"ถ้าอย่างนั้นก็แปลกสิทำไมในบัญชีถึงลงไว้ว่าต้องซื้อของพวกนี้ด้วยเงิน?" อันซิ่วเอ๋อร์พับมุมหน้านั้นไว้เล็กน้อยตั้งใจว่าภายหลังจะนำไปเรียนถามอูซื่อ
พอพลิกหน้าต่อไป นางยิ่งอ่านก็ยิ่งประหลาดใจนางจำได้ว่าเคยฟังป่านเซี่ยเล่าว่า ตระกูลจางมีที่ดินเรือกสวนไร่นามากมายแทบจะพึ่งพาตนเองได้ทุกอย่างในเรื่องอาหารการกิน ถ้าเช่นนั้นแล้วก็น่าจะไม่ต้องซื้อผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์พวกนั้นไม่ใช่หรือ?แต่ในบัญชีกลับลงรายการว่าซื้อ ทั้งยังซื้อในราคาสูงลิ่วอีกด้วย
"ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ"นางพับมุมหน้าที่ดูมีปัญหาเหล่านั้นไว้ รอจนตะวันคล้อยต่ำบ่าวไพร่เข้ามาจุดโคมไฟให้สว่าง นางเพิ่งดูบัญชีไปได้ไม่กี่เล่มแต่หน้าที่นางดูผ่านไปแล้ว แทบทุกหน้าล้วนถูกพับมุมไว้
"จะให้ตั้งสำรับเลยไหมเจ้าคะ?"ป่านเซี่ยเห็นนางบิดตัวคลายเมื่อย จึงเอ่ยถาม
"รออีกสักครู่เถอะ" นางลุกขึ้นเดินไปแถวประตู อยากจะรอจางเจิ้นอันกลับมากินมื้อเย็นด้วยกันป่านเซี่ยพอจะเดาใจนางออก จึงไม่ได้ถามอะไรอีก
ผ่านไปอีกราวหนึ่งชั่วยามป่านเซี่ยจึงถามขึ้นอีกครั้ง "จะให้ตั้งสำรับหรือไม่เจ้าคะ?"
อันซิ่วเอ๋อร์เห็นจางเจิ้นอันยังไม่กลับมาคิดว่าเขาคงกินข้าวข้างนอกแล้ว จึงบอกให้ป่านเซี่ยนำรายการอาหารขึ้นโต๊ะ
ป่านเซี่ยเตรียมรายการอาหารนี้ไว้พร้อมอยู่แล้วพอได้ยินอันซิ่วเอ๋อร์เรียกหา ก็รีบส่งให้ อันซิ่วเอ๋อร์พลิกเปิดดูเห็นชื่ออาหารเขียนไว้เต็มหน้ากระดาษ
"เอาล่ะ เอาแค่นี้แล้วกัน"อันซิ่วเอ๋อร์ชี้ไปที่อาหารสองสามอย่างสุดท้ายในรายการแล้วส่งคืนให้ป่านเซี่ย
ชื่ออาหารแต่ละอย่างช่างฟังดูไพเราะหรูหราที่จริงแล้วนางไม่รู้เลยว่าเป็นอาหารอะไรกันแน่ดังนั้นนางจึงไล่สั่งตั้งแต่รายการแรกๆ ลงมา ตอนนี้อยู่มานานพอสมควรในที่สุดก็สั่งมาถึงสองสามอย่างสุดท้าย ถือว่าได้ลองชิมครบทุกรายการแล้ว
กว่าอาหารจะมาส่งคงต้องใช้เวลาสักพักอันซิ่วเอ๋อร์จึงหยิบบัญชีขึ้นมาดูต่อ นางอ่านช้าๆ อย่างตั้งใจ ขณะกำลังพลิกหน้าก็พลันมีเงาทาบทับลงมาข้างตัว ทำเอานางตกใจเล็กน้อยพอเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเป็นจางเจิ้นอัน ใบหน้าก็พลันปรากฏรอยยิ้มดีใจ"ท่านพี่ ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไรเจ้าคะทำไมข้าไม่ทันสังเกตเลย ท่านเดินมาเงียบเชียว"
"ข้าเพิ่งกลับมาเห็นเจ้ากำลังตั้งอกตั้งใจดูหนังสือ เลยไม่อยากรบกวน นี่เจ้ากำลังดูอะไรอยู่รึ?"จางเจิ้นอันเอื้อมมือไปหยิบบัญชีเล่มนั้นมาดูสีหน้าพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย "เจ้าดูบัญชีหรือ?"
"เจ้าค่ะ ท่านแม่ให้ข้ามาดูแต่ข้าดูไม่ค่อยเข้าใจเลย" อันซิ่วเอ๋อร์ถือโอกาสระบายความอัดอั้นให้เขาฟัง
"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องดู"จางเจิ้นอันโยนบัญชีไปข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจแล้วทรุดตัวนั่งลงบนตั่งข้างๆ อันซิ่วเอ๋อร์
เขาสอดแขนโอบเอวนางไว้ วางคางลงบนไหล่ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดต้นคอทำให้นางรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อย จึงขยับหนีแต่กลับรู้สึกว่าแขนเขารัดแน่นขึ้น นางจึงดิ้นเบาๆ
"เป็นอะไรไป?" จางเจิ้นอันเห็นนางทำท่าไม่สนิทสนมเหมือนเคยจึงคลายแขนออกเล็กน้อยแล้วถามขึ้น
"ไม่มีอะไรเจ้าค่ะแค่อากาศร้อนไปหน่อย" อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้าแกะมือเขาออก แล้วขยับไปนั่งอีกด้านหนึ่ง
"ตกลงเป็นอะไรกันแน่? ทำไมข้ารู้สึกเหมือนเจ้ากำลังโกรธข้าอยู่?" จางเจิ้นอันสังเกตเห็นว่าอันซิ่วเอ๋อร์มีท่าทีผิดปกติ
อันซิ่วเอ๋อร์เองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกหงุดหงิดทั้งที่วันนี้เขากลับมาเร็ว นางน่าจะดีใจมากๆ แต่กลับรู้สึกขัดใจแปลกๆ
พอได้ยินเขาถาม นางก็เงยหน้ามองเขาเห็นเขาขมวดคิ้ว ดวงตายังคงจ้องมองนางรอคำตอบ ความขุ่นใจเมื่อครู่ก็พลันหายไปสิ้นเอ่ยเสียงอ่อนลง "ข้าไม่ได้โกรธท่านเสียหน่อยท่านกินข้าวมาแล้วหรือยังเจ้าคะ?"
"กินแล้ว" จางเจิ้นอันตอบ อันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอีกแสดงออกทางสีหน้าชัดเจน จางเจิ้นอันเห็นดังนั้นจึงรีบอธิบาย "แต่ก็แค่กินเลี้ยงกับพวกพ่อค้า ข้าไม่ถนัดสังสรรค์กับคนพวกนี้เท่าไรเลยดื่มไปแค่สองจอก ถ้าเจ้ายังไม่ได้กิน ข้ากินเป็นเพื่อนเจ้าก็ได้"
ทันใดนั้น ป่านเซี่ยก็เดินเข้ามาพอดีได้ยินเข้าจึงรีบพูดว่า "ฮูหยินรอท่านกลับมาตั้งนานนะเจ้าคะ"
"ป่านเซี่ย! เจ้าพูดอะไรอย่างนั้น"อันซิ่วเอ๋อร์ทำหน้าขุ่นเคืองแต่พอสบเข้ากับสายตาคมกริบของจางเจิ้นอัน นางก็ยอมรับแต่โดยดี "ก็เมื่อก่อนท่านกับข้ากินข้าวด้วยกันตลอดแต่เดี๋ยวนี้ท่านไม่อยู่บ้านทั้งวัน ไม่กลับมากินข้าวกับข้าถึงอาหารที่นี่จะอร่อยแค่ไหน ข้าก็รู้สึกว่ามันจืดชืดไปหมด"
"แต่บ่าวเห็นฮูหยินกินขนมริมทางอร่อยเหาะไปเลยนะเจ้าคะ"ป่านเซี่ยกลับมาหักหน้านางอีก
"ป่านเซี่ย! ยัยเด็กคนนี้ทำไมชอบขุดคุ้ยเรื่องมาขายหน้าข้านัก? ตกลงข้ายังเป็นนายเจ้าอยู่หรือไม่?"อันซิ่วเอ๋อร์ชักจะโกรธขึ้นมาจริงๆ
ป่านเซี่ยได้ยินก็แลบลิ้น ไม่กล้าพูดอะไรอีก
"เป็นข้าผิดเอง ต่อไปถ้าข้าว่างข้าจะพยายามกลับมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า ของกินริมทางถึงจะอร่อยแต่ก็ไม่ค่อยสะอาดนักหรอก อยากกินอะไรก็บอกพ่อครัวให้เขาทำให้ก็ได้" จางเจิ้นอันแย้มยิ้มเล็กน้อย กุมมือนาง "ต่อไปข้าจะพยายามกลับบ้านเร็วขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า"
"อืม" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้าเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาเว้าวอน "แต่ข้าก็ยังอยากทำอาหารเองอยู่ดีข้าหวังว่าทุกครั้งที่ท่านกลับมา จะได้กินอาหารฝีมือข้า"
"แล้วเจ้าจะไม่ลำบากแย่หรือ?"จางเจิ้นอันเกรงว่านางจะต้องเหนื่อย
"ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะยังไงข้าก็อยู่ว่างๆ ที่บ้านอยู่แล้ว"
อันซิ่วเอ๋อร์กลัวจางเจิ้นอันไม่ยอมจึงเอื้อมมือไปเขย่าแขนเขา ทำหน้าออดอ้อน "ทุกวันข้าอยู่แต่ในบ้านเบื่อจะแย่อยู่แล้ว ถึงเมืองหลวงจะใหญ่โต แต่ข้าก็ไปไหนไม่ได้สักแห่ง ต่อให้ไปได้ก็ไม่มีใครไปด้วย เมื่อก่อนวัตถุดิบเรามีน้อย อยากทำอะไรอร่อยๆ ก็ทำไม่ได้ตอนนี้ที่บ้านมีของครบครัน ข้าจะได้แสดงฝีมือเสียที ต่อไปถ้าฝึกทำอาหารเก่งๆอยู่ที่ไหนก็ไม่อดตายแล้ว"
"อะไรคืออยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย?เจ้าคิดจะไปไหนอีก? อยู่ข้างๆ ข้านี่แหละห้ามไปไหนทั้งนั้น"
จางเจิ้นอันค้อนนางเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็แพ้สายตาอ้อนวอนคู่นั้น "ก็ได้ๆข้าตกลง พรุ่งนี้ข้าจะให้คนจัดเตรียมครัวเล็กๆ ไว้ในเรือนของเราเจ้าอยากทำอะไรก็ทำไปตามใจเถอะ"
"ท่านดีกับข้าที่สุดเลย"เมื่อได้สิ่งที่ต้องการ อันซิ่วเอ๋อร์ก็ไม่ตระหนี่คำหวาน
"ฮูหยิน อาหารพร้อมแล้วจะให้ยกเข้ามาเลยไหมเจ้าคะ?" ตอนนั้นเองป่านเซี่ยก็เข้ามาถาม
"อืม ยกมาเลย ข้าหิวแล้ว"อันซิ่วเอ๋อร์บอก บ่าวไพร่จึงทยอยยกอาหารเข้ามาจัดวางเรียบร้อยแล้วก็ถอยออกไปเงียบๆ
ป่านเซี่ยรู้ว่าอันซิ่วเอ๋อร์ไม่ชอบให้ใครคอยตักอาหารให้อีกทั้งเห็นจางเจิ้นอันก็อยู่ด้วย จึงปิดประตูแล้วออกไปอย่างรู้งาน
"เจ้ากินอาหารพวกนี้อยู่ที่บ้านรึ?"จางเจิ้นอันเห็นอาหารบนโต๊ะก็ตกใจ ในใจพลันเดือดดาล "พวกบ่าวมันรังแกเจ้ารึ? มิน่าล่ะเจ้าถึงอยากทำอาหารเอง"
พูดจบเขาก็วางตะเกียบเสียงดัง 'ปัง!' ทำท่าจะไปเอาเรื่องพวกห้องครัว
"ท่านอย่าเพิ่งวู่วาม เป็นข้าผิดเอง"อันซิ่วเอ๋อร์รีบลุกขึ้นดึงจางเจิ้นอันไว้ "ข้าไม่รู้จักอาหารพวกนั้น ก็เลยสั่งไปตามรายการอาหาร"
"จานนี้ น่าจะเป็น 'หิมะขาวซ่อนมังกร' กระมังใครจะรู้ว่ามีแค่ไข่ขาวกับเนื้อปลาช่อนชิ้นเดียว" อันซิ่วเอ๋อร์ชี้ไปที่อาหารจานหนึ่ง"ส่วนใหญ่เป็นเพราะอาหารในจวนประดิดประดอยเกินไปชื่อก็หรูหราเกินไป ข้าก็ไม่กล้าถาม เลยสั่งไล่ลงมาเรื่อยๆแต่ละครั้งก็สั่งไม่ซ้ำกัน วันนี้ท่านโชคไม่ดีหน่อยมาเจอชุดที่ข้าสั่งเป็นแบบนี้พอดี"
"แล้วก็นี่ 'แปดเซียนข้ามทะเล'ใครจะรู้ว่ามีแค่ก้านผักกาดขาวสองสามชิ้นลอยในน้ำใสๆ" อันซิ่วเอ๋อร์ชี้ไปอีกจาน
"แล้วก็นี่อีก 'นางฟ้าสายรุ้ง' อะไรนี่ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นแค่ไชเท้าหั่นเต๋า ข้าวโพด แล้วก็อะไรอีกก็ไม่รู้"อันซิ่วเอ๋อร์โบกมือ "ทั้งหมดเป็นเพราะข้าไม่รู้เรื่องเองไม่มีความรู้ ต่อไปข้าไม่สั่งพวกนี้แล้วก็ได้"
จางเจิ้นอันมองนางอยู่สองครั้งไม่ได้พูดอะไร เพียงก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ อันซิ่วเอ๋อร์ก็ไม่ได้เรื่องมากแม้อาหารจะเป็นแบบนี้ นางก็ยังกินได้อย่างเอร็ดอร่อย ตอนอยู่บ้านนอกอาหารที่แย่กว่านี้ก็เคยกินมาแล้ว อย่างน้อยข้าวสวยที่นี่ก็เป็นข้าวสารพันธุ์ดีอาหารถึงจะน้อยและประณีต แต่ก็ยังรักษารสชาติดั้งเดิมไว้ รสชาติก็ไม่ได้แย่อะไร
"มา ท่านทำงานข้างนอกเหนื่อยๆ ลองกิน'มังกร' ตัวนี้ดู" อันซิ่วเอ๋อร์พูดพลางคีบกับข้าวที่เป็นเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียวคือปลาช่อนชิ้นนั้น ใส่ในชามให้จางเจิ้นอัน
เห็นสีหน้าเขายังไม่สู้ดีนัก นางจึงปลอบ"ไม่เป็นไรหรอก ต่อไปข้าจะตั้งใจเลือกสั่งแต่ที่เป็นเนื้อพวกเขาคงคิดไม่ถึงว่าข้าจะเก่งขนาดนี้ จำรายการอาหารได้เกือบหมดแล้ว"
"ดี" จางเจิ้นอันพยักหน้าตัก 'นางฟ้าสายรุ้ง' ให้นางช้อนหนึ่ง"ต่อไปข้าจะให้คนเปลี่ยนรายการอาหารให้เจ้าดูเข้าใจง่ายกว่านี้"
ที่จริงแล้วรายการอาหารอาหารของตระกูลจางไม่ได้ซับซ้อนพิสดารขนาดนี้ จางเจิ้นอันสงสัยว่าอูซื่อคงจงใจให้คนทำรายการอาหารแบบนี้ขึ้นมาให้อันซิ่วเอ๋อร์โดยเฉพาะอาหารก็คงจงใจทำให้เป็นแบบนี้ แถมยังเป็นอาหารเจแทบทั้งหมด ไม่มีน้ำมันเลย
"ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะรายการอาหารนี้ข้าก็จำได้หมดแล้ว" อันซิ่วเอ๋อร์กลับไม่ได้คิดไปว่านี่เป็นการกลั่นแกล้งนางรู้สึกว่าที่กินไปก็ดีมากแล้ว อีกอย่าง อาหารพวกนี้ถึงจะน้อยแต่ก็ประณีตมากอย่าง 'นางฟ้าสายรุ้ง' นี่ต้องเรียงสีแดง สีเหลือง สีเขียว คงต้องใช้ความพยายามมากทีเดียวกว่าจะทำออกมาได้
อาหารบนโต๊ะส่วนใหญ่เป็นผักที่ปรุงแต่งอย่างประณีตทั้งสองกินกันอย่างรวดเร็ว แม้แต่กับข้าวเหล่านั้นก็ถูกกินจนเกลี้ยงจานรอบ่าวไพร่เข้ามาเก็บสำรับออกไป อันซิ่วเอ๋อร์ก็ยิ้มมองจางเจิ้นอัน"ท่านยังบอกว่ากินข้าวข้างนอกมาแล้วโชคดีนะที่มากินกับข้าอีกหน่อย ไม่อย่างนั้นต่อไปต้องหิวแย่แน่ๆ"
"ไม่ต้องรอถึงต่อไปหรอกตอนนี้ข้าก็หิวแล้ว ข้าไม่กินเจ อยากกิน 'เนื้อ' มากกว่า" จางเจิ้นอันมองอันซิ่วเอ๋อร์อย่างมีความหมาย
"ถ้าอย่างนั้นท่านก็สั่งให้ห้องครัวทำเนื้อมาให้สิข้าสั่งพวกเขาไม่ฟัง บอกว่าเป็นระเบียบของตระกูล แต่ถ้าท่านสั่ง พวกเขาต้องฟังแน่"อันซิ่วเอ๋อร์แนะนำ
"ไม่เป็นไร ไม่ได้หิวขนาดนั้น"จางเจิ้นอันหัวเราะแห้งๆ ทำท่าเขินอายเล็กน้อย