คุณหนูนางร้ายของท่านแม่ทัพ

    ข้องใจ

     

    แม้งานเลี้ยงจะจบไปแล้วแต่เฉินฟางซินยังสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้น ไม่กี่วันให้หลังชิวอ๋องจึงได้เดินทางกลับแดนเหนือ

    “รู้สึกเหมือนข้าวของของข้าจะมากกว่าตอนมาเสียอีกนะ”

    บุรุษมีอายุเอ่ยยิ้ม ๆ ขณะมองมาทางบุตรชายและบุตรสะใภ้

    “ข้าไม่รู้ว่าทางโน้นจะขาดเหลืออะไรบ้าง…ข้าจึง….เตรียมไปเผื่อไว้เจ้าค่ะ”

    “ขอบใจเจ้ามากนะเถียนเถียน”

    ขณะที่มือใหญ่ยื่นมาลูบศีรษะเฉินฟางซินอย่างเอ็นดูแต่ขณะนั้นได้ถูกมือขอชิวจิ้นอันจับไว้ก่อนจะดึงไปทางด้านข้างที่บ่าวรับใช้ยืนอยู่

    “ท่านพ่อดูสิ เถียนเถียนทำเสื้อคลุมให้ท่านด้วย”

    ชิวลู่เสียนหัวเราะน้อย ๆ ด้วยรู้ดีว่าบุตรชายของเขานั้นหวงสตรีผู้เป็นภรรยามากเพียงใด มือใหญ่ยื่นออกไปหยิบผ้าคลุมสีดำออกมาดู

    “นี่มันรูปหมีขาวหรือ”

    “เจ้าค่ะ ข้าตั้งใจปักรูปหมีขาวด้วยด้ายเงิน…คิดว่าจะเหมาะกับท่านพ่อ”

    “งดงาม ๆ ข้าชอบมาก ขอบใจเจ้ามากนะเถียนเถียน”

    บุรุษมีอายุรีบลองสวมในทันทีก่อนจะหันมายิ้มให้บุตรชาย ชิวจิ้นอันแม้จะรู้สึกน้อยใจแต่ก็มิได้แสดงออกแต่สตรีที่ยืนอยู่ด้านข้างแน่นอนว่าย่อมต้องรับรู้ได้

    “อาอิง...ของเจ้าก็มีนะ”

    หญิงสาวเอ่ยขณะที่หลิงหลงได้เดินนำชุดสีแดงออกมา เมื่อชายหนุ่มคลี่ชุดออกผ้าคลุมสีแดงปักไหมทองเป็นรูปอินทรี นั่นได้ทำให้ใบหน้าที่เรียบนิ่งนั้นยิ้มออกมาได้เล็กน้อย

    “ช่างเหมาะกับเจ้าเสียจริง ๆ ว่าแต่เมื่อไหร่เจ้าจะกลับแดนเหนือ”

    “ก่อนหิมะที่นี่ตกขอรับ ทางนี้ยังมีงานให้ต้องจัดการอีกเล็กน้อย”

    “เช่นนั้นเถียนเถียน”

    “แน่นอนว่านางต้องไปกับข้า”

    “ดี ๆ ข้าจะได้เตรียมต้อนรับลูกสะใภ้”

    บุรุษมีอายุหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะขึ้นม้าจากไป สองสามีภรรยามองตามขบวนเดินทางอย่างใจหาย แต่อย่างไรพวกเขาย่อมรู้ดีว่าอีกไม่นานก็จะได้พบกัน

     

    ฝูเหวินห้าวที่รับรู้ได้ว่าชาตินี้ของตนเองไม่เหมือนเดิม แม้เขาจะพยายามเข้าหาขุนนางระดับสูงแต่กลับมิเป็นดั่งที่เคยเป็น

    “มันผิดพลาดตรงไหน ข้าก็แต่งกับคนตระกูลเฉินเหมือนกันเพียงแค่มิใช่กับซินเออร์ก็เท่านั้น แต่ทุกอย่างข้าก็ทำเหมือนเมื่อชาติก่อนแต่ทำไมชีวิตของข้าถึงไม่เหมือนเดิม”

    ชายหนุ่มคิดย้อนไปเมื่ออดีต ตอนนั้นเขาได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากเฉินฟางซินจนมิต้องทำอันใดมากมายนัก แค่ยกของขวัญไปให้ขุนนางที่เขาต้องการเข้าหา…เพียงเท่านั้นเขาก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี

    “ตรงไหนกันที่ไม่ถูกต้อง”

    ขณะที่กำลังเดินคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้นพลันสายตาของเขาได้เห็นร่างที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังเดินไปทางร้านขนม ชายหนุ่มจึงเร่งฝีเท้าตรงไปก่อนจะฉุดมือนางเข้าทางตรอกที่ไม่มีคนพลุกพล่าน

    “คุณชายฝู คุณชายจะทำเช่นนี้กับฮูหยินน้อยชิวไม่ได้นะเจ้าคะ”

    หลิวหลงที่ตามมารีบเอ่ยขึ้น แม้จะไม่ดังมากแต่ก็พอจะทำให้ฝูเหวินห้าวใช้สายตาบอกให้นางหุบปากในทันที

    “ซินเออร์”

    ชายหนุ่มเอ่ยเรียกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่กระนั้นมือที่จับไว้กลับมิปล่อย

    “พี่เขยรบกวนช่วยปล่อยมือของข้าด้วย มีเรื่องอันใดพวกเรามาคุยกันดี ๆ ทำเช่นนี้หากใครพบเข้าจะคิดว่าข้ากับท่านทำเรื่องไม่เหมาะสมได้”

    เมื่อเห็นว่าสตรีเบื้องหน้ามิได้คิดหลบตนชายหนุ่มจึงปล่อยมือแล้วเดินนำนางไปทางโรงน้ำชาก่อนจะเลือกห้องส่วนตัวเพื่อพูดคุยกัน

    “พี่เขยมีอะไรถึงได้ดักพบข้าเช่นนี้”

    เฉินฟางซินเอ่ยอย่างใจเย็น แม้นางจะมิอยากข้องเกี่ยวกับบุรุษตรงหน้าเท่าใดนัก..แต่หากหลบไปเรื่อย ๆ ก็มีแต่จะทำให้เขาหาทางทำให้นางเดือดร้อนเป็นแน่ ฝูเหวินห้าวมิได้ตอบแต่กลับทำท่าทางเหมือนจะให้บ่าวรับใช้ออกไป

    “หลิงหลงคือคนที่ข้าไว้ใจ หากนางไม่อยู่ด้วยข้าก็คงไม่อาจอยู่คุยกับพี่เขยที่นี่ได้”

    เมื่อหญิงสาวตรงหน้ายืนยันเช่นนั้น ชายหนุ่มจึงได้ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยสิ่งที่เขาคิดออกมา

    “ทำไมการที่ข้าแต่งงานกับอวี่เออร์จึงทำให้ชีวิตของข้า….ไม่เหมือนในชาติก่อน ทำไมกัน หรือเป็นเพราะเจ้า”

    เฉินฟางซินที่ได้ยินยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินไปทางหน้าต่างของห้องที่มองออกไปเห็นผู้คนบนถนนที่เดินผ่านไปผ่านมา

    “พี่เขยการเลือกรักคนที่ตนรักนั้นไม่ผิด ส่วนเรื่องที่ท่านกล่าวมานั้นข้าไม่อาจรู้ได้ว่าเกิดเหตุอันใดกับท่าน”

    หญิงสาวเอ่ยอย่างใจเย็น

    “แต่สิ่งที่ข้ารู้และท่านก็รู้เหมือนเช่นข้านั้นก็คือ ตระกูลเฉินนั้นมีท่านพ่อที่เป็นเสนาบดีปกป้องแต่การที่ท่านอารองและอาสามขอแยกเรือนออกไปนั้น…ก็เหมือนการออกจากปีกที่แข็งแรงไป ท่านอารองที่เป็นเพียงเจ้ากรมพิธีการระดับล่างอีกทั้งท่านอาสามที่เป็นเพียงราชเลขานุการระดับต่ำ….ท่านคิดว่าอย่างไร”

    ฝูเหวินห้าวครุ่นคิดตามช้า ๆ

    “การที่สตรีแต่งงานกับสามีที่รักแน่นอนว่าเขาย่อมต้องดูแลปกป้องนาง ตอบแทนการปกป้องนั้นหากนางมีสิ่งที่สามารถทำให้สามีก้าวหน้าได้มีหรือที่นางจะไม่ทำ….ข้าคงพูดได้เพียงเท่านี้…ตอนนี้อาอิงมารับข้าแล้ว”

    ทันทีที่พูดจบประตูห้องได้ถูกถีบออกอย่างแรงก่อนที่บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ได้เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

    “หวังว่าพี่เขยจะไม่ทำให้ข้ากับสามีต้องลำบากใจอีก”

    เฉินฟางซินเดินไปหาสามีด้วยรอยยิ้มก่อนจะเกาะแขนชายหนุ่มเดินออกจากห้องไป มือใหญ่จับมือน้อยนั้นไว้แน่น เดิมทีเขาคิดจะกลับจวนแต่บังเอิญเห็นสตรีผู้เป็นภรรยายิ้มให้ผ่านทางหน้าต่างเขาจึงรู้ได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องอย่างแน่นอน…แล้วก็เป็นดั่งที่คิด

    “เขารังแกเจ้าหรือไม่”

    เฉินฟางซินส่ายหน้าไปมา

    “เขาเพียงต้องการให้ข้าไขข้อข้องใจให้เท่านั้นเจ้าค่ะ”