บทที่ 16 เพราะเ้าไม่คู่ควร
กู้อวี้ทราบว่าหลันเยียนตกลงแล้ว จึงตอบว่า “ต่งฉางเม่าบุตรชายคนโตสายรอง และต่งฉางฟางบุตรชายคนรองสายตรงของเ้ากรมพระราชยานหลวง”
หลังการตรวจสอบโดยละเอียด หญิงสาวก็ทำความเข้าใจเื่ราวบางอย่างเกี่ยวกับต่งฉางเม่าได้แล้ว เขาไปเกาะแกะซงหยางจวิ้นจู่เป็เื่จริง แต่นอกจากความคิดปีนป่ายขึ้นที่สูงแล้ว ยังมีสาเหตุที่สำคัญยิ่งกว่าประการหนึ่ง ซงหยางจวิ้นจู่เป็สตรีที่ฮูหยินตระกูลต่งทาบทามให้ต่งฉางฟางบุตรชายของนาง แต่ซงหยางจวิ้นจู่รังเกียจว่าต่งฉางฟางรูปไม่งาม ครอบครัวก็ไม่ใช่ตระกูลใหญ่ทรงอิทธิพล จึงไม่ยอมรับปากเรื่อยมา
ต่งฉางเม่าผู้นี้เป็บุตรชายคนโตที่เกิดจากอนุภรรยาของตระกูลต่ง อายุยังน้อยก็สอบได้เป็จวี่เหริน ทั้งยังอวดตนว่ามีความรู้กว้างขวาง โดดเด่นรอบด้าน ดูถูกดูแคลนต่งฉางฟางน้องชายต่างมารดาของตนเป็อย่างมาก แต่ต่งฉางฟางกลับปราศจากความทะเยอทะยาน การเรียนก็ธรรมดา แต่กลับได้รับความโปรดปรานในบ้านเพียงเพราะเป็บุตรชายของภรรยาเอก
เมื่อเป็เช่นนี้นานเข้า ต่งฉางเม่าก็บังเกิดความริษยา ขอเพียงเป็สิ่งที่น้องชายให้ความสำคัญ เขาเป็ต้องไปแย่งชิงมา ต่งฉางฟางกลับมีนิสัยอ่อนโยนใจกว้างที่ไม่ถือสาต่อเื่ใด จึงไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเขา ฮูหยินตระกูลต่งกลับไม่ยอมปล่อยผ่าน การเสียชีวิตของมารดาต่งฉางเม่า นางก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน
ครึ่งปีก่อน หลังจากต่งฉางเม่าทราบสาเหตุการตายของมารดาก็เคียดแค้นชิงชังพวกเขาสองแม่ลูกเข้ากระดูกดำ พอได้รู้ว่าฮูหยินตระกูลต่ง้าให้ซงหยางจวิ้นจู่มาเป็ลูกสะใภ้ก็ตั้งใจว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่สมหวัง จึงพยายามเกี้ยวพาจวิ้นจู่คราแล้วคราเล่า หลอกล่อให้นางมาคลุกคลีใกล้ชิดกับตนเอง
เดิมทีนี่เป็เพียงความแค้นภายในจวนตระกูลต่ง กู้อวี้ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง แต่ต่งฉางเม่ากลับไม่เห็นเื่มงคลของน้องสาวนางอยู่ในสายตา ถ้าต่งฉางเม่าไม่มีใจให้น้องสาวนางก็ควรบอกกล่าวมาแต่เนิ่น ๆ แต่เขากลับเหยียบเรือสองแคม ทำให้น้องสาวนางต้องเสียเวลาหลายปี ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก
หญิงสาวมองใบหน้าของหลันเยียน ในใจคิดอุบายอย่างหนึ่งได้แล้ว ในเมื่อต่งฉางเม่าชอบเอาชนะมากนัก นางก็จะทำลายสิ่งที่เขาหวงแหนมากที่สุด ทำให้เขาสูญเสียตำแหน่ง ชื่อเสียงด่างพร้อย ถูกคนทั้งใต้หล้าดูถูกดูแคลน
“ในเมืองหลวงมีผู้สูงศักดิ์มากมาย โปรดอภัยที่หลันเยียนไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับพี่น้องตระกูลต่งมากนัก แต่เ้ากรมพระราชยานหลวงไม่ใช่คนที่หลันเยียนจะไปล่วงเกินได้โดยง่าย” หลันเยียนกล่าว
กู้อวี้ตอบ “ไม่ว่าเื่นี้จะสำเร็จหรือล้มเหลว ข้ารับรองว่าชีวิตหลังจากนี้ของแม่นางจะมั่นคงอยู่ดีมีกินเหลือใช้”
หลันเยียนยิ้มกล่าว “มีวาจาประโยคนี้ของซื่อจื่อ หลันเยียนก็วางใจได้แล้ว ซื่อจื่อดั้นด้นมาขอความช่วยเหลือจากหลันเยียน ไม่ทราบว่ามีความแค้นอันใดกับพี่น้องตระกูลต่งหรือเ้าคะ”
เื่เกี่ยวพันกับน้องสาว กู้ซื่อจื่อไม่้าพูดมากเกินไป จึงเอ่ยว่า “เื่นี้ไม่เกี่ยวกับแม่นาง แม่นางทำตามที่ข้าบอกก็พอแล้ว”
นางอธิบายแผนการของตนเองให้หลันเยียนฟังอย่างรวบรัด
เซียวสิงจือที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ จุ๊ปากอย่างเหลือเชื่อ “เืเย็นจริง ๆ วันหน้าข้าคงต้องระวังตัวกว่านี้ ไม่อาจล่วงเกินเ้าเป็อันขาด ไม่อย่างนั้นแม้แต่ว่าตัวเองตายอย่างไรก็คงไม่รู้”
“เ้าพูดน้อยลงหน่อยก็ไม่ล่วงเกินข้าแล้ว” กู้อวี้เอ่ยอย่างเฉยชา
หลังคุยกันเสร็จแล้ว หลันเยียนก็สวมผ้าโปร่งปิดบังใบหน้าเดินออกมาส่งกู้ซื่อจื่อถึงหน้าห้อง
เวลานั้น ชั้นหนึ่งของปีกตะวันตกกำลังคึกคักอย่างมาก นักบรรเลงฉินอธิบายจากข้างหลังอีกฝ่าย “คืนนี้เป็ราตรีชมสมบัติที่จะจัดขึ้นเดือนละครั้งของหอร่ำเมรัย ได้ยินผู้ดูแลหอบอกว่ารอบนี้มีของล้ำค่าหายากชุดใหม่จากทะเลใต้ หากซื่อจื่อทั้งสองไม่มีธุระอื่นสามารถแวะไปชมดูได้”
กู้อวี้ได้ยินเสียงร้องอุทานอย่างตื่นเต้นมาจากชั้นล่างก็รู้สึกสนอกสนใจ จึงตอบว่า “ดี”
หลันเยียนกล่าวว่า “กู้ซื่อจื่อคงมาหอร่ำเมรัยเป็ครั้งแรกและคงจะเข้าร่วมงานประมูลเป็ครั้งแรกด้วยเช่นกัน หลันเยียนไร้สามารถ ยินดีนำทางพลางอธิบายแก่ซื่อจื่อ”
ผู้ฟังพยักหน้า “มีคนงามอยู่เป็เพื่อน ข้าย่อมไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ”
เดินตามอีกฝ่ายมายังชั้นหนึ่ง โถงใหญ่ปีกตะวันตกมีคนจับจองที่นั่งเต็มแล้ว คนงานของหอเห็นว่าหลันเยียนเป็คนนำทางมา จึงเปิดห้องข้างที่มีม่านไม้ไผ่ให้เป็กรณีพิเศษ จะได้ไม่ต้องเบียดเสียดและส่งเสียงแข่งกับคนในโถง
เพิ่งจะนั่งลง งานประมูลก็เริ่มต้นขึ้นพอดี
“หากซื่อจื่อทั้งสองพบสิ่งที่สนใจ สามารถสั่นกระดิ่งข้างมือเพื่อเสนอราคาได้” หลันเยียนรินสุราพลางอธิบาย
กู้อวี้ยกจอกขึ้นมาจิบคำหนึ่ง กลิ่นหอมเย็นของสุรากำซาบปลายลิ้น ต้องอุทานชมเชยอย่างอดไม่อยู่ “สุราดี”
หลันเยียนยิ้มกล่าว “หอร่ำเมรัยได้ชื่อว่าหอร่ำเมรัย เมรัยของที่นี่ย่อมเป็ที่สุดของเมืองหลวงอยู่แล้ว สุราที่กู้ซื่อจื่อดื่มจอกนี้เรียกว่าหิมะดับหนาว ในหอยังมีสุราชั้นเลิศอีกมากมาย กู้ซื่อจื่อมาคราวหน้า หลันเยียนค่อยรินสุราให้ซื่อจื่ออีกครั้ง”
“เมืองอวี้จางสมทบลูกประคำจ้งหัวหนึ่งคู่”
“ชายแดนเหนือสมทบบัวหิมะเทียนซานหนึ่งดอก”
“เมืองอวี๋ชวนสมทบงูปล้องฉนวนแดง*[1] หนึ่งตัว”
...
พร้อมกับการขานชื่อของโฆษกงานประมูล กู้อวี้เห็นสาวงามในชุดแพรเนื้อบางประคองสมบัติในงานประมูลเดินเวียนให้ผู้ร่วมงานได้ยลชม
“เ้าของหอร่ำเมรัยเป็ใครกันแน่ ของล้ำค่าจากเหนือใต้ออกตกล้วนมารวมกันอยู่ที่นี่” เซียวสิงจือถาม
“หลันเยียนเพียงรับคำสั่งจากผู้ดูแลหอ ไม่รู้เช่นกันว่าเ้านายของหอร่ำเมรัยคือผู้ใด” หลันเยียนประคองชายแขนเสื้อรินสุราให้กู้อวี้และเซียวสิงจือโดยไม่เผยพิรุธ
“เรือพ่อค้าจากทะเลใต้สมทบปิ่นแก้วหลิวหลีพิรุณบุปผาหนึ่งอัน”
เมื่อสาวงามประคองปิ่นแก้วหลิวหลีพิรุณบุปผาเดินผ่านห้องข้างของพวกเขา เซียวสิงจือพินิจดูแล้วก็เขย่ากระดิ่งเสนอราคาทันที “คิดไม่ถึงว่าหอร่ำเมรัยจะมีแก้วหลิวหลี*[2] ที่โปร่งใสเพียงนี้ด้วย เทียบกับหอหยกงามแล้วไม่ด้อยไปกว่ากันเลย ข้าซื้อไว้ ถือว่าช่วยสมทบสินเดิมให้น้องสาวของพวกเรา”
กู้อวี้พินิจปิ่นหลิวหลีอันนั้น โปร่งใสแวววาวจริง ๆ ทักษะการหลอมแก้วของยุคสมัยนี้ยังล้าหลังอยู่มาก แม้นางจะทุ่มเทความคิดพัฒนาวิธีหลอมแก้วหลิวหลี แก้วที่หลอมออกมาได้ก็ยังคงมีความขุ่นมัวอยู่ดี ปิ่นอันนี้สมควรมาจากโพ้นทะเล นาง้านำมาศึกษาสักหน่อยจึงไม่ได้ปฏิเสธเซียวสิงจือ
เซียวสิงจืออาศัยว่าเงินหนา เขย่ากระดิ่งเสนอราคาแข่งกับคนอื่นอยู่หลายครั้งกว่าจะคว้าปิ่นแก้วหลิวหลีมาได้ บ่าวรับใช้ในหอเดินมารายงานว่า “ผู้สูงศักดิ์ท่านนี้ เชิญตามข้าน้อยไปรับสิ่งของที่ด้านหลังขอรับ”
เซียวสิงจือเพิ่งจากไปไม่นาน บุรุษเอวหนาร่างอ้วนคนหนึ่งก็บุกเข้ามาโดยไม่สนใจการขัดขวางของคนงานในหอ “เ้าคนไม่ดูต้าม้าตาเรือหน้าไหนกล้ามาแย่งสิ่งของกับข้า”
คนผู้นั้นมองปราดเดียวก็สังเกตเห็นหลันเยียนที่นั่งอยู่ข้างกายกู้อวี้ ใบหน้ายิ่งโมโหร้ายกว่าเดิม ขว้างกาสุราในมือลงพื้นทันที
“ประเสริฐนัก! ผู้ดูแลหอบอกว่าวันนี้แม่นางหลันเยียนไม่สบาย ไม่สะดวกมาบรรเลงฉิน ที่แท้ก็มาอยู่กับเ้าหน้าขาวนี่เอง บังอาจหลอกลวงข้าเชียวรึ”
หลันเยียนไม่พอใจ ลุกขึ้นกล่าวเสียงขรึม “ผู้สูงศักดิ์ท่านนี้ไม่ได้มาที่นี่เป็ครั้งแรก น่าจะทราบดีว่าหอร่ำเมรัยไม่อนุญาตให้ใครมาก่อความวุ่นวาย”
คนงานของหอร่ำเมรัยเข้ามาอีกสองคน พยายามดึงตัวคนผู้นั้นออกไปข้างนอก
คนผู้นั้นฟาดฝ่ามือใส่หน้าบ่าวรับใช้เต็มแรง ตวาดว่า “รู้ไหมว่าข้าเป็ใคร? โจวเป่าหลินที่ได้รับความโปรดปรานจากฝ่าาเป็ญาติผู้น้องฝ่ายแม่ของข้า ถ้าทำให้ข้าไม่พอใจ ระวังข้าจะทูลขอให้ฝ่าารื้อหอของพวกเ้าทิ้งเสีย”
แรกเริ่มเดิมทีจางเซี่ยงหรงเป็บุตรชายของนายอำเภอ ญาติผู้น้องกลายเป็สนมคนโปรดของฮ่องเต้โดยไม่คาดหมายจึงพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย ตำแหน่งเลื่อนขึ้นพรวดพราด เขาจึงไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ เหล้าเข้าปากไม่กี่จอกก็เริ่มเอะอะวางอำนาจ
กู้อวี้เห็นว่าคนในหอกำลังลากตัวเขาออกไป เดิมไม่คิดจะถือสา แต่ได้ยินเขาร่ำร้องว่าโจวเป่าหลิน แววตาพลันเปลี่ยนเป็เ็า ทั่วร่างแผ่ซ่านไอเย็น
เอาตัวมาส่งให้ถึงที่เอง อย่าโทษว่านางไม่เกรงใจก็แล้วกัน
นางวางจอกสุราลงบนโต๊ะ ตบโต๊ะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ช้าก่อน”
คนงานของหอร่ำเมรัยสามารถพลิกแพลงมารับบทนักสู้ได้ในเวลาจำเป็ แต่จางเซี่ยงหรงรูปร่างสมบูรณ์บึกบึน พละกำลังมหาศาล การลากเขาออกไปจึงกินแรงยิ่ง
กู้อวี้เดินไปถึงตรงหน้าจางเซี่ยงหรง กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “เ้ารู้ไหมว่าทำไมแม่นางหลันเยียนไม่สะดวกไปเล่นฉินให้เ้าฟัง?”
ไม่รอให้จางเซี่ยงหรงตอบกลับ ดวงตาหงส์คู่นั้นของนางก็ฉายแววดูถูก กล่าวกับเขาว่า “เพราะเ้าไม่คู่ควร”
นับแต่ญาติผู้น้องโจวเป่าหลินได้รับความโปรดปราน จางเซี่ยงหรงก็มีชีวิตราบรื่นมาโดยตลอด ครั้นมาได้ยินวาจานี้ของกู้ซื่อจื่อกะทันหันก็โมโหจนตาแทบฉีก “เ้านับเป็ตัวอะไร รนหาที่ตาย!”
ว่าพลางออกแรงสะบัดหลุดจากการจับกุมของบ่าวรับใช้ แขนอันใหญ่โตนั้นหวดมาทางนาง
[1] งูปล้องฉนวนแดง 赤链蛇 ชื่อวิทยาศาสตร์ Lycodon rufozonatus งูปล้องฉนวนของจีน ลำตัวมีลายเป็ปล้องดำสลับแดง สีสันสดใส ต่างจากงูปล้องฉนวนของไทยที่มีลายปล้องดำสลับขาว เป็งูไม่มีพิษ
[2] แก้วหลิวหลีเป็งานศิลปะที่เกิดจากการการหลอมผลึกแก้วสี