แผนสยบยัยคุณหนูตัวร้ายของนายหัว

    บทที่ 14 เผา

    สายตายังจดจ้องอย่าไม่ลดละ ฉันขยี้ตาแล้ว ขยี้ตาอีก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด หลังแน่ใจแล้วว่าใช่แน่ๆ ฉันวิ่งไปที่ชายหาด ๠๱ะโ๪๪ โบกมือเหยงๆ ๻ะโ๠๲สุดเสียงจนแสบคอ

    “ช่วยด้วยยยย!!! ช่วยด้วยค่าาา!!! มีคนอยู่นี่!!!”

    “เขาไม่เห็นเธอหรอก เสียแรงเปล่า” คนในเปลเย้ย ทอดสายตามองทะเลอย่างสบายอารมณ์

    ‘ฉันจะไม่ปล่อยโอกาสเด็ดขาด ต้องทำอะไรสักอย่างให้คนบนนั้นเห็น’

    ฉันวิ่งเข้าครัว คว้าไฟแช็ค จุดชายกระท่อมที่มุงด้วยหญ้าคาทั้งหลัง ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว คนในเปลหันมองตามกลิ่นควันไหม้ สะดุ้งตัวลุกจากเปล วิ่งมาคว้าฉันไว้แล้วเหวี่ยงออกนอกบ้าน

    “ชิบหาx!!! ทำอะไรของเธอวะ!”

    “ปล่อยนะ!!  ฉันจะทำสัญญาณไฟ!”

    “เธอโง่หรอ ไฟไหม้บ้านแล้ว!!”

    เขาสบถด่าหยาบ ดึงไฟแช็คคืน ขว้างลงทะเลจมหายไปในคลื่น จากนั้นวิ่งไปคว้ากระถางตักน้ำในโอ่ง สาดดับไฟที่กำลังลุกลามอยู่บนหลังคา

    ฉันยังไม่ละความพยายาม วิ่ง๻ะโ๷๞เสียงไล่ตามตามเฮลิคอปเตอร์ ๷๹ะโ๨๨เหยงๆ โบกมือสุดตัว

    “ช่วยด้วย!!!!     ช่วยด้วยยยย!!!”

    เฮลิคอปเตอร์ลำนั้นยังเคลื่อนที่ต่อไป ไร้สัญญาณตอบกลับ ทันทีที่มันหายเข้าไปในก้อนเมฆ ฉันทรุดตัวลงกับพื้นทราย น้ำตาไหลเป็๞ทางลงมา ตัวหอบโยนจากความเหนื่อย

    “ฮึก ฮือออ ช่วย ด้วย ฮืออออ”

    ความหวังหายไปต่อหน้าต่อตา ฉันยกมือทุบทรายระบายความโกธร จู่ๆ ตัวก็ถูกกระชากขึ้นอย่างแรง จนเหมือนแขนจะหลุดไปกับมือนั้น

    ใบหน้าคม คิ้วเข้มขมวด กัดกรามจนเส้นเ๣ื๵๪ขึ้นนูนที่กรอบหน้า แววตาจ้องเขม็งเหมือนเสือที่พร้อมฆ่าเหยื่อ ความกลัวเข้าปะทะจิตใจ เพราะฉันไม่เคยถูกมองด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน

    มือหนาบีบกำแขนเรียวทั้งสองข้างจนกระดูกแทบแหลก กระชากให้เดินตามแรง แล้วเหวี่ยงตัวฉันลงกับพื้นทรายหน้ากระท่อม

    “ดูซะ ผลงานความชิบหาx ของเธอ!!”

    ฉันเงยหน้าทั้งน้ำตาดูกระท่อมเล็กๆ ที่หลังคาหญ้าโง่ๆ นั่น ถูกเผาไปเกือบครึ่งหลัง ควันดำโขมงโชยเข้าจมูกจนสำลักน้ำตาไหล

    “ฮึก ฮืออ”

    ปั้ง!

    ตุ๊บ!

    “แม่งเอ้ย!!! |¥~*}<”

    ฉันชันเข่า ซุกใบหน้าลงร้องไห้ เขาเตะกระถางน้ำนั้นจนกระเด็นไกลไปหลายสิบเมตร สบถหยาบเสียงดังอยู่ด้านหลัง

    “ทำให้อยู่ดีๆ ไม่ชอบ งั้นก็อยู่แม่งแบบนั้นไปแล้วกัน!”

    เขากล่นด่าเสียงดัง ฉันยังนั่งฟุบใบหน้าร้องไห้อย่างหนัก เสียงเรือถูกสตาร์ทขึ้น ฉันรีบหันไปมอง สองขาวิ่งลงทะเลอย่างไม่คิดชีวิต

    “ฮึก ไปด้วย ! ขอร้องละ ฮืออออ ไปส่งฉันทีฝั่งที”

    เสียงสะอื้นดังเหมือนเด็กน้อยถูกขัดใจ เขาขับเรือออกห่างจากฝั่งเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีจะหันกลับมามองฉัน จนตัวจมไปเกือบครึ่ง เรือที่เห็นก็ลับตาไปเหมือนเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น ฉันหยุดวิ่ง ใบหน้าชา ตัวเอนตามแรงพัดของกระแสน้ำ

    “ฮือออ ฮึก ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ฮืออออ”

    เป็๲เวลากี่โมงแล้วก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือ ฉันนั่งตากน้ำค้างท่ามกลางความมืดและเสียงสัตว์ที่โหยหวนอยู่ในป่า

    ร่างบางยังหอบสะอื้น น้ำตาไหล ไร้เสียงครวญคราง ข้าวก็ไม่ได้กิน ไฟแช็คก็ถูกโยนทิ้ง น้ำในโอ่งก็หมดเพราะใช้สาดดับไฟ และกระท่อมที่หลังคาเปิดโล่งไปครึ่ง ควันเขม่าหายไปแล้ว เหลือเพียงคราบเศษหญ้าดำๆ และน้ำหยดลงมาเปื้อนฟูกนอนในห้องจนหมด

    ฉันนั่งห่อตัวลงนอนที่พื้นชานกระท่อม ถึงจะนอนตากลมหนาว ตากยุง แต่ก็ยังดีที่มีพื้นรองแทนการนอนบนหาดทรายที่คัดยุบยิบนั่น

    ‘ฉันจะไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก‘

    ฟึ้บ!

    ตุ้บ!

    ฉันสะดุ้งตื่นจากเสียงโยนอะไรสักอย่างข้างๆ กระท่อม ลุกขึ้นมองก็เห็นร่างสูง ใบหน้าเรียบ กำลังมัดแผงหญ้าทำหลังคาขึ้นใหม่

    เขาลากแผงหญ้านั้นมาหน้ากระท่อม มองฉันด้วยหางตาเพียงเสี้ยววินาที ไร้การทักทายหรือด่าทอ เดินผ่านฉันไปเหมือนธาตุอากาศ ปีนบันไดไม้ไผ่อย่างชำนาญ ซ่อมแซมส่วนที่ถูกไฟเผา

    ฉันนั่งมองเงียบๆ ไม่ได้ช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ขัดขวาง จนเขาซ่อมส่วนหลังคาเสร็จ ถอดเสื้อที่ชุ่มเหงื่อพาดไว้กับราวบันได เดินไปนอนในเปลที่เดิม จุดบุหรี่ขึ้นสูบเงียบๆ

    ‘อึดอัดชะมัด ฉันไม่เคยทะเลาะกับใครแล้วอึดอัดแบบนี้มาก่อน … เพราะสำนึกผิดหรอ หรือ ฉันกำลังกลัวคนตรงหน้ากัน’

    “คะ คือ … มีอะไรให้กินไหม”

    “.....”

    เขาพ่นควันบุหรี่ออกมา ไม่ตอบคำถามฉัน สายตาจรดมองแต่ฟากฟ้าที่ไร้พรมแดน

    ด้วยความหิวฉันไปคว้ากล้วยน้ำว้าป่าที่ถูกตัดเมื่อวานกินหมดไป 3 ลูก แล้วไปนั่งสำนึกผิดที่มุมเดิม นานหลายชั่วโมง เขาทิ้งบุหรี่ลงพื้นเดินมาจ้องหน้าฉัน

    “อะ อะไร…”

    “เธอมันไร้สมองกว่าที่ฉันคิด”

    “อึก!!..”

    “โง่จนหาอะไรเปรียบไม่ได้”

    “.....”

    “เลิกร้องไห้สำออย ฉันไม่หลงน้ำตาผู้หญิงไร้ข้อดีอย่างเธอ”

    เขาด่าย้ำ กัดฟันพูดด้วยสีหน้าเรียบ

    “ฮึก ฉันรู้!! แล้วยังไงล่ะ ฉันไม่มีสิทธิ์จะทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากนรกนี่หรอ”

    “นรกงั้นหรอ!!!”

    “....”

    “เธอยังไม่ได้รับบทเรียนอะไรสักอย่าง ก็ทนไม่ไหวแล้วหรอ ..แล้วพ่อเธอล่ะ คนรอบข้างที่ไม่รู้เ๱ื่๵๹ แต่ต้องรองรับอารมณ์ชั่ววูบของเธอ เขาจะรู้สึกตกนรกขนาดไหนกัน”

    “นายไม่รู้เ๹ื่๪๫อะไรสักอย่าง อย่ามาปากดีกับฉัน!”

    “เฌอพราวด์!”

    ฟึ้บ!

    “อื้อ....”

    เขาบีบกรามฉันแน่น ออกแรงเหมือนอยากให้มันหักคามือ ครั้งนี้มันรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ แววตาของเขาไร้ความปราณีหรือกำลังสนุก

    “คนที่ไม่ควรปากดีคือเธอต่างหาก! ตอนนี้ฉันคือคนตัดสินชีวิตเธอ ว่าจะให้เธอมีอนาคตหรือตายอยู่ข้างถนนในวันที่พ่อเธอไม่อยู่คุ้มกะลาหัวแล้ว”

    “ฮึก…”

    “หัดเจียมกะลาหัวไว้ซะบ้าง! นี่เป็๲ครั้งสุดท้ายที่ฉันจะพูดดีๆ กับเธอ”

    ตุ้บ

    เขาเหวี่ยงฉันลงพื้น เดินขึ้นเรือขับออกไปอย่างเร็ว ทิ้งให้ฉันน้ำตาตก ตัวสั่นด้วยความกลัว ทรุดนอนแนบกับพื้นไร้แรงวิ่งตาม