิใจแล้วยิ้มออกมา “อย่าเพิ่งยกอาหารออกมา ประเดี๋ยวให้ข้าทำของอร่อยเพิ่มก่อน”

     

    “นั่นคือสิ่งใดรึพี่สาม ? ” ฉีโตวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้ววิ่งเข้ามาหานางเมื่อเห็นของในถังเขาก็ขมวดคิ้วอย่างผิดหวังแล้วเอ่ยว่า “เลือดไก่นี่ ! พี่สาม ท่านพี่คงมิได้กำลังจะบอกว่าไอ้นี่คือของอร่อยใช่หรือไม่ ? ”

     

    “ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าเยี่ยงไรกัน ? มิเชื่อใจข้างั้นรึ? เยี่ยงนั้นพอข้าทำเสร็จก็อย่ากินก็แล้วกัน ! ” เสี่ยวเฉามองเขาแล้วแกล้งทำเป็นไม่พอใจ

     

    ฉีโตวนึกถึงฝีมือทำอาหารที่ไม่ธรรมดาของพี่สาวแล้วจึงรีบกลับลำขอโทษทันที“พี่สาม  ข้าผิดไปแล้ว อาหารทุกอย่างที่ท่านพี่ทำมันรสชาติยอดเยี่ยมทุกอย่างเลยข้าเป็นแค่เด็กน้อยโง่ ๆ เท่านั้น พี่สามอย่าได้ลดตัวลงมา...”

     

    “ไป ๆ !ไปซื้อเต้าหู้จากเอ้อร์โก่วมา 1 อีแปะ”เสี่ยวเฉาไล่เขาออกไปอย่างร่าเริงแล้วเข้าไปในครัวพร้อมกับถังเลือดไก่

     

    เสี่ยวเหลียนตามเข้ามาแล้วเอ่ยว่า “ให้ข้าช่วยเจ้าเถอะ! อยากให้ข้าทำอันใดก็กล่าวมาได้เลย... ”

     

    “ต้มน้ำในหม้อ ข้าต้องลวกเลือดไก่”

     

    เลือดในถังเริ่มแข็งตัวแล้วเสี่ยวเฉาใช้มีดตัดแบ่งเป็นเหมือน ‘ก้อนเต้าหู้’ แล้วหยิบขึ้นมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆใส่ลงไปในน้ำร้อนรอจนเปลี่ยนสีแล้วตักขึ้นมา

     

    นางกำลังจะทำ ‘เลือดไก่เผ็ดเปรี้ยว’ แต่ครอบครัวของนางมิมีพริกดอง นางจึงใช้ผักดองที่ยายส่งมาให้เป็นรสเปรี้ยวหลังจากตัดผักเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ แล้ว นางก็หั่นพริกแห้ง  ซอยขิงเป็นเส้นบาง ๆ แล้วทุบกระเทียมเตรียมไว้

     

    เสี่ยวเฉาตักน้ำมันขึ้นมา 1 ช้อนเล็กแล้วใส่ลงไปในกระทะจากนั้นก็เอาผักดอง, พริกแห้ง, ขิงซอย และกระเทียมบดลงไปผัดกับน้ำมันเพื่อดึงรสชาติออกมาจากนั้นถึงจะเอาเลือดไก่ลงไปผัดเบา ๆ สิ่งสำคัญคือจะต้องไม่ผัดนานจนเกินไปเลือดไก่จะต้องมีความนุ่มเหมือนเต้าหู้ แต่รสชาติของมันอร่อยกว่าเต้าหู้มากนัก

     

    หลังจากคิดนิดหนึ่งนางก็ตัดสินใจใส่น้ำส้มสายชูลงไปเพื่อดับกลิ่นคาวและเติมเกลือกับซอสถั่วเหลืองลงไปด้วยพอผัดทุกอย่างจนเข้ากันดีแล้วก็ตักใส่จาน

     

    “หอมจังเลยพี่สาม” ฉีโตวซื้อเต้าหู้เสร็จแล้วก็รีบวิ่งกลับมาที่บ้านทันทีเขาหอบแรง ๆ แต่ก็ยังสูดกลิ่นเข้าไปพร้อมกับทำหน้าอยากกิน

     

    เสี่ยวเฉาทำ ‘ต้มเลือดไก่กับเต้าหู้’ เพิ่มอีกด้วยเต้าหู้สีขาวลอยกับสีแดงเข้มของเลือดไก่ลอยอยู่บนน้ำซุปปรากฏให้เห็นอยู่ราง ๆ บวกกับโรยหน้าด้วยต้นหอมสีเขียวซึ่งตัดกับสีอื่นๆ อย่างสวยงาม เป็นซุปที่หอมและดูน่ากินเป็นอย่างมาก

     

    “กินเลยได้หรือไม่ ? ”ฉีโตววิ่งไปที่โต๊ะอาหารอย่างใจร้อนแต่กลับถูกเสี่ยวเฉาดึงกลับมา

     

    “อย่าเพิ่งรีบ ! ไปกับข้า...เอาอาหารไปให้ท่านป้าโจวก่อน ! ” นางตั้งใจทำเพิ่มเป็นพิเศษเพื่อให้พอสำหรับครอบครัวโจวด้วย

     

    ฉีโตวทำหน้ามุ่ยพร้อมกับถือ ‘เลือดไก่เผ็ดเปรี้ยว’ ไว้ในมือเขาเดินไปสูดกลิ่นอาหารไปด้วย เสี่ยวเฉาหัวเราะแล้วเอ่ยออกมาว่า “เจ้าเด็กตะกละระวังไว้เถิด ! หากผู้อื่นมาเห็น  เข้ามันน่าอายจะตายไป ! ”

     

    ฉีโตวปิดปากยิ้มและพยายามสะกดกลั้นความอยากของตนเองเอาไว้เขาจึงเอ่ยว่า “พี่สาม ใครจะคิดว่าเลือดไก่จะเอามาทำอาหารที่หอมขนาดนี้ได้ตอนที่บ้านเราฆ่าไก่มากิน เราทิ้งเลือดตลอดเลย เสียของโดยเปล่าประโยชน์ ! อ่าใช่...ข้าเห็นท่านพี่ให้ท่านแม่เอาเครื่องในไก่กลับมาด้วยพวกมันก็ใช้ทำอาหารได้ด้วยรึ ? ”

     

    “ใช่สิ !เจ้ากล้ากินหรือไม่เล่า ? ” เสี่ยวเฉาเหลือบมองไปทางน้องชายแล้วยิ้มบาง ๆ

     

    ฉีโตวพยักหน้ารัว ๆ แล้วเอ่ยว่า “กล้าอยู่แล้ว! ถ้าพี่สามทำอร่อยเหมือนเลือดไก่ ข้าก็จะกิน ! มีอันใดต้องกลัวกัน? ”

     

    “ฝันไปเถอะ ! นั่นข้าเอาไว้ขายหรอก จะให้เจ้ากินได้เยี่ยงไร ! ” หยูเสี่ยวเฉาย่นจมูกใส่น้องชายแล้วทำหน้าตลกเพื่อล้อเลียนจากนั้นนางก็เคาะประตูบ้านโจว “มาแล้ว มาแล้ว ! อ้าว เสี่ยวเฉา เจ้ากินข้าวแล้วรึยัง ? ”นางฟางเดินมาที่ประตูเพื่อดูว่าใครมา เมื่อนางเห็นเสี่ยวเฉากับน้องชายถืออาหารที่หอมน่ากินอยู่นางก็ทำสีหน้าประหลาดใจ

     

     

    “ท่านป้าโจวเจ้าคะ ข้าทำเลือดไก่เสร็จแล้วที่ฉีโตวถืออยู่คือเลือดไก่เผ็ดเปรี้ยว ส่วนของข้าคือต้มเลือดไก่กับเต้าหู้ บ้านท่านป้ากินข้าวรึยังเจ้าคะ? ถ้าหากยังก็มิต้องทำกับข้าวแล้วเจ้าค่ะ ”เสี่ยวเฉาเดินเข้าไปในบ้านแล้วส่งอาหารให้โจวหลิงหลงที่เดินออกมาจากครัว

     

    เมื่อครู่บ้านโจวยุ่งอยู่กับการฆ่าไก่พวกเขาจึงมิมีเวลาทำอาหาร นางมาได้จังหวะพอดีเลยทีเดียว

     

    “กลิ่นหอมจัง ! นี่ใช้เลือดไก่ทำจริง ๆ รึ ? ” โจวชานหูที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเสี่ยวเฉานางเดินเข้ามาดมกลิ่นอาหารอย่างทึ่ง ๆ พร้อมกับทำหน้าเคลิ้ม

     

    หยูเสี่ยวเฉายิ้มและพยักหน้า “ใช่...ท่านป้าโจวเจ้าคะคราหน้าถ้าท่านป้าฆ่าไก่อีก อย่าลืมเก็บเลือดไก่กับเครื่องในไว้ด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะสอนท่านป้าเอาพวกมันมาทำอาหารอร่อยๆ เอง ข้าต้องไปแล้ว จานไว้ค่อยคืนพรุ่งนี้ก็ได้เจ้าค่ะ ! ”

     

    มื้อนี้อาหารหรูหราถูกใจทุกคนเลือดไก่เผ็ดเปรี้ยวไม่เพียงแต่มีรสชาติของเนื้อไก่ แต่ยังนุ่มเหมือนเต้าหู้อีกด้วยแต่ละคำเป็นเหมือนการเสพติดที่ทำให้พวกเขาอยากกินเพิ่มอีก  แม้แต่ฉีโตวที่ปกติไม่กินเผ็ดก็หยุดกินไม่ได้น้ำมูกน้ำตาเขาไหลออกมาเป็นทางยาว

     

    ต้มเลือดไก่กับเต้าหู้มีสีสันสดใสและรสชาติเข้มข้นรสชาติอร่อยกลมกล่อม น้ำซุปเข้มข้น คนทั้งบ้านพากันชมไม่หยุด แม้แต่นางหลิวที่ปกติจะเก็บอาหารดี ๆ ไว้ให้ลูกก็อดที่จะเติมไม่ได้

     

    ต้มเลือดไก่หม้อใหญ่ถูกเสี่ยวเฉากับครอบครัวของนางกวาดจนเกือบจะหมดหม้อ

     

    ฉีโตวกินเยอะมากจนท้องป่องเป็นลูกแตงโมเขานอนครางไม่หยุดอยู่บนเตียง นางหลิวกลัวว่าเด็กน้อยจะกินจนป่วยขึ้นมา นางจึงนั่งข้างๆ แล้วช่วยนวดท้องให้เขา ทางด้านหยูไห่ก็เรอออกมาแล้วยิ้มอย่างขัดเขิน “มิได้กินจนอิ่มเช่นนี้มานานแล้วฝีมือทำอาหารของลูกสามนั้นยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงใช้ของที่คนอื่นโยนทิ้งมาทำเป็นอาหารอร่อย ๆ ก็ได้ด้วย ! ”

     

    สีหน้าของนางหลิวอ่อนโยนขึ้นเมื่อคิดถึงลูกสาวนางเอ่ยว่า “ตั้งแต่ที่เฉาเอ้อร์หัวกระแทกจนเสียความทรงจำ นิสัยใจคอก็เปลี่ยนไปหมดเลยร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ขี้กลัวเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งยังมีความคิดใหม่ ๆ สูตรอาหารใหม่ๆ อีกมากมาย อย่างเมื่อวานนี้พวกเราก็ได้เอ่ยเตือนลูกแล้วว่าช่วงนี้มิมีสมุนไพรป่าเป็นแน่แต่ลูกก็ดื้อมิยอมฟัง แล้วกลายเป็นว่าสิ่งที่ลูกกล่าวนั้นถูกต้อง นางขุดจี้ช่ายมาได้ตั้ง2 ตะกร้า”

     

    “เปลี่ยนก็ดีแล้ว แต่ก่อนเจ้ากับลูกลำบากกันมากนักนิสัยขี้กลัวก่อนหน้านี้ของเสี่ยวเฉาน่าจะมีสาเหตุจากภายนอก ข้ามันมิได้เรื่องปกป้องเจ้ากับลูกก็มิได้...” แววตาหยูไห่สลดลงเมื่อคิดถึงความใจดำและลำเอียงของแม่เลี้ยงกับความขี้เกียจและโลภมากของพี่สะใภ้

     

    นางหลิวรีบเอ่ยขัดขึ้นทันที “อย่าเอ่ยเช่นนั้นเลยข้ากับลูกรอที่จะมีชีวิตที่ดีกับท่านพี่ในวันข้างหน้าอยู่นะ อ่าใช่...เสี่ยวเฉาเอาเครื่องในไก่กลับมาด้วยเจ้าว่าลูกจะใช้พวกมันทำอาหารได้จริง ๆ รึ ? ทั้งสกปรกทั้งเหม็น ข้ามิกล้ากินหรอก ! ”

     

    ฉีโตวพลิกตัวลุกขึ้นนั่งแล้วหัวเราะคิกคัก“พี่สามกล่าวกับข้าว่าจะใช้ของพวกนั้นทำอาหารขายด้วยล่ะ ! ”

     

    “ทำไปขายรึ ? เฉาเอ้อร์บ้าไปแล้วเยี่ยงนั้นรึ? ถ้าหากผู้อื่นกินเข้าไปแล้วมีปัญหาขึ้นมา พวกเราจะโดนกฎหมายลงโทษเอานะ ท่านพี่เป็นพ่อต้องคอยสอนคอยดูแลลูกด้วยจะให้ลูกกลายเป็นคนที่หาเงินจากความเดือดร้อนของผู้อื่นมิได้เป็นอันขาด ! ” นางหลิวขมวดคิ้วแล้วร่ายยาวด้วยความกังวล

     

    ตรงข้ามกับหยูไห่ที่ไม่ได้กังวลเลยสักนิดช่วงที่ผ่านมานี้เขาเฝ้าสังเกตลูกสามของเขาอยู่ และรู้แก่ใจเป็นอย่างดีว่านางมิได้มีเจตนาร้าย เขาตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและใจเย็นว่า  “เฉาเอ้อร์เป็นคนแบบไหนกัน เจ้าเป็นแม่มิรู้นิสัยลูกของตนเองรึ? อย่าให้ลูกได้ยินคำพูดเช่นนี้เป็นอันขาด มันจะทำร้ายความรู้สึกของนาง มิต้องกังวลไปหรอกข้าเชื่อว่าลูกของเรามีจิตใจที่ดีมีเมตตา เพราะเยี่ยงนั้นเจ้ามิต้องกังวลอันใดทั้งสิ้น”

     

    ฉีโตวพยักหน้าหงึก ๆ และช่วยสนับสนุนพี่สาว“ท่านแม่ เครื่องในไก่อาจจะกินได้ก็ได้นะ  ลองคิดดูสิแต่ก่อนพวกเราก็ทิ้งเลือดไก่เหมือนกันมิใช่รึ ?แต่พี่สามก็ใช้มันทำของอร่อยขนาดนั้นได้ ข้าอยู่ข้างท่านพ่อนะ ข้าเชื่อในความสามารถของพี่สาม”

     

    “ก็ได้ ก็ได้ ! เจ้าสองคนเป็นคนดี แม่เป็นคนมิดีเอง” นางหลิวทำปากคว่ำมองค้อนสองพ่อลูกแล้วเดินออกจากห้องไป

     

    ที่สนามหลังบ้านสองพี่น้องฝาแฝดกำลังล้างเครื่องในไก่อยู่ใกล้ ๆ บ่อน้ำเสี่ยวเหลียนยกถังน้ำออกจากบ่อแล้วเม้มปากเมื่อเห็นน้องสาวกำลังแยกตับไก่, เครื่องใน,และลำไส้ออกจากกัน สุดท้ายนางก็อดถามไม่ได้ว่า “เจ้าแน่ใจรึว่าของพวกนี้สามารถนำไปทำอาหารได้? พวกเครื่องปรุงที่ซื้อมาควรจะเอามาใช้กับของพวกนี้รึ ? ”

     

    เสี่ยวเฉากรอกตาแล้วเอ่ยว่า “เจ้าใจเย็น ๆก่อนเถิด เชื่อใจกันหน่อยสิ ! ข้ามิทำให้ผิดหวังหรอกน่า...”

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34