ค่ายทหารซีจิ๋ว
ลูฉีแต่ตัวรัดกุมเข้ารูปสะอาดสะอ้านเช่นเคย เดินเข้ามาหาเซี่ยวลู่เอินที่กำลังขมวดคิ้วมองภาพวาดอยู่
“คุณชายเรียกข้า?”
“อืม”
“อ...นั่นกระเรียนคู่ภาพที่นายหญิงเคยให้ท่านไว้ ...... อ๊า...มันชำรุดนี่!”
“ข้าจะหาช่างซ่อมมีช่างวาดมีฝีมือในเมืองนี้หรือไม่”
“เราอยู่ที่นี่มาสองปีแล้ว ท่านว่ามีหรือไม่”
“ข้าถามเ้าไม่ใช่ให้มายอกย้อน”
“ก็มีแค่ร้านเดียวครับ”
“เราไป”
................
ในตัวเมือง
ผู้คนเข้าแถวกันเยอะแยะมากมาย ยาวมาจากทางร้านตัวอักษรวาดภาพ
ลู่ฉีถามชาวบ้าน
“ท่านลุง ทำไมวันนี้ทางร้านคนเยอะจัง ปกติไม่เห็นมีคนเลยนี่ ชาวบ้านเกิดอยากซื้อภาพ ซื้อตัวอักษรกันรึไง?”
“โอ้ ที่แท้ก็พวกท่านเอง ...”
ลุงผู้นี้รีบประสานมือคารวะทั้งสองคน แล้วหันไปตอบลู่เอิน
“เรียนท่านแม่ทัพเซียว พอดีว่าทางร้านมีหมอยาคนใหม่มา ยาของนางดีมาก นางรักษายายคนหนึ่งที่ปวดท้องตอนค่ำระหว่างทางจะไปหาท่านซินแสที่ท้ายเมือง พบว่านางทักยายผู้นี้กับครอบครัวและขอดูอาการ จากนั้นให้ยามา พอหายก็ชวนคนมารักษากัน ข้าที่ก็ปวดหลังมาระยะใหญ่ๆ แล้วนวดกดยังไงก็ไม่ดีขึ้น อ่ะห่ะ ...พวกท่านก็ลองรักษากับนางดูสิครับ”
ลู่ฉีกับลู่เอินมองหน้ากัน แล้วเดินอ้อมแถวเข้าไปดู
พบว่าโต๊ะที่ใช้ฝนหมึกเขียนภาพกลับมีสตรีสาวน้อยนางหนึ่งกำลังจับชีพจรเขียนใบสั่งยาให้ผู้คน
“เ้านี่เอง”
“อ๊ะ...ท่านแม่ทัพ ท่านจะมารักษา หรือมาเขียนตัวอักษร ถ้าเขียนภาพร่างตัวอักษร เชิญเข้าไปหาเถ้าแก่ได้เลย ถ้าจะรักษาก็รบกวนไปต่อแถวค่ะ”
“ข้าไม่ได้ป่วยข้ามา.....”
“งั้นเชิญด้านในค่ะ”
พูดจบนางก็รักษาคนต่อ นางคิดค่ายาไม่แพง ส่วนหนึ่งเข้าร้าน อีกส่วนนางเก็บไว้เอง
นี่นับว่าผิดจุดประสงค์ของทางร้าน แต่ฮูหยินเถ้าแก่เห็นว่าร้านไม่ค่อยมีรายได้ ให้นางทำต่อก็ไม่เสียหาย
ลู่เอินเดินเข้าร้านไปพบเถ้าแก่ กางภาพให้ดู เถ้าแก่ยืนกลุ้มขมวดคิ้วพักใหญ่
“ซ่อมยากมากครับท่านแม่ทัพเซียว ข้าเกรงจะยิ่งทำงานเสียหายกว่าเดิม”
ลู่เอินได้ยิน ยืนนิ่งไปสักครู่ มองรอบสะดุดตากับบางสิ่ง เห็นภาพวาดที่วาดค้างไว้เกือ[เสร็จอยู่บนโต๊ะ
“ภาพนี้สวยงามมาก ท่านวาดให้ลูกค้าเหรอ?”
“ภาพหงส์ระบำนี้ นางเอาม้วนผ้าที่ไม่ใช้แล้วมาวาดครับ ข้าเห็นว่านางวาดได้ดีเลยให้นางวาดต่อ กลายเป็ว่า วาดๆ ไปเจอคนป่วย ไปรักษาเขาทีนี้ก็อย่างที่เห็น คนแห่กันมายกใหญ่เลย”
“ท่านว่านางจะซ่อมภาพให้ข้าได้มั้ย?”
“เอ่อ ... ต้องถามนางก่อน งั้นข้าจะเรียกนางนะครับ”
“ไม่ต้อง ให้นางรักษาชาวบ้านให้เสร็จก่อน ข้ารอได้ ยังไงวันนี้ข้าก็ไม่มีฝึกทหาร”
......
“โอ้ย หิวข้าวจังเลย เถ้าแก่ ข้าไปหามื้อกลางวันกินนะคะ”
“นี่หนิงเอ๋อ ท่านแม่ทัพเซี่ยวอยากให้เ้าซ่อมรูปภาพให้น่ะ”
“หา...อ่ะ..อ่อ ค่ะ ไหนขอข้าดูหน่อย”
หนิงเอ๋อเดินมาดูภาพ
ลู่เอินมองนางแล้วค่อยๆกล่าว
“ที่แท้เ้าชื่อหนิงเอ๋อ”
“อ๋อ...ค่ะตอนนั้นข้าไม่ทันได้แนะนำตัว ท่านจะเรียกข้าเซี่ยวหนิงก็ได้นะ ที่ทับหุย ใครๆ ก็เรียกข้าแบบนั้น”
“ซ่อมได้มั้ย?”
“อ่อ...อืม.....ได้ค่ะ.....แต่....”
ลู่เอินสวนขึ้นมาว่า
“แต่อะไร?”
“ภาพนี้เป็ของล้ำค่ามากแน่ งานประณีตมาก การลงสีก็มีการเล่นสีเป็เอกลักษณ์ ข้าไม่กล้าซ่อมค่ะ”
“เ้าจะลองดูหน่อยก็ได้ ข้าไม่ว่า”
“ข้า...อืม ถ้าท่านแม่ทัพเซียวว่าอย่างนั้น ข้าจะลองดูค่ะ”
หนิงเอ๋อเริ่มวาด ค่อนวันนางจึงทำจนเสร็จ
“ไม่ทราบว่าแบบนี้พอได้มั้ยคะ?”
ลู่เอินยืนดูพิเคราะห์ไปมา
นางกล่าวขึ้น
“ข้าทำเต็มที่แล้วนะ ได้แค่นี้แหล่ะค่ะ”
“อืม ทำดีแล้ว ข้าไม่ค่อยมีความรู้เื่ภาพวาดนัก แต่เท่าที่ดูด้วยตาเปล่า มันไม่ขัดตาข้ายามมองภาพนี้บนผนังที่แขวน ก็พอแล้ว...”
“ภาพนี้ดูท่าจะสำคัญกับท่านมาก”
“เป็ภาพที่ท่านแม่ข้าให้......”
“พี่ลู่เอิน”
เสียงสดใสดังขึ้นมาจากทางนอกร้าน
ทุกคนหันไปมอง
ลู่ฉีกล่าว
“คุณชาย... เป็คุณหนูจูครับ”
“อืม...”
คุณหนูจูฮวาเดินเข้ามาพร้อมสาวใช้
“พี่ลู่เอินท่านอยู่ที่นี่เอง ข้าไปที่ป้อมไม่เจอท่าน ทหารบอกว่าท่านเอาม้วนภาพออกมาด้วยข้าเลยลองมาหาท่านที่นี่”
ลู่เอินตอบด้วยทีท่านสงบนิ่ง
“คุณหนูมีธุระอะไรกับข้างั้นเหรอ?”
“หืม...ไม่มีหรอก ทำไมคะ ไม่มีก็มาเจอท่านไม่ได้เหรอ?เอ๋.. ภาพนี่สวยจับ ของท่านเหรอ”
“ใช่เป็ภาพที่ท่านแม่ข้าให้ไว้ก่อนเดินทางมา มันชำรุด ข้าเลยให้แม่นางท่านนี้วาดซ่อมแซมให้”
คุณหนูจูหันมามองหนิงเอ๋อ หนิงเอ๋อก้มหน้ารับ
“คุณหนูจู”
จูฮวาไม่สนใจนางหันมายิ้มกล่าวกับลู่เอิน
“พี่ลู่เอิน วันนี้ท่านเดินตลาดกับข้าหน่อยสิ”
“ข้ามีธุระอยู่บ้าง ไว้สะสางเสร็จจะลองหาเวลาดู”
“หืมระอะไรกัน ข้าถามทหารที่นั่นแล้ว วันนี้ไม่มีฝึกทหารนะ”
ลูเอินไม่กล่าวอะไร หยิบม้วนภาพอีกห่อออกมาก
เป็ภาพสตรีนั่งเล่นกู่เจิ้งโดยมีธรรมชาติล้อมรอบ แต่ะภาพนั้นจางหายไปหลายจุดหลายส่วน
“ภาพนี้เป็ของท่านพ่อของข้า รบกวนเ้า..เอ่อ...เซี่ยวเอ๋อ ช่วยซ่อมให้ที”
หนิงเอ๋อมองแล้วก็ตอบกลับ
“ต้องทิ้งเอาไว้นะคะ ภาพนี้ข้าวาดซ่อมทันวันนี้ไม่ได้หรอก”
“ได้พรุ่งนี้ข้าจะมาเอานะ เท่าไหร่?”
“ราคาให้เถ้าแก่ประเมินเถอะค่ะ ข้าเป็แค่ลูกจ้างนะ”
“ได้...แล้วก็.....”
เสียงจูฮวาแทรกขึ้นมา
“พี่ลู่เอิน นางก็บอกแล้วว่าวันนี้ยังไงก็ไม่เสร็จ ท่านก็ว่างมีเวลาชมตลาดกับข้าแล้วใช่มั้ย?”
ลูเอินไม่ตอบคำ หลับตาครู่หนึ่งแล้วล้วงอกเสื้อ หยิบขวดยาขวดเล้กขึ้นมา
หันมาทางหนิงเอ๋อพลางกล่าว
“ยานี่เ้าปรุงเองเหรอ?”
“ห๊า~ ยาของข้านี่...”
หนิงเอ๋อจะคว้า แต่ลู่เอินชักกลับ อีกมือคว้าข้อมือนางไว้
จากนั้นยื่นหน้ามาใกล้ๆ
“ตัวเ้าก็ไม่ได้เหม็นนี่”
หน้าที่เข้ามาชิดข้างลำคอและแก้มทำเอาหนิงเอ๋อหน้าแดงก่ำแม้จะถอยหน้าหนีมาบ้างแล้วก็ตาม
แต่คนที่อ้าปากออกมาด้วยตาเบิกโพรง คือจูฉวา
ลู่เอินค่อยๆถอยหน้ากลับออกมา จากนั้นยื่นขวดยาให้
“ข้าเก็บได้ กำลังคิดว่านี่ต้องเป็ของเ้า มิคาด เ้ากลับกล่าวออกมาเอง..เอาไปสิ”
“เอ่อ..อ่า..ค..ขอบคุณท่านแม่ทัพเซียว.....”
หนิงเอ๋อคว้าควับกลับมา
“ท่านทราบได้อย่างไรว่าจะต้องมาคืนข้าที่นี่?”
“ข้าไม่รู้ แต่พอดีมาซ่อมภาพวาดแล้วดันมาเจอเ้าซะนี่”
“ท่าน....พกมันไว้เหรอคะ?”
“ก็เผื่อเจอเ้ายังไม่ไปจากเมืองนี้ จะได้คืนให้...ไม่ดี?”
“ด..ดี..ดีค่ะ...ดี...”
หนิงเอ๋อเลิกลักตอบมองไปรอบๆ ทุกคนชมดูนางสนทนากับเซียวลู่เอิน แต่คนที่ตาเขียวปัดเพลิงโทสะปรากฏหว่างคิ้วกัดฟันเม้มมุมปาก กลับเป็คุณหนูจูที่ท่าทางน่ากลัว ยังมีสาวใช้ข้าวที่ถลึงตาใส่ช่วยอีกแรง
“เอ่อ...อ่า...ภาพวาดมารับพรุ่งนี้ยะคะท่านแม่ทัพเซียว เชิญท่านพาคุณหนูจูไปเดินเล่นแล้วค่อยมารับพรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ”
หนิงเอ๋อกล่าวจบ สีหน้าจูฮวาเปลี่ยนไปเล็กน้อย กล่าวขึ้น